ประมุขสำนักพันปี

    สัประยุทธ์2

    ชายชรานั้นแค่นเสียงเย็นชาเร่งเร้าพลังลมปราณ ใส่แขนเสื้อจากนั้นโบกสะบัดใส่ใต้เท้าพลังลมปราณสาดใส่กองทรายกุยทรายทั้งหมดขึ้นข้างบนกวาดใส่ อวี้เทียนเฉิน ไท้หยูและเนี่ยนซู ตัวเขากระโดดปราดขึ้นจากหลุมทรายกู่ร้องเสียงกังวานโถมร่างเตะกวาดใส่ท่อนล่างของอวี้เทียนเฉิน อวี้เทียนเฉินตบมือที่ข้างเอว อาภรณ์ที่สวมใส่บังเกิดแสงสว่างวาบจากนั้นอาภรณ์แข็งขึ้น เท้าของชายชราพอเตะใส่กับเสียงเคร้งคล้ายเตะใส่แผ่นเหล็กหนา อวี้เทียนเฉินไม่สะเทือนแม้แต่น้อย

     

    ยามนั้นเสียงขวับขวับขวับของลูกเกาทัณฑ์ยิงใส่ที่ด้านข้าง ชายชราปลดปล่อยลมปราณในอากาศคล้ายมีมือที่มองไม่เห็นคุมลูกเกาทัณ์ทั้งสามดอกยิงใส่อวี้เทียนเฉิน

    อวี้เทียนเฉินใช้ยันต์เขียนทับใส่อาภรณ์ให้เป็นเหล็กกล้า ดังนั้นทั้งร่างหนักอึ้งยิ่งในช่วงระยะสั้นๆ ยังขยับไม่ได้ เกาทัณฑ์ทั้งหมดพุ่งใส่ใบหน้า

     

    ไท้หยูที่ด้านข้างเห็นเช่นนั้นพลันโบกมือขวา นิ้วชี้นิ้วกลางทำท่าคีบเหมือนตะเกียบก็ดึงลูกเกาทัณฑ์นั้นวกเลี้ยวกลับมากล่าวคำ

     

    “ขอยืม” จากนั้นซัดใส่ที่ด้านหลัง เกาทัณฑ์ที่แฝงพลังของคนสองคนรุนแรงยิ่งพุ่งใส่คนที่ซ่อนตัวที่ด้านหลัง ไท้หยูตะโกนคำว่า “พวกเราสลับกัน” พลางกระโดดปราดไปทางด้านนั้น เนี่ยนซูก็พุ่งจู่โจมใส่หญิงสาวสุดยวนยั่วนั้น ไม่ทันเห็นว่าเนี่ยนซูล้วงมือไปในถุงแพรที่ข้างเอวตั้งแต่เมื่อใด เพียงได้ยินเสียงแหลมเล็กหวีดหวิวที่อากาศเกิดประกายดุจสายฟ้าขึ้นแวบหนึ่งอาวุธลับรูปดาวห้าแฉกก็พุ่งใส่ใบหน้าทรวงอกของอีกฝ่าย

     

    หญิงสาวนั้นแค่นเสียงดังเหอะ อาภรณ์ที่แบบบางถูกลมปราณแผ่พุ่งใส่แขนเสื้อยืดยาวรวบขึ้นปัดป่ายใส่อาวุธลับทั้งหมด เสียงติงติงติงดังหลายครา อาภรณ์ที่เบาบางนั้นกลายเป็นแข็งขึ้นมา อาวุธลับทั้งหมดถูกปักเอาไว้

     

    ทันใดเนี่ยนซูหัวเราะหึในลำคอ ตบมือสองข้างเข้าด้วยกันเสียงเปรี้ยะดังขึ้นเนี่ยนซูกล่าวว่า “แปรเปลี่ยน” อาวุธลับทั้งหมดที่ปักอยู่พลันหลอมละลายจากนั้นยืดยาวรวมกัน เนี่ยนซูกล่าวคำ “ทิ่มแทง” เหล็กเหลวที่หลอมละลายรวมเป็นของแหลมคมคล้ายตอไม้แหลมพลันแทงออก

     

    เสียงเปรี้ยงอาภรณ์ที่แข็งตัวของหญิงสาวผู้นั้นถูกแทงใส่ร่างผละไปด้านหลังเล็กน้อย ตอไม้เหล็กนั้นก็แหลกสลายเป็นผุยผง หญิงสาวมีเลือดออกมุมปากสีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวพลันตวาดว่า

     

    “บุรุษเหม็นเน่ายังไม่ลงมืออีก” พลางฉีกแขนเสื้อออกมาแถบหนึ่งถือด้วยมือซ้าย แขนเสื้อนั้นกอปรเป็นกระบี่ใสมองทะลุเล่มหนึ่ง นางพลันขว้างกระบี่ใสออก มือขวาประกบเป็นปางมือชี้ใส่เนี่ยนซู กระบี่ที่กอปรจากแขนเสื้อกลับแผ่จิตสังหารรุนแรงแสบผิวออกมา นางกลับฝึกอาวุธคู่กายเป็นผ้าแพรที่สวมใส่

     

    เนี่ยนซูหยิบอาวุธลับเป็นเหล็กก้อนกลมออกมากล่าวคำ “แปรเปลี่ยน” เหล็กก้อนในมือก็กลายเป็นของเหลวสร้างเป็นแผ่นเหล็กหนาใหญ่ต้านปะทะกับกระบี่ใส เสียงเปรี้ยะ เมื่ออาวุธทั้งสองปะทะกันแผ่นเหล็กของเนี่ยนซูมีรอยแตกร้าว กระบี่ใสหม่นแสงลงเล็กน้อย

    เนี่ยนซูพลันซัดก้อนกลมสี่ก้อนใส่พื้น เสียงเพล้งเมื่อแผ่นเหล็กของนางแตกออก เนี่ยนซูประกบมือ ก้อนเหล็กที่ตกใกล้ที่สุดพลันกลายเป็นแท่งเหล็กหนาเท่าต้นขาของนางพุ่งขึ้นฟ้า แทงใส่กระบี่ใสจนกระเด็น พร้อมกันนั้นก้อนกลมอีกสามก้อนพลันตกล้อมหญิงสาวผู้นั้นพลันเปลี่ยนเป็นโซ่หนาสามเส้น พุ่งใส่ราวกับอสรพิษคิดจะพันธนาการร่างของนางเอาไว้

     

    หญิงสาวนั้นกรีดร้องออกมาเห็นชัดๆ ว่าโซ่กำลังจะพุ่งม้วนพันร่าง ทันใดเนี่ยนซูพลันกรีดร้องออกมากระโดดถอยหลังหลายครา ที่ใต้เท้าและต้นขามิทราบมีตะขาบสีแดงสีเขียวคลานขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ตะขาบสองตัวกัดใส่ต้นขาของนางเขี้ยวแหลมคมนั้นเป็นสีหม่นแสงนับว่ามีพิษรุนแรงยิ่ง เนี่ยนซูได้แต่ละความสนใจจากหญิงสาวนั้นตวัดอาวุธลับออกสองดอกปักใส่ตะขาบทั้งสองตัวตาย

     

    ทันทีที่เนี่ยนซูเลิกประกบมือละสายตาจากหญิงสาว โซ่เหล็กที่กำลังจะรวมตัวกันก็หมดสภาวะหล่นเคร้งลงกับพื้น อาภรณ์ส่วนที่ถูกตะขาบกัดเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำเขี้ยวพิษไม่สามารถแทงทะลุเนื้อผ้าลงไปได้ อาภรณ์ที่เนี่ยนซูใส่เป็นของวิเศษชิ้นหนึ่ง

     

    สายศิลป์สรรค์สร้าง แม้เป็นสายที่พิสดารพลิกแพลงได้มากที่สุด ทว่าในการต่อสู้นับว่ายุ่งยากอย่างยิ่ง สายผู้สร้างนอกจากสามารถปรุงโอสถปรุงสมุนไพรยังถนัดการสร้างแปรสภาพสิ่งของทุกสิ่ง ยิ่งระดับสูงก็ยิ่งทรงอานุภาพ

     

    ยกตัวอย่างเช่นที่เนี่ยนซูใช้ออก นางเพียงพกก้อนเหล็กก้อนเล็กเมื่อซัดพุ่งใช้พลังก็สามารถเปลี่ยนก้อนเหล็กนั้นเป็นวัตถุที่ตนเองเคยหลอมสร้าง ทว่ามีข้อแม้ที่เมื่อจะแปรสภาพเนี่ยนซูต้องประกบปางมือทั้งต้องจดจ้องอยู่กับก้อนเหล็กมิอาจเบนสายตาออก ซึ่งอันที่จริงสายผู้สร้างไม่เหมาะเป็นสายต่อสู้อยู่แล้ว ที่พวกเขาถนัดที่สุดคือการสร้างอาวุธของวิเศษ

     

    ในระดับรับแสงปราณ หลอมจิต ทั้งสองระดับนี้สำหรับผู้สร้างจะเป็นการปูรากฐานในการหลอมสร้าง ที่ทำได้เพียงสามารถหลอมโอสถปรุงยาเปลี่ยนแปลงเส้นลมปราณเป็นปราณร้อน เมื่อเป็นระดับรวมกายจะมีความสามารถในการใช้ลมปราณละลายสิ่งของ ทว่ามีระยะที่จำกัดสิ่งที่หลอมละลายได้ก็เล็กอย่างยิ่ง

     

    เมื่อถึงระดับจิตไร้ขอบระยะแล้ว ขนาดสิ่งของที่หลอมสร้างได้จึงยิ่งเยอะและกว้างขึ้น เมื่อเป็นระดับเทพปรากฏสิ่งที่หลอมสร้างออกมาแม้ว่าจะเป็นเพียงดินก้อนจะเป็นถูกยกระดับให้แข็งแกร่งยิ่งกล้าเหล็กกล้าด้วยลมปราณผู้สร้าง เมื่ออยู่ในระดับเซียนนิรันดร์คิดหลอมสิ่งใดล้วนทำได้ทั้งสิ้น

     

    ทว่าข้อเสียใหญ่ที่สุดของสายผู้สร้างคือสิ้นเปลืองลมปราณอย่างยิ่ง หากเป็นนักสู้สายผู้สร้างมิอาจต่อสู้ยืดเยื้อ ในด้านต่อสู้ยืดเยื้อต้องยกให้เป็นสายยุทธ์เท่านั้น

     

     

    ไท้หยูพอพุ่งปราดไปทางด้านหลังแลกเปลี่ยนศัตรูกับเนี่ยนซูก็สังหารระดับรวมกายที่บดบังคนผู้นั้นอยู่ด้านหลังไปสามคน แหวกฝูงศพที่ยืนตายเหล่านั้นออกก็พบเกี้ยวหลังหนึ่งจอดเอาไว้ เกี้ยวสีแดงมีขนาดเล็กอย่างยิ่ง เล็กกว่าปกติหลายเท่าคาดว่าเพียงสามารถให้ทารกน้อยอายุห้าหกขวบเข้าไปนั่งเล่นผู้ใหญ่เข้าไปมิได้

     

    ดังนั้นสร้างความสงสัยอย่างยิ่ง กลิ่นอายเย็นเยียบอ่อนหยุ่นสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากภายในเกี้ยวแดง แสดงว่าศัตรูอยู่ด้านใน

     

    ท่ามกลางเสียงขวับขวับและโอดครวญของคนตาย เกี้ยวสีแดงหลังนี้ให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดยิ่ง ราวกับมิได้อยู่ท่ามกลางสมรภูมิ กลับเป็นเกี้ยวงานมงคลก็มิปาน นี่เป็นกลิ่นอายอ่อนหยุ่นสายนั้น

     

    “ผู้ฝึกเต๋าที่พบได้ยาก” ไท้หยูกล่าวอย่างยิ้มแย้ม ได้พบพานคู่ต่อสู้ที่แตกต่างแล้ว ครุ่นคิดขึ้นในใจว่าอีกฝ่ายเป็นสายเต๋า เช่นนั้นตนเองจะใช้วิชาสายเต๋าจัดการกับมัน ทันใดได้ยินเสียงกรีดร้องของเนี่ยนซูดังขึ้นที่ด้านหลังจากนั้นสังเกตเห็นตะขาบสีสันสดใสสองตัวนั้นพลันเข้าใจ

     

    ที่แท้คนในเกี้ยวทำเป็นไม่สนใจตนเองทว่าแท้จริงควบคุมสัตว์พิษลอบโจมตีเนี่ยนซูลงมือช่วยเหลือพวกพ้อง คาดว่าทันทีที่หญิงสาวนั้นตะโกนว่า “บุรุษเหม็นเน่ายังไม่ลงมืออีก” คนในเกี้ยวนี้ก็ปลดปล่อยสัตว์พิษออกมา ตอนแรกชายชรานั้นกล่าวว่า “พิษไม่ได้ผล” คาดว่าคนในเกี้ยวนี้ลอบปล่อยพิษที่จู่โจมทำร้ายพวกเรา

     

    ทันใดนั้นพลันมีเสียงโหยหวนดังจากรอบทิศ ไท้หยูกวาดตามองแวบหนึ่งเห็นมือปราบที่ถือเกาทัณฑ์ฉวยดอกไม้บนกำแพง ปรากฏโลหิตไหลหลั่งทั้งใบหน้า เจ็ดทวารเป็นสายน้ำสีดำข้นคลั่ก ร่างสั่นสะท้านชักดิ้นชักงอตกจากหลังคาและกำแพงตกตายเกือบทั้งหมด

     

    พิษที่ปล่อยไม่ได้ผลกับพวกไท้หยูทั้งสาม ทว่ายอดฝีมือที่ต่ำกว่านั้น มือปราบทั้งหมดนั้นสูดเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยระดับรวมกายและหลอมจิตเมื่อพิษออกฤทธิ์ก็ตกตายในทันที มือปราบทั้งหมดตกตายพร้อมกัน ทว่าเหล่ายอดฝีมือในชุดชาวบ้านเหล่านั้นกลับไม่เป็นอะไร คาดว่าคงกินยาต้านพิษเอาไว้แล้ว ยามนั้นสถานการณ์พลันกลับกลายเป็นหลายสิบคนกลุ้มรุมสามคน

     

    ไท้หยูหางคิ้วกระตุกเห็นเกี้ยวแดงพลันหม่นแสง สีแดงนั้นหลุดลอกคล้ายกลายเป็นแสงที่อากาศกลายเป็นผีเสื้อจากนั้นสลายเป็นผุยผง

     

    “วิชาคุมวิญญาณของสายเต๋า”

     

    พิษทั้งหมดนี้ถูกปล่อยจากวิญญาณลักษณ์ผีเสื้อ เกี้ยวแดงหลังนี้จอดอยู่ทางทิศใต้พอดีเป็นทางต้นลมพัดผ่าน อาศัยพิษที่เป็นพลังจากวิญญาณไร้กลิ่นไร้สีไม่อาจสัมผัสได้ สามารถสังหารมือปราบทั้งหมดไปได้ตัวคนยังไม่ปรากฏออกมา นับเป็นฝีมืออันน่ากลัวนัก

     

    สายเต๋ามุ่งเน้นที่การฝึกวิญญาณ ดั่งที่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเคยบอกเอาไว้ เมื่อเป็นระดับสูงสุดแม้นกายเนื้อตายแล้วแต่คนยังไม่ตายเพราะวิญญาณสามารถออกจากร่าง

     

    ในระดับรับแสงปราณของสายเต๋าเพียงฝึกจิตให้รู้สึกถึงวิญญาณของตนเอง เมื่อเป็นระดับหลอมจิตจะสามารถมองเห็นวิญญาณของตนเอง สามารถใช้พลังวิญญาณเพิ่มหรือลดลมปราณทั้งของตนเองและผู้อื่น สามารถใช้จิตในการสื่อสารกับสัตว์เล็กสัตว์น้อย ในขั้นนี้หากเป็นผู้ที่มีปฏิภาณเฉียบแหลมสามารถรู้แจ้งได้จะมีส่วนช่วยในการยกระดับในอนาคต

     

    เมื่อฝึกถึงระดับรวมกายในขั้นนี้ผู้ฝึกเต๋าจะสามารถมองเห็นวิญญาณในโลก ทั้งวิญญาณคนตายวิญญาณอาฆาตภูตผีและวิญญาณธรรมชาติ

     

    ในระดับรวมกายสามารถขังวิญญาณเอาไว้เป็นทาสวิญญาณรับใช้ ในระดับรวมกายทาสวิญญาณยังมีความสามารถน้อยนิด เมื่อถึงขึ้นระดับจิตไร้ขอบทาสวิญญาณจะสามารถเรียกคืนความสามารถในอดีต ซึ่งสามารถเรียกใช้ได้เท่าใดขึ้นอยู่กับความเข้าใจการรู้แจ้งในวิญญาณของผู้ใช้ ยังสามารถถอดวิญญาณทาสใส่ในสิ่งของและสัตว์ แมลง

     

    เมื่อเป็นระดับเทพปรากฏวิญญาณตนเองสามารถออกจากร่าง ท่องได้ไกลนับพันลี้ สามารถต่อสู้ได้ด้วยการใช้วิญญาณ วิญญาณทาสจะได้รับการฟื้นคืนสติปัญญาเมื่อครั้งมีชีวิตครึ่งหนึ่งกลายเป็นวิญญาณที่มีความนึกคิดของตนเอง หากนำวิญญาณทาสใส่ในสัตว์และแมลง สัตว์และแมลงเหล่านั้นจะได้ความสามารถของวิญญาณทาส อย่างเช่นมดธรรมดาทว่าใส่วิญญาณทาสผู้ฝึกยุทธ์เข้าไป มดตัวนั้นก็จะกลายเป็นมดที่สามารถใช้ลมปราณได้

     

    เมื่อเป็นระดับเซียนนิรันดร์ วิญญาณสามารถอยู่ได้แม้นว่าร่างกายถูกทำลายไปแล้ว เมื่อแยกวิญญาณออกจากร่างยังสามารถควบคุมร่างกายให้ต่อสู้ วิญญาณก็แยกสู้พร้อมกัน นับเป็นสายที่ขัดหลักเกณฑ์ธรรมชาติที่สุด

     

    “ผู้ฝึกเต๋าเจ้าลวดลายยิ่งนัก” หากมิใช่ร่างของเขายังมิได้ฝึกร่างพิษเขาจะใช้พิษสนองคืนศัตรูที่เบื้องหน้า วิชาเต๋าของเขาไม่มีวิญญาณทาส ทว่าสายเต๋านอกจากวิญญาณทาสยังมีวิชาที่หลากหลายยิ่ง ในด้านความเข้าใจและเชี่ยวชาญเกี่ยวกับวิชาทั้งหมดบนโลก นับว่าเขาในตอนนี้เหนือผู้อื่นไม่เป็นรองใคร

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องประมุขสำนักพันปี ที่คุณอ่าน