เ้ายอดเขากระบี่ลอบเข้ามาในที่พักของศิษย์ตนก่อนจะเห็นว่าไป๋ซวีเมื่อกลับจากการประลองกระบี่ก็นำม้วนภาพออกมากางและนั่งจ้องมองม้วนภาพนั้นอยู่อย่างตั้งใจ
“นี่มันวิถีกระบี่ในม้วนภาพมีวิถีกระบี่แฝงไว้อยู่” สีหน้าของเ้ายอดเขากระบี่เปลี่ยนไปในฐานะเ้ายอดเขาวิถีกระบี่ของนางย่อมสูงส่งอย่างไม่ต้องสงสัยแต่วิถีกระบี่ที่แฝงอยู่ในม้วนภาพกลับเหนือกว่านางเสียอีกแถมเป็วิถีกระบี่ที่บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด
“ใครกัน”ไป๋ซวีใเมื่อััได้ถึงสิ่งผิดปกตินางจึงหันไปมองลอบๆ
เ้ายอดเขาที่ถูกจับได้จึงเปิดเผยตัวออกมานางอดที่จะตำหนิตัวเองไม่ได้ที่เผยพิรุธจนต้องขายหน้าเช่นนี้
“ท่านอาจารย์”ไป๋ซวีใ
“ศิษย์ข้าภาพนี้เ้าได้มาจากที่ได้หรือว่ามีผู้าุโบางคนชี้แนะเ้า ไม่ถูกเ้าไม่ได้ออกไปทำภารกิจนานมากแล้วไม่มีทางที่จะได้พบยอดฝีมือคนไหนและที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดหลังจากที่เ้านำทรัพยากรไปมอบให้กับฉินอวี้ซีเป็ฉินอวี้ซีงั้นเหรอ” เ้ายอดเขากระบี่กล่าวด้วยสีหน้าสงสัย
“เอ่อไม่ใช่ท่านเ้ายอดเขาฉิน ภาพนี้ข้าได้มาจากศิษย์น้องหลิงจากยอดเขาเมฆา” ไป๋ซวีรู้ว่าตนเองโกหกไปก็ไม่มีประโยชน์ด้วยนิสัยของอาจารย์อีกเดี๋ยวก็จะต้องไปเยือนยอดเขาเมฆาด้วยตัวเองอยู่ดี
“ศิษย์น้องหลิง???....ไม่ถูกสิในยอดเขาเมฆาน่าจะมีศิษย์คนเดียวแถมนางก็ไม่อยู่อ้อข้าจำได้แล้วเมื่อหลายเดือนก่อนมีข่าวลือว่าฉินอวี้ซีรับศิษย์คนใหม่มาหรือเป็เขา แต่จะเป็ไปได้ยังไง” เ้ายอดเขากระบี่กล่าว
“ข้าเองก็ไม่เข้าใจแต่ภาพที่ศิษย์น้องหลิงวาดนั้นไม่ธรรมดาไม่ใช่แค่ภาพนี้ภาพอื่นๆก็ยอดเยี่ยมมาก”ไป๋ซวีกล่าว
“หรือว่าเด็กคนนี้คือกายาเต๋าในตำนานที่ว่ากันว่าเมื่อถือกำเนิดขึ้นมาก็มีความเข้าใจในเต๋าต่างๆมากกว่าคนทั่วไป”เ้ายอดเขากระบี่กล่าวก่อนจะมองร่างชายหนุ่มในภาพวาดเคลื่อนไหวฟาดฟันกระบี่แม้จะเป็ท่วงท่าพื้นฐานของวิชากระบี่แต่กลับแฝงไว้ด้วยวิถีกระบี่อันลึกซึ้งอย่างยิ่ง
“ท่านอาจารย์หากท่านอยากได้ท่านก็ไปขอจากศิษย์น้องเองเถอะอย่าได้แย่งของข้าไปเลย”ไป๋ซวีกล่าวนี่คือสมบัติที่นางไม่อาจสูญเสียไปได้ต่อให้เป็อาจารย์นางก็ยอมยกให้ไม่ได้
“เ้าเด็กนี่คิดว่าหน้าข้าหนาขนาดที่มาแย่งสมบัติของศิษย์เลยงั้นเหรอ”เ้ายอดเขากระบี่ได้สติอดที่จะตำหนิไม่ได้แต่ในใจนางก็อยากจะนำภาพนี้ไปศึกษาอย่างมาก
“ยอดเขาเมฆาศิษย์คนใหม่ ฉินอวี้ซีเ้าไปเก็บของดีจากที่ไหนมากันแน่ไม่ได้ข้าจะต้องไปเห็นด้วยตาของตัวเองสักครั้ง” เ้ายอดเขากระบี่ตัดใจหันหลังแล้วรีบทะยานพุ่งสู่ท้องฟ้าทันที
“ฟู่!!!!”ไป๋ซวีถอนหายใจเมื่อเห็นว่าท่านอาจารย์ของนางไม่ได้แย่งภาพกระบี่ของนางไป
ในยอดเขาเมฆาหลิงหยวนที่วาดยันต์เสร็จก็เริ่มเตรียมพื้นที่ในการปลูกข้าวิญญาโดยมีพวกเสี่ยวไป๋และเสี่ยวหวงคอยู่ข้างๆ
“การปรับหน้าดินต้องใช้อุปกรณ์บางอย่างแถมเครื่องปรุงก็ใกล้จะหมดแล้วคงต้องลงจากเขาไปไปซื้อของในเมืองสักหน่อย”หลิงหยวนที่เตรียมพื้นที่เสร็จก็เดินลงจากเขาและออกไปข้างนอก
ปกติหากศิษย์จะออกไปข้างนอกต้องทำเื่ขออนุญาตเสียก่อนแต่ศิษย์สายตรงของยอดเขาทั้ง5 กลับถูกยกเว้นกฎนี้ไว้ทำไห้หลิงหยวนที่มีป้ายศิษย์สายตรงจึงลงเขาไปได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
“นี่ศิษย์คนนั้นคือใครกันทำไมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”
“ดูจากป้ายที่ห้อยอยู่น่าจะเป็ศิษย์สายตรงไม่ใช่หรือ”
“ศิษย์สายตรงเป็ไปไม่ได้คนผู้นั้นยังไม่ได้เริ่มบ่มเพาะเลยด้วยซ้ำ”
“มันจะเป็ไปได้ยังไงการเข้าสำนักอวี้ฮวาอย่างน้อยก็ต้องเริ่มดูดซับลมปราณแล้วอยู่ในขอบเขตกลั่นปราณแต่นี่เห็นได้ชัดว่ายังไม่เริ่มเลย”
“หรืออาจจะเป็ลูกหลานของผู้าุโคนไหนก็ได้”
“แต่ว่าหล่อมากจริงๆใบหน้าที่ดูอ่อนโยนท่วงท่าที่สง่างามนั่นทำให้น่ามองอย่างยิ่ง”
“นั่นสิต่อให้เป็แค่คนธรรมดาหากมีหน้าตาเช่นนี้ข้าก็ยอมดูแลเขาไปตลอดชีวิต” เหล่าศิษย์ที่เห็นหลิงหยวนเดินลงจากยอดเขาเมฆาตรงไปยังประตูสำนักก็พากันมองด้วยสีหน้าหลากหลายบางคนไม่เข้าใจ บางคนพากันสงสัย แต่บางคนกลับรู้สึกว่าหลิงหยวนนั้นน่าคบหาความรู้สึกนี้แม้แต่ชายหนุ่มก็ไม่เว้น
“ศิษย์พี่”ขณะนั้นเองมีชายหนุ่มคนหนึ่งปลุกความกล้าเรียกหลิงหยวนทันที
“เรียกข้างั้นเหรอ”หลิงหยวนกล่าวขณะหันกลับมามองชายหนุ่มที่วิ่งเข้ามา
“ใช่แล้วศิษย์พี่ข้าเห็นท่านแล้วไม่คุ้นหน้าเลยท่านมาจากยอดเขาไหนงั้นเหรอ” ชายหนุ่มกล่าวถาม
“ข้ามาจากยอดเขาเมฆาอีกอย่างอย่าได้เรียกข้าว่าศิษย์พี่เลยข้าพึ่งเข้าร่วมสำนักเรียกข้าว่าศิษย์น้องเถอะ”หลิงหยวนกล่าว
“ยอดเขาเมฆาเช่นนั้นท่านคือศิษย์สายตรงของท่านเ้ายอดเขาฉินงั้นเหรอ” ชายหนุ่มใ
“ใช่แล้ว”หลิงหยวนแปลกใจ เขามีชื่อเสียงจนคนอื่นจำได้ด้วยหรือ
“ไม่แปลกใจเลยที่ไม่เคยพบหน้า...ศิษย์น้องแต่ว่าข้าได้ยินว่าเ้าเข้ามาได้หลายเดือนแล้วเหตุใดถึง” ชายหนุ่มเผยสีหน้าสงสัยด้วยสถานะเช่นนี้การบ่มเพาะของหลิงหยวนน่าจะราบรื่นถึงจะถูก
“เป็ข้าที่ไร้พร์”หลิงหยวนี้เีอธิบายเลยกล่าวขึ้น
“เ้าล้อเล่นแล้วศิษย์น้องหากเ้าไร้พร์เ้ายอดเขาจะพาเ้ากลับมาสำนักและทำเื่ต่างๆให้เ้าได้อย่างไร”ชายหนุ่มกล่าว
“ศิษย์พี่ข้าขอถามอะไรหน่อยสิ” หลิงหยวนกล่าว
“ว่ามาได้เลยเื่ในสำนักยกเว้นความลับของสำนักข้ารู้ทุกอย่าง” ชายหนุ่มกล่าว
“ข้าอยากจะถามว่าเมืองที่อยู่ใกล้สำนักที่สุดไกลหรือไม่”หลิงหยวนกล่าว
“อืมก็ไม่ไกลนะ หากวิ่งด้วยเท้าก็น่าจะครึ่งวันถึง แต่หากใช้รถม้าก็ไม่ถึงครึ่งวัน”ชายหนุ่มกล่าว
“ครึ่งวันเลยงั้นเหรอ”หลิงหยวนค่อนข้างมั่นใจในร่างกายของตัวเองเพราะั้แ่เด็กต้องทำงานหนักขึ้นเขาลงเขาบ่อยๆทำให้ร่างกายของหลิงหยวนค่อนข้างแข็งแรงไม่น้อย
“ศิษย์น้องอยากจะไปซื้ออะไรงั้นเหรอหากเป็ของที่หาง่ายๆในสำนักก็มีขายนะเพียงแต่ต้องใช้แต้มสำนักในการแลกเปลี่ยน”ชายหนุ่มกล่าว
“ข้าอยากจะได้เครื่องปรุงและอุปกรณ์บางอย่าง”หลิงหยวนกล่าว
“เครื่องปรุงเ้าจะเอาไปทำอาหารงั้นเหรอแต่เมื่อเริ่มฝึกตนแล้วส่วนใหญ่จะทานโอสถทิพที่ช่วยให้อิ่มท้องตลอดเวลาไม่ใช่หรือยกเว้นศิษย์สายนอกอย่างพวกข้าที่ต้องกินข้าวิญญาแทนเพราะโอสถทิพมีแต่ศิษย์สายในศิษย์หลักและศิษย์สายตรงเท่านั้นที่ใช้ได้” ชายหนุ่มมองหลิงหยวนด้วยสีหน้าแปลกๆ
“ข้าชอบทานข้าวิญญามากกว่า”หลิงหยวนกล่าว
“ก็จริงข้าวิญญาเมื่อปรุงอาหารก็อร่อยมากจริงๆเช่นนั้นข้าจะพาเ้าไปซื้อของในเมืองเอง จริงสิ ข้ายังไม่ได้แนะนำตัวเลยสินะข้าชื่อต้วนจื่อ เป็ศิษย์สายนอกอยู่ขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่ 3ข้าพึ่งเข้าร่วมสำนักได้ 2 ปีเพราะฐานะยากจนเลยไม่มีการสนับสนุนจากตระกูลการบ่มเพาะถึงได้ช้าเช่นนี้” ต้วนจื่อกล่าวด้วยสีหน้าขมขื่น
“อย่างน้อยท่านก็ดีกว่าข้าส่วนข้ามีนามว่าหลิงหยวน”
“เอาละเื่นี้ช่างมันเถอะพวกเราไปกันแม้ปกติข้าจะออกไปไม่ได้หากไม่ได้รับอนุญาตแต่หากมีเ้าอยู่ก็ไม่มีปัญหา” ต้วนจื่อกล่าว
“เ้าต้วนจื่อนั่นคิดจะประจบศิษย์ของยอดเขาเมฆาหรือไง”
“เหอะคนไร้ค่าอย่างต้วนจื่อก็ประจบได้แค่คนไร้ค่าเท่านั้นแหละแม้จะเป็ศิษย์สายตรงแล้วยังไงหากความแข็งแกร่งไม่มีก็เท่านั้น”
“เ้าอย่าได้พูดเช่นนี้ต่อหน้าเ้ายอดเขาฉินเชียวเ้าไม่รู้เื่เมื่อหลายปีก่อนงั้นเหรอศิษย์จากยอดเขาเ้าสำนักเคยดูแคลนศิษย์ของเ้ายอดเขาฉินต่อหน้านางทำให้เ้ายอดเขาฉินโกรธถึงขั้นทำให้เ้าสำนักต้องออกมาห้ามด้วยตัวเองและไม่กล้าเอาความเ้ายอดเขาฉินอีกด้วยมีข่าวลือว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนางอาจจะเหนือเ้าสำนักเสียอีก” ศิษย์สายในคนหนึ่งกล่าว
“เป็ไปไม่ได้หากนางแข็งแกร่งขนาดนั้นทำไมไม่เป็เ้าสำนักเสียเองเลยละ”
“เ้าโง่ยอดฝีมือที่แท้จริงมักจะชอบซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้คนประเภทนี้น่าหวาดกลัวกว่าพวกที่ชอบโอ้อวดเสียอีก”ศิษย์สายในอีกคนเย้ยหยัน
ศิษย์คนอื่นๆที่ได้ยินก็พากันมองหน้ากันด้วยแววตาเปลี่ยนไปพวกเขาเคยได้ยินแค่ชื่อเสียงเื่ความงดงามของฉินอวี้ซีเท่านั้นแต่ไม่เคยได้ยินเื่ความแข็งแกร่งของนางเท่าไหร่เพราะปกตินางจะไม่ลงมือง่ายๆยกเว้นแต่จะมีคนไปหาเื่นางหรือศิษย์ของนาง
หลิงหยวนและต้วนจื่อผ่านประตูสำนักไปเมื่อเห็นว่าที่เอวของหลิงหยวนมีป้ายศิษย์สายตรงคนเฝ้าประตูก็ไม่ได้ถามอะไรและปล่อยไปส่วนต้วนจื่อก็แกล้งทำตัวเหมือนผู้ติดตามหลิงหยวนทำให้ไม่ถูกห้ามเช่นกัน
“ฮ่าฮ่า นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้ออกมาข้างนอก” ต้วนจื่อกล่าวด้วยสีหน้าเบิกบาน
“ท่านไม่คิดถึงบ้านเกิดงั้นเหรอศิษย์พี่ต้วน”หลิงหยวนกล่าว
“คิดสิคิดถึงมากที่ข้าเสนอจะมากับเ้าเหตุผลหนึ่งก็เพราะอยากจะกลับไปพบหน้าครอบครัวอีกสักครั้งนั่นแหละหวังว่าศิษย์น้องจะไม่โกรธข้านะ” ต้วนจื่อกล่าว
“ไม่เป็ไรเมื่อไปถึงเมืองท่านก็ไปทำธุระของท่านเถอะข้าจะหาซื้อของด้วยตัวเอง” หลิงหยวนยิ้ม
“ไม่ได้ข้ารับปากเ้าว่าจะพาไปซื้อของข้าก็ย่อมต้องนำเ้าไปซื้อด้วยตัวเองเ้าไม่รู้อะไรพวกพ่อค้าในเมืองเ้าเล่ห์อย่างมากระวังพวกนั้นจะโก่งราคาให้แพงขึ้นเพื่อเอาเปรียบเ้า”ต้วนจื่อกล่าว
“เช่นนั้นก็เอาตามนั้น”หลิงหยวนได้แต่พยักหน้าถึงอย่างไรหลิงหยวนก็ไม่คุ้นชินกับเมืองใหญ่
ทั้งสองจ้างรถม้าที่อยู่ด้านล่างูเาให้ไปส่งแม้หลิงหยวนจะไม่มีพลังปราณแต่ก็ยังมีเงินและศิลาปราณที่ฉินอวี้ซีมอบให้ไว้ใช้จ่ายของบางอย่างติดตัวตลอด
“พวกเราศิษย์สายนอกกว่าจะได้ศิลาปราณสักก้อนต้องทำงานค่อนข้างลำบากยิ่งเป็การทำความสะอาดห้องพักของพวกศิษย์สายในยิ่งลำบากอย่างยิ่งแต่สำหรับหญิงสาวที่งดงามบางคนกลับคือหายนะ” ต้วนจื่อกล่าว
“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”หลิงหยวนกล่าว
“ข้าเคยได้ยินว่ามีศิษย์สายในคนหนึ่งจงใจมอบภารกิจทำความสะอาดที่พักส่วนตัวของตนให้กับศิษย์หญิงที่งดงามไปทำโดยแอบมอบผลประโยชน์ให้ผู้าุโสายนอกเมื่อนางไปทำความสะอาดศิษย์ชายคนนั้นก็ได้ล่วงเกินนางทันทีข่าวนี้ทำให้สำนักต้องสั่นะเือย่างหนักเพราะว่าศิษย์หญิงคนนั้นได้ฆ่าตัวตายหลังจากนั้นและที่มาของศิษย์หญิงคนนั้นก็ไม่ธรรมดานางคือญาติห่างๆของศิษย์พี่แห่งยอดเขาเมฆาของเ้า
เมื่อได้ยินข่าวนี้ศิษย์พี่ลั่วก็พุ่งตรงมายังเขตสายในและลงมือสังหารศิษย์ชายผู้นั้นทันทีตอนนั้นบิดาของศิษย์คนนั้นที่เป็ผู้าุโหมายจะเอาเื่ศิษย์พี่ลั่วและสังหารนางแต่ยังไม่ทันได้ลงมือก็ถูกท่านเ้ายอดเขาฉินสังหารลงในการโจมตีเดียวเื่นี้แม้แต่สำนักก็ไม่กล้าเอาความเ้ายอดเขาฉินที่ลงมือโเี้เพราะมันส่งผลต่อหน้าตาของสำนักมาก” ต้วนจื่อกล่าวด้วยแววตาชื่อชมกับความเที่ยงธรรมของยอดเขาเมฆา