ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดปกคลุมทั่วทุกอาณาบริเวณของห้วงมิติรอยต่อ ร่างกายของบุรุษผู้หนึ่งกำลังลอยละล่องอยู่ท่ามกลางกระแสธารแห่งกาลเวลาที่บิดเบี้ยวและเกรี้ยวกราด สายฟ้าสีม่วงเข้มซึ่งเป็ตัวแทนของกฎเกณฑ์แห่งจักรวาลฟาดผ่าลงมายังร่างนั้นอย่างบ้าคลั่ง ราวกับ้าจะลงทัณฑ์ผู้ที่บังอาจฝ่าฝืนกฎแห่งธรรมชาติ
"เปิด!"
เสียงะโก้องกังวานประดุจเสียงคำรามของัาดังก้องไปทั่วห้วงมิติ ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมยาวสยายสีดำขลับดวงตาเปล่งประกายสีทองอำพันวาดมือออกไปเบื้องหน้า พลังปราณอันมหาศาลที่สั่งสมมานานนับห้าพันปีในดินแดนเซียนถูกะเิออกมาในคราเดียว เพื่อฉีกกระชากม่านมิติที่กั้นขวางระหว่างโลกภายนอกและบ้านเกิดที่เขาจากมา
กวินทร์ จักรพรรดิเซียนผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่เคยเหยียบย่ำ์และสยบมารทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้า บัดนี้กำลังกัดฟันแน่น เืสีทองไหลซึมออกมาจากมุมปาก การตัดผ่านมิติโดยไม่มีพิกัดที่แน่นอนและการฝืนกฎของโลกเดิมทำให้เขาต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาล
'ร่างกายข้ากำลังจะแตกสลาย พลังตบะห้าพันปีของข้ากำลังถูกกฎของโลกมนุษย์กดทับ'
เขาคิดในใจด้วยความเ็ปที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ทว่าภาพความทรงจำในอดีต ภาพใบหน้าของหญิงสาวผู้เป็ที่รัก และคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับเธอเมื่อนานมาแล้ว เป็ดั่งเชือกเส้นสุดท้ายที่รั้งสติของเขาไว้ไม่ให้ดับวูบไป
"ต่อให้พลังข้าต้องสูญสลายไปเก้าในสิบส่วน ข้าก็จะต้องกลับไปให้ได้!"
กวินทร์คำรามลั่นอีกครั้ง ก่อนจะรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย สร้างดาบปราณที่มองไม่เห็นฟาดฟันลงไปที่จุดกึ่งกลางของรอยแยกมิติ แสงสว่างเจิดจ้าบาดตายิ่งกว่าดวงอาทิตย์พันดวงะเิออก กลืนกินร่างของเขาหายวับไปในชั่วพริบตา
. . .
ตูม!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอุกกาบาตตกลงสู่พื้นโลก แรงกระแทกจากการลงจอดส่งผลให้เศษขยะกองมหึมาปลิวว่อนกระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง ฝุ่นควันคลุ้งตลบอบอวลจนมองไม่เห็นสิ่งใด
ท่ามกลางกองูเาขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมโบราณที่ขาดวิ่นนอนแน่นิ่งอยู่บนกองเศษเหล็กและพลาสติกเน่าเปื่อย สายฝนสีดำสกปรกโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ชะล้างคราบเืสีทองจางๆ บนร่างกายของเขา
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ นิ้วมือที่เต็มไปด้วยาแของกวินทร์เริ่มขยับเล็กน้อย เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสีดำสนิทที่ลึกล้ำดุจห้วงมหรรณพ แววตาแห่งความเป็จักรพรรดิเซียนยังคงฉายชัดแม้จะอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชเพียงใด
กวินทร์พยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วกระดูกทุกชิ้น เขากวาดสายตามองไปรอบตัว สิ่งแรกที่ััได้คือกลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงจนแทบจะทำให้อาเจียน มันไม่ใช่กลิ่นของขยะธรรมดา แต่เป็กลิ่นของสารเคมี ของเสียจากโรงงาน และซากสัตว์อสูรที่เน่าเปื่อยทับถมกัน
'ที่นี่คือ โลกมนุษย์งั้นรึ?'
เขาตั้งคำถามกับตัวเองในใจ พลางขมวดคิ้วแน่น สภาพแวดล้อมที่เห็นตรงหน้าช่างแตกต่างจากโลกในความทรงจำเมื่อห้าปีก่อน (ตามเวลาโลกมนุษย์) อย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้าที่เคยเป็สีฟ้าครามบัดนี้กลายเป็สีเทาหม่น มีเมฆดำทะมึนหมุนวนเป็กงจักร และที่สำคัญที่สุด เขาตระหนักได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปในบรรยากาศ
"ปราณ มีกระแสลมปราณไหลเวียนอยู่ในอากาศ"
กวินทร์พึมพำออกมาเบาๆ เขาหลับตาลงเพื่อััถึงละอองพลังงานรอบตัว แม้ว่ามันจะเจือจางและเต็มไปด้วยสิ่งเจือปนสกปรกโสโครก แต่มันคือพลังปราณอย่างแน่นอน โลกใบนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว กฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์เดิมถูกบิดเบือนด้วยพลังงานลึกลับบางอย่าง
เขาพยายามโคจรลมปราณในร่างเพื่อตรวจสอบระดับพลังของตนเอง ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็เคร่งเครียดลง
'ระดับพลังลดฮวบลงมาเหลือเพียงขั้นกลั่นลมปราณ ไม่สิ ต่ำกว่านั้น อีกทั้งรากฐานิญญายังได้รับความเสียหายจากการข้ามมิติ'
จักรพรรดิเซียนผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยดีดนิ้วทำลายดวงดาว บัดนี้กลับเหลือพลังเพียงน้อยนิดที่ไม่ต่างอะไรกับผู้ฝึกยุทธปลายแถวในโลกเดิมของเขา ความรู้สึกอัปยศแล่นเข้ามาในอก แต่กวินทร์รีบปัดมันทิ้งไป สิ่งสำคัญตอนนี้ไม่ใช่พลัง แต่คือการยืนยันว่าเขาอยู่ที่ไหนและเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว
เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เสื้อผ้าจะขาดรุ่งริ่งและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนตม แต่ท่วงท่าการยืนของเขายังคงสง่างามและแผ่กลิ่นอายกดดันออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาเดินย่ำไปบนกองขยะที่สูงท่วมหัว สายตามองออกไปไกลๆ เห็นแสงไฟวูบวาบจากตึกสูงเสียดฟ้าในระยะไกลลิบ
ที่นั่น แสงสีแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่ดูทันสมัยและแปลกตายิ่งกว่ายุคที่เขาจากมา มีโดมพลังงานสีฟ้าอ่อนครอบคลุมพื้นที่เมืองเอาไว้ ส่วนจุดที่เขายืนอยู่ดูเหมือนจะเป็เขตนอกกำแพง หรือแหล่งทิ้งขยะที่ถูกทอดทิ้ง
"นี่ข้า มาโผล่ที่ไหนกัน?"
กวินทร์ก้าวเท้าเดินลงมาจากกองูเาขยะ ทันใดนั้นเอง หัวใจของเขาก็กระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเ็ปชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดจากาแทางกาย แต่เกิดจากส่วนลึกของจิติญญาแล่นพล่านเข้ามาที่กลางอก มันเ็ปรวดร้าวราวกับมีใครเอามือที่มองไม่เห็นมาบีบหัวใจของเขาจนแหลกเหลว
"อึก!"
กวินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือข้างขวากุมหน้าอกแน่น เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาเต็มใบหน้า ความรู้สึกนี้ เขาคุ้นเคยกับมันดีในตำราโบราณ มันคือ 'สายใยโลหิต' ปฏิกิริยาตอบสนองทางจิติญญาระหว่างผู้ที่มีสายเืเดียวกัน
'สายเื? ข้ามีญาติพี่น้องที่ไหนอีก พ่อแม่ของข้าเสียไปหมดแล้วก่อนที่ข้าจะข้ามมิติ หรือว่า'
ดวงตาของกวินทร์เบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกถึงค่ำคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกดึงดูดไปสู่โลกเซียน ค่ำคืนแห่งความสุขและความเศร้ากับหญิงสาวคนนั้น ศิรินทร์
ความทรงจำไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับทำนองเพลงที่ขาดหาย หากเวลาในโลกเซียนห้าพันปีเท่ากับห้าปีในโลกนี้ เป็ไปได้หรือไม่ที่ในคืนนั้น
"ลูก ข้ามีลูกงั้นรึ?"
คำอุทานหลุดออกมาจากปากของจักรพรรดิเซียนผู้เ็า น้ำเสียงของเขาสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ และหวาดกลัวผสมปนเปกันไปหมด แต่ทว่าความยินดีนั้นคงอยู่ได้เพียงเสี้ยววินาที เมื่อััแห่งสายใยโลหิตนั้นส่งสัญญาณเตือนภัยที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
มันไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อ แต่มันคือสัญญาณขอความช่วยเหลือ สัญญาณของชีวิตที่กำลังร่อแร่และใกล้จะมอดดับ ลมหายใจแห่งชีวิตของสายเืเขากำลังแ่ลงเรื่อยๆ ราวกับเทียนไขท่ามกลางพายุฝน
หัวใจของกวินทร์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเย็นะเืแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จิตสังหารอันรุนแรงที่เคยใช้สังหารมารนับล้านตัวะเิออกมาจากร่างโดยอัตโนมัติ ทำให้อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวและอุณหภูมิลดฮวบลงจนเศษน้ำขังบนพื้นกลายเป็น้ำแข็ง
"ใคร ใครบังอาจทำร้ายลูกข้า!"
เสียงคำรามต่ำในลำคอของเขาดังก้องสะท้อนไปทั่วกองขยะ หนูตัวใหญ่ที่มีฟันเป็เหล็กซึ่งกำลังจะวิ่งเข้ามาหาเขาถึงกับตัวสั่นงันงกและหัวใจวายตายคาที่ด้วยแรงกดดันมหาศาล
กวินทร์หลับตาลงเพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การจับััทิศทางของสายใยโลหิตนั้น เขามองเห็นเป็เส้นด้ายสีแดงจางๆ ที่ทอดยาวจากหน้าอกของเขา พุ่งตรงไปยังทิศตะวันออก ทิศทางของเมืองที่มีแสงไฟสว่างไสวนั่น
'ทิศตะวันออก ระยะทางประมาณยี่สิบกิโลเมตร ชีพจรอ่อนมาก กำลังจะหยุดเต้น ไม่! ข้าไม่ยอม!'
จักรพรรดิเซียนลืมตาโพลง ั์ตาสีดำแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉานชั่วขณะ เขาไม่สนแล้วว่าพลังของตนจะเหลืออยู่เท่าไหร่ หรือการใช้พลังเกินขีดจำกัดจะทำให้ร่างนี้แตกสลายหรือไม่ วินาทีนี้มีเพียงสิ่งเดียวในหัวคือต้องไปให้ถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด
"รอพ่อก่อนนะลูก พ่อกำลังไป!"
ตูม!
พื้นดินบริเวณที่กวินทร์ยืนอยู่ะเิออกเป็หลุมลึก ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่มนุษย์ทั่วไปมองตามไม่ทัน เกิดเป็คลื่นกระแทกโซนิคบูมที่กวาดกองขยะรอบข้างให้ปลิวว่อนเป็ทางยาว
ในเขตสลัมหรือโซนเอฟที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนซอมซ่อสร้างจากสังกะสีและเศษไม้ ผู้คนยากไร้ที่กำลังนั่งผิงไฟหรือคุ้ยเขี่ยหาอาหารต่างพากันสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงคล้ายะเิ และเมื่อพวกเขาเงยหน้ามอง ก็เห็นเพียงเงาสีดำวูบหนึ่งที่เคลื่อนที่ผ่านไปด้วยความเร็วสูงจนเกิดลมพายุหมุน หอบเอาฝุ่นทรายตลบอบอวล
"นั่นมันตัวอะไรวะ!"
"สัตว์อสูรหลุดมาเหรอ! หนีเร็ว!"
เสียงโวยวายดังระงมไปทั่วสลัม แต่กวินทร์ไม่ได้สนใจเสียงเ่าั้ เขาใช้ 'ก้าวย่างพริบตา' ผสานกับพลังกายเนื้อขั้นเซียน ะโเหยียบไปบนหลังคาบ้านเรือน พุ่งทะยานข้ามซากตึกปรักหักพัง ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงไป ทิ้งรอยร้าวลึกบนคอนกรีตไว้เสมอเพื่อส่งแรงถีบตัว
สายลมที่ปะทะใบหน้าของเขารุนแรงราวกับใบมีด แต่เขาไม่รู้สึกเ็ป จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับจังหวะการเต้นของหัวใจดวงน้อยๆ ที่ปลายทาง
'อ่อนลงอีกแล้ว ความเย็น ข้าััได้ถึงไอความเย็นวิปริตที่กัดกินร่างนั้นอยู่ มันไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บธรรมดา แต่มันคือคำสาป คำสาปจากพวกมารสวะตัวไหน!'
ยิ่งเข้าใกล้เขตเมืองชั้นในมากเท่าไหร่ ความโกรธเกรี้ยวของกวินทร์ก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเท่านั้น ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงจนทำให้สุนัขจรจัดที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตรต้องวิ่งหนีหางจุกตูด นกที่เกาะอยู่บนเสาไฟฟ้าตกลงมาตายเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว
เบื้องหน้าของเขาคือกำแพงสูงตระหง่านที่กั้นระหว่างโซนเอฟที่เสื่อมโทรมและโซนเอที่เจริญรุ่งเรือง บนกำแพงมีป้อมปืนกลมานาและทหารยามเดินตรวจตราอย่างแ่า
กวินทร์ไม่คิดจะหยุดเจรจาหรือหาทางอ้อม เขาเร่งความเร็วขึ้นอีกระดับ ร่างกายห่อหุ้มด้วยปราณคุ้มกายบางๆ สีทอง พุ่งเข้าหากำแพงเหล็กกล้าสูงสิบเมตรราวกับลูกะุปืนใหญ่
"หลีกไป!"
เขาไม่ได้ะโด้วยเสียง แต่ส่งคลื่นจิตกระแทกออกไป ทหารยามบนกำแพงที่กำลังจะยกปืนขึ้นเล็งต่างพากันหน้ามืดตาลายและล้มพับลงไปกองกับพื้นโดยไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น
กวินทร์ะโเพียงครั้งเดียวก็ข้ามพ้นกำแพงสูง เข้าสู่เขตโซนเอ ทันทีที่เท้าแตะพื้นถนนลาดยางเรียบกริบ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตึกระฟ้าสูงเสียดเมฆตั้งตระหง่าน รถยนต์ลอยฟ้าวิ่งขวักไขว่ไปมา ป้ายโฆษณาโฮโลแกรมฉายภาพสินค้าหรูหรา ผู้คนแต่งตัวดีเดินกันขวักไขว่
แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นชายหนุ่มในชุดขอทานที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนืุ์ เขาเป็เหมือนิญญาร้ายที่พุ่งผ่านฝูงชนไปโดยทิ้งไว้เพียงกระแสลมวูบใหญ่ที่ทำให้กระโปรงของหญิงสาวเปิดขึ้นหรือหมวกของชายหนุ่มปลิวหลุด
สายใยโลหิตนำทางเขามาหยุดอยู่ที่หน้าอาคารสีขาวมุกขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง อาคารแห่งนี้ดูแตกต่างจากตึกอื่น มันดูศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ ด้านหน้ามีป้ายตัวอักษรสีทองขนาดใหญ่สลักไว้ว่า
'โรงพยาบาลเซนต์เอเดน - ศูนย์การแพทย์วีวีไอพี'
ที่นี่คือสถานพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก มีเทคโนโลยีและผู้รักษาที่เก่งกาจที่สุด แต่ในสายตาของกวินทร์ มันเป็เพียงคุกที่ขังลูกสาวของเขาเอาไว้
เขายืนหอบหายใจถี่อยู่หน้าทางเข้า ลมหายใจที่พ่นออกมาเป็ไอสีขาวร้อนๆ ตัดกับอากาศเย็นสบายของย่านคนรวย สภาพของเขาตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับคนบ้า เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เส้นผมยุ่งเหยิงเปรอะเปื้อนโคลน และร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผล แต่ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว
เบื้องหน้าของเขา ทางเข้าโรงพยาบาลถูกกั้นด้วย 'ม่านพลังป้องกันระดับสูง' สีฟ้าใส มันเป็เทคโนโลยีผสานเวทมนตร์ที่ออกแบบมาเพื่อกันคนภายนอก สัตว์อสูร และเชื้อโรค ไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปได้ และแน่นอนว่ามันกันคนจรจัดอย่างเขาด้วย
บอดี้การ์ดร่างั์ในชุดสูทสีดำสวมแว่นตาดำสองคนที่ยืนเฝ้าหน้าประตูสังเกตเห็นกวินทร์ทันที พวกเขาขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจและเตรียมจะเดินเข้ามาไล่
"เฮ้ย! ไอ้ยาจก ที่นี่ไม่ใช่ที่ขอทานนะเว้ย ออกไปให้พ้นหน้าโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!"
หนึ่งในบอดี้การ์ดะโไล่ พลางชักกระบองไฟฟ้าออกมาขู่ แต่กวินทร์ไม่ได้ยินเสียงของพวกเขา หูของเขาได้ยินเพียงเสียงหัวใจของลูกสาวที่กำลังแ่ลงจนแทบจะหยุดเต้น ความรู้สึกเ็ปที่กลางอกบีบแน่นจนเขาแทบกระอักเื
เขาเงยหน้ามองม่านพลังสีฟ้าที่กั้นขวางทางอยู่ มันดูแข็งแกร่งและหนาแน่น สำหรับคนทั่วไปในโลกนี้ มันคือกำแพงที่ไม่มีวันทำลายได้ แต่สำหรับจักรพรรดิเซียน มันก็แค่แผ่นกระดาษบางๆ ที่น่ารำคาญ
"ขวางทาง"
กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่เย็นะเืจนบอดี้การ์ดทั้งสองคนชะงักฝีเท้า ขนลุกซู่ไปทั้งตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ
เขาค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นมา รวบรวมเศษเสี้ยวพลังปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดไปรวมไว้ที่ฝ่ามือ ประกายสายฟ้าสีทองแลบแปลบปลาบออกมาจากปลายนิ้ว อากาศรอบตัวเริ่มสั่นะเืเกิดเสียงหวิ่งๆ ต่ำๆ ที่ทำให้กระจกอาคารรอบข้างเริ่มแตกร้าว
เขากำหมัดแน่น เส้นเืปูดโปนขึ้นที่แขน แววตาจดจ้องไปที่ประตูทางเข้าอย่างแน่วแน่ ไม่สนกฎเกณฑ์ ไม่สนกล้องวงจรปิด ไม่สนสายตาดูแคลนของใครทั้งสิ้น
"ลูกพ่อ พ่อมาแล้ว!"
กวินทร์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับง้างหมัดเตรียมจะชกทำลายม่านพลังป้องกันที่ราคาแพงระยับนั้นให้แหลกเป็ผุยผง เพื่อบุกเข้าไปกระชากิญญาลูกสาวคืนมาจากเงื้อมมือมัจจุราช
ม่านพลังส่งเสียงฮัมดังลั่นราวกับรู้ชะตากรรมของมัน และวินาทีแห่งการปะทะก็มาถึง!