น้ำมันในน้ำเต้ามีอยู่แค่ราวๆหนึ่งจินครึ่งเท่านั้น ปกติใช้สำหรับงานเลี้ยงเล็กๆ ก็พอได้แต่สำหรับงานใหญ่ที่มีโต๊ะจัดเลี้ยงหลายโต๊ะแบบวันนี้ น้ำมันแค่นี้ไม่พอแน่นอน
สะใภ้สามบอกชัดเจนแล้วว่าวันนี้จะทำอาหารโดยใช้น้ำมันที่มีในน้ำเต้าเท่านั้น
เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้เสมอดังนั้นจึงไม่มีใครว่าอะไร
หูหลันเยวี่ยมองสะใภ้สามด้วยสายตายากจะคาดเดาแล้วก็เริ่มลงมือทำอาหารของตัวเอง
เมนูแรกที่หูหลันเยวี่ยจะทำคือเต้าหู้ผัดแบบบ้านๆ
ตอนนี้จ้าวหงเหมยกับถิงถิงได้หั่นเต้าหู้ตามที่หลันเยวี่ยบอกไว้เรียบร้อยเครื่องปรุงอื่นๆ ก็เตรียมไว้เกือบหมดแล้ว
เต้าหู้ผัดแบบบ้านๆถือเป็นอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่นแต่ชื่อเสียงและระดับชั้นก็ยังเทียบไม่ได้กับเต้าหู้ทรงเครื่อง
ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงอาหารพื้นเมืองบางอย่างก็หาทานไม่ได้ในชนบท
ชาวไร่ชาวนาเพิ่งจะแก้ปัญหาเรื่องปากท้องไปได้ไม่นานจะเอาแรงที่ไหนไปประดิดประดอยอาหารให้สวยงาม ขอแค่กินอิ่มก็พอแล้ว
วิธีทำเต้าหู้ผัดแบบบ้านๆนั้นง่ายมาก หั่นพริกหยวกเป็นชิ้นใหญ่ หั่นต้นหอมซอย สับขิงให้ละเอียดเตรียมน้ำแป้งมันไว้ หั่นเต้าหู้เป็นแผ่น ตั้งกระทะใส่น้ำมันนำเต้าหู้ลงไปทอดให้เหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักไว้ เติมน้ำมันอีกครั้งจากนั้นใส่เครื่องปรุงและเต้าหู้ที่ทอดไว้ ผัดให้เข้ากัน เติมน้ำ ใส่ผักเติมน้ำแป้งมัน และเคี่ยวต่ออีกสองนาที ก็ตักขึ้นได้
แต่ข้างกายหูหลันเยวี่ยไม่มีแป้งมันดังนั้นเต้าหู้ผัดแบบบ้านๆ ที่เธอทำจึงอาจจะไม่ถูกต้องตามสูตรดั้งเดิมสักเท่าไหร่
เมนูนี้อร่อยจริงแต่ก็เปลืองน้ำมันจริงๆ
พอสะใภ้สามเห็นหลันเยวี่ยผัดอาหารไปอย่างเดียวก็ใช้น้ำมันในน้ำเต้าไปเกือบหมดเธอก็เสียดายจนตาแทบจะถลนออกจากเบ้า
"หนูหลันเยวี่ย แกเพิ่งจะผัดไปอย่างเดียวก็ใช้น้ำมันไปเยอะขนาดนี้แล้วต่อไปอย่าใช้น้ำมันเปลืองขนาดนี้นะ" สะใภ้สามสั่งสอนหลันเยวี่ย
ตอนที่พูดแบบนี้หัวใจของเธอก็แทบจะหลั่งเลือด
หูหลันเยวี่ยมองสะใภ้สามอย่างไม่สะทกสะท้าน"ถ้าใส่น้ำมันน้อยไป อาหารก็ไม่อร่อยสิคะ น้ำมันในน้ำเต้านี้ต่อให้เป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ธรรมดาทั่วไปก็ยังไม่พอเลยนับประสาอะไรกับงานใหญ่แบบวันนี้ อาสะใภ้สามคะนี่เป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดอายุครบหกสิบห้าปีของคุณย่าทั้งทีถ้าผัดอาหารออกมาแล้วญาติๆ ทานไม่อร่อย อาไม่คิดว่าคุณย่าจะอับอายขายหน้าเหรอคะ?"
ไม่รอให้สะใภ้สามได้ตอบหลันเยวี่ยก็เดินเครื่องชนต่อ "ได้ยินมาว่าในงานวันเกิดของคุณย่าครั้งก่อนๆ อาสะใภ้สามจะเป็นคนทำอาหารเองแต่ผัดออกมาแล้วญาติๆ กินกันไม่ลง คนที่เรื่องมากหน่อยก็ต้องทนหิวกลับบ้านของเหลือในงานเลี้ยงเยอะแยะ สะใภ้สามก็คงไม่แบ่งให้บ้านเรากับบ้านอารองหรอกแล้วก็ไม่อยากให้ป้าใหญ่ห่อกลับบ้านด้วย ที่บ้านก็กินกันไม่หมดอากาศร้อนก็เก็บไว้ไม่ได้ ใช่ไหมคะ อาเลยเอาไปส่งบ้านฝั่งแม่หมดเลยใช่หรือเปล่า?"
ถึงแม้สิ่งที่หูหลันเยวี่ยพูดจะเกินจริงไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ผิดจากความเป็นจริงทั้งหมด
สะใภ้รองและป้าใหญ่หูที่เดิมทีตั้งใจจะมาดูละครกลับถูกหลันเยวี่ยลากเข้าไปในหลุมพรางด้วยคำพูดเมื่อครู่นี้พวกเธอยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่หลันเยวี่ยพูดมีเหตุผล
คนแรกที่กระโดดลงมาคือป้าใหญ่หูเธอชี้นิ้วผลักจมูกของสะใภ้สามแล้วตะโกนว่า "บ้านสามงานวันเกิดแม่จัดที่บ้านแก เดี๋ยวก็ขาดเกลือที ขาดน้ำมันทีแกขี้เหนียวไปเพื่อใครกัน? หรือว่าแกเอาของที่เหลือจากงานวันเกิดแม่ไปให้บ้านฝั่งแม่แกหมดแล้วล่ะ?"
สะใภ้รองที่เดิมทีไม่ถูกกับป้าใหญ่คราวนี้ก็ออกมาช่วยพูดด้วย "หลันเยวี่ยสมกับเป็นคนที่กลับมาจากในเมืองจริงๆหัวสมองดีกว่าพวกเราชาวไร่ชาวนาเยอะ บ้านสามเอ๊ยถ้าแกคิดว่าการจัดงานวันเกิดให้แม่เฒ่าที่บ้านแกทำให้แกขาดทุนปีหน้าก็มาจัดที่บ้านฉันนี่ฉันรับรองว่าจะไม่เอาน้ำมันแค่น้ำเต้าเดียวมาทำให้คนทำอาหารลำบากแบบนี้"
ญาติๆหลายคนยืนดูอยู่ตรงหน้าประตูห้องครัวตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าสีหน้าของสะใภ้สามจะดูไม่ได้ขนาดไหน
บังเอิญว่าอาสามของสกุลหูก็เดินผ่านหน้าประตูห้องครัวพอดีเขาจึงได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องครัวทั้งหมด
อาสามก็เป็นคนรักหน้าตาเหมือนกันตอนนี้เขารู้สึกเหมือนว่าหน้าตาที่ยังไม่แก่ถูกภรรยาทำให้ขายขี้หน้าไปจนไม่เหลือแล้ว
อาสามหันไปทางด้านหลังของภรรยาแล้วสั่งว่า"รีบไปเอาน้ำมันครึ่งถังที่ห้องโถงออกมาใช้ซะ!"
พอสะใภ้สามได้ยินสามีบอกให้เอาเอาน้ำมันครึ่งถังในห้องโถงออกมาเธอก็แทบจะอกแตกตาย แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งสามี
สะใภ้สามจำใจต้องเอาน้ำมันครึ่งถังในบ้านออกมาที่ห้องครัวแล้วกำชับหลันเยวี่ยซ้ำๆ ว่าจะต้องใช้อย่างประหยัดบอกว่าที่บ้านเหลือน้ำมันแค่นี้แล้ว กว่าถั่วลิสงปีนี้จะออกก็อีกนาน!
"อาสะใภ้สามวันนั้นยังบอกกับป้าสามที่ตงซานว่าน้ำมันที่เหลือจากเมื่อสองปีก่อนยังมีอยู่เกือบครึ่งถังไม่ใช่เหรอคะ?"คนที่ออกมาขัดขวางสะใภ้สามก็คือถิงถิง
ภาพลักษณ์ของถิงถิงคือเป็นคนซื่อๆดังนั้นถึงแม้ว่าเธอจะโกหก คนก็เชื่อว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องจริง
หูหลันเยวี่ยไม่รอให้สะใภ้สามได้พูดก็หัวเราะแล้วพูดต่อจากถิงถิง "จัดงานวันเกิดให้คุณย่าทั้งทีกลับยอมเอาแค่น้ำมันในน้ำเต้าออกมาอาสะใภ้สามรู้จักประหยัดอดออมขนาดนี้จะไม่รวยได้ยังไงกันคะ?"
พอเหน็บแนมสะใภ้สามเสร็จหลันเยวี่ยก็สั่งถิงถิงที่นั่งยองๆ เด็ดผักอยู่บนพื้นว่า"ฟืนในบ้านพี่ใช้ไม่ถนัดเลยเธอไปเอาฟืนที่ผ่าไว้แล้วในลานมาให้หน่อยสิ"
"ค่ะ!" ถิงถิงรับคำอย่างกระตือรือร้น
จากนั้นถิงถิงก็ออกไปขนฟืน
ถิงถิงขนฟืนมาสองรอบติดๆกัน แต่ละรอบก็ขนมาหลายมัดในไม่ช้าข้างเตาก็มีฟืนที่ผ่าเป็นท่อนยาวประมาณหนึ่งฉื่อ [1]ทั้งยังแห้งสนิทกองอยู่จำนวนหนึ่ง
ฟืนแบบนี้เผาแล้วมันสะใจจริงๆ!
โดยปกติแล้วจะมีแต่ตอนฤดูหนาวที่จุดเตาผิงในห้องโถงเพื่อผิงไฟถึงจะเผาฟืนที่ผ่าไว้อย่างเป็นระเบียบและตากไว้นานแบบนี้
ฟืนที่ผ่าอย่างเป็นระเบียบและตากจนแห้งสนิทแบบนี้ยังสามารถรวมกันเป็นมัดๆแล้วขายได้ด้วย
โดยปกติฟืนที่ทุกคนใช้เผากันก็แค่สับๆเอา ความยาวสั้นไม่เท่ากัน ความหนาบางก็ไม่เท่ากันขอแค่ใส่ในเตาแล้วติดไฟได้ก็พอแล้ว
ฟืนที่เป็นมัดๆในลานบ้านของสะใภ้สาม เธอตั้งใจจะเอาไว้ขายในอีกไม่กี่วันข้างหน้าพอเห็นถิงถิงขนเข้าไปหลายมัด สะใภ้สามก็แทบจะกระอักเลือดตาย
ในบ้านก็มีฟืนแต่เผาแล้วก็สู้ที่ถิงถิงขนมาจากลานไม่ได้
คนตาดีก็มองออกว่าหูหลันเยวี่ยแกล้งสะใภ้สามอยู่ แต่ก็ไม่มีใครออกมาช่วยเธอมีแต่ยืนมองเธอน้ำตาตกในอยู่เงียบๆ
จากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ทุกคนได้เห็นความเก่งกาจของสาวน้อยที่กลับมาจากในเมืองคนนี้
พอน้ำมันกับฟืนพร้อมหูหลันเยวี่ยก็ยิ่งลงมือทำอาหารในห้องครัวที่ค่อนข้างจะคับแคบได้อย่างเต็มที่
เต้าหู้ผัดแบบบ้านๆเมื่อครู่นี้ก็ทำให้น้ำลายสอกันแล้ว ต่อมาหูหลันเยวี่ยก็ทำปลาทอดราดซอสไก่ผัดเปรี้ยวหวาน มันฝรั่งผัดเปรี้ยวหวาน และหมูผัดวุ้นเส้นซึ่งทำให้ทุกคนต้องตื่นตะลึง
ถึงแม้ว่าเครื่องปรุงจะไม่ครบครันแต่หูหลันเยวี่ยก็ใช้เครื่องปรุงที่มีจำกัดทำอาหารแต่ละจานออกมาได้อย่างมีสีสันน่ารับประทาน
งานเลี้ยงมีอาหารจัดใส่จานสี่อย่างและจัดใส่ชามอีกแปดอย่างรวมทั้งหมดสิบสองอย่าง
วัตถุดิบทั้งหมดมาจากตลาดในชนบทหรือไม่ก็ปลูกเองในสวนผัก ประเภทอาหารมีน้อย ถ้าจะทำอาหารให้ครบสิบสองอย่างก็จะต้องนำวัตถุดิบบางอย่างมาใช้ซ้ำ
ยกตัวอย่างเช่นเต้าหู้หูหลันเยวี่ยใช้ทำอาหารจานร้อนอย่างเต้าหู้ผัดแบบบ้านๆ ไปแล้วต่อมาก็เอาเต้าหู้มาคลุกเคล้ากับแตงกวาและเครื่องปรุงต่างๆ เช่น พริกหอมทำเป็นยำเต้าหู้ มาทำเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย
เมื่อครู่นี้ทำไก่ผัดเปรี้ยวหวานไปแล้วยังไม่ได้เอาเนื้อไก่มาใช้ให้หมด ดังนั้นเมนูต่อมาหูหลันเยวี่ยจึงทำไก่ผัดพริก
ส่วนเนื้อปลาตอนแรกก็เอาไปทอดราดซอส จากนั้นก็เอาไปผัดเปรี้ยวหวานต่ออีกจาน
ในที่สุดก็ทำอาหารให้ครบสิบสองอย่างได้
เมื่อก่อนตอนที่สะใภ้สามเป็นคนทำอาหารเธอจะทำทุกวิถีทางให้ประหยัดน้ำมัน แต่หูหลันเยวี่ยกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามเด็กสาวทำทุกวิถีทางให้เปลืองน้ำมัน
น้ำมันเกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู ในที่สุดก็หมดเกลี้ยงทำให้สะใภ้สามแทบจะร่ำไห้กอดถังน้ำมันที่มีแต่กากเหลือไว้
เชิงอรรถ
[1]ฉื่อ (尺) หน่วยวัดของจีน1 ฉื่อ เท่ากับ ประมาณ 23 เซนติเมตร