
กลางโกดังเกลือหมายเลขแปด
"ไอ้หมีควาย!"
สิ้นเสียงตวาดแหลมใส ร่างเล็กกะทัดรัดของ ถังเหยียน ก็หายวับไปจากสายตา
นางไม่ได้หายตัวจริงๆ แต่นางเคลื่อนที่ด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูง "ย่างก้าวเงาพราย" ที่รวดเร็วจนทิ้งภาพติดตาไว้เป็เงาจางๆ รอบตัวจางเหว่ย
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เข็มเงินนับสิบเล่มถูกซัดออกมาจากทิศทางที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง... ซ้าย ขวา หน้า หลัง ราวกับมีฝนตกมาจากทุกทิศทาง เป้าหมายคือจุดตายและจุดชีพจรสำคัญของั์ใหญ่ใจกลางวงล้อม
จางเหว่ย ยืนนิ่ง ไม่หมุนตัวตามเงาของนาง
เขามองไม่ทัน... สายตาของมนุษย์ธรรมดาไม่อาจจับความเร็วระดับนี้ได้ แต่ "จมูก" และ "หู" ของเขาทำงานดีกว่าตามาก
เสียงลมแหวกอากาศ... กลิ่นแป้งหอมจางๆ ที่เปลี่ยนทิศ...
"ฮึ่ม!"
จางเหว่ยพ่นลมหายใจออกทางจมูก มือขวาที่กำ "มีดปังตอ" ขยับวูบเดียว ไม่ใช่การฟัน แต่เป็การ "หมุน"
เคร้งๆๆๆๆ!
ใบมีดกว้างใหญ่หมุนควงเป็วงกลมดุจโล่เหล็ก ปัดป้องเข็มเงินที่พุ่งเข้ามาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟแลบแปลบปลาบราวกับดอกไม้ไฟแตกกระจาย
"อะไรกัน!?" ถังเหยียนอุทานด้วยความใ นางเกาะอยู่บนยอดกองกระสอบเกลือสูงท่วมหัว มองดูั์ใหญ่เบื้องล่างด้วยความไม่อยากเชื่อ
เข็มเงินของนางเล็กและเร็วขนาดนั้น มันใช้อะไรมอง? หรือว่ามันมั่ว?
"เ้า... ฟันยุงเก่งดีนี่!" ถังเหยียนะโยั่วโมโห "แต่ดูซิว่าจะกันได้นานแค่ไหน!"
นางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าข้างเอว คราวนี้สิ่งที่หยิบออกมาไม่ใช่เข็ม แต่เป็ "ลูกตุ้มหนาม" สองลูกที่มีโซ่ยาวเชื่อมติดกัน
"ไปตายซะ!"
นางเหวี่ยงลูกตุ้มลงมา โซ่ยาวตวัดรัดพันรอบคอของจางเหว่ยอย่างรวดเร็วราวกับงูเหลือม หนามแหลมคมขูดเนื้อที่คอจนเืซิบ
"เสร็จข้าล่ะ!" ถังเหยียนแสยะยิ้ม นางออกแรงกระตุกโซ่สุดแรงเกิด หมายจะกระชากคอจางเหว่ยให้หัก หรือไม่ก็ลากให้ล้มลง
ทว่า... ร่างมหึมานั้นกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับเป็เสาหินที่หยั่งรากลึกถึงแกนโลก
ถังเหยียนเบิกตากว้าง นางรู้สึกเหมือนกำลังพยายามลากูเา "นะ... นี่เ้าทำด้วยอะไรเนี่ย!?"
จางเหว่ยค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองนาง รอยยิ้มเ็าปรากฏที่มุมปาก
"ยุงกัด..."
เขาพูดสั้นๆ แล้วยกมือซ้ายขึ้นจับโซ่เหล็กที่รัดคอตัวเองไว้ แล้ว "กระชากกลับ"
แรงดึงมหาศาลจากแขนที่ผ่านการสับหมูวันละห้าสิบตัว ส่งผลให้ร่างเล็กของถังเหยียนปลิวลิ่วลงมาจากยอดกองเกลือทันที!
"กรี๊ดดด!"
ถังเหยียนร้องเสียงหลง ร่างของนางลอยละลิ่วตรงดิ่งเข้าหาหมัดขวาของจางเหว่ยที่ง้างรอไว้
แต่ในวินาทีวิกฤต สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของตระกูลถังก็ทำงาน นางไม่ได้ฝืนต้านแรงดึง แต่กลับ "พลิกตัว" กลางอากาศ ถีบเท้าเข้าที่หน้าอกของจางเหว่ยเต็มแรง
ปึก!
แรงถีบส่งผลให้จางเหว่ยเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ส่วนถังเหยียนอาศัยแรงสะท้อนนั้น ดีดตัวกลับขึ้นไปตีลังกาม้วนหลังลงสู่พื้นอย่างสวยงาม
นางสะบัดผมเปียยาว ท่าทางโกรธจัดจนแก้มป่อง
"ไอ้บ้า! ไอ้เถื่อน! เ้ากล้าดึงข้าลงมาเรอะ!" นางชี้หน้าด่ากราด "รู้ไหมว่าชุดนี้ตัดเย็บด้วยไหมฟ้าจากเสฉวน แพงกว่าชีวิตเ้าอีกนะ!"
จางเหว่ยไม่สนใจคำด่า เขาปลดโซ่ออกจากคอแล้วโยนทิ้งลงพื้นเสียงดัง ตุบ
"เ้าตัวเล็ก..." จางเหว่ยเอ่ยเสียงเนิบนาบ "ถ้าเ้ายังะโไปมาเหมือนลิงแบบนี้... ข้าจะเริ่มรำคาญแล้วนะ"
"รำคาญเรอะ? ดี!" ถังเหยียนกระทืบเท้าเร่าๆ "งั้นเจอของจริงหน่อยเป็ไง!"
นางกดกลไกที่ข้อมือ
กริ๊ก!
หมอกควันสีชมพูฟุ้งกระจายออกมาจากแขนเสื้อ ปกคลุมร่างของนางจนมิด
"เคล็ดวิชาตระกูลถัง : ม่านหมอกพรางตา!"
จางเหว่ยขมวดคิ้ว กลิ่นหอมหวานเอียนๆ ลอยมาแตะจมูก
"ระวัง อาเหว่ย! นั่นหมอกพิษ!" เฉินมู่ ะโเตือนมาจากด้านหลัง (ซึ่งกำลังช่วยพยุงยาสะที่าเ็อยู่)
"ไม่ใช่พิษร้ายแรงหรอก!" เสียงถังเหยียนดังมาจากในหมอก "แค่อยากให้เ้าหลับสบาย... ตลอดกาล!"
เงาร่างเล็กพุ่งออกมาจากม่านหมอกด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว คราวนี้ในมือนางถือ "กริชคู่" สีเงินวาววับ
นางไม่ปะทะตรงๆ แต่ใช้วิธี "ตีแล้วหนี"
ฉึก! กริชกรีดผ่านต้นแขนจางเหว่ย ฉึก! กริชแทงเข้าที่สีข้าง ฉึก! กริชเฉือนที่น่อง
ทุกครั้งที่จางเหว่ยเหวี่ยงมีดสวน นางก็มุดหลบไปใต้แขน หรือะโข้ามหัวเขาไปแล้ว ราวกับภูตผีที่จับต้องไม่ได้
เืเริ่มไหลซึมออกจากาแนับสิบแห่งบนร่างจางเหว่ย แม้แผลจะไม่ลึกเพราะกล้ามเนื้อที่หนาแน่น แต่ความเ็ปและพิษอ่อนๆ ที่เคลือบใบมีดเริ่มทำให้เขาชาหนึบ
"ฮ่าๆๆ! เป็ไงล่ะเ้าหมีโง่!" ถังเหยียนหัวเราะร่า วนเวียนอยู่รอบตัวเขา "จับข้าสิ! ไหนบอกจะสับข้าไง?"
จางเหว่ยหยุดเคลื่อนไหว... เขาหลับตาลง
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยและเสียงฝีเท้าที่แ่เบา จางเหว่ยตัดการรับรู้ทางสายตาทิ้งไป
ภาพในหัวของเขาเปลี่ยนไป... เขาไม่ได้เห็น "คน" วิ่งไปมา แต่เขาเห็น "เส้นเอ็น" และ "ข้อต่อ" ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในอากาศ
เสียงลมหายใจ... เสียงกล้ามเนื้อเกร็งตัว... เสียงหัวใจที่เต้นเร็วของเด็กสาว
ตรงนั้น...
จางเหว่ยแสยะยิ้ม
ในจังหวะที่ถังเหยียนพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง หมายจะแทงกริชเข้าที่ท้ายทอย
จางเหว่ยไม่ได้หันกลับไป แต่เขา "ทิ้งตัว" หงายหลังลงมาทั้งตัว!
"เอ๊ะ!?" ถังเหยียนใสุดขีด นางเบรกไม่ทัน
แผ่นหลังกว้างใหญ่ของจางเหว่ยกระแทกเข้ากับร่างเล็กของนางเต็มๆ เหมือนกำแพงหินถล่มทับมด
พลั่ก!
"อั๊ก!"
ถังเหยียนจุกจนตาเหลือก ร่างกระเด็นไปนอนกลิ้งกับพื้น กริชหลุดจากมือ
ยังไม่ทันที่นางจะหายใจทั่วท้อง เงาทะมึนก็ทาบทับลงมา
จางเหว่ยพุ่งเข้ามาคร่อมร่างนางไว้ เข่าข้างหนึ่งกดทับที่ชายเสื้อของนางตรึงไว้กับพื้น มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือทั้งสองของนางรวบไว้เหนือหัว แล้วกดแนบลงกับพื้น
"ปล่อยนะ! ไอ้ลามก! ไอ้หมีบ้ากาม!" ถังเหยียนดิ้นพล่าน หน้าแดงก่ำทั้งจากความโกรธและความอาย
ใบหน้าของจางเหว่ยอยู่ห่างจากหน้านางเพียงคืบ เหงื่อจากหน้าผากเขาหยดลงมาโดนแก้มนาง
"ใครกันแน่ที่ลามก..." จางเหว่ยถามหน้าตาย สายตามองต่ำลงมา "แต่งตัวรัดรูปขนาดนี้ แถมยังชอบมุดเข้าใต้หว่างขาผู้ชาย"
"กริ๊ดดด! ข้าจะฆ่าเ้า! ข้าจะฟ้องท่านพ่อให้มาตัดลิ้นเ้า!"
ถังเหยียนพยายามจะเตะ แต่ขาของนางก็ถูกเข่าอีกข้างของจางเหว่ยทับไว้จนขยับไม่ได้ ตอนนี้นางตกอยู่ในสภาพจนตรอกโดยสมบูรณ์ใต้ร่างของชายที่นางเพิ่งดูถูกว่าโง่เง่า
"ยอมแพ้ซะ..." จางเหว่ยขู่เสียงต่ำ "ไม่งั้นข้าจะ..."
"จะทำอะไร!?" ถังเหยียนท้าทาย แม้เสียงจะสั่น "เ้าไม่กล้าทำอะไรคุณหนูตระกูลถังหรอก!"
จางเหว่ยเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม จนจมูกแทบชนกัน กลิ่นเหงื่อบุรุษเพศที่รุนแรงผสมกลิ่นคาวเกลือ ทำให้ถังเหยียนใจเต้นแรงอย่างประหลาด
"ข้าจะ..." จางเหว่ยแสยะยิ้มมุมปาก "...โกนหัวเ้า แล้วส่งกลับไปเสฉวน"
"ม่ายยยยย!" ถังเหยียนหน้าซีดเผือด สำหรับผู้หญิง ผมคือชีวิต!
"พอได้แล้ว อาเหว่ย"
เสียงปรบมือดังขึ้น แปะๆ
เฉินมู่ เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มการค้า เขาดูไม่ทุกข์ร้อนกับสภาพที่ผู้คุ้มกันของตนกำลังคร่อมทับคุณหนูตระกูลใหญ่
"ปล่อยนางเถอะ... สินค้าชิ้นนี้บุบสลายไปจะเสียราคาเปล่าๆ"
จางเหว่ยถอนหายใจ ปล่อยข้อมือนางแล้วลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่เข่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถังเหยียนรีบดีดตัวลุกขึ้น จัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู นางชี้หน้าจางเหว่ย มือสั่นระริก
"ฝากไว้ก่อนเถอะ! ครั้งหน้าข้าจะเอาเข็มพิษเจ็ดก้าวสังหารมายัดปากเ้า!"
นางหันขวับมาทางเฉินมู่ พยายามเรียกความสุขุมเยือกเย็นของคุณหนูตระกูลใหญ่กลับคืนมา (แต่ยังหอบแฮ่กๆ)
"ท่านพ่อ... ท่านพ่อข้าเชิญเ้าไปงานเลี้ยงน้ำชาคืนนี้! ที่จวนรับรองตระกูลถัง!"
"ถ้าเ้าไม่ไป... ถือว่าประกาศากับตระกูลถัง!"
พูดจบนางก็สะบัดหน้า กระทืบเท้าปังๆ เดินจากไป แต่ก่อนจะพ้นประตูโกดัง นางยังมิวายหันกลับมาแลบลิ้นใส่จางเหว่ย
"แบร่! ไอ้หมีหน้าโง่!"
แล้วนางก็หายวับไปกับเงาแดด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และความวุ่นวายใจของชายร่างั์
จางเหว่ยเกาหัวแกรกๆ หันมามองเฉินมู่
"นายน้อย... ผู้หญิงตระกูลนี้สติไม่ดีกันทุกคนหรือไม่?"
เฉินมู่หัวเราะร่า ตบไหล่สหายรักที่เป็ผู้คุ้มกันส่วนตัวด้วย
"ไม่หรอก... นางแค่ไม่เคยเจอใครที่ 'เอาอยู่' เหมือนเ้าต่างหาก"
"เตรียมตัวให้ดี อาเหว่ย... คืนนี้งานเลี้ยงน้ำชาคงดุเดือดกว่านี้แน่"