ตอนนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงฉึก!
แต่... ไม่มีความเจ็บ ไม่มีความมืด ไม่มีเคียวเฉาะหัวอย่างที่ใจคิดไว้
ผมลืมตาขึ้น
และเห็นว่า... ไม่ใช่ผมที่โดน
ที่แท้คนที่ถูกแทงไม่ใช่ผมนี่เอง
ผมลืมตาขึ้น พบว่าผู้ที่ถูกแทงกลับเป็หมาเหล็ก
หมาเหล็กตรงหน้าเหมือนค้างอยู่
มีอะไรบางอย่างฝังอยู่ที่ลำตัวของมัน ยาวเรียวและส่องแสงสะท้อนจาง ๆ
มันคือหอกสีเงิน เสียบทะลุเข้าข้างตัวจนปลายโผล่ด้านหลัง
แรงปะทะทำให้เ้าหมาเหล็กทรุดลงกับพื้น เสียงไฟฟ้าช็อตเบา ๆ ดังขึ้นในความเงียบ
“มาสเตอร์…”
เสียงผู้หญิงดังขึ้นเบา ๆ จากด้านหลังผม
มันเป็เสียงที่ไพเราะมากราวกับเสียงของไอดอลชื่อดังสักคน
เสียงนั้น... ชัดเจน ราวกับกลั่นมาจากห้วงดารา
เรียบเฉย ฟังดูไร้อารมณ์ แต่เวลานี้หวานเย็นดั่งเสียงกระซิบของเทพธิดาในนิยาย
น้ำเสียงนั้นไม่ได้เพียงแค่ไพเราะ แต่มัน “ปลอดภัย”
เหมือนโลกทั้งใบกำลังปลอบโยนว่าทุกอย่างจะไม่เป็ไรแล้ว
นี่เราตายแล้วหรือนี่ ไม่สิ หรือว่า เราจะสติหลุดไปแล้ว
ผมหันไปช้าๆ
และได้เห็นเธอ หญิงสาวที่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็แค่ “คนธรรมดา”
เธอยืนอยู่ในเงาไฟสลัว ผมสีเงินสั้นสะท้อนแสงเบาๆ ราวกับแสงดาว
ดวงตาสีฟ้าใสราวกับผลึกน้ำแข็งสะท้อนภาพของผมเอาไว้
ไม่มีแววโกรธ ไม่มีใ มีเพียงสายตาสงบนิ่ง
หญิงสาวผมสั้นสีเงิน และดวงตาสีฟ้า ใบหน้าของเธอสวยเหมือนไม่ใช่มนุษย์
ร่างของหญิงสาวอยู่ในชุดกึ่งแท็คติคอล กึ่งแฟนตาซี เธอสวมกางเกงขาสั้น เผยเรียวขาที่ดูไม่ควรจะมีในสถานที่แบบนี้
และใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตยาวสีดำ ที่ดูหนา และใหญ่กว่าขนาดตัวของเธอ
ดูเหมือนว่าเธอจะเป็คนขว้างหอกสีเงินนี้ใส่หมา ไม่รู้ว่าหอกทำจากอะไร แต่มันแทงทะลุเหล็กอย่างง่ายดาย
รูปร่างของเด็กสาวดูบอบบางเกินกว่าที่จะโยนหอกนั้นทะลุหมาได้
ทั้งหมดมันไม่ควรอยู่ตรงนี้
ไม่ควรมีผู้หญิงแบบนี้ในที่แบบนี้
เหมือนหลุดมาจากอีกโลกหนึ่ง…
แฟนตาซี? เกม? ความฝัน?
เธอค่อย ๆ เดินผ่านผมไป
แสงไฟลอดผ่านตัวเธอเป็เงาทอดลงพื้น
“ทะ ทะ เธอ?”
ผมยังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ตัวหญิงไม่ตอบอะไร เธอเดินไปยืนข้างซากหมาเหล็ก แล้วดึงหอกออกอย่างง่ายดาย ราวกับมันเป็แค่ไม้เสียบลูกชิ้น
มองเห็นวงจรไฟฟ้าที่อยู่ในร้างของหุ่นหมา ไม่มีเื มีเพียงเสียงแกร็กเบา ๆ จากวงจรในร่างหุ่น
แต่ที่น่าใกว่าคือ... เธอไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
ตอนนั้นเองที่ผมเห็นตัวอักษรที่เขียนบนหลังแจ็คเก็ตของเธอ
มันเขียนว่า U.N.I.T.E.
และข้างล่างเล็ก ๆ อีกบรรทัดหนึ่ง M.A.I.D.
ยูไนท์... ที่แปลว่า “รวมเป็หนึ่งเดียว” ?
และเมด? แบบเมดที่เป็สาวใช้ หรือแบบเมดที่เห็นในคาเฟ่ญี่ปุ่น?
“อะไรวะเนี่ย...”
แปลว่าอะไร หมายความว่ายังไงกัน?
ความคิดผมสับสนชั่วขณะ คำเหล่านี้มันดู... แปลกเกินไปสำหรับสถานการณ์ตอนนี้
มันเหมือนมีบางอย่างที่ลึกกว่านั้นซ่อนอยู่ใต้คำง่าย ๆ เหล่านี้
เธอหันมามองผม
ดวงตาสีฟ้านั้นมองนิ่ง เหมือนไม่ได้ “รู้สึก” อะไรเลย
“มาสเตอร์” เสียงเธอดังขึ้น สั้น ชัด และนิ่ง
เป็การพูดที่ฟังดูเยือกเย็น ไม่มีอารมณ์ ไม่มีการขึ้นเสียงลงเสียง
“หา?” ผมเบิกตา
“ลุกค่ะ” เธอก้มลงเล็กน้อย ชี้นิ้วไปทางปลายทางเดิน “เราต้องออกจากพื้นที่เสี่ยง”
“ดะ เดี๋ยวๆ มาสเตอร์คือผมเหรอ?” ผมชี้นิ้วงง ๆ
เธอมองผมนิ่งๆ ราวกับพิเคราะห์อะไรบางอย่าง ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้
เธอหยุดอยู่ห่างจากผมไม่กี่เิเ
ยื่นหน้าเข้ามา — ใกล้
สายตาจ้องตรง ไม่หลบ ไม่ขยับ
ท่าทางนั้นมันดู... แปลกเกินไปสำหรับมนุษย์
ทั้งดูไร้เดียงสา และคำนวณมุมอย่างแม่นยำในเวลาเดียวกัน
“คุณไม่ใช่มาสเตอร์เหรอคะ?”
“ดะ ดะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวคือ...”
เธอก้าวเข้ามาใกล้ ไม่มีเสียงฝีเท้าเลยสักนิด
เงาเสื้อโบกเบา ๆ ตามแรงลม แต่เธอไม่ได้แสดงสีหน้าหรืออารมณ์ใด ๆ เลย
จังหวะนั้นเธอโน้มหน้ามาใกล้ ใกล้มาก
ราวกับจะ... ดมกลิ่น?
ผมชะงัก
เธอสวยชะมัด
ตอนที่มองเธอใกล้ ๆ แบบนี้ ผมถึงได้รู้
ผิวของเธอนวลเนียนจนดูเหมือนแสงจากหลอดไฟสลัวตกกระทบแล้ว “เรือง” เบา ๆ
ตาสีฟ้านั่นไม่ได้มีแค่ความใส แต่มันลึก ราวกับจะมองทะลุเข้าไปในความคิดผม
ตอนนั้นเองผมก็พึ่งรู้สึกตัวว่า…
ผมยังแต่งตัวเหมือนคนคอสเพลย์ Let Me Solo Her อยู่เลย...!
มีแค่เศษผ้าพันเอว กับเท้าเปล่า
อ๊ากกกกกกก
การที่มีสาวสวยแบบนี้อยู่ใกล้ ๆ ในสภาพนี้มัน โคตรอันตราย สำหรับผู้ชายที่หัวใจอ่อนแอแบบผม
ผมถลันตัวถอยหลังหนึ่งก้าว
เธอเอียงคอมองผมอีกครั้ง... สายตานิ่ง และสงสัย
“มาสเตอร์? คุณมีชีวิตอยู่จริง ๆ หรือเปล่าคะ?”
“หา?”
มีชีวิตอยู่... หรือเปล่า?
คำถามนั้นกระแทกเข้าหัวผมอย่างจัง
ไม่ใช่แค่เพราะความหมายของมัน
แต่เพราะ น้ำเสียงของเธอไม่ได้พูดแบบหยอกเล่น
มันเป็คำถามจริงจัง เหมือนเธอไม่แน่ใจจริงๆ
...นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย?
ผมสับสนสุดขีด คำถามในหัวไหลทะลักออกมาเป็พรวน
ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ที่นี่คือที่ไหน?
เ้าหมาเหล็กนั่นคืออะไร?
แล้วเธอ... เป็ใคร?
ที่เธอถามว่า “ผมมีชีวิตอยู่หรือเปล่า” มันหมายความว่ายังไงกันแน่?
แต่ก่อนที่ผมจะทันคิดหาคำตอบ เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
เสียงโลหะกระแทกซีเมนต์ กึก... กึง... กัง…
เป็เสียงหนักแน่น แข็งกระด้าง เสียงฝีเท้า ที่ผมจำได้แม่น เสียงแบบเดียวกับเ้าหมาเหล็กนั่น
เสียงนั้นดังมาจากทางเดินเดิมที่ผมพึ่งผ่านมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
และที่น่ากลัวกว่านั้น... คือจากจำนวนของเสียง บอกว่ามันไม่ได้มาแค่ตัวเดียว
“วิ่งค่ะ”
เธอหันมาพูดอีกครั้ง น้ำเสียงยังเรียบ แต่เด็ดขาด เสียงนั้นไม่มีความใ ไม่มีความเร่งร้อน แต่กลับกดดันจนผมขนลุก
“คะ ครับ!”
ผมเห็นด้วย แทบไม่ต้องคิด และออกวิ่งตามเด็กสาวไปสุดชีวิต
เสียงฝีเท้าของเราดัง กึงกัง กึงกัง! แข่งกับเสียงฝีเท้าของสุนัขเหล็กที่ไล่ตามมา
ฝีเท้าของพวกมันไล่หลังมาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกจังหวะหายใจ
มันดังก้องสะท้อนผนังในทางเดินแคบยาวเหมือนเสียงกลองา
เบื้องหน้ามีแสงไฟอยู่ปลายทางเดิน!
ผมเห็นมันชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ประตู!
หากไปถึงนั่นได้ เราอาจรอด
แต่—
เสียง “ตึง ตึง ตึง” ที่ดังขึ้นเื้ัพร้อมกันสามสาย
ผมหันไปแวบเดียว เห็นเงาเคลื่อนไหว
ร่างของ หมาเหล็กสามตัว ที่กำลังพุ่งมาทางเรา ไฟสีแดง จากหัวมันวาบขึ้น เหมือนแสงเลเซอร์ของนักล่า
อีกนิดเดียว... อีกนิดเดียวก็จะถึงประตู
แต่พวกมันเร็วมาก เร็วแบบที่มนุษย์ไม่มีวันหนีทัน
ผมกลืนน้ำลาย เสียงหอบหายใจดังลอดลำคออย่างเจ็บแสบ
จะไม่ทันแล้ว!
แบบนี้เราต้องถูกไล่ตามทันก่อนที่จะถึงประตูแน่ๆ
แต่ตอนนั้นเอง ที่หญิงสาวที่วิ่งนำผมอยู่ปล่อยให้ผมแซงเธอไป
“เฮ้ เดี๋ยว! หยุดทำไม!?”
ผมร้องเมื่อเห็นหญิงสาวเบรกฝีเท้า
เธอหันกลับไป หันหน้า เผชิญกับพวกมัน
เธอคิดจะ... สู้?
หรือว่าเธอคิดจะถ่วงเวลาให้ผมหนีได้อย่างงั้นเหรอ?
ผมชะงัก จะอ้าปากห้าม แต่ยังไม่ทันพูด หญิงสาวก็ออกคำสั่งขึ้นก่อน
“วิ่งค่ะ ถ้าไม่อยากตาย”
นั่นแหละ... จังหวะที่ผมเพิ่งสังเกตว่า หอกในมือของเธอ มัน “เปลี่ยนรูป” ไปแล้ว
ตอนนี้มันกลายเป็ดาบ
ดาบเงินเล่มยาว ที่ดูเหมือนก่อตัวจากของเหลวโลหะ
มันขยับได้... เคลื่อนไหวเองได้
หญิงสาวจับมันด้วยมือเดียว ยกขึ้นในท่าพร้อมรบ
สายตานิ่งกริบ ราวกับล็อคเป้า
ไม่มีลังเล
ไม่มีหวั่นไหว
มีแค่เป้าหมายเดียว ทำลายล้าง
เสียง “เคร้ง! เคร้ง!” ของโลหะปะทะกัน ดังขึ้นข้างหลังผม
เสียงของโลหะฟาดกับโลหะ
แต่ผมห้ามตัวเองไม่ให้หันกลับไป
รีบพุ่งทะยานสู่ประตูที่อยู่ห่างไม่ถึงสิบเมตร
ในที่สุดผมก็ถึงประตู จึงคว้ามันเปิด และหันกลับไป หวังส่งสัญญาณให้เธอตามมา
แต่เมื่อเหลือบมองกลับไป ผมเห็นเพียงเงาวูบไว
หญิงสาวตวัดดาบรับการโจมตีของเคียว
เสียง เพล้ง! ดังขึ้น แล้วหมาเหล็กตัวหนึ่งก็แยกออกเป็สองซีกร่วงลงกับพื้น
ประกายไฟแตกกระจาย
เธอหมุนตัวเบา ๆ แล้วชี้ดาบไปข้าง ๆ
ท่าทางนิ่งสงบ ราวกับยอดวิชาด้านการต่อสู้
ไม่น่าเชื่อ! ว่าหญิงสาวจะสามารถเอาชนะหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวเร็วขนาดนั้นได้ด้วยตัวคนเดียว นี่ขนาด 3 รุ่มหนึ่ง
ผมอยากจะปรบมือให้กำลังใจ แต่บรรยากาศของสถานการณ์ตรงหน้าไม่เอื้อที่จะทำแบบนั้น
หมาเหล็กอีกสองตัวหยุดกึก ดวงตาสีแดงดวงเดียวของพวกมันจับจ้องเพื่อนที่ถูกผ่าเป็สองท่อน แล้วมองไปยังหญิงสาวเหมือนมันลังเล
พวกมันเดินไปเดินมารอบๆ เธอ ราวกับหวาดกลัวคมดาบของหญิงสาว
อาจจะประเมินแล้วว่าการรุมเธอไม่ได้ผล…
แต่ผมกลับรู้สึกตงิดใจอะไรบางอย่าง
เครื่องจักรมีความรู้สึกกลัวงั้นเหรอ?
ผมเบิกตากว้าง
ไม่สิ มันไม่ได้กลัว
“มันกำลังถ่วงเวลา!!” ผมะโสุดเสียง
มันกำลังถ่วงเวลา! ต่างหาก
“ล่อกำลังเราไว้ เพื่อรอกำลังเสริม!”
เสียง โครม!! ดังมาจากทางเดิน
เหล็กสั่นะเื — พวกมันไม่แกล้งเงียบอีกแล้ว เมื่อรู้ว่าแผนถูกจับได้ มันก็เริ่มบุกเต็มกำลัง
หญิงสาวหันไป เธอรู้แล้ว
และเตรียมหันกลับมาออกวิ่ง—
แต่ช้าไปครึ่งจังหวะ
หมาเหล็ก A พุ่งใส่เธอทันที
เธอยกดาบรับการปะทะ
เสียง “แคร้ง!” ดังสนั่น
แต่ก่อนที่เธอจะตั้งหลักได้
หมา B วิ่งไต่กำแพง ขึ้นสูง
เงาของมันโถมลงมาจาก้า
มันพุ่งข้ามหัวเธอ ตรงมาทางผม!
ตัวหนึ่งสละตัวเองดึงความสนใจของเป้าหมายที่เก่งกว่า ส่วนอีกตัวเล็งไปยังเป้าหมายอ่อนแอ ถ้าสำเร็จก็เสียสละหนึ่ง กำจัดศัตรูได้หนึ่ง ในขณะที่เดี๋ยวก็มีเพื่อนมาเสริม - วิธีคิดสมเป็เครื่องจักรจริงๆ
ผมเจ็บใจ พวกมันไม่เคยเปลี่ยนเลย
ส่วนผมก็ไม่เคยเปลี่ยน… แพ้พวกมันไปก้าวหนึ่งเสมอ
ผมคิดแบบนั้นด้วยความสิ้นหวัง
คมเคียวอยู่ห่างผมไม่ถึงเมตร
ผมหยุดหายใจ
มันจะเฉาะหัวผมแน่—
แต่ทันใดนั้นเอง
เสียง “บึง!” ดังขึ้นพร้อมแรงกระชาก
โซ่เงินบางเฉียบพันรัดขาหลังของหุ่นหมาที่พุ่งมาหาผม แล้วกระชากกลับราวกับเบ็ดเกี่ยวฉลาม
มันถูกดึงพรวดไปข้างหลัง โซ่นั้นเชื่อมอยู่กับมือขวาของหญิงสาว
มือซ้ายของเธอกำลังปะทะกับแขนที่ติดเคียวของหมา A ด้วยแขนเปล่าๆ
ในจังหวะที่ผมคิดว่าเธอรับไม่ไหว
เธอขยับเท้า เตะอ้อมขาขั้น แล้วทิ้งตัวพลิก ใช้ขาล็อกแขนกลของหมา A ม้วนตัวอย่างนักสู้ MMA
พร้อมกันกับใช้แรงหมุนตัวกระชากโซ่ เหวี่ยงหมา B ข้ามตัวไปกระแทกกำแพง
เสียง โครม! ดังลั่น
โซ่เงินที่พันหมา B กลายสภาพเป็มีด แล้วพุ่งเฉาะกลางหลังของหมา A ที่ล็อกอยู่ที่ขา เปรี้ยง!
สองตัวร่วงลงพื้นแทบพร้อมกัน
หญิงสาวม้วนตัวขึ้น ไม่พูดอะไร
หันมาเจอผม แล้วพุ่งวิ่งมาทางผมทันที
และในจังหวะนั้นเอง…
เสียง "ตึง ตึง ตึง ตึง!" ก็ดังขึ้นจากทั้งพื้นและเพดาน
ไฟสีแดงนับสิบดวง ปรากฏขึ้นบนเพดาน พวกมันอยู่บนพื้น ผนัง และเพดาน
พวกมันไม่ได้วิ่งแค่บนพื้นอีกต่อไป…
กำลังเสริมของพวกมันมาถึงแล้ว