ภายใต้หน้ากาก ดวงตาของมู่เชียนจิ่วเบิกโพลง ไม่พบกันแค่สามร้อยปี เ้าเด็กจิ่งอี๋ไม่เพียงมีอายุเพิ่มขึ้น แต่นิสัยชอบให้ท้ายศิษย์ตัวเองยังหนักข้อขึ้นอีกด้วย!
ผู้าุโสูงสุดทำได้เพียงลอบถอนหายใจ เขาตั้งใจจะปกป้องมู่เชียนจิ่ว แต่เ้าเด็กคนนี้ก็ทำเกินไปจริง ๆ
ผู้าุโสาม จื่อหรันเงียบอยู่สักพัก “ศิษย์น้องจิ่งอี๋ ไม่ว่าอย่างไรเด็กคนนี้ก็ถือเป็ศิษย์ของท่านเ้าสำนัก พวกเรารอท่านเ้าสำนักกลับมาก่อน ค่อยตัดสินอีกทีเถอะนะ”
เมื่อได้ยินว่า คนที่ตนล่วงเกินเป็ศิษย์ของท่านเ้าสำนัก เย่เสวียนใจนหน้าถอดสีโดยพลัน …มิน่าล่ะ แม้แต่อาจารย์ของเขาคนผู้นี้ถึงกล้าลงมือ หากเขาเป็ศิษย์ของท่านเ้าสำนักก็คงจะกล้าทำเช่นนี้เหมือนกัน
มู่เชียนจิ่วชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบถามขึ้น “ผู้าุโสาม อาจารย์ไม่อยู่ในสำนักหรอกหรือขอรับ เหตุใดถึงออกไปกะทันหันเช่นนี้ล่ะขอรับ?”
จื่อหรันมองมู่เชียนจิ่ว สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง “เกิดเื่บางอย่างขึ้น ท่านเ้าสำนักคงไม่ทันได้บอกเ้าก็ออกไปนอกสำนักเสียก่อน แต่เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก หากทุกอย่างราบรื่น อีกไม่กี่วันท่านเ้าสำนักก็คงจะกลับมาแล้ว”
…เด็กคนนี้มีนิสัยตรงไปตรงมา เวลาที่ควรลงมือก็เด็ดขาด นิสัยมุทะลุเช่นนี้ คล้ายกับเขาตอนหนุ่ม ๆ ไม่มีผิด!
หนำซ้ำอายุเพียงเท่านี้ กลับมีพร์สูงส่งถึงเพียงนี้ ขอเพียงไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นจนต้องจบชีวิตไปเสียก่อน ภายหน้าต้องประสบความสำเร็จไม่น้อยไปกว่าพวกเขาอย่างแน่นอน!
หากไม่ใช่เพราะท่านเ้าสำนักรับเด็กคนนี้เป็ศิษย์ละก็ ต่อให้ต้องแย่งกับเ้าเฒ่าเหล่านี้ เขาก็ต้องให้เด็กคนนี้มาเป็ศิษย์สายสืบทอดของตนให้ได้!
แม้ศิษย์สายสืบทอดของเขาจะมีเยอะแล้ว แต่เขาก็ยังอยากได้ศิษย์ที่มีพร์เช่นนี้อีก
“เช่นนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่หรือขอรับ?” มู่เชียนจิ่วยังไม่วางใจ ในกาลก่อน โดยปกติแล้วงานน้อยใหญ่ของสำนัก ผู้าุโของทั้งเจ็ดยอดเขาจะเป็คนคอยจัดการ อาจารย์เพียงแค่อยู่ที่สำนักเท่านั้น น้อยครั้งที่จะออกไปข้างนอกด้วยตัวเอง
นอกเสียจากมีเื่ใหญ่เกิดขึ้นที่จำเป็ต้องให้อาจารย์เป็คนออกหน้า ไม่เช่นนั้นอาจารย์ไม่มีทางออกจากสำนักไปโดยไม่ร่ำลาเช่นนี้แน่!
จื่อหรันส่งสายตาไปขอความเห็นจากผู้าุโสูงสุด เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าให้ เขาจึงยอมอธิบาย “ท่านเ้าสำนักไปปรึกษาหารือกับเ้าสำนักของสำนักอื่น ๆ เกี่ยวกับงานประลองระหว่างสำนักที่จะมีขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า เนื่องจากข่าวนี้ถูกแจ้งมาอย่างกะทันหัน ดังนั้นเขาจึงออกไปอย่างรีบร้อน”
“ที่แท้ก็เื่การประลองระหว่างสำนักนี่เอง” มู่เชียนจิ่วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ภายใต้หน้ากาก สตรีผู้กลับชาติมาเกิดอีกครั้งลอบยู่ปาก อาจารย์ไม่น่ารักเอาเสียเลย แอบออกไปนอกสำนักโดยไม่บอกนางสักคำ!
ในกาลก่อน ไม่ว่าอาจารย์จะไปไหนก็ต้องบอกนางเสมอ หรือไม่ก็มักจะพานางไปด้วย เรียกได้ว่าตอนนั้นนางเป็เงาตามตัวของอาจารย์เลยก็ว่าได้
คิดถึงเื่ราวในชีวิตก่อน แววตาของอดีตบรรพชนน้อยอวิ๋นก็หม่นแสงลง แต่เพียงไม่นานก็กลับมาสดใสอีกครั้ง …ชีวิตนี้นางจะตั้งใจบำเพ็ญเพียร จะไม่ตายง่าย ๆ อีกเด็ดขาด!
นางจะแข็งแกร่งกว่าเดิมให้ได้ และหากมีศัตรูที่แข็งแกร่งรุกรานอีก นางจะให้อาจารย์หลบอยู่ด้านหลังของนาง จากนั้นแค่นางสะบัดมือก็จัดการศัตรูได้แล้ว!
แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” มู่เชียนจิ่วสะใจจนหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว
เหล่าผู้าุโต่างหันมามองนางเป็ตาเดียว
เมื่อเห็นเช่นนั้น หวงฟู่จ้าวเอี้ยนจึงแสร้งไอไม่หยุด มู่เชียนจิ่วจึงหลุดจากจินตนาการของตนเอง “เอ่อ เมื่อครู่ข้าคิดอะไรเพลินไปหน่อย เชิญพวกท่านพูดต่อเถอะขอรับ”
“ศิษย์น้องทุกท่าน พวกเราปรึกษากันก่อนดีกว่า ว่าตอนนี้จะจัดการกับเด็กคนนี้เช่นไร” ผู้าุโสูงสุดทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัด ด้วยการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
หลังจากเหล่าผู้าุโเจ็ดยอดเขาปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว พวกเขาตัดสินใจว่าจะขังมู่เชียนจิ่วไว้ที่ผาสำนึกผิดของสำนักชิงอวิ๋นก่อน ส่วนเื่อื่น รอท่านเ้าสำนักกลับมาแล้ว ค่อยตัดสินใจอีกที
“กลับไปกับอาจารย์!” ผู้าุโจิ่งอี๋ที่ปกติมักจะมีน้ำเสียงอ่อนโยนกับศิษย์รักของตน บัดนี้น้ำเสียงแข็งกร้าวจนน่ากลัว
“เ้าค่ะ อาจารย์” มู่เทียนเซี่ยสะดุ้งเล็กน้อย ความแค้นของนางที่มีต่อบุรุษสวมหน้ากากตรงหน้าทวีคูณอีกหลายเท่า บัดนี้ยังรวมถึงหวงฟู่จ้าวเอี้ยนด้วยอีกคน ดังนั้นความแค้นครั้งนี้ นางจะต้องเอาคืนให้สาสม!
เมื่อเห็นผู้าุโจิ่งอี๋พามู่เทียนเซี่ยกลับไปแล้ว ผู้าุโสูงสุดก็มาหยุดที่ข้างกายมู่เชียนจิ่ว “เด็กน้อย ตามข้ามาเถอะ”
มู่เชียนจิ่วเองก็ยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี
ส่วนความแค้นระหว่างนางกับมู่เทียนเซี่ย นางยังมีเวลาชำระอีกเยอะ ดังนั้นจึงไม่รีบร้อนอะไร!
----------
เมื่อออกมาจากยอดเขาหลัก ผู้าุโสูงสุดพามู่เชียนจิ่วไปที่ผาสำนึกผิด โดยปกติแล้วศิษย์ที่ถูกส่งไปยังผาสำนึกผิดล้วนแต่มีท่าทางสิ้นหวัง
แต่มู่เชียนจิ่วในเวลานี้ กลับดูร่าเริงไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด
เพราะทุกที่ในสำนักชิงอวิ๋นแห่งนี้นางคุ้นเคยเป็อย่างดี มีเพียงผาสำนึกผิดเท่านั้นที่นางยังไม่เคยเยือน!
นางจำได้แค่ว่า อาจารย์เคยบอกนางว่า ผาสำนึกผิดเป็ที่ที่ศิษย์ผู้ทำผิดเท่านั้นจะได้ไป ความจริงแล้วชาติก่อนนางก็ก่อเื่ไว้ไม่น้อย ทั้งเล็กใหญ่มากมายคณานับ
แต่เพราะนางมีฐานะเป็บรรพจารย์น้อยอวิ๋น ทั้งสำนักจึงไม่มีใครกล้าลงโทษนาง ดังนั้นนางจึงยังไม่เคยมีโอกาสสำรวจผาสำนึกผิดมาก่อน
“ผู้าุโสูงสุด ที่ผาสำนึกผิดยังมีศิษย์คนอื่นอีกหรือไม่ขอรับ?” มู่เชียนจิ่วถามขึ้นด้วยความสงสัย
ผู้าุโสูงสุดมีท่าทีประหลาดใจ “เด็กน้อย เ้าไม่กลัวเลยหรือ?”
มู่เชียนจิ่วดวงตาเป็ประกาย “ที่นั่นมีปีศาจกินคนหรือขอรับ?”
“ไม่มี”
“มีอสูรตัวใหญ่หรือไม่ขอรับ?”
“นั่นก็ไม่มี”
มู่เชียนจิ่วบ่นด้วยท่าทางผิดหวัง “ไม่มีอะไรเลยหรือขอรับ?”
ผู้าุโสูงสุดเหมือนคิดบางอย่างขึ้นได้ สีหน้าพลันเคร่งขรึม “ถ้าเ้าไม่ถามข้าคงลืมไปแล้ว ไม่ใช่ว่าที่นั่นไม่มีอะไรเลย”
“เช่นนั้นมีอะไรอยู่หรือขอรับ?” มู่เชียนจิ่วดวงตาเบิกกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความใคร่รู้
“เป็อสูรเทพปกป้องสำนักชิงอวิ๋นของเรา มันอาศัยอยู่ที่นั่นมาหลายพันปีแล้ว แต่เ้าอาจไม่เจอมันก็ได้” ผู้าุโสูงสุดเงียบไปครู่หนึ่ง “แต่หากเจอมันเข้าจริง ๆ จำเอาไว้ว่า อย่าล่วงเกินมันเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?”
มู่เชียนจิ่วพยักหน้ารับราวกับคนใจลอย
นางไม่ยักรู้มาก่อนเลยว่าสำนักชิงอวิ๋นมีอสูรเทพปกป้องสำนักด้วย
ไม่เลว ๆ ดูท่าหลายวันต่อจากนี้นางคงไม่เหงาแล้ว!
ไม่ถึงครึ่งก้านธูป ผู้าุโสูงสุดก็พามู่เชียนจิ่วมาถึงผาสำนึกผิด
มู่เชียนจิ่วมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย ผาสำนึกผิดแห่งนี้โล่งกว้าง มีสวนป่าเล็ก ๆ เท่านั้น
และรอบ ๆ เต็มไปด้วยลมพายุ!
ลมพายุในที่แห่งนี้รุนแรงมาก หากไม่ใช่เพราะผู้าุโสูงสุดเป็คนพาเข้ามา ด้วยตบะบารมีระดับฌานดรุณของมู่เชียนจิ่วคงไม่สามารถขึ้นมาบนนี้เพียงลำพังได้อย่างแน่นอน
“เด็กน้อย ่นี้เ้าอยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกันนะ” ผู้าุโสูงสุดมองมู่เชียนจิ่วอย่างชื่นชม แต่น่าเสียดายที่เมล็ดพันธุ์ชั้นดีเช่นนี้กลายเป็ศิษย์ของท่านเ้าสำนักไปแล้ว
แต่เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน หลังจากที่ท่านบรรพจารย์น้อยอวิ๋นจากไป ท่านเ้าสำนักก็กลายเป็คนที่เงียบขรึมลงเรื่อย ๆ ถึงขนาดไม่ยอมให้ใครเข้าไปในยอดเขาอวิ๋นเฟิง
บัดนี้ท่านเ้าสำนักเปิดใจรับศิษย์อีกครั้ง มีคนคอยดูแลข้าง ๆ คนแก่อย่างพวกเขาก็คงวางใจได้บ้าง!
“ขอรับ ผู้าุโสูงสุด” มู่เชียนจิ่วรับคำอย่างเชื่อฟัง ดวงตากลับมองไปรอบ ๆ เพื่อหาอสูรเทพปกป้องสำนัก แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่าต้องสุดยอดแน่นอน
นางเป็ถึงบรรพจารย์น้อยของสำนักชิงอวิ๋น แต่ในสำนักกลับมีอสูรเทพที่นางไม่เคยพบมาก่อน รู้ถึงไหนอายถึงนั่นจริง ๆ
ผู้าุโสูงสุดยังคงไม่วางใจนัก เขาจึงมอบป้ายหยกชิ้นหนึ่งให้มู่เชียนจิ่ว “หากเจออันตราย ให้เ้าหักป้ายหยกชิ้นนี้นะ แล้วข้าจะรีบมาทันที”
“ขอบคุณท่านผู้าุโสูงสุดขอรับ!” มู่เชียนจิ่วรับป้ายหยกมา แววตาที่มองผู้าุโสูงสุดซาบซึ้งอย่างมาก …เ้าเด็กคนนี้พอแก่แล้วดูรู้ความขึ้นมากทีเดียว
ก่อนไป ผู้าุโสูงสุดก็หันกลับมามองอีกครั้ง และสบตากับมู่เชียนจิ่วเข้าพอดี พลันนั้นภายในใจจึงอดไม่ได้ที่เกิดความสงสัย
…แววตาที่เด็กคนนี้มองเขา เหตุใดถึงเหมือนกับบรรพจารย์น้อยอวิ๋นเช่นนี้นะ?
ตอนนั้นสายตาที่ท่านบรรพจารย์น้อยอวิ๋นมองพวกเขา ราวกับมองลูกหลานตัวน้อยก็มิปาน
หรือเขาจะตาลาย?
ผู้าุโสูงสุดส่ายหน้าไปมาไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัว จากนั้นก็เหาะจากไปทันที
.
.
.