บทที่ 7 แหวนดอกบัว
จื่อเชียนเกอเบิกตากว้าง โลกใบนี้ช่างน่าอัศจรรย์ แม้แต่ดอกไม้ก็ยังพูดได้ เธออดกลืนน้ำลายไม่ได้จึงถามด้วยความกังวลใจ “เ้า เ้าพูดได้? เมื่อครู่ผู้ที่พูดกับข้าคือดอกไม้นี่น่ะหรือ?”
กลีบสีขาวของดอกบัวสะบัดเบาๆ อย่างไม่พอใจ “ก็ข้านี่แหละที่พูดกับเ้า ข้าคือิญญาของแหวนวงนี้ ทำไมเ้าถึงเพิ่งฝึกถึงขั้นชี่อสวียนระดับ 1 ได้เนี่ย? อ่อนแอเกินไปแล้วนะ ข้ารอเ้ามานานมากเลยรู้หรือไม่?”
“เอ่อ หมายความว่ายังไง?” จื่อเชียนเกอถามอย่างสงสัย
ดอกบัวไม่ได้ปิดบังความรังเกียจเลยสักนิด ยังกล่าวอย่างเ็าว่า
“เ้าโง่ แหวนดอกบัวเช่นข้าเป็ของวิเศษแห่งทวีปเซิ่งเทียนมาั้แ่พันปีก่อนเชียวนะ เ้าของคนก่อนถูกพายุมิติพัดพาไปยังโลกของเ้า โลกนั้นไม่มีพลังิญญาเลย
แหวนวิเศษก็เลยกลายเป็ของไร้ค่า ได้แต่ถูกเก็บรักษาไว้เหมือนสมบัติที่สืบทอดกันมา หลังจากเ้าตาย แหวนดอกบัวก็ดูดซับเืของเ้า ยอมรับเ้าเป็นาย นำิญญาของเ้ามาเกิดใหม่ที่นี่
แหวนดอกบัวจะปรากฏก็ต่อเมื่อเ้าฝึกฝนพลังิญญาจนถึงขั้นชี่อ เสวียนระดับ 1 ว่าแต่เ้ามาที่ทวีปเซิ่งเทียนได้ปีกว่าแล้ว ทำไมเพิ่งฝึกถึงขั้นชี่อเสวียนระดับ 1 ล่ะ? นายที่แหวนดอกบัวเลือกควรจะมีพร์ ไม่ใช่คนไร้ค่าเช่นนี้สิ”
หลังจากฟังดอกบัวเล่าจบ จื่อเชียนเกอก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง “ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว ปราการดอกบัวมีสมบัติที่สืบทอดกันมาจริงๆ แถมยังเป็แบบนี้อีก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบรรพบุรุษถึงหาไม่เจอ”
ดอกบัวพูดอย่างเย่อหยิ่ง “ใช่แล้ว โลกของเ้าไม่มีพลังิญญา ฝึกฝนตนเองไม่ได้ แน่นอนว่าต้องหาไม่เจออยู่แล้ว”
จื่อเชียนเกอลูบดอกบัวสีขาวเล็กๆ ตรงหน้าด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ หัวเราะพลางกล่าวว่า
"ฮี่ๆ ดอกไม้น้อย ขอบเ้ามากนะที่พาข้ามาที่นี่ ร่างกายที่เกิดใหม่นี้อ่อนแอมากเกินไป ตลอดหนึ่งปีนี้อาจารย์ให้ข้าฝึกร่างกายให้แข็งแรงก่อน วันนี้เพิ่งจะเริ่มฝึกฝนตนเองอย่างเป็ทางการ"
ดอกบัวขาวสั่นกลีบดอกอย่างไม่พอใจ "อย่าเรียกข้าว่าดอกไม้น้อยนะ ฟังดูแย่มาก!"
จื่อเชียนเกอไม่คิดว่าดอกบัวขาวจะมีสติปัญญาสูงส่งขนาดนี้ แถมยังมีนิสัยเย้อหยิ่งอีก จึงพูดหยอกล้อว่า "อ้าวเหรอ? ถ้าเช่นนั้นเ้ามีชื่อว่าอะไรล่ะ?"
ดอกบัวขาวแค่นเสียงเ็า เสียงใสๆ แบบเด็กๆ แต่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย "ข้าไม่มีชื่อ เ้าตั้งให้ข้าก็ได้ แต่อย่าให้มันฟังดูแย่ก็พอ"
จื่อเชียนเกอััได้ถึงความรู้สึกของดอกไม้น้อย ทำให้ใจเธอรู้สึกะเืใจ แม้จะเป็ิญญาของแหวนดอกบัว แต่ที่ผ่านมามันก็ต้องอยู่โดดเดี่ยวในแหวนมาเกือบพันปี ไม่มีแม้แต่เพื่อนคุยด้วย
เธอรู้สึกสงสารจึงยื่นนิ้วเรียวออกไปลูบกลีบดอกของมันเบาๆ อย่างอ่อนโยน ก่อนจะเสนอชื่อว่า "เ้าเป็ดอกบัว เช่นนั้นข้าเรียกเ้าว่า ฮั่นตั้นเป็อย่างไร?"
"อืม ก็ได้ ต่อไปนี้ก็เรียกข้าว่าฮั่นตั้นแล้วกัน" ฮั่นตั้นน้อยส่ายกลีบดอกเป็เชิงพอใจ
เมื่อคนกับดอกไม้ทำความคุ้นเคยกันแล้ว จื่อเชียนเกอก็หายจากอาการตกตะลึง และมองสำรวจพื้นที่อันน่าพิศวงนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฮั่นตั้นรู้สึกประทับใจในตัวเ้านายคนใหม่นี้อยู่บ้าง จึงอาสาพาไปชมและแนะนำส่วนต่างๆ ภายในแหวนดอกบัว
ไม่ไกลออกไปเป็สระบัวกว้างใหญ่ ดอกบัวสีขาวแซมชมพูบานสะพรั่งงดงามจับตา กลางสระบัวมีตำหนักหลังหนึ่งตั้งอยู่
ผนังสีเขียวสลักลวดลายดอกบัวต่างๆ ที่ดูมีชีวิตชีวา เห็นได้ชัดว่าเ้าของคนแรกของของวิเศษชิ้นนี้ต้องโปรดปรานดอกบัวมากเป็พิเศษ
เมื่อเดินเข้าไปกลางทะเลสาบ จื่อเชียนเกอก็ค่อยๆ ผลักประตูตำหนักที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงความสูงศักดิ์ออก สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือรูปปั้นหินที่ดูมีชีวิตชีวา
รูปปั้นหญิงสาวงามล่มเมืองผู้หนึ่ง ใบหน้าหมดจดงดงาม ดวงตาดุจน้ำในฤดูใบไม้ร่วง แววตาอ่อนโยนอ่อนหวาน มุมปากปรากฏรอยยิ้มละมุนละไม
นางสวมชุดยาวสีขาวแซมชมพู บนศีรษะประดับปิ่นปักผมรูปดอกบัว ในมือถือดอกบัว มองจื่อเชียนเกออย่างเงียบงัน
ถ้าไม่แน่ใจว่านี่เป็เพียงรูปปั้นเธอคงคิดว่านี่คือเทพธิดาที่จุติลงมายังโลกมนุษย์เป็แน่
ฮั่นตั้นบินวนรอบรูปปั้นหลายรอบ ก่อนจะร่อนลงบนไหล่ของรูปปั้น กลีบดอกของมันคลอเคลียใบหน้าของรูปปั้นอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วจึงแนะนำด้วยความภาคภูมิใจว่า “นี่คือผู้สร้างแหวนดอกบัว และเป็ผู้สร้างิญญาิญญาศาสตราขึ้นมา นางสั่งให้ข้าดูแลรักษาแหวนดอกบัวนี้ให้ดี ส่วนตำหนักนี้ นางก็สร้างไว้เพื่อมอบเป็ของขวัญแก่ผู้มีวาสนาในภายภาคหน้า ภายในมีทั้งสวนสมุนไพริญญา สวนอสูร ห้องปรุงยา ห้องหลอมอาวุธ ห้องฝึกยุทธ์ หอสมบัติ ห้องฝึกตน ห้องพักผ่อน และห้องอาบน้ำ…”
จื่อเชียนเกอตั้งใจฟังคำบรรยายของฮั่นตั้น ความตื่นตะลึงในใจนั้นยากจะหาคำใดมาบรรยายได้ สิ่งที่นางทึ่งที่สุดก็คือจินตนาการอันล้ำเลิศของผู้สร้างแหวนดอกบัววงนี้นี่เอง
สวนสมุนไพริญญาและสวนอสูรนั้นเปรียบเสมือนระบบเร่งการฝึกตน ภายในสวนสมุนไพริญญายังแบ่งออกเป็สามส่วน ส่วนนอกสุดเป็สวนยาสามัญ สามารถเพาะปลูกพืชสมุนไพรได้เกือบหมื่นชนิด
เมื่อนำสมุนไพรจากภายนอกมาปลูกในสวนหนึ่งต้น จะได้รับหนึ่งคะแนน ส่วนกลางเป็สมุนไพริญญาชั้นสูง หนึ่งต้นจะได้รับห้าสิบคะแนน มีสมุนไพริญญาเกือบพันชนิด
ส่วนในสุดเป็โอสถศักดิ์สิทธิ์ ล้วนเป็สมุนไพริญญาที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากทวีปเป่ยเซิ่ง หรือไม่ก็มีอสูรระดับเก้าคุ้มครองอยู่
โอสถศักดิ์สิทธิ์หนึ่งต้นจะได้รับหนึ่งพันคะแนน คะแนนสะสมสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็พลังปราณที่ส่งตรงเข้าสู่ตันเถียนของผู้ได้ นี่มันโกงกันเห็นๆ ชัดๆ เลยนี่นา
ภายในสวนอสูรนั้นแตกต่างจากสวนสมุนไพริญญา สวนอสูรมีลักษณะคล้ายพีระมิด แบ่งออกเป็เก้าชั้น ชั้นแรกเป็อสูรระดับหนึ่ง ไล่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นเก้าเป็อสูรระดับเก้า
อสูรที่ปรากฏในสวนอสูรนี้ไม่ใช่สัตว์อสูรจริงๆ แต่เป็เพียงร่างิญญา ทว่าพลังต่อสู้และร่างกายกลับเหมือนของจริงทุกประการ
ช่างเป็เื่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง เทียบได้กับเทคโนโลยีล้ำยุคในชาติก่อนของนางเลยทีเดียว
ระบบการให้คะแนนของสวนอสูรก็ค่อนข้างน่าสนใจ เมื่อกำจัดอสูรในชั้นแรกทั้งหมด จะได้รับรางวัลหนึ่งพันคะแนน คะแนนจะเพิ่มขึ้นตามระดับชั้นที่สูงขึ้น ชั้นสองจะได้สองพันคะแนน... ชั้นสุดท้ายคือชั้นเก้า จะได้เก้าพันคะแนน
หลังจากที่ฮั่นตั้นแนะนำทุกอย่างให้จื่อเชียนเกอทราบแล้ว มันก็พาเธอตรงไปยังหอฝึกยุทธ์ทันที
ชั้นหนังสือรอบห้องฝึกยุทธ์เต็มไปด้วยคัมภีร์โบราณ ส่วนกลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนโต๊ะมีเพียงคัมภีร์เล่มเดียวชื่อว่า "บัวเริงระบำเก้าชั้นฟ้า"
จื่อเชียนเกอยกคิ้วขึ้น ผู้สร้างแหวนดอกบัวผู้นี้ช่างพิเศษจริงๆ แม้แต่คัมภีร์ยุทธ์ก็ยังเกี่ยวข้องกับดอกบัว เธอค่อยๆ เปิดหน้าแรก ตัวอักษรในคัมภีร์ก็หายวับไปในทันที กลายเป็แสงสีขาวพุ่งเข้ามายังหว่างคิ้วของเธอ
เธอหลับตาลงอย่างรวดเร็วเพื่อรับการถ่ายทอดวิทยายุทธ์ ครู่หนึ่งต่อมา หลังจากที่เรียบเรียงวิทยายุทธ์และเคล็ดวิชาในใจเสร็จแล้ว เธอก็อุทานออกมาว่า
“ช่างเป็วิทยายุทธ์ที่อัศจรรย์ยิ่งนัก! บัวเริงระบำเก้าชั้นฟ้านี้เป็วิทยายุทธ์ที่ผู้สร้างแหวนดอกบัวคิดค้นขึ้นเอง เหมาะสำหรับผู้แหวนดอกบัวเท่านั้น จึงเป็วิทยายุทธ์ที่ยากจะหาที่ใดเหมือนในโลก”
ฮั่นตั้นหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “เ้าพูดถูก มันเป็วิทยายุทธ์ที่ไม่มีที่ใดเหมือนจริงๆ พี่สาวจอมซื่อบื้อ เ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าตอนที่แหวนปรากฏขึ้นนั้นหว่างคิ้วของเ้าก็มีดอกบัวปรากฏขึ้นมาด้วยนะ”
จื่อเชียนเกอชะงักไป “หือ?”
ฮั่นตั้นหยิบกระจกออกมาจากที่ไหนสักแห่งแล้วส่งให้เธอ พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ลองดูเองสิ”
จื่อเชียนเกอมองตัวเองในกระจก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย “ทำไมถึงเป็เช่นนี้ได้ล่ะ?”
ฮั่นตั้นบินวนไปรอบๆ ก่อนจะมาเกาะอยู่บนศีรษะของนาง มันส่ายกลีบดอกไปมาพร้อมกับอธิบายว่า
“นี่เป็สัญลักษณ์ที่แสดงว่าแหวนดอกบัวยอมรับเ้าแล้ว”
จื่อเชียนเกอมองอยู่นาน แล้วก็ยิ้มออกมา เอาเถอะ ลายดอกบัวที่หว่างคิ้วนี้ก็สวยดีเหมือนกันนะ ดูงดงามและมีชีวิตชีวา
หลังจากที่ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยามทำความเข้าใจกับตำราในหอฝึกยุทธ์คร่าวๆ แล้ว เธอก็เดินไปยังห้องฝึกตน แล้วเริ่มนั่งสมาธิฝึกฝนตนเองทันที
พลังปราณภายในแหวนดอกบัวนั้นเข้มข้นมากเป็สองเท่าของโลกภายนอก ช่างเป็สถานที่ที่เหมาะแก่การฝึกตนเสียจริงๆ