เพียงเพื่ออยากรู้รสชาติในเรื่อรักเื่ใคร่ ความเร่าร้อนในใจ
ความใจเร็วด้วยเืลมของวัยรุ่น บางคนแทบไม่เลือก
เพราะกลัวโอกาสในการลองรักหลุดลอยไป ใครเข้ามาคว้าไว้ก่อน
และอีกอย่างที่สำคัญคือ มันกำลังจะเป็แฟชั่นของนักเรียน
ใครไม่มีเื่นี้จะถูกมองว่าเป็คนหลังเขา จิตใจยังไม่เจริญ
ถึงหยกจะเห็นว่าเป็ค่านิยมที่ผิดและเบี่ยงเบน
แต่มันก็เป็ความจริงในปัจจุบัน ที่ต่อต้านได้ยาก
แต่โชคดี หยกรอดมาได้ในเื่นี้ ทั้งๆที่มีโอกาสหลายครั้ง
มีเพื่อนพาเพื่อนมาจีบ
หยกต้องข่มใจแม้อยากรู้ อยากลอง
อยากััรักเหมือนคนอื่นๆ อาว่า.....หยกผิดปรกติหรือไม่
ทำไม่ไม่ยอมทำตามคนอื่นๆ"
"ไม่ หยกปรกติดี มีสติยับยั้งมากกว่าคนอื่นๆ
เป็ตัวของตัวเอง มีเหตุและผลใช้ได้เลย
มองโลกได้กว้างขวางดี ควบคุมตนเองเป็แล้ว"
"ขอบคุณค่ะอา.....ที่ฟังหยก
แล้วการที่เด็กผู้หญิงอย่างหยกต้องเจอเื่แบบนี้
มีแรงเก็บกดมากมายั้แ่เริ่มรู้ตัวว่าเป็สาว
ไฟปรารถนาของหยกก็เหมือนเพื่อนทั่วๆไป
ไม่มีเพื่อนคนไหนไม่อยากลอง จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง
หยกแกล้งอาเหมือนคนไม่มียางอาย แต่จริงๆแล้วไม่ใช่
อาว่า....ไฟปรารถนาในตัวมนุษย์ เป็เื่ธรรมชาติหรือไม่
แล้วธรรมชาติกับจริยธรรมสิ่งใดยิ่งใหญ่กว่ากัน
การปรับตัวให้ธรรมชาติสอดคล้องกับจริยธรรม อย่างกลมกลืน
จะทำอย่างไร"
ตอนนี้เด็กม.6 กำลังทำให้เราอึ้ง เธอถามปัญหานี้ได้อย่างไร
เราจึงตอบหยั่งเชิงไป
"แล้วหยกคิดว่าอย่างไร"
"ความปรารถนาเป็เื่ที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้
เป็ธรรมชาติของมนุษย์ค่ะ"
"ใช่ เป็ธรรมชาติ เป็ สัญชาติญาณการดำรงค์เผ่าพันธุ์ของมนุษย์
ไม่มีใครเลี่ยงได้"
เราแสดงความเห็นด้วยในข้อแรก เพราะมันเป็ความจริงจนเรายังอึ้ง
"จริยธรรมคือกฎที่ผู้รู้ดีตั้งขึ้น
เพื่อใช้เป็รูปแบบการปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีงาม
เหมือนกฏหมาย ทุกคนสมควรปฏิบัติตาม
แต่ขีดความสามารถของทุกคนย่อมไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเื่แบบนี้
การอดทนต่อความปรารถนาได้ เป็สิ่งที่ดีงาม
แต่พลังของธรรมชาติที่เรียกร้อง
กับยิ่งใหญ่เกินมนุษย์ธรรมดาๆจะต้านทานได้
แต่ละคนจึงเลือกเส้นทางแก้ไขไปตามกำลังปัญญาตน
และเครื่องมือที่มีอยู่ ยังให้เกิดผลที่ตามมา
ต่างๆนาๆ ทั้งด้านดีและร้าย ใช่หรือไม่ค่ะอา
ถ้าอาเป็หยกจะหาทางออกให้ตัวเองแบบไหนดีค่ะ"
"ใช่แล้วหยก ที่เธอพูดถูกต้องหมดเลย
แต่อาอยากฟังความเห็นหยกต่อ ว่าหยกคิดอย่างไรในเื่นี้
แม้อาก็มีปัญหาเื่นี้เหมือนกัน อาเข้าใจที่หยกพูดนะ"
"หยกว่ามันอยู่ที่เรา ว่ากล้าสู้ความจริงหรือไม่ สองวันที่ผ่านมา
ยอมรับว่าหยกทดสอบดูปฏิกิริยาจากอามาตลอด
เห็นความปรารถนาในตัวอาแสดงผล
เป็ สัญชาติญาณตามธรรมชาติของมนุษย์
บวกการข่มใจทางจริยธรรม ต้องถือว่าอาเก่งมากๆ
เข้าใจผสมผสานจริยธรรมกับธรรมชาติมนุษย์
เพราะไม่มีพฤติกรรมเจาะไข่แดงหลาน
แม้จะคิดบ้างก็คือแรงกดดันของธรรมชาติ
ที่มนุษย์ทั้งหลายบนแผ่นดินนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้"
หยกทิ้งหมัดตรงแบบมั่นใจเต็มที่
ถ้าเป็มวยเราถูกน็อกลงไปนับแน่นอน
และเหมือนหยกรู้ความนัยสำคัญๆอยู่ เราถึงกับแหย แล้วถามเธอว่า
"หยกเห็นอะไรในตัวอา รู้ความคิดอาได้อย่างไร
บอกกับอามาเถอะ อาพร้อมรับฟัง"
"หยกก็เห็นใจอาซิค่ะ ก็อามือสั่นตอนทายาให้ที่ ใต้ราวนมหยก
เคยถามหยกว่า ลืมใส่กางเกงในไปโรงเรียนหรือป่าว
แถมยักบอกว่าดมกางเกงในของหยกตอนซักผ้า
สิ่งเหล่านี้คือความคิดกับอารมณ์ของอารึป่าว
แล้วความคิดกับอารมณ์ มันออกมาจากใจอาไม่ใช่หรือ
ก่อนจะแปลงเป็คำพูด แล้วแสดงออกมา ใช่ไม๊ค่ะ"
เราถึงอึ้งอีกแล้ว หมัดตรงของเธอแต่ละหมัดน็อกเราได้ตลอด
แบบไม่ต้องสงสัย เวลาที่เธอเป็เด็กก็เด็กไม่น่าเชื่อ
แต่เวลาที่เธอเป็ผู้ใหญ่ขึ้นมา
แม้แต่เรายังต้องเกรงความจริงที่เธอเสนอมา เหมือนเธอจะบอกว่า
เธอเห็นพฤติกรรมของเราตลอด แถมอ่านความคิดเราได้ด้วย
แต่เธอเข้าใจในธรรมชาติความเป็มนุษย์ปุถุชนของเรา
"นี่แหละค่ะ ธรรมชาติผสมจริยธรรมของอา
แต่มันก็ทำให้หยกมีความสุขนะค่ะ
เพราะความปรารถนาของหยกก็มี และอยากได้ลิ้มลอง
รสััแห่งรักและใคร่เหมือนกัน เท่านั้นเองค่ะ
แต่ต้อง ไม่เลยธง และไม่ปักธง ที่หยกเลือกอา
ยอมทำแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลของหยก"
"เหตุผลอะไรหรือหยก อายอมแพ้
และขอโทษที่ล่วงละเมิดทางเพศหยก ในทางความคิด อาขอโทษ"
"อาไม่ต้องขอโทษหยกนะค่ะ เพราะเื่นี้เป็ฝีมือหยกเอง
หยกรู้คำตอบก่อนทำ หยกตั้งใจยั่วอาเพื่อดูพฤติกรรม
ถ้าอาช่างสังเกต จะรู้ว่าหยกผลักดันในเื่นี้ตลอดเวลา
พร้องลงมือทำให้เกิดผล อาเป็คนธรรมดา
ถ้าได้เห็นสาวเปลื้องผ้า นอนโกงโคงให้ดูดอกไม้
ทำท่าสะพานโค้งตอนออกกำลังกาย
จะไม่ให้เกิดอารมณ์คงผิดวิสัยมนุษย์ หยกรู้ว่า
ไม่มีใครบังคับความคิดตนเองได้ หยกก็เป็เช่นนั้น
แถมเป็ผู้ก่อเหตุบันดาลอารมณ์ทั้งๆที่รู้คำตอบ แต่ก็ยังทำ
เพราะยังแพ้พลังธรรมชาติความปรารถนาที่มีในตัว
หยกพอใจอามากค่ะ ที่อารู้ขนาดของความที่ควรจะหยุดยั้งตัวเอง
ว่าแค่ไหน ไม่เคยใช้กำลังคิดจะปักธงหยก
หยกต้องขอบคุณอาในเื่นี้ ด้วยใจจริง และขอโทษอาด้วยค่ะ"
"หยกยังไม่ได้บอกอาเลย ที่เลือกอา แล้วยอมทำตัวแบบนี้ มีเหตุผลอะไร"
"เหตุผลของหยกมันง่ายมากๆค่ะ หยกเคยได้รับความรัก
และััจากอามาแล้ว ขนาดล้างจิ๋มหยกอาก็เคยมาแล้ว แม้จะเป็เด็ก
หยกก็ยังจำได้ เพียงแต่ตอนนั้นยังไม่มีอารมณ์เพศในใจ
เป็อารมณ์อาหลานรักกัน แต่ถ้าเราเพิ่มอารมณ์ใคร่ลงไปบวกในรักด้วย
ในตัวอาคนเดิม ที่เคยให้ความรักความเอ็นดูหยกมาแล้ว มีการควบคุมที่ดี
นั่นหมายความว่า มีความใคร่ตามวัยเถอะค่ะ แต่ต้องไม่มีการปักธง
ก็ไม่น่าจะเป็อะไร
นี้แหละคือเส้นจริยธรรมผสมความปรารถนาตามธรรมชาติของหยก
เพราะอาคือผู้ชายคนเดียวที่เคยถูกต้องตัวหยกด้วยความรักมาแล้ว
แต่หยกขอความใคร่จากอาด้วย ได้ไหมค่ะอา"
"แล้วถ้าไม่ทำไม่ดีกว่าหรือ"
เราย้อนถามความเห็นเธอกับไป ทั้งที่รู้ว่าตอนนี้
เธอคุมทิศทางการเจรจา
และพฤติกรรมการอยู่ร่วมกันได้เบ็ดเสร็จด้วยเหตุผล
"หยกตัดสินใจทำไปแล้วหนึ่ง อีกหนึ่งคือ
อาจะให้หยกเอาพลังธรรมชาติความปรารถนานี้ ไปทิ้งที่ไหน
หรือมอบให้กับผู้ชายคนไหนดี ที่หยกเลือกอาก็ด้วยเหตุผลที่บอกไป
อาเป็ผู้ชายที่ััเรือนร่างหยกมาแล้ว ดีกว่าไปให้คนอื่น
ไปเริ่มต้นใหม่ที่มีการควบคุมได้ยาก กับคนที่ไม่รู้ว่าเป็ใคร
จะดีหรือร้ายกับเราแค่ไหน เหมือนปล่อยตัวไปตามยถากรรม
ควบคุมไม่ได้ หยกไม่อยากทำในสิ่งที่มีค่าเฉลี่ยทางวิชาการต่ำ
ประเมินผลไม่ได้ มีโอกาสเดือดร้อนสูงลิบ"
"แล้วหยกจะเชื่อใจอาได้อย่างไรว่า จะข่มอารมณ์นี้ให้มันอยู่แค่ที่คิด
ไม่เลยเถิดไปไหนๆ ตามที่หยก้าได้"
"หยกไม่เชื่ออา จึงได้ลองทดสอบดูไงค่ะ
ผลทดสอบหยกว่าอาผ่านนะ และหยกเชื่อความมีบุญคุณของพ่อ
ที่มีกับอา หยกจะไม่ยอมได้ชื่อว่าเป็เมียอา
หยกเชื่อในความรักปนใคร่ ของอากับหลาน
มีเส้นความเป็ญาติกั้นไว้ ไม่ให้เลยเถิดถึง ปักธงได้
กล้าเปิดเผยในสิ่งที่ใจมี พร้อมกับทำได้ด้วย อาว่าไม่ดีเหรอ
หรือต้องนั่งใส่หน้ากากหลอกลวงตัวเอง
ทั้งๆที่ใจมีอารมณ์ใคร่แบบนั้นอยู่เต็มๆ แต่มานั่งบอกว่าไม่มี
อย่างนั้นหรือค่ะ หยกรักอามากนะค่ะ
และหยกคงจะรักอาได้มากขึ้นด้วยในเื่นี้
เรามาทำสัญญาเื่นี้กันไหมค่ะ รักปนใคร่ไม่ปักธง"
เราจนด้วยเหตุผล
พร้อมกับรู้ว่าตัวเองมีความปรารถนาจริงดังที่หยกพูดทุกประการณ์
ถ้าไม่ตอบตกลงกับเธอ เท่ากับเราหลอกตนเองและเธอ
นั่งปั้นความเท็จ ทั้งๆที่ตนเองมีอารมณ์ใคร่จริงๆ
หยกทำให้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากตอบตกลง
"ตกลง ทุกอย่างทำได้ เป็รักปนใคร่ไม่ปักธง ไม่เป็เ้าของในกันและกัน
ให้เป็อิสระ เสรีทางความคิดการกระทำ
ที่ขยายขอบเขตด้านจริยธรรมออกไปนิดหน่อย ดังที่เราคุยกัน
เราจะใช้วิชาการควบคู่ไปกับการผ่อนคลายในอารมณ์
ที่มีการควบคุมที่ดี ไม่ปล่อยให้เป็ไปตามยถากรรม
ไม่ให้ความใคร่อยู่เหนือความรัก และบีบคั้นตัวเองให้ต้องเก็บกด
ในอารมณ์ใคร่จนเกินไป"