“ยั้งกรงเล็บไว้ก่อน!”
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งที่มีผมขาวโพลนก็พุ่งปราดออกมาอย่างกะทันหัน
เมื่อเห็นชายชราที่ปรากฏตัวขึ้น เซี่ยฝูคุนก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที เขาออกคำสั่งทางจิตให้วานรเทพจ้าวพลังชะงักมือไว้ก่อน
“ปรมาจารย์หนีกู่ ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
เซี่ยฝูคุนรู้สึกงุนงง
ตอนที่ตระกูลเซี่ยกำลังจะถูกกวาดล้าง กลับไม่เห็นสมาคมการค้าหงเฟิงออกหน้ามาปกป้องตระกูลเซี่ยแม้แต่น้อย ทว่าเหตุใดกัน? พอเ้ามู่ไป๋นี่กำลังจะตาย พวกเขากลับรีบเสนอหน้าออกมา? หรือสมาคมการค้าหงเฟิงของพวกเขาจะสมรู้ร่วมคิดเป็พวกเดียวกับเขาเมฆาขาวไปแล้ว!
“คุณชายคุน ข้าเพียงอยากจะขอความเมตตาแทนคุณชายมู่ไป๋ หวังว่าท่านจะเมตตา ละเว้นชีวิตเขาสักชีวิตด้วยเถิด”
หนีกู่เอ่ยด้วยสีหน้าขมขื่น
พูดกันตามตรง แม้จะเป็ตัวเขาเอง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับวานรเทพจ้าวพลังก็ยังรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล แต่ก็ไม่มีทางเลือก หากตระกูลเซี่ยถูกกวาดล้าง สมาคมการค้าหงเฟิงสาขาเมืองเซี่ยย่อมไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่ถ้าหากมู่ไป๋มาตายที่เมืองเซี่ยแห่งนี้ เมื่อข่าวไปถึงหูของมู่อวิ๋น เขาเมฆาขาวจะระดมกำลังทั้งหมดมาล้างแค้นแบบขุดรากถอนโคนละก็... เกรงว่าทั้งเมืองเซี่ยคงต้องพินาศย่อยยับ ความรับผิดชอบระดับนี้ ตัวเขาหนีกู่ไม่อาจแบกรับได้ไหว...
และเมื่อเห็นสมาคมการค้าหงเฟิงออกหน้าปกป้อง มู่ไป๋ที่เดิมทีหวาดกลัวจนตัวสั่นก็พลันยืดอกขึ้นมาทันที
เขามองไปยังเซี่ยฝูคุนด้วยสายตาเย้ยหยันและหยิ่งผยอง
พูดตามตรง เซี่ยฝูคุนนึกดูแคลนท่าทางของมู่ไป๋มาก และอีกอย่าง...
เขาเคยพูดไว้ตอนไหนกันว่าจะปล่อยมู่ไป๋ไป?
เซี่ยฝูคุนมองไปยังเซี่ยกว่างอวิ๋น การที่เซี่ยกว่างอวิ๋นสามารถก้าวขึ้นมาเป็เ้าเมืองเซี่ยได้ ย่อมแสดงว่าเขาต้องมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นสายตาของบุตรชายที่มองมา เขาก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“ตระกูลเซี่ยและเขาเมฆาขาวได้เป็ศัตรูกันแล้ว จะตัดสินใจอย่างไร เ้าจงเลือกเอาเองเถิด คุนเอ๋อร์”
“ขอรับ”
เซี่ยฝูคุนพยักหน้า
ทันใดนั้น วานรเทพจ้าวพลังที่หยุดนิ่งไปเมื่อครู่ก็ะเิโทสะอาละวาดขึ้นมาอีกครั้ง!
“คุณชายคุน!”
หนีกู่คาดไม่ถึงว่าเซี่ยฝูคุนจะไม่เห็นแก่หน้าตนถึงเพียงนี้
แต่เขาเองก็ไม่ใช่คนของเขาเมฆาขาว ย่อมไม่มีทางเข้าไปขวางวิถีโจมตีของวานรเทพจ้าวพลังเพื่อปกป้องมู่ไป๋อยู่แล้ว
เพียงพริบตาที่วานรเทพจ้าวพลังพุ่งเข้าจู่โจม ปรมาจารย์หนีกู่ก็ะโหลบออกไปไกลพอสมควร
ฝ่ายมู่ไป๋นั้น รอยยิ้มยังไม่ทันจางหายไป ก็เห็นกรงเล็บของวานรเทพจ้าวพลังฟาดลงมาหาตนเสียแล้ว
“เ้า!”
จนวาระสุดท้าย มู่ไป๋ก็ยังคิดไม่ถึงว่า ทั้งที่มีคนออกหน้ามาร้องขอชีวิตให้ตนแล้ว เหตุใดจุดจบของเขาถึงยังคงเป็โศกนาฏกรรมเช่นนี้
“ข้าเคยพูดตอนไหนว่าข้าจะปล่อยเ้าไป?”
เซี่ยฝูคุนแค่นยิ้มเ็า มองดูร่างของมู่ไป๋ที่ถูกฝ่ามือของวานรเทพจ้าวพลังบดขยี้จนกลายเป็ก้อนเนื้อเละเทะไปกับพื้น
ปรมาจารย์หนีกู่ที่อยู่ข้างๆ ทอดถอนใจออกมาอย่างหนักหน่วง
“คุณชายคุน ท่านเสียสติไปแล้ว ท่านกล้าสังหารหลานชายแท้ๆ ของเ้าสำนักเขาเมฆาขาว เขาจะต้องยกพวกมาฆ่าล้างบางทั้งเมืองเซี่ยเพื่อแก้แค้นอย่างแน่นอน”
เซี่ยฝูคุนยักไหล่
“หากข้าไม่ฆ่ามัน เมืองเซี่ยจะอยู่อย่างสงบสุขได้รึ?”
ประโยคนี้ทำเอาปรมาจารย์หนีกู่ถึงกับพูดไม่ออก ย่อมเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะพูดว่า หากมู่ไป๋ไม่ตาย ก็มีเพียงตระกูลเซี่ยเท่านั้นที่ต้องพินาศ
หลังจากถอนหายใจ ปรมาจารย์หนีกู่ก็หันหลังแล้วจากไป เขาต้องรีบไปเก็บข้าวของเพื่อหลบหนี เมืองเซี่ยแห่งนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว!
เขาเมฆาขาว...
“เพล้ง...”
ทายาทสายตรงทุกคนของเขาเมฆาขาวจะมีป้ายิญญาประจำตัวคนละหนึ่งชิ้น และเมื่อพวกเขาประสบเคราะห์กรรมจนถึงแก่ชีวิตเท่านั้น ป้ายิญญาชิ้นนั้นจึงจะแตกสลายแยกออกจากกัน
และในเวลานี้ ศิษย์เขาเมฆาขาวที่ทำหน้าที่เฝ้าหอป้ายิญญาก็พบว่า ป้ายิญญาของมู่ไป๋แตกละเอียดเต็มพื้น...
“ตึกตัก...”
หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว ศิษย์ผู้นั้นมีใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังที่พำนักของมู่อวิ๋นทันที
“ท่าน... ท่านเ้าสำนัก”
“เกิดเื่ใหญ่แล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงะโอันตระหนกใ มู่อวิ๋นก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อ ประตูห้องก็ถูกพลังมหาศาลผลักให้เปิดออก
“ข้าเคยบอกพวกเ้ากี่พันครั้งแล้วว่า หากมิใช่เื่คอขาดบาดตาย ห้ามมารบกวนข้า เหตุใดจึงมิฟัง?”
ไม่แปลกที่มู่อวิ๋นจะโกรธ เพราะตอนนี้เขาคือยอดฝีมือขอบเขตครึ่งก้าวอานุภาพเทพ ซึ่งด้อยกว่าราชครูแห่งอาณาจักรหย่าสือหลานเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น เขาปิดด่านฝึกตนก็เพื่อจะทลายพันธนาการเข้าสู่ขอบเขตอานุภาพเทพ ขอเพียงเขาบรรลุขั้นนั้นได้ ในวันหน้าต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับราชครูที่ขี่ัดำผู้นั้น เขาก็ไม่ต้องเกรงกลัวอีกต่อไป!
“ท่าน... ท่านเ้าสำนัก คุณชายมู่ไป๋ คุณชายมู่ไป๋เขา... ป้ายิญญาของเขาแตกสลายไปแล้วขอรับ...”
“ว่ากระไรนะ?!”
ดวงตาที่หรี่ปรือเล็กน้อยของมู่อวิ๋นพลันเบิกโพลงขึ้นทันที
แรงดันอากาศอันน่าหวาดกลัวะเิออกจากร่างของเขา
ศิษย์ที่มารายงานข่าวผู้นั้นยังไม่ทันได้ตั้งตัวรับแรงกดดันมหาศาล ก็ถูกพลังอันกล้าแกร่งนั้นบดขยี้จนสิ้นใจไปในทันที
นี่อาจเป็ศิษย์ที่ตายได้น่าเวทนาที่สุดเลยก็ว่าได้...
มู่อวิ๋นไม่สนใจศพของศิษย์ผู้นั้น ร่างของเขาลอยขึ้นเหนือพื้น พุ่งทะยานไปยังวิหารข้างที่ประดิษฐานป้ายิญญาเพื่อตรวจสอบ และพบว่าป้ายิญญาของมู่ไป๋นั้นแตกสลายจริงๆ...
“ในอาณาจักรหย่าสือหลานแห่งนี้ ยังจะมีผู้ใดกล้าสังหารคนของเขาเมฆาขาว และคนผู้นั้นยังเป็ถึงหลานชายของข้า มู่อวิ๋น...”
จิตสังหารอันแกร่งกร้าวที่ไม่อาจต้านทานได้แผ่ซ่านออกมาจากร่างของมู่อวิ๋น
บนเขาเมฆาขาว
สภาพอากาศแปรปรวนฉับพลัน เมฆดำปกคลุมไปทั่วเขาเมฆาขาว ให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวจนถึงขีดสุด
“เขาเมฆาขาว?”
ภายในอาณาจักรหย่าสือหลาน ร่างหนึ่งที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนหนังเสือขาวได้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
เขาคือราชครูแห่งอาณาจักรหย่าสือหลาน และยังเป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งอาณาจักร ด้วยพลังระดับขอบเขตอานุภาพเทพ ย่อมสามารถรับรู้ถึงความโกลาหลที่เกิดขึ้นบนเขาเมฆาขาวได้อย่างชัดเจน
“เงา”
ราชครูอ้าปากเล็กน้อย เงาร่างสายหนึ่งที่ลึกลับดุจภูตผีก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาทันที
“ท่านราชครู”
“เ้าจงไปสืบดูว่าเกิดเื่อันใดขึ้นที่เขาเมฆาขาว แล้วเร่งกลับมารายงานข้าโดยด่วน”
“รับทราบ”
เงาดำนั้นค่อยๆ เลือนหายไปจากจุดเดิม วิชาตัวเบานั้นลึกลับและพิสดารอย่างยิ่ง
สายตาของราชครูยังคงมองไปยังทิศทางของเขาเมฆาขาวอีกครั้ง
เป็ที่รู้กันดีว่าเขาคือยอดฝีมืออันดับหนึ่ง และหลายคนก็ยกย่องให้มู่อวิ๋นคือยอดฝีมืออันดับสองแห่งอาณาจักรหย่าสือหลาน
ตอนนี้ ยอดฝีมืออันดับสองเกิดความเคลื่อนไหวที่บ้าคลั่งเช่นนี้
นั่นหมายความว่า...
“อาณาจักรหย่าสือหลานกำลังจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้วรึ?”
ราชครูพึมพำแ่เบา เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่า สิ่งใดกันที่สามารถทำให้มู่อวิ๋นโกรธได้ถึงเพียงนี้...
ส่วนตัวต้นเหตุของเื่ราวทั้งหมดในครั้งนี้ เซี่ยฝูคุนกำลังยืนอยู่เคียงข้างเซี่ยกว่างอวิ๋นตรงหน้าวานรเทพจ้าวพลัง
“คุนเอ๋อร์ วานรเทพตนนี้ คือสัตว์อัญเชิญของเ้าจริงๆ หรือ?”
เซี่ยกว่างอวิ๋นแทบไม่อยากจะเชื่อว่าบุตรชายของตนจะเป็ถึงผู้อัญเชิญ
“ฮ่าๆ ใช่แล้วขอรับ”
ด้วยการหลอมรวมวานรเทพจ้าวพลังที่ประสบความสำเร็จ ระบบหลอมปีศาจก็ได้มอบรางวัลที่สร้างความประหลาดใจให้แก่เซี่ยฝูคุนอย่างยิ่ง
หลังจากที่เขาหลอมวานรเทพจ้าวพลังออกมาได้สำเร็จ พลังของเขาก็ถูกระบบหลอมปีศาจยกระดับขึ้นสู่ขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดในทันที!
หากเป็เช่นนี้ต่อไป เมื่อเซี่ยฝูคุนหลอมรวมอสุราเงามายาได้สำเร็จ พลังของเขาก็จะถูกระบบหลอมปีศาจผลักดันขึ้นสู่ขอบเขตห้าวหาญเป็แน่
แน่นอนว่าเพียงเท่านี้ยังห่างไกลคำว่าพอ เพราะต่อให้เขาจะหลอมรวมอสุราเงามายาออกมาได้สำเร็จ ระดับพลังของเขาอย่างมากที่สุดก็คงก้าวขึ้นไปถึงแค่ขอบเขตห้าวหาญเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ขนาดแค่วานรเทพจ้าวพลังยังทำให้เซี่ยฝูคุนต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมหาศาลเพียงนี้ แล้วนับประสาอะไรกับอสุราเงามายาที่อยู่เหนือกว่านี้เล่า
การแก้แค้นจากเขาเมฆาขาวต้องมาถึงในไม่ช้าอย่างแน่นอน เขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดี...
เซี่ยฝูคุนขมวดคิ้วครุ่นคิด ในขณะนั้นเอง เซี่ยกว่างอวิ๋นที่อยู่ด้านข้างก็พูดขึ้น...