บทที่ 10 เสียจูบ
เสียงนกกระจิบส่งเสียงร้องเจี้ยวจ้าว แสงแดดสาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามาที่ห้องนอนเสียงสาวใช้ที่หัวเราะคิกคักทำให้หนานลี่รู้สึกตัว นางรู้สึกหนักหัวที่แทบจะะเิออกมานางค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็พบกับห้องที่นางคุ้นเคย นางหลับตาและขยี้ตาพร้อมลืมตาดูอีกครั้งก็พบว่านางเห็นเป็ห้องของตนเองที่อยู่ในจวนอ๋อง นางรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งจ้องมองรอบๆก้เห็นว่านี่มันห้องของนางจริงๆ
“จี่ซุน” หนานลี่ะโเรียกสาวใช้สุดเสียง ทำให้นางที่อยู่ด้านนอกห้องรีบเข้ามาหาคิดว่าเกิดเื่ไม่ดีขึ้น
“เพคะ เกิดอะไรขึ้นเพคะ” จี่ซุนหน้าแตกตื่นเข้ามาหาหนานลี่ทันที
“นี่ข้ากลับมาที่จวนของท่านอ๋องได้อย่างไร ข้าจำได้ว่าข้าให่้เ้าพากลับไปที่โรงเตี้ยมมิใช่หรืออย่างไร” หนานลี่ใช้มือกุมที่หัวของตนเองเพื่อคิดย้อนกลับไปก่อนที่จะหมดสติไป
“ใช่เพคะ แต่ทว่าเมื่อหม่อมฉันพาพระชายาออกมาก็พบกับท่านอ๋องที่หน้าหอคณิกา จากนั้นท่านอ๋องก็พาพระชายากลับมาที่นี่แต่หม่อมฉันไม่รู้ว่าพระชายาหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ เพราะพระชายานั่งม้ามากับท่านอ๋องเพคะ อีกอย่างเมื่อคืนนี้ท่านอ๋องอุ้มพระชายามาที่ห้องอีกต่างหากพระชายาจะหย่ากับท่านอ๋องจริงๆเหรือเพคะ หม่อมฉันว่าท่านอ๋องก็ดูเป็ห่วงพระชายาเป็อย่างมากนะเพคะ”
เมื่อได้ยินคำพูดที่อออกมาจากปากของจี่ซุนสมองของหนานลี่ก็เริ่มนึกย้อนไป ใช่แล้วนางจำได้ว่าเจอโม่อี้หลานอยู่หน้าหอคณิกาต่อจากนั้นนางก็จำอะไรไม่ได้เลย
“โอ๊ย!! อยากจะบ้าตาย ไม่น่าดื่มไปเยอะเลย ข้าจำอะไรไม่ได้สักอย่าง นี่จี่ซุนข้าได้เอ่ยอะไรแปลกๆไปหรือไม่”
“ก็ไม่นะเพคะ พระชายาคงจะปวดหัวหม่อมฉันจะนำยาแก้พิษสุรามาให้นะเพคะ" หนานลี่พยักหน้าให้จี่ซุนพร้อมตบหน้าตัวเองเบาๆหลายครั้ง
“อ๊ายยย!! นี่ฉันทำอะไรลงไปบ้างนะ คงไม่ได้ทำอะไรแปลกๆกับท่านอ๋องหรอกใช่มั้ย? ไม่ได้การข้าต้องไปพบเขาเพื่อถามให้รู้เื่ไปเลย ไม่งั้นวันนี้จิตใจของฉันได้หว้าวุ่นอยู่อย่างนี้ทั้งวันแน่ๆ” หนานลี่ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงนอนไปล้างหน้าให้ชื้นใจและเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ใหม่ไม่ลืมที่จะแต่งเติมใบหน้าที่ซีดและโทรมนี่อีกด้วย เมื่อนางมั่นใจก็ได้เดินไปหาท่านอ๋องที่ตำหนักของเขา โดยไม่ได้รอจี่ซุน
นางเดินมาที่ตำหนักของท่านอ๋องครั้งนี้เมื่อสาวใช้ได้เห็นนางก็รีบบอกท่านอ๋องโดยที่ไม่ต้องให้นางได้เอ่ยบอก เพราะความกลัวจะถูกพระชายาเหมยลี่ลงโทษ
“พระชายาเหมยลี่เสด็จมาเพคะ” นางะโไปบอกด้านใน หนานลี่หันไปมองนางเพียงสายตานางก็รีบหลบสายตาทันที
หนานลี่ไม่รอให้ด้านในเปิดประตูให้แต่เป็นางเองที่เปิดเข้าไปด้วยความใจร้อน
“ท่านอ๋องข้ามีเื่จะพูดกับท่าน ตอนนี้ท่านอยู่ที่ใด” เมื่อเข้ามาที่ห้องก็ไม่พบท่านอ๋องมีเพียงสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านในรีบเข้ามาบอกพระชายา
“ทูลพระชายาบัดนี้ท่านอ๋องยังตื่นบรรทมเพคะ ”
“เหอะ ! คิดว่าข้าจะเชื่อหรืออย่างไร ได้เดี๋ยวข้าจะไปปลุกท่านอ๋องเอง ” หนานลี่คิดว่านี่ต้องเป็แผนของท่านอ๋องเป็แน่ เขาไม่อยากเจอนางจนต้องให้สาวใช้อ้างว่านอนไม่ตื่นสินะ เล่นกับใครไม่เล่น เล่นกับหนานลี่หรือ
นางเดินเข้าไปที่ห้องนอนก็พบว่าท่านอ๋องหลับอยู่บนเตียงจริงๆ แต่นางไม่เชื่อก็ได้เดินไปใกล้เตียงพร้ะโกนเสียงดังใส่เขา
“นี่หรือท่านอ๋อง หากมีผู้ร้ายเข้ามาทำร้ายท่านถึงห้อง ท่านคงไม่รู้ตัวคงได้ตายบนเตียงแน่ๆ ขนาดหม่อมฉันเดินเข้ามาเสียงดังขนาดนี้ท่านยังนอนเป็หุ่นอยู่ได้” หนานลี่ได้เอ่ยขึ้นเพื่อลองดูว่าเขานั้นแกล้งหลับจริงหรือไม่
แต่ก็ไร้การตอบกลับ นางจึงดึงปิ่นบนหัวออกมาทำท่าทางจะแทงเข้าที่หน้าอกของเขา แต่แล้วกลับถูกเขาดึงแขนของนางดึงขึ้นแตียงและนอนทับนางเอาไว้
“หึ หึ นี่เ้าคิดจะฆ่าสวามีตนเองหรือพระชายา” เขาได้มองหนานลี่ที่อยู่ใต้ร่างกายของเขา พร้อมดึงปิ่นออกจากมือของนาง
“ก็เพราะหม่อมฉันรู้นะสิว่าท่านแกล้งหลับ ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำเช่นนี้ปล่อยหม่อมฉัน หม่อมฉันจะลุกขึ้นหากคนอื่นมาเห็นหม่อมฉันอับอายเพคะ” หนานลี่รู้ว่าเขาแกล้งแต่ไม่คิดว่าเขาจะดึงนางลงมานอนข้างๆแถมยังทับนางอยู่เช่นนี้ เมื่ออยู่ใกล้ๆท่านอ๋องที่มีใบหน้าหล่อเช่นนี้มีหรือที่นางจะไม่ใจสั่น ใบหน้าของนางเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆจนถึงใบหู
“เ้าจะอับอายอันใดในเมื่อเ้าเป็พระชายาของข้า ก็ไม่แปลกที่จะใช้เวลาอยู่ร่วมเตียงด้วยกัน ” เขายิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์พร้อมลูบไล้บนใบหน้านาง ทำให้นางรีบหลบสายตาและปัดมือของเขาออก
“หยุดนะ หม่อมฉันมิใช่พระชายารองของท่าน ปล่อยเดี๋ยวนี้ที่หม่อมฉันมาหาท่านเพราะมีเื่อยากจะถาม ท่านพาตัวของหม่อมฉันกลับมาที่จวนของท่านทำไมกัน หม่อมฉันบอกท่านแล้วไงว่าจะไม่กลับมาจนกว่าท่านจะหย่าให้” โม่อี้หลานนึกอยากแกล้งนางขึ้นมาจึงได้โกหกนาง
“ก็เพราะเ้าอ้อนวอนให้ข้าพาเ้ากลับมาที่จวนของข้าเอง เื่ระหว่างข้ากับเ้าเมื่อคืนนี้เ้าจำไม่ได้เลยหรือว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง” หนานลี่หันกลับมาจ้องมองหน้าของโม่อี้หลานพร้อมเบิกตาโพรงโตอย่างใก่อนจะมองไปที่ปากของเขา ไม่ใช่ว่านางจะเผลอจูบที่ปากของเขาหรอกใช่มั้ย? นางคิดในใจก่อนที่จะหยุดความคิดนั้น
“เกิดอะไรขึ้น หม่อมฉันไม่เห็นจำได้สักนิด ท่านอย่ามาโกหกปล่อยหม่อมฉันเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นจะร้องออกไปให้คนข้างนอกช่วย”
“นี่เ้าคิดว่าที่นี่เป็ที่ใดต่อให้เ้าร้องออกไปสาวใช้ที่อยู่หน้าห้องก็คงคิดว่าเ้ากับข้ากำลังร่วมรักกันอยู่ เอาสิหากเ้าอยากให้พวกนางรู้” เขาแสยะยิ้มใส่นางอีกครั้งทำให้นางโมโหเป็อย่างมาก ใจเ้ากรรมก็เต้นแรงไม่ยอมหยุด หนานลี่จึงคิดหาทางจะหลุดออกจากอ้อมแขนของเขา นางจึงใช้หัวเข่าตามละครที่นางเคยดูกระแทกเข้าระหว่างกลางของร่างกายท่านอ๋องแต่ทว่าเขาเองก็รู้ดี จับขาของนางไว้ทัน
“นี่เ้าคิดจะทำอันใด ” หนานลี่ต้องใอีกครั้งที่ครั้งนี้เขาจับขาของนางไว้
“ข้ามิได้ทำอันใดเสียหน่อยแค่รู้สึกว่าตัวของท่านหนักเท่านั้นเอง แหะแหะ” นางฉีกยิ้มเมื่อรู้ว่าเขานั้นรู้ทันนาง
“เ้านี่เป็คนเ้าเล่ห์ั้แ่เมื่อไหร่ หากเ้าอยากรู้ว่าเมื่อคืนนี้เกิดอันใดขึ้นข้าจะทำให้เ้าได้รู้” โม่อี้หลานพูดจบก็โน้มตัวลงมาประกบจูบที่ริมฝีปากแดงระเรื่อของพระชายาเหมยลี่ ทำให้นางตกตะลึงอีกครั้ง เบิกตาโตค้างไว้ราวกับว่าเวลาได้หยุดลมหายใจติดขัด แม้จะอ่านหนังสือหรือดูซีรี่ส์มามากแต่ว่าั้แ่เกิดมาหนานลี่ไม่เคยมอบจูบครั้งแรกให้ใครสักครั้ง ทำให้นางแทบลืมหายใจ