เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างกระดาษไผ่เข้ามาในห้องของหลินซู นางตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ยังคงสั่นะเืจากความฝันในคืนที่ผ่านมา ร่างกายของนางยังคงร้อนรุ่มและเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อกาฬ ความทรงจำของจ้าวหลงในความฝันยังคงสดใหม่ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เอง
หลินซูลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้าๆ มือของนางสั่นเครือเมื่อปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก นางมองไปรอบๆ ห้องที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีชมพูอ่อนและเฟอร์นิเจอร์ไม้สักที่ละเอียดอ่อน ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่ในใจของนางกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ความบริสุทธิ์ที่เคยมีได้สูญหายไปแล้ว เหลือไว้เพียงความปรารถนาที่ไม่อาจดับได้
ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็เสียงของมารดา "หลินซู ลูกสาว ออกมาพบแม่หน่อยเ้าค่ะ"
หลินซูเปิดประตูออกไป พบว่ามารดาของนางยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น ใบหน้าของท่านเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความมีชีวิตชีวา สุขภาพที่ฟื้นคืนอย่างน่าอัศจรรย์ทำให้ท่านดูอ่อนเยาว์และสดใสกว่าวัยจริง
"หลินซู มาเถิดลูก" เหมยฮวาเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "แม่มีเื่สำคัญจะคุยกับเ้า"
หลินซูเดินเข้าไปนั่งข้างมารดา ใจของนางเต้นระรัวด้วยความกังวล นางรู้ดีว่ามารดา้าคุยเื่อะไร
"ลูกสาว..." เหมยฮวาเริ่มขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความเมตตา "แม่ได้พูดคุยกับพ่อของเ้าเมื่อคืนนี้แล้ว เราได้ตกลงกันว่าจะเดินทางกลับไปยังอารามเทียนซานอีกครั้ง"
หลินซูรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้น "เ้าค่ะ ท่านแม่ เมื่อไหร่คะ?"
"วันพรุ่งนี้เช้า" เหมยฮวาตอบ "เราจะไปบำเพ็ญเพียรเจ็ดวันเหมือนครั้งที่แล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่อเทพเซียนที่เมตตาช่วยให้แม่หายป่วย และที่สำคัญ เราต้องไปขอพรเพื่อความเป็สิริมงคลแก่เ้าและหลี่ิในวันวิวาห์ที่กำลังจะมาถึง"
คำว่า "หลี่ิ" และ "วันวิวาห์" ทำให้หลินซูรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า นางเกือบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองได้หมั้นหมายกับชายหนุ่มผู้นั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความคิดของนางเต็มไปด้วยเพียงจ้าวหลงและความปรารถนาที่ต้องห้าม
"ท่านแม่..." หลินซูเอ่ยขึ้นเสียงสั่น "เื่การแต่งงาน... ข้า..."
เหมยฮวาสังเกตเห็นความลังเลของบุตรสาว นางเอื้อมมือไปลูบแก้มของหลินซูอย่างอ่อนโยน "ลูกสาว แม่เข้าใจว่าเ้าอาจจะรู้สึกกังวล แต่หลี่ิเป็ชายหนุ่มที่ดี เขามาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงและมีฐานะ การแต่งงานครั้งนี้จะเป็ประโยชน์ต่อทั้งสองตระกูล"
หลินซูพยักหน้าอย่างไม่มีชีวิตชีวา นางรู้ดีว่าไม่สามารถโต้แย้งมารดาได้ ในสังคมแห่งนี้ การแต่งงานเป็เื่ของตระกูล ไม่ใช่เื่ของความรัก
"เ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าจะเชื่อฟังตามที่ท่านตัดสินใจ" หลินซูตอบเสียงแ่
เหมยฮวายิ้มด้วยความพึงพอใจ "ดีแล้วลูก ดังนั้น เราจะไปขอพรจากเทพเซียนเพื่อให้การแต่งงานของเ้าเป็ไปด้วยความเรียบร้อยและมีความสุข และขอให้การค้าของตระกูลเราเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป"
ในวันต่อมา มารดาของหลินซูเริ่มเตรียมการสำหรับการเดินทางไปอารามเทียนซาน นางสั่งให้คนใช้จัดเตรียมของถวายและเครื่องบูชา รวมทั้งเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับการบำเพ็ญเพียร
"หลินซู เ้าต้องแต่งกายให้เรียบร้อยและสุภาพ" มารดาสั่ง "เราไปเพื่อแสดงความขอบคุณและขอพรจากเทพเซียน ไม่ใช่ไปเที่ยวเล่น"
หลินซูพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แต่ในใจนางกลับคิดถึงสิ่งอื่น นางคิดถึงจ้าวหลงที่กำลังรอคอยนางอยู่ที่อาราม คิดถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของเขา และคิดถึงััที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนจะเสียสติ
ชิงชิงช่วยจัดเตรียมเสื้อผ้าของหลินซู นางเลือกชุดที่เรียบร้อยและสุภาพ แต่ในใจกลับคิดถึงวิธีที่หยางเฟิงเคยถอดเสื้อผ้าเหล่านี้ออกจากร่างกายนางอย่างช้าๆ และอ่อนโยน
"คุณหนูคะ ชุดนี้เหมาะสำหรับการบำเพ็ญเพียรหรือไม่คะ" ชิงชิงถือชุดผ้าไหมสีขาวขึ้นมาให้ดู
หลินซูมองชุดนั้นแล้วพยักหน้า "เหมาะแล้ว ชิงชิง" แต่ในใจนางกลับคิดว่าไม่ว่าจะใส่ชุดอะไร มันก็จะถูกถอดออกอยู่ดีเมื่อถึงเวลา
ในคืนนั้น หลินซูนอนไม่หลับ นางพลิกตัวไปมาบนเตียง ภาพของจ้าวหลงยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในมโนสำนึก จนกระทั่งนางผล็อยหลับไปในที่สุด ความฝันได้นำพานางกลับไปยังอารามเทียนซานอีกครั้ง แต่คราวนี้มันดุเดือดและเร่าร้อนยิ่งกว่าความเป็จริง
ในความฝัน หลินซูอยู่ในห้องมืดมิดแห่งหนึ่ง ห้องนี้ไม่เหมือนกับห้องที่นางเคยอยู่ในอารามจริง แต่เป็ห้องที่มีบรรยากาศลึกลับและเร้าใจ ผนังทำด้วยหินสีดำที่เย็นเฉียบ และมีเทียนไขสีแดงจำนวนมากจุดอยู่รอบๆ ห้อง ทำให้แสงไฟเต้นระบำไปมาอย่างลึกลับ
ร่างกายของนางเปลือยเปล่าถูกมัดตรึงไว้กับเสาหินเย็นเฉียบ เชือกไหมสีแดงพันรอบข้อมือและข้อเท้า ทำให้นางไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ผิวกายของนางัักับหินเย็นทำให้นางสั่นะเื แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จ้าวหลงปรากฏกายขึ้นในเงามืด ดวงตาของเขาเป็ประกายเรืองรองราวกับเปลวไฟแห่งตัณหา ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาและมีเสน่ห์ยิ่งกว่าในความเป็จริง ร่างกายของเขาแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่น่าเกรงขาม เขาเดินเข้ามาหานางอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่น่าเกรงขาม หลินซูรู้สึกถึงความกลัวที่ปนเปไปกับความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้
"หลินซู..." เสียงของจ้าวหลงดังก้องในห้องมืด เสียงของเขาลึกและเซ็กซี่ ทำให้หลินซูรู้สึกสั่นะเืไปทั้งตัว "เ้าคิดถึงข้าหรือไม่ ศิษย์รัก?"
หลินซูพยายามตอบ แต่เสียงของนางติดอยู่ในลำคอ นางทำได้เพียงพยักหน้าอย่างอ่อนแอ
จ้าวหลงยิ้มอย่างพึงพอใจ "ข้ารู้ดี เ้าโหยหาข้าเหมือนกับที่ข้าโหยหาเ้า ร่างกายของเ้าเรียกหาข้าอยู่ทุกคืน"
เขาเดินเข้ามาใกล้จนร่างกายของทั้งสองแทบจะแตะกัน หลินซูสามารถรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา และกลิ่นหอมที่เป็เอกลักษณ์ของเขาที่ทำให้นางรู้สึกมึนเมา
จ้าวหลงใช้มือลูบไล้ไปตามเรือนร่างของนางอย่างช้าๆ ั้แ่ซอกคอลงมาถึงทรวงอกอวบอิ่ม ััของเขาร้อนแรงและเต็มไปด้วยความปรารถนา หลินซูรู้สึกเหมือนจะละลายไปในััของเขา
"เ้าสวยมาก หลินซู" จ้าวหลงกระซิบข้างหูของนาง "ร่างกายของเ้าถูกสร้างมาเพื่อข้า เพื่อให้ข้าได้ััและ"
หลินซูสะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืดมิด ร่างกายของนางเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ ลมหายใจหอบถี่ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก นางยกมือขึ้นัักลีบกุหลาบที่ยังคงรู้สึกเสียวซ่านราวกับเพิ่งผ่านการร่วมรักมาจริงๆ
นางมองรอบๆ ห้องด้วยความสับสน ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ห้องของนางที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีชมพูอ่อน เฟอร์นิเจอร์ไม้สักที่ละเอียดอ่อน และกลิ่นหอมของดอกมะลิ แต่ร่างกายของนางยังคงสั่นะเืจากความฝันที่เร่าร้อน
แสงจันทร์ค่อยๆ เลื่อนไปตามท้องฟ้า หลินซูยังคงนั่งอยู่บนเตียงด้วยใจที่ปั่นป่วน นางรู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชีวิตของนางจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ความบริสุทธิ์ที่เคยมีได้สูญหายไปแล้ว เหลือไว้เพียงความปรารถนาที่ไม่อาจดับได้และความรู้สึกผิดที่กัดกินใจอยู่ทุกวัน
ในที่สุด หลินซูก็ผล็อยหลับไปอีกครั้งเมื่อใกล้รุ่งสาง แต่ครั้งนี้ความฝันของนางเต็มไปด้วยภาพของจ้าวหลงที่ยิ้มอย่างลึกลับ ราวกับจะบอกว่าเขาจะรอนางอยู่ที่อารามเทียนซาน และครั้งนี้ เขาจะไม่ปล่อยให้นางหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเขาอีกต่อไป
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลังจากการสนทนาอันยาวนานกับมารดา หลินซูก็พบว่าแผนการเดินทางกลับไปยังอารามเทียนซานได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็ว มารดาของนาง ซึ่งบัดนี้มีสุขภาพแข็งแรงและใบหน้าเปล่งปลั่ง ได้แจ้งข่าวนี้แก่บิดาของหลินซู ท่านพ่อค้าหลินที่เพิ่งกลับจากการค้าขายต่างเมือง แม้จะแปลกใจเล็กน้อยที่ภรรยาและบุตรสาวจะเดินทางไปบำเพ็ญเพียรถึงเจ็ดวัน แต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของภรรยาและสุขภาพที่ฟื้นคืนอย่างน่าอัศจรรย์ของนาง เขาก็ยินยอมแต่โดยดี
"ท่านพี่ ไม่ต้องเป็ห่วงทางนี้เลยเ้าค่ะ" เหมยฮวาเอ่ยกับสามีด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข "ข้าจะพาหลินซูและชิงชิงไปบำเพ็ญเพียรที่อารามเทียนซานตามที่ได้บนบานไว้ ส่วนกิจการค้าขายทางนี้ ท่านดูแลได้อยู่แล้ว ข้าเชื่อมือท่าน"
ท่านพ่อค้าหลินพยักหน้าด้วยความเข้าใจ เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาเป็คนเด็ดขาดและมีเหตุผลเสมอ "เช่นนั้นก็ขอให้พวกเ้าเดินทางโดยสวัสดิภาพเถิด หากมีสิ่งใดขาดเหลือ ก็ให้ส่งคนมาแจ้งข้าได้ทันที"
หลินซูและชิงชิงยืนอยู่ข้างมารดา ทั้งคู่สบตากันแวบหนึ่ง แววตาของทั้งสองเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยออกมาได้ ความตื่นเต้น ความคาดหวัง และความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ถูกเก็บงำไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง
การเดินทางสู่เขาเทียนซานเริ่มต้นขึ้นในวันรุ่งขึ้น เกวียนเทียมม้าที่ประดับประดาอย่างเรียบง่ายแต่ดูดีเคลื่อนตัวออกจากจวนสกุลหลิน มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่คดเคี้ยวและสูงชัน หลินซูนั่งอยู่ข้างมารดา ในขณะที่ชิงชิงนั่งอยู่ด้านหลังคอยดูแลสัมภาระ ตลอดเส้นทาง หลินซูพยายามสงบจิตใจ แต่ภาพของจ้าวหลงและหยางเฟิงยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของนาง เสียงครางที่เคยหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของนางในคืนวันอันเร่าร้อนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท
เมื่อเกวียนเดินทางมาถึงเชิงเขาเทียนซาน อากาศก็เริ่มเย็นลงและบริสุทธิ์ขึ้น กลิ่นหอมของป่าสนและดอกไม้นานาพรรณโชยมาปะทะจมูก ทำให้จิตใจรู้สึกปลอดโปร่งอย่างประหลาด แต่ลึกๆ แล้ว หลินซูรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่เริ่มก่อตัวขึ้นในกาย
ไม่นานนัก เกวียนก็มาหยุดลงที่หน้าประตูอารามเทียนซานอันโอ่อ่าโอฬาร ประตูไม้ขนาดใหญ่เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นลานกว้างเบื้องหน้า และร่างของชายสองคนที่ยืนรอต้อนรับอยู่ จ้าวหลงในชุดนักพรตสีขาวสะอาดตายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่ดวงตาคมกริบกลับฉายแววบางอย่างที่หลินซูอ่านไม่ออก ส่วนหยางเฟิงศิษย์เอกของเขาก็ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีนอบน้อม
"ยินดีต้อนรับท่านเหมยฮวา ท่านหลินซู และแม่นางชิงชิง สู่เทียนซานอาราม" จ้าวหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคย "ข้าได้จัดเตรียมที่พักไว้ให้พวกท่านเรียบร้อยแล้ว หวังว่าพวกท่านจะพึงพอใจ"
เหมยฮวาโค้งคำนับอย่างนอบน้อม "ขอบคุณท่านนักพรตจ้าวที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเ้าค่ะ"
หลินซูและชิงชิงทำความเคารพตามมารดา ทั้งคู่พยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับจ้าวหลงและหยางเฟิง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมายังพวกนาง
จ้าวหลงผายมือเชิญพวกนางเข้าไปในอาราม ก่อนจะหันไปสั่งหยางเฟิง "หยางเฟิง เ้าจงดูแลท่านเหมยฮวาและสหายของนางให้ดีที่สุด อย่าให้ขาดตกบกพร่องสิ่งใด"
"ขอรับท่านอาจารย์" หยางเฟิงรับคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะเดินนำพวกนางไปยังเรือนพักรับรองที่อยู่ลึกเข้าไปในอาราม
เรือนพักรับรองเป็เรือนไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นอย่างประณีต ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูสง่างาม เมื่อก้าวเข้าไปในห้องพัก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้สนก็โชยมาปะทะจมูก กลิ่นหอมนั้นไม่เหมือนกลิ่นธูปหรือกำยานที่เคยได้กลิ่นในอารามทั่วไป แต่มันเป็กลิ่นที่หอมสดชื่นและทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด
"กลิ่นหอมนี้คืออะไรหรือเ้าคะ" เหมยฮวาเอ่ยถามหยางเฟิงด้วยความสงสัย
หยางเฟิงยิ้มเล็กน้อย "กลิ่นนี้คือกลิ่นของไม้สนพันปีที่ปลูกอยู่บนยอดเขาเทียนซานขอรับ ท่านอาจารย์จ้าวได้นำมาบดเป็ผงและอบไว้ในห้องพักเหล่านี้ เพื่อช่วยให้จิตใจของผู้บำเพ็ญสงบและปลอดโปร่ง พร้อมรับพลังงานจากธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น"
เหมยฮวาพยักหน้าด้วยความเข้าใจ นางสูดดมกลิ่นหอมนั้นอย่างเต็มปอด "เป็กลิ่นที่วิเศษจริงๆ เ้าค่ะ รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที"
แต่สำหรับหลินซูและชิงชิงแล้ว กลิ่นหอมนั้นกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป กลิ่นหอมของไม้สนที่หยางเฟิงอ้างว่าช่วยให้จิตใจสงบนั้น กลับทำให้เืในกายของพวกนางสูบฉีดแรงขึ้นอย่างประหลาด ความร้อนรุ่มที่เคยถูกเก็บกดไว้เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ภาพความทรงจำอันเร่าร้อนตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างชัดเจน กลิ่นหอมนี้ไม่ได้ทำให้จิตใจสงบลงเลย แต่มันกลับเป็ยากระตุ้นกำหนัดอ่อนๆ ที่ค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของพวกนางอย่างช้าๆ
หลินซูเหลือบมองชิงชิง ชิงชิงเองก็มองตอบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมาย ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่ากลิ่นหอมนี้ไม่ใช่กลิ่นธรรมดา แต่มันคือสัญญาณของการเริ่มต้นบทเรียนใหม่ที่เร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม
หยางเฟิงสังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของหลินซูและชิงชิง เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น "หากพวกท่าน้าสิ่งใด ก็สามารถเรียกข้าได้ตลอดเวลาขอรับ ข้าจะอยู่ดูแลพวกท่านตลอดเจ็ดวันนี้"
หลังจากหยางเฟิงเดินจากไป เหมยฮวาก็เริ่มจัดสัมภาระของตนเอง แต่หลินซูและชิงชิงกลับยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ทั้งคู่ต่างรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย กลิ่นหอมของไม้สนที่เคยรู้สึกสดชื่น บัดนี้กลับกลายเป็กลิ่นที่ปลุกเร้าความปรารถนาให้ลุกโชน
"ชิงชิง... เ้าไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ" หลินซูเอ่ยถามเสียงแ่
ชิงชิงพยักหน้า "รู้สึกเ้าค่ะคุณหนู... รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว"
ทั้งคู่สบตากันอีกครั้ง คราวนี้แววตาของพวกนางเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้อีกต่อไป อารามเทียนซานแห่งนี้ ไม่ได้เป็เพียงสถานที่บำเพ็ญเพียรอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือรังรักที่จะปลุกเร้าตัณหาให้ลุกโชนอีกครั้ง