ตอนที่40 อาหารมื้อแรกที่สเปน
“โอ้! ขอโทษด้วยค่ะ ยินดีต้อนรับสู่สเปนตาแก่ของฉันหลงลืมแบบนี้เป็นประจำเลย ฉันเองก็ไม่ได้ตรวจสอบเสียด้วยสิขอโทษอีกทีนะคะ”
คาโยหญิงวัยกลางคนผมยาวสีบลอนด์รูปร่างท้วม หน้าตาใจดีพลางยิ้มเขินที่สามีตนชูป้ายชื่อของแขกรับเชิญพิเศษผิดพลาดไปเธอเอ่ยขอโทษเสิ่นลี่อิงและน้องชายเป็นภาษาอังกฤษอย่างกังวลใจ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”เสิ่นลี่อิงตอบกลับเป็นภาษาสเปนอย่างคล่องแคล่ว
“ว้าว! คุณหนูคนสวยพูดภาษาเราได้ด้วย” อัลวาโรสามีของคาโยที่ถือป้ายชื่อผิดพลาดกล่าวชื่นชม
เขาเป็นชายวัยกลางคนผมสีบลอนด์เหมือนภรรยารูปร่างสูงใหญ่ หัวล้าน ใส่แว่นตา ท่าทางเป็นคนอารมณ์ดีเขาเอ่ยชมเสิ่นลี่อิงอย่างประหลาดใจเพราะไม่นึกว่าเด็กสาวจากจีนจะสามารถสื่อสารด้วยภาษาตนเองแทนภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วและชัดเจนแบบนี้
“ขอบคุณค่ะ”เสิ่นลี่อิงกล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาท
“พวกเราไปกันเถอะค่ะทางโรงแรมของนายท่าน.....จัดเตรียมห้องพักไว้สำหรับคุณหนูทั้งสองคนแล้ว”
คาโยชักชวนทุกคนออกเดินทางไปยังโรงแรมที่พักเพื่อให้สองพี่น้องได้มีโอกาสพักผ่อนลดอาการอ่อนเพลียจากการนั่งเครื่องบินเป็นเวลานาน
เสิ่นลี่อิงยิ้มรับการต้อนรับอันอบอุ่นจากสองสามีภรรยาเป็นอย่างดีเธอหันหน้าสบตาน้องชายอย่างเข้าใจกัน
เสิ่นลี่หยางพยักหน้ารับสัญญาณจากพี่สาวเขากวาดสายตามองรอบตัวเพื่อค้นหาต้นทางของสายตาปริศนาอีกครั้งโดยเขาพบว่าคนปริศนาตามพวกเขามายังประเทศสเปนด้วยเรียกความสนใจจากเขาให้ใส่ใจสัมผัสนั้นมากขึ้น
ระหว่างนั่งรถตู้หรูของทางรายการที่ส่งมารับสองพี่น้องเสิ่นลี่อิงทำความรู้จักสองสามีภรรยาด้วยความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
อัลวาโรทำหน้าที่เป็นผู้จัดการรายการเดอะเวิลด์เบสต์ไฮสคูลสติวเดนต์ เขาทำตามคำสั่งของชายชราอันเดรสผู้เป็นมหาเศรษฐีหนึ่งในร้อยของโลก และเป็นอภิมหาเศรษฐีอันดับสามแห่งสเปน
ชายชราอันเดรสเป็นผู้สนับสนุนหลักของทางรายการเดอะเวิลด์เบสต์ไฮสคูลสติวเดนต์ซึ่งเป็นรายการสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษของตระกูลเฟอนันโดจนถึงรุ่นของตัวอันเดรสที่ไม่มีทายาทสักคน
ส่วนคาโยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านของชายชราอันเดรสและเป็นผู้ประสานงานภายนอกให้กับชายชราอันเดรสทุกอย่างรวมถึงการได้รับหน้าที่พิเศษให้มาต้อนรับสองพี่น้อง
“คุณหนูเสิ่นถึงเวลารับรู้ความจริงในการเดินทางมารับรางวัลครั้งนี้แล้วนายท่านต้องการมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กับผู้ที่ชนะเลิศในรายการ เดอะเวิลด์เบสต์ไฮสคูลสติวเดนต์แต่ต้องผ่านเกณฑ์ทดสอบที่นายท่านเตรียมไว้”
คาโยบอกกล่าวกับเสิ่นลี่อิงเพราะคิดว่าได้เวลาเหมาะสมที่เด็กสาวจะต้องรับรู้ไว้เพื่อการเตรียมตัวให้พร้อมจึงบอกกล่าวเรื่องราวบางส่วนให้เด็กสาวได้เข้าใจสาเหตุที่ต้องเดินทางมาที่นี่เอง
“มิน่าละคะฉันถึงต้องมารับรางวัลเอง”
เสิ่นลี่อิงพยักหน้าเข้าใจเธอนึกสงสัยแต่แรกอยู่แล้วว่าทำไมทางรายการถึงได้มีการเปลี่ยนแปลงกติการับเงินรางวัลไปจากเดิมเหตุผลทั้งหมดล้วนเกิดจากเจตนารมณ์ของชายชราผู้เป็นเจ้าของรายการนั่นเอง
เธอรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่พบว่าตนมีโอกาสเป็นทายาทสืบทอดมรดกนับล้านล้านเหรียญของชายชราหากว่าตนสามารถผ่านการทดสอบที่ชายชราเตรียมไว้ซึ่งสองสามีภรรยาไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าชายชราเตรียมสิ่งใดไว้
คาโยอธิบายเรื่องทรัพย์สินที่จะกลายเป็นมรดกสำหรับเสิ่นลี่อิงให้รับรู้ไว้ล่วงหน้าคร่าวๆ ว่า
“คุณหนูเสิ่นนับว่าโชคดีมากเลยนะคะปีที่ผ่านมานายท่านไม่เคยมีแนวความคิดนี้เลย เพิ่งจะมาตัดสินใจได้ก็ปีนี้เองทั้งที่
นายท่านก็ยังแข็งแรงดีอยู่เลย แต่คงไม่อยากให้มีปัญหาในภายหลังกระมัง”
“อ๊ะ! จริงหรือคะ?จะเป็นโชควาสนาของหนูจริงไหม? คงต้องดูก่อนว่านายท่านของคุณคาโยจะทดสอบอะไรฉันบ้าง?แค่ฉันได้เงินรางวัลหนึ่งล้านเหรียญ นั่นก็ดีมากแล้วค่ะ”
เสิ่นลี่อิงอุทานอย่างตื่นเต้นทว่าเธอระงับความตื่นเต้นไว้ในทันที พลางเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่รู้สึกโลภมากแต่อย่างใด
เนื่องจากทีแรกเธอคาดหวังจำนวนเงินเพียงหนึ่งล้านเหรียญตามเงื่อนไขของผู้ชนะแต่เดิมเท่านั้นโดยไม่เคยคิดฝันที่จะคิดถึงทรัพย์สินมหาศาลที่อาจได้รับจากชายชราอันเดรสแต่อย่างใด
“ก็ไม่แน่หรอกค่ะคุณหนูเสิ่นต้องดูก่อนว่านายท่านจะทดสอบอะไร?”
คาโยพูดให้กำลังใจเสิ่นลี่อิงอย่างเอ็นดูเธอและสามี ลอบสบตากันอย่างพึงพอใจทั้งสองคนพบว่าเด็กสาวจากประเทศแถบเอเชียไม่ได้แสดงความโลภหรือกิริยาไม่เหมาะสมแต่อย่างใด
อีกทั้งเด็กหนุ่มที่มาด้วยกันก็มีมารยาทดีเรียบร้อยเป็นลักษณะของเด็กวัยรุ่นที่ได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี
ทั้งคู่คาดหวังว่าเด็กสาวจะสามารถผ่านการทดสอบได้เพราะสัมผัสได้ถึงความเป็นคนมีจิตใจดีงามหลังจากที่ได้พูดคุยกันมานานตั้งแต่ออกจากสนามบินทำให้สองสามีภรรยาสามารถวิเคราะห์ทัศนคติของเด็กสาวได้ไม่ยากเย็นนัก
คาโยและอัลวาโรส่งสองพี่น้องเข้าพักในโรงแรมหรูซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของชายชราอันเดรสโดยสองสามีภรรยานัดหมายมารับทั้งคู่อีกครั้งในรุ่งเช้าเพื่อพาเข้าไปพบชายชราอันเดรสอย่างเป็นทางการ
..........
เสิ่นลี่อิงและน้องชายพักในห้องสูทหรูขนาดใหญ่ที่มีห้องนอนย่อยอยู่ภายในพื้นที่เดียวกันมากถึงสามห้องนอนเนื่องด้วยเธอและน้องชายเป็นพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งทางอัลวาโรตั้งใจมอบห้องพักสุดหรูให้กับผู้ชนะเลิศอยู่ก่อนแล้ว
“ว้าว!เจี่ยเจีย.....พวกเขาให้เราพักห้องหรูจังเลย”
เสิ่นลี่หยางเพิ่งได้ออกจากบ้านมาต่างประเทศครั้งแรกเขาเพิ่งปรับตัวได้ไม่นานนักหลังจากที่เกร็งตัวตลอดเวลาเพราะความหวาดกลัวเครื่องบิน โชคดีที่เสิ่นลี่หยางไม่อ้วกเพราะเมาเครื่องบิน
ถึงอย่างนั้นเขาหลับยาวตั้งแต่เครื่องบินเริ่มทะยานขึ้นโดยลุกไปเข้าห้องน้ำเพียงครั้งเดียวนอกนั้นนอนยาวโดยไม่สนใจแม้แต่อาหารหรือเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
เมื่อเห็นห้องพักสุดหรูที่ทางชายชราอันเดรสจัดเตรียมไว้ให้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างมาก
“ดีแล้วแหละพวกเขาคงอยากให้เราอยู่สบาย ก่อนรับการทดสอบในวันพรุ่งนี้มั้ง”
เสิ่นลี่อิงคาดเดาว่าการทดสอบของชายชราอันเดรสน่าจะหนักหนาแน่นอนเพื่อให้สมกับทรัพย์สินมหาศาลที่เขาต้องการ
มอบให้ โดยเธอตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุดตามแนวทางของตัวเอง
หากว่าเธอโชคร้ายไม่สามารถได้รับมรดกจากชายชราแต่เธอยังได้รับเงินรางวัลหนึ่งล้านเหรียญเหมือนเดิมที่สำคัญคือเธอยังมีโอกาสได้มาท่องเที่ยวยังต่างประเทศด้วยความยินยอมจากทางโรงเรียนอีกด้วย
สรุปได้ว่าสำหรับเสิ่นลี่อิงแล้วเธอมีแต่ได้โดยไม่มีความเสียหายสักอย่างจึงไม่รู้สึกกังวลมากนักหากไม่ผ่านการทดสอบ
ทันใดนั้นมีเสียงกริ่งดังขึ้นที่หน้าห้องพักเสิ่นลี่หยางทำหน้าที่ไปเปิดประตูเพื่อเฝ้าระวังภัยให้กับพี่สาว
เขาพบว่าเป็นพนักงานโรงแรมเข็นอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากนำมาเสิร์ฟให้ถึงห้องพัก
เมื่อเขาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่าเป็นเพียงอาหารตามธรรมเนียมของประเทศสเปนและเครื่องดื่มที่ไม่พบความผิด
ปกติใดจึงสื่อสารกับพนักงานโรงแรมตามที่เคยเรียนรู้มาจากพี่สาวว่า
“โอเคเรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณมาก”
พนักงานหญิงของโรงแรมยิ้มกว้างอย่างพอใจที่ชายหนุ่มหล่อเหลาสื่อสารด้วยภาษาของเธอจึงกล่าวตอบอย่างรู้สึกดีว่า
“ไม่เป็นไรค่ะ หากมีปัญหาใดก็โทรแจ้งได้เลยนะคะ”
เสิ่นลี่หยางสื่อสารขอบคุณตอบกลับอย่างมีมารยาทเขาเข็นอาหารเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูก่อนแจ้งพี่สาวที่เดินสำรวจระเบียงนอกห้องอยู่ว่า
“เจี่ยเจียพวกเขาเอาอาหารมาให้เราถึงห้องเลย”
เสิ่นลี่อิงมองดูอาหารที่น้องชายเข็นรถเข้ามาอย่างยินดีเธอเอ่ยชวนน้องชายกินอาหารก่อนแยกย้ายไปอาบน้ำแล้วนอนพักผ่อนร่างกายว่า
“งั้นพวกเรากินเถอะเสี่ยวหยางยิ่งไม่ได้กินอะไรบนเครื่องเลยนี่ จะได้มีเรี่ยวแรงเสียหน่อยกินเสร็จแล้วพวกเราค่อยไปอาบน้ำพักผ่อนกัน”
“โอเคครับ”เสิ่นลี่หยางตอบรับอย่างเข้าใจ
จากนั้นสองพี่น้องกินอาหารประจำถิ่นของสเปนอย่างเอร็ดอร่อยไม่ว่าจะเป็นข้าวผัดสเปนที่มีกุ้งจำนวนมากวางโปะบนถาดข้าวผัดสีเหลืองหอมกรุ่นหมูหันสเปนที่เป็นหมูตัวเล็กถูกผ่าครึ่งซึกนอนแผ่บนจานเปลใหญ่
ไข่เจียวสเปนที่มีหน้าตาเหมือนพิซซาแผ่นบางโครเกตต์สอดไส้แฮมแท่งกลมขนาดเล็ก พิสโตสตูว์ผักรวมมีไข่ดาวโปะหน้าและปลาหมึกปรุงรส
อีกทั้งยังมีเครื่องดื่มเป็นน้ำผลไม้รสชาติเค็มหวานปะแล่มแต่อร่อยล้ำ
ทั้งสองคนต่างพากันกินอาหารจำนวนมากเกือบหมดเกลี้ยงก่อนที่เสิ่นลี่หยางจะเข็นรถนำอาหารที่เหลือออกไปวางทิ้งไว้นอกห้องเพื่อให้พนักงานโรงแรมนำไปเก็บกวาดต่อ
จากนั้นทั้งคู่นั่งดูโทรทัศน์ให้อาหารย่อยสักครู่ก่อนแยกย้ายไปอาบน้ำนอนเพราะต่างพากันรู้สึกง่วงโดยคิดว่าเป็นเพราะกินอาหารเข้าไปมาก
“เจี่ยเจียผมไปอาบน้ำนอนก่อนนะครับ ง่วงจังเลย.....สงสัยจะกินเยอะไปหน่อย”
เสิ่นลี่หยางหาวหวอดๆ จนเขาทนไม่ไหวจึงบอกพี่สาวตามจริง
“ไปเถอะอย่าลืมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยละ ถึงเราจะอยู่ในห้องพัก.....ก็อย่าประมาทยังไงก็ไม่ใช่บ้านเรา”
เสิ่นลี่อิงเตือนน้องชายให้แต่งกายรัดกุมเธอรู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมากะทันหันว่าตนอาจพบกับเรื่องประหลาดใจในเร็ว ๆ นี้จึงไม่ต้องการให้น้องชายทำตัวประมาทจนอาจพลาดพลั้งได้
“รู้แล้วครับ”เสิ่นลี่หยางโบกมือรับคำแนะนำของพี่สาวอย่างเข้าใจ
“ง่วงจริงด้วย.....ไปอาบน้ำดีกว่า”เสิ่นลี่อิงหาวขึ้นมาทันที เธอสะบัดหัวไล่ความง่วงก่อนเดินเข้าห้องนอนไป