ณ ตำหนักชั้นบน ที่อยู่ติดกับลานทดสอบศักดิ์สิทธิ์นั้น ผู้าุโนักบุญทั้ง 3 นาง ยังคงไม่ได้ลุกไปไหน แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีผู้ใดเหลืออยู่ตรงลานทดสอบแล้วก็ตาม บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ
"สุธีรา...นุสา... เ้าทั้งสองมีความเห็นว่าอย่างไรบ้างกับเื่นี้?" าุโนักบุญสาธิตาหันไปถามสหายผู้าุโที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความนัยบางอย่าง
"เื่นี้บอกอะไรได้ยากนักท่านสาธิตา ทางที่ดีที่สุด...เราควรจะส่งคนไปสืบประวัติของเด็กคนนั้นอย่างละเอียดเสียก่อน" สุธีราผู้มีท่าทีสุขุมกว่าเสนอความเห็น
สำหรับสาธิตาแล้ว...มทินาถือเป็คู่แข่งตัวฉกาจของนางมาโดยตลอด! นางเกลียดมทินาเข้ากระดูกดำ! แม้ว่าภายนอกอีกฝ่ายจะดูเหมือนแม่พระผู้ใจดีมาโปรดสรรพสัตว์
แต่แท้จริงแล้ว...ไส้ในของนางนั้นเน่าเฟะไม่ต่างอะไรไปจากนางเลยแม้แต่น้อย!
สาธิตายังคงรู้สึกเจ็บใจไม่หายที่เคยประมาทพลาดท่าให้กับมทินาในอดีต จนทำให้นางต้องสูญเสียโอกาสในการขึ้นเป็หัวหน้านักบุญของเขต 896 แห่งนี้ไปอย่างน่าเสียดาย!
เหตุการณ์ในครั้งนั้น...มันทำให้นางจดจำไปจนวันตาย และเปลี่ยนมุมมองที่นางมีต่อมทินาไปอย่างสุดขั้ว!
"ข้าว่า...พวกท่านอย่าเพิ่งทำให้มันเป็เื่ใหญ่โตไปเลยน่า เวลานี้ทุกอย่างก็ดูราบรื่นดีมิใช่รึ? ไว้มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นจริงๆ ค่อยว่ากันอีกทีเถอะน่า" าุโนักบุญนุสากล่าวขึ้นด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
"สมกับที่เป็...นุสา...โดยแท้! กล่าววาจาออกมาแต่ละครั้ง มิทราบว่าเคยผ่านการไตร่ตรองด้วยสมองบ้างหรือไม่?"
าุโนักบุญสุธีรากล่าวเสียดสีอย่างเจ็บแสบ พร้อมกับจ้องมองไปยังาุโนักบุญนุสาด้วยสายตาดูแคลน
"เ้าว่าใครโง่เขลา!" นุสากัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัด จ้องสุธีรากลับไปอย่างไม่ลดละ
"ความคิดของข้าจะเป็เช่นไร ก็มิใช่เื่ที่คนปากพล่อยเช่นเ้าจะมาวิจารณ์!"
การโต้เถียงอันดุเดือดดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงโดยง่าย ในขณะที่สาธิตากำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจอย่างเงียบงัน
การรับศิษย์ของมทินาในครั้งนี้ทำให้นางรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะนางอ่านทางของมทินาไม่ออกเลยแม้แต่น้อย!
ถ้านี่ไม่ใช่มทินาผู้เ้าเล่ห์แสนกลอย่างที่นางเคยรู้จัก สาธิตาคงจะดูิ่การกระทำของอีกฝ่ายว่าโง่เขลาเบาปัญญาไปแล้ว!
"เ้ากำลังจะมาไม้ไหนกันแน่...มทินา...รับศิษย์ระดับ 3 ไปเพื่ออะไรกัน?" เสียงพึมพำของสาธิตาดังขึ้นเบาๆ
ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า พวกนางเหล่าผู้าุโนั้นรับศิษย์ไปเพื่ออะไร ในสถานที่บางแห่งนั้นมีการจำกัดอายุหรือตำแหน่งของผู้ที่จะเข้าไปได้
สถานที่เ่าั้อาจจะมีสมบัติล้ำค่าหรือสิ่งของสำคัญต่างๆ ที่พวกนางไม่สามารถจะเข้าไปเอามาด้วยตนเองได้
ซึ่งนางก็จะใช้ให้เหล่าศิษย์ทั้งหลายที่ตนรับอุปการะไว้นั้นไปเอามาให้แทน ดังนั้นความแข็งแกร่งของศิษย์จึงเป็สิ่งที่สำคัญที่สุด!
การทดสอบได้ 4 จุดนั้นหมายถึงพร์และโชคลาภที่เหนือกว่าคนอื่นอย่างเทียบไม่ติด! การเติบโตของเด็กเหล่านี้จะรวดเร็วกว่าพวกที่ได้เพียง 3 จุดอย่างมหาศาล!
'จะบอกว่าที่นางเลือกเด็กที่ได้ 3 จุดไปนั้น เพราะไม่มีคนที่มี 4 จุดให้เลือกแล้วก็ดูจะไม่ใช่เ้าเลยนะ...มทินา' สาธิตาคิดในใจ
แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เพราะสถานการณ์เบื้องหน้านางมันดูจะเลยเถิดและบานปลายไปกันใหญ่อีกแล้ว!
"ตูมม!!!! ตูมม!!!!"
"รับไปซะ! เ้าคนหน้าผากเถิก!! ทักษะเวทย์ ศรเพลิงหงส์สยายปีก!" เสียงของาุโนักบุญสุธีราะโออกมาอย่างสะใจ!
สุธีราชี้นิ้วไปยังทิศทางของนุสา! ทันใดนั้น! ก็มีวงแหวนเรืองแสงวงใหญ่ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของนาง!
ภายในวงแหวนนั้นมีลูกแก้วสองลูกกำลังหมุนวนอยู่ แต่จะมีลูกหนึ่งลอยออกมาอยู่ตรงแกนกลางของวงแหวน! ปรากฏเป็ภาพของนกั์สีแดงเพลิงกำลังสยายปีกอย่างสง่างาม ก่อนจะสบัดขนของมันออกมา!
กลายเป็ลูกไฟจำนวนนับไม่ถ้วนที่ดูคล้ายกับลูกศร พุ่งตรงไปยังทิศทางของนุสาด้วยความเร็วสูง!
"มารดาเ้าสิหน้าผากเถิก! เถิกทั้งตระกูลนั่นแหละ! ทักษะเวทย์ ศรน้ำหงส์สยายปีก!" เสียงสวนกลับที่ดังไม่แพ้กันของาุโนักบุญนุสาดังขึ้น! ภาพที่คล้ายคลึงกันก็ปรากฏออกมาจากด้านหลังของนางเช่นกัน! เพียงแต่...นกั์ตัวนี้เป็สีฟ้าสวยงาม!
"นุสา! สุธีรา! หยุดเดี๋ยวนี้!!!!" สาธิตาะโลั่นออกมาด้วยความโกรธจัด!
เสียงตวาดนั้นทำให้ทั้งคู่ถึงกับชะงัก แล้วรีบสลายพลังของตนเองลง ก่อนที่แต่ละคนจะกลับไปนั่งยังที่ของตนตามเดิมอย่างเงียบเชียบ
"อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ กันแล้ว! ยังจะมาทะเลาะกันเป็เด็กๆ ไปได้! ถึงขั้นใช้ทักษะเวทย์ต่อหน้าข้าด้วยอย่างนั้นรึ!"
เสียงดุด่าของนางราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังสั่งสอนเด็กน้อยดื้อด้าน 2 คน ทั้งสองต่างนิ่งเงียบก้มหน้ายอมรับผิดอย่างสำนึกผิด
'ให้ตายเถอะ! สองคนนี้นี่มันเหมือนน้ำกับไฟจริงๆ! อยู่ด้วยกันได้ไม่นานก็เป็เื่ทุกทีสิน่า!'
สาธิตารู้สึกละเหี่ยใจกับสหายทั้งสองคนนี้เป็อย่างยิ่ง
ขณะเดียวกัน ในบริเวณที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตำหนักนัก หญิงชราผู้คุมสอบก็ได้เดินทางมาส่งณิชา ณ ที่ประทับของมทินาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"เอาล่ะ...มาถึงแล้ว ข้ามาส่งเ้าได้ถึงแค่ตรงนี้เท่านั้น กระท่อมหลังที่เ้าเห็นนั่นแหละคือที่อยู่ของท่านาุโนักบุญมทินา"
หญิงชรากล่าวจบก็รีบหมุนตัวเดินจากไปอย่างเร่งรีบ ราวกับกำลังพยายามที่จะไม่ข้องแวะหรือยุ่งเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ให้ได้มากที่สุด!
"ฮึ่บบ..." ณิชารู้สึกแปลกๆ ต่อท่าทีอันน่าสงสัยของหญิงชรา นางรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่อีกครั้ง แล้วจึงค่อยๆ เดินเข้าไปยังกระท่อมหลังนั้นอย่างช้าๆ
ก่อนที่จะเดินทางมาถึงที่นี่ ณิชาได้พบเจอกับสายตาแปลกๆ จากเหล่าศิษย์คนอื่นๆ ที่เดินสวนกันมาตลอดทาง รวมถึงได้ยินคำนินทาว่าร้าย ที่บ้างก็ดูเหมือนจะตั้งใจและไม่ตั้งใจให้นางได้ยิน
แต่เสียงคำพูดเ่าั้ทั้งหมดต่างก็สื่อไปในทิศทางเดียวกัน...ล้วนแต่เป็เื่ราวในด้านลบสำหรับนางทั้งสิ้น แต่ณิชาก็มิได้สนใจคำพูดไร้สาระเ่าั้
นางไม่มีเวลามาใส่ใจกับเื่หยุมหยิม ปัญหาใหญ่หลวงของนางยังคงมีอีกมากมายที่ต้องครุ่นคิดและหาทางแก้ไข
"เข้ามาสิ..." เสียงใสกังวานดังออกมาจากภายในกระท่อม เสียงนี้ฟังกี่ครั้งก็ยังคงไพเราะและน่าฟังสำหรับณิชาเสมอ...เป็เสียงของาุโนักบุญมทินานั่นเอง
ณิชาค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปด้านใน แล้วก็ต้องรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่ได้เห็น! กระท่อมหลังนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬารอย่างไม่น่าเชื่อ!
ตอนที่นางยืนอยู่ด้านนอกนั้น นางเห็นว่ากระท่อมหลังนี้มีขนาดเล็กพอๆ กับห้องนอนห้องหนึ่งในบ้านปกติทั่วไปเท่านั้น
แต่พอได้ก้าวเข้ามาด้านใน สิ่งแรกที่นางได้พบเจอก็คือห้องโถงรับแขกขนาดใหญ่! มีทั้งเตาผิง โต๊ะ เก้าอี้ โคมเทียนแขวน และเครื่องเรือนอื่นๆ ที่ดูหรูหราและราคาแพงอีกมากมาย!
ตรงที่นั่งนั้นมีหญิงสาวสองนางกำลังนั่งจิบชาและกินขนมกันอยู่ พวกนางมองมาทางณิชาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้
"นี่ๆ! เ้าใช่ชื่อณิชาหรือไม่?" เสียงของเด็กสาวที่ดูจะมีวัยไล่เลี่ยกับนางดังขึ้นจากเบื้องหน้า
ณิชาหันหน้าไปตามเสียง ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้านางั้แ่เมื่อใดก็ไม่ทราบ
นางกำลังจ้องมองณิชาด้วยแววตาที่ใสแจ๋วราวกับลูกแก้ว! ผมสีแดงเพลิงอันโดดเด่นของนางและดวงตาที่กลมโตนั้นช่างน่ามองยิ่งนัก!
สาวผมแดงคนนี้เป็หนึ่งในสองคนที่ณิชาเห็นนั่งอยู่ตรงโซฟาเมื่อครู่นี้ แต่ไม่รู้เลยว่านางมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านางได้ั้แ่ตอนไหน!
"ใช่ ข้าชื่อณิชา" นางตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับกำลังทักทายเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนใหม่
"หืมม... อาจารย์บอกให้พวกเราพาเ้าไปสำรวจสถานที่ต่างๆ ในกระท่อมน่ะ เออ...ข้าชื่อรุจีนะ ส่วนคนที่นั่งเงียบๆ อยู่นั่นน่ะชื่อมาริน นางค่อนข้างจะแปลกอยู่นิดหน่อย ไม่ค่อยชอบคุยกับใครเท่าไหร่หรอก...นอกจากข้าน่ะนะ" รุจีกล่าวแนะนำตัวอย่างเป็กันเอง
ณิชาหันไปมองมารินด้วยความสนใจ นางเห็นสาวผมสีฟ้าคนนั้นกำลังนั่งกินขนมและจิบชาอย่างสบายอารมณ์
ก่อนที่มารินจะยกหนังสือเล่มหนาขึ้นมาบดบังสายตาของณิชาที่กำลังมองมาทางนางอย่างจงใจ
ถัดออกไปมีโต๊ะแท่นยาวสำหรับต้อนรับที่ดูสวยงามโอ่อ่าตั้งอยู่ ในนั้นมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่กำลังนั่งเขียนเอกสารบางอย่างอยู่ด้วยท่าทีขะมักเขม้น
ที่มุมห้องทั้งสองด้าน มีประตูอยู่ด้านละหนึ่งบาน ่ระหว่างเตาผิงกับโต๊ะแท่นยาวนั้นมีบันไดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ตรงบริเวณครึ่งชั้นของบันไดจะแตกแขนงออกเป็บันไดทางขึ้นที่เล็กกว่าเดิม แยกออกไปทางซ้ายและขวา
ตรงทางแยกซ้ายขวานั้นมีรูปสัญลักษณ์ของเทพธิดาผู้ถือดาบสองข้างไขว้ตัดกันเป็รูปกากบาทแขวนประดับอยู่ ด้านล่างของรูปสัญลักษณ์นั้นมีอักษรที่สลักเสลาอย่างงดงามและเห็นได้อย่างเด่นชัดเขียนไว้ว่า 'ลิขิต์'
"อา...กว้างใหญ่เกินไปแล้ว..." ณิชาอดที่จะอุทานออกมาเบาๆ ไม่ได้ นางตะลึงไปกับความหรูหราอลังการของห้องโถงแห่งนี้
รุจีอธิบายว่ากระท่อมหลังนี้เป็สมบัติมิติของท่านอาจารย์ ที่ทำให้พื้นที่ด้านในนั้นกว้างขวางอย่างไม่สมเหตุสมผล!
ตอนที่นางได้ก้าวเข้ามาในนี้เป็ครั้งแรก นางก็ตื่นตะลึงไม่ต่างอะไรไปจากณิชาในตอนนี้เลย รุจีเลยอดที่จะขำออกมาเบาๆ ไม่ได้เมื่อได้เห็นณิชาทำท่าทางตื่นตะลึงเหมือนกับนางในครั้งก่อนไม่มีผิด
ท่านอาจารย์มทินานั้นค่อนข้างจะเป็คนลึกลับและเก็บตัว ศิษย์ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในกระท่อมมิติแห่งนี้ได้จึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
หากรวมณิชาเข้าไปด้วยก็กลายเป็สี่คนพอดี จริงๆ แล้วศิษย์ในสังกัดของาุโนักบุญมทินานั้นมีจำนวนมากกว่านี้มากนัก แต่เด็กสาวทั้ง สี่คนนี้ (รวมณิชาด้วย) คือผู้ที่เป็แกนนำและคอยสั่งการเหล่าศิษย์ที่อยู่ด้านนอกวิหารอีกทีหนึ่ง
จากที่ได้เดินสำรวจไปพร้อมกับพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันไปนั้น ทำให้ณิชาได้รู้จักกระท่อมหลังนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ณ ชั้นแรกแห่งนี้
นางได้รู้ว่ารุจีกับมาริน ที่เพิ่งจะเข้ามาก่อนนางได้ไม่นาน
สักพักใหญ่ๆ รุจีก็พาณิชาไปแนะนำให้รู้จักกับรุ่นพี่ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะแท่นยาว
ณิชาเดินเข้าไปทำความเคารพอย่างนอบน้อม รุ่นพี่คนนั้นก็เพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ เท่านั้น
"ข้าชื่อ เชียร์ร่า ข้าเป็คนวางแผนของเหล่าศิษย์ทั้งหมด ข้าจะทำหน้าที่แจกจ่ายภารกิจให้แก่แต่ละคน"
หญิงสาวผู้มีผมสีทองอ่อนๆ และหน้าตาที่ไม่เหมือนคนในท้องถิ่น เอ่ยตอบณิชาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวกับเป็เครื่องจักรกล
เชียร์ร่าสวมแว่นตาสีดำเงยหน้าขึ้นมามองณิชาเพียงชั่วครู่ แว่นตาของนางกำลังจะไหลเลื่อนลงมาบนสันจมูกโด่งของเธอ ทำให้นางต้องรีบใช้นิ้วชี้ข้างขวาของตนดันกรอบแว่นกลับขึ้นไป
ดวงตาของนางที่อยู่หลังเลนส์แว่นนั้นมองขึ้นมาดูณิชาโดยปราศจากแว่นตากั้น เชียร์ร่าขมวดคิ้วและเม้มปากเล็กน้อย สีหน้าของนางดูเหมือนจะแสดงออกถึงความหงุดหงิดหรือไม่พอใจอยู่บ้างที่ณิชาเอาแต่จ้องมองนางนานจนเกินไป
"อ๊ะ! แย่แล้ว!" รุจีเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะไม่ดีเสียแล้ว นางจึงรีบออกมาขัดจังหวะ แล้วเข้ามาเผชิญหน้ากับเชียร์ร่าแทนณิชาในทันที
"ท่านพี่เชียร์ร่าเ้าขา...เอ่อ...แล้วกำไลมิติของณิชาล่ะเ้าคะ?" รุจีรีบพยายามเปลี่ยนเื่คุยอย่างรวดเร็ว
"สักครู่" เชียร์ร่าพยักหน้า
หลังจากนั้นไม่นาน เชียร์ร่าก็ทำบางสิ่งบางอย่างกับอุปกรณ์บนโต๊ะของนาง แล้วจึงยื่นกำไลอันหนึ่งมาให้ณิชา รุจีรับมาก่อนจะส่งต่อให้ณิชาสวมใส่ แล้วจึงเริ่มอธิบายเื่กำไลให้ฟัง
"เอานี่! กำไลมิติของเ้าล่ะ มันมีหน้าที่หลายอย่างเลยนะ ไม่ว่าจะเป็การยืนยันตัวตนของเ้า เป็ช่องเก็บของมิติ หรือแม้แต่สามารถใช้ทำธุรกรรมหลายๆ อย่างผ่านกำไลตัวนี้ได้ด้วย " รุจีอธิบายอย่างคล่องแคล่ว
กำไลอันน่าทึ่งนี้ทำให้ณิชาต้องอึ้งไปอีกครั้ง! นางรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองนั้นได้หลุดมาจากยุคสมัยโบราณที่แสนจะล้าหลัง!
ต้องรู้เสียก่อนว่า แม้แต่ตระกูลชนชั้นสูงที่ยิ่งใหญ่อย่างตระกูลวรกุลนั้น การจะทำการเช็คชื่อคนเข้าออกตระกูลยังต้องใช้วิธีการจดบันทึกและใช้ตราสารที่ทำจากกระดาษอยู่เลย!
ราวกับจะรู้ใจของณิชา รุจีจึงได้อธิบายให้นางฟังต่ออีกว่า เมือง 896 นั้นมีระดับอารยธรรมที่ค่อนข้างจะด้อยพัฒนา แต่กลับถูกเ้าเมืองคนปัจจุบันปกปิดข่าวสารจากโลกภายนอกเอาไว้
ดังนั้นทั่วทั้งเมืองอารยธรรมจึงยังคงล้าหลังอยู่อย่างมาก แต่สำหรับวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นแตกต่างออกไป เพราะวิหารหลักนั้นตั้งอยู่ในเมืองหมายเลข 1 อันเป็ศูนย์กลางของอารยธรรม
แต่ก็จะมีสาขาต่างๆ ตั้งอยู่ที่เมืองอื่นๆ ด้วย อย่างเช่นที่พวกนางกำลังอยู่นี้ก็คือ วิหารศักดิ์สิทธิ์ สาขา 896 นั่นเอง
อุปกรณ์บางอย่างที่ล้ำสมัยนั้น วิหารหลักจะทำการแจกจ่ายมาให้ทางสาขาต่างๆ ได้ใช้งานด้วย ทำให้อารยธรรมและความทันสมัยของอุปกรณ์ในวิหารกับนอกวิหารนั้นค่อนข้างจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
"ที่ประตูทางด้านซ้ายนั่นจะเป็ห้องพักนะณิชา เ้าสามารถเอากำไลไปแตะตรงประตูได้เลย ห้องของเ้าคือหมายเลข 4…"
“…ส่วนประตูทางด้านขวานั้น จะเป็ห้องฝึกตน ที่นั่นจะมีการไหลเวียนของพลังเวทย์ที่เข้มข้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระดับของห้องแต่ละห้อง เ้าจะต้องทำภารกิจเพื่อสะสมแต้มสำหรับใช้ในการเข้าห้องฝึกฝนเ่าั้นะ"
เชียร์ร่าพูดอธิบายอย่างต่อเนื่องด้วยความรวดเร็ว โดยมิได้สนใจเลยว่าณิชาจะฟังทันหรือไม่
โชคยังดีที่รุจิช่วยอธิบายซ้ำให้อีกครั้ง เพราะณิชาเกิดอาการงงงวยกับสิ่งที่เชียร์ร่าพูดเมื่อครู่ นางยังตามไม่ทันและเข้าใจได้ไม่หมดจริงๆ
"ขอบใจเ้ามากนะ" ณิชาก้มศีรษะขอบคุณเชียร์ร่า แล้วจึงหันมาขอบคุณรุจิอีกครั้ง
นางรู้สึกขอบคุณรุจิจากใจจริงที่ค่อยๆ อธิบายให้นางฟังอย่างใจเย็น นางยังตามเื่ราวต่างๆ ไม่ค่อยจะทัน มีคำศัพท์หลายอย่างที่นางเพิ่งจะได้ยินเป็ครั้งแรกอยู่หลายคำเลยทีเดียว
"รุจิ...พาณิชาขึ้นมาพบข้าเดี๋ยวนี้" เสียงอันนิ่มนวลที่ฟังแล้วรู้สึกสบายใจอย่างประหลาดดังขึ้นจากชั้นบน เสียงนี้เป็ของเ้าของกระท่อมหลังนี้นั่นเอง...าุโนักบุญมทินา