บทที่ 4 ‘สัตว์ประหลาดตัวใหญ่’ ที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน
ประตูตู้เสื้อผ้าปิดลงเหลือเพียงรอยแยกเล็กน้อยเท่านั้น
ตอนนี้ซิงซิงตื่นเต็มตาแล้ว
เธอเบิกตากว้าง พลางใช้มือทั้งสองข้างออกแรงปิดปากไว้ แต่ปิดแน่นเกินไปจนเนื้อบนใบหน้าโผล่ออกมาระหว่างช่องว่างของนิ้ว…
ซิงซิงเชื่อใจพี่หกของตัวเองมากที่สุด เป็ธรรมดาที่จะเชื่อฟัง
เสียงรองเท้าหนังก้าวลงไปบนพื้นดังขึ้นมาข้างหน้า ประตูห้องถูกเปิดออกก่อนจะมีคนเข้ามา
ซิงซิงน้อยหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้คุณป้าผู้อำนวยการบอกว่า เด็กที่ไม่ยอมนอนตอนกลางคืนจะมีสัตว์ประหลาดตัวใหญ่มาพาตัวเพื่อนตัวน้อยไป!
วันนี้เธอหนีออกมาไม่ยอมนอนดี ๆ หรือว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้จะมาจับเธอ? เพราะอย่างนั้นพี่ชายจึงต้องไปต่อสู้กับสัตว์ประหลาดตัวใหญ่เหรอ?
ซิงซิงน้อยร้องไห้อีกครั้ง
น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมา เธอใช้แขนออกแรงเช็ด สูดจมูกอย่างระมัดระวังและมองไปข้างนอก
แต่น่าเสียดาย จากมุมที่เธออยู่ไม่สามารถมองเห็นลักษณะของ ‘สัตว์ประหลาดตัวใหญ่’ ตัวนั้นได้
เห็นเพียงพี่หกยืนอย่างนอบน้อมอยู่ที่เดิมโดยก้มศีรษะลงเล็กน้อย
“มาแล้วเหรอครับ”
หลังจากนั้นความเงียบก็เข้ากดดันทั่วบริเวณ
ตอนที่สติแตกกระเจิงถึงขีดสุด ‘สัตว์ประหลาดตัวใหญ่’ ก็พูดขึ้นมา
“วันนี้นายเกือบฆ่าคนเหรอ?”
เสียงทุ้มต่ำชัดเจนแฝงความแปลกใจราวกับศาสตราจารย์ผู้มีจริยธรรม หรือบาทหลวงที่อยู่ในโบสถ์
มือของเซี่ยจื่ออวี้กำแน่น เขาหลุบตาลงพูดเสียงเบา
“ใช่ครับ ขอโทษครับ”
เพียะ!
เสียงตบดังกังวานขึ้นมาอย่างรุนแรง!
ซิงซิงใกลัวจนตัวสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้มาโดยตลอดไหลริน
เธอสะอื้นเบา ๆ อย่างควบคุมไม่ได้ แต่ไม่นานก็อดกลั้นไว้อีกครั้ง เด็กน้อยเห็นใบหน้าของพี่หกหันไปด้านข้างอย่างแรงและส่งเสียงครวญครางออกมา
แต่ไม่นานก็กลับมายืนตรงอีกครั้งและพูดด้วยเสียงแหบแห้งยิ่งกว่าเดิม
“ขอโทษครับ”
เสียงทุ้มลึกของ ‘สัตว์ประหลาดตัวใหญ่’ ที่ไร้ซึ่งอารมณ์กล่าวว่า “ขยะไร้ค่า”
ไม่รู้ว่าด่าที่เซี่ยจื่ออวี้ฆ่าคนไม่สำเร็จจึงเป็ขยะไร้ค่า หรือเป็เพราะควบคุมเจตนาสังหารไม่ได้จึงเป็ขยะไร้ค่า
ด่าจบเสียงฝีเท้าก็ไกลออกไป
‘สัตว์ประหลาดตัวใหญ่’ ไปแล้ว!
เซี่ยจื่ออวี้ยืนอยู่ที่เดิมพูดเสียงแหบแห้ง
“เดินทางปลอดภัยครับ...คุณพ่อ”
ประตูปิดลง ห้องรับแขกกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
เซี่ยจื่ออวี้ยืนหลับตาอยู่ที่เดิม
จนกระทั่งเสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นมาอย่างแ่เบาจากในตู้เสื้อผ้า เขาจึงเพิ่งนึกได้ว่าในตู้เสื้อผ้ามีแมวน้อยซ่อนตัวอยู่
เซี่ยจื่ออวี้เปิดประตูตู้เสื้อผ้า เ้าก้อนแป้งน้อยร้องไห้จนดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ
การร้องไห้ครั้งนี้หนักหน่วงจนใบหน้าขึ้นสีแดงเหมือนกระต่ายน้อยน่าสงสารตัวหนึ่ง
แต่กลับไม่ส่งเสียงดังออกมา เด็กน้อยมีท่าทีพยายามอดกลั้นพลางมองดูอย่างว่าง่าย
เซี่ยจื่ออวี้หัวเราะเสียงเบาออกมาทันที “กระต่ายน้อยสกปรก”
เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกกดดันเป็อย่างมาก แต่เมื่อเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยทั้งตัวจึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
แต่ไหนแต่ไรเขาไม่รู้เลยว่าที่แท้เด็กน้อยก็มีความสามารถอันมหัศจรรย์เช่นนี้ด้วย
ซิงซิงน้อยเบะปาก ยกมือขึ้นไปหาเขาอย่างน่าสงสาร
เซี่ยจื่ออวี้คิดว่าเด็กน้อยจะกอดเขาจึงยื่นมือออกไปอย่างคล่องแคล่ว แต่กลับรู้สึกร้อนที่แก้มขึ้นมา
ซิงซิงไม่ได้กอดคอเขา เธอลูบแก้มที่เพิ่งถูกตีอย่างแ่เบา
“พี่ชาย ความเ็ปจงหายไป...”
ซิงซิงร้องไห้สะอึกสะอื้นไปพลาง บุ้ยปากพ่นลมหายใจไปพลาง
เซี่ยจื่ออวี้ตกตะลึง
ในดวงตาของซิงซิงที่มีน้ำตาเอ่อคลอ เขาเห็นเงาของตัวเอง
ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเด็กน้อยไม่ได้ใกลัวจนร้องไห้เพราะในตู้เสื้อผ้ามันมืด แต่เป็เพราะเขาถูกตีเธอจึงร้องไห้
มือเล็กนั้นนุ่มนิ่มราวกับอุ้งเท้าแมวที่ไม่สามารถยื่นกรงเล็บออกมาได้
ััที่อ่อนนุ่มมาพร้อมกับลมหายใจกลิ่นนม ทำให้ความรู้สึกอ่อนไหวแทรกเข้ามาในหัวใจของเซี่ยจื่ออวี้โดยตรง
เขาอุ้มซิงซิงขึ้นมา “ไม่เจ็บแล้ว”
แก้มที่ัักับหัวปุกปุยของซิงซิงอย่างแ่เบาทำให้เขาคิดขึ้นมาทันทีว่า หากมีน้องสาวแบบนี้จริงก็คงดี
บางทีห้องนี้อาจไม่ดูเย็นะเืถึงขนาดนั้นแล้ว
ในทางวัตถุ แต่ไหนแต่ไรพ่อของพวกเขาก็ไม่ได้ปฏิบัติอย่างไม่เป็ธรรม คฤหาสน์ใจกลางเมืองมูลค่านับสิบล้านก็มีชื่อของเขาอยู่
ยกเว้นก็แต่เื่ที่ตบหน้าและเรียกว่า ‘ขยะไร้ค่า’ เท่านั้น
เซี่ยจื่ออวี้มองไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่าฟ้าสว่างแล้ว
เด็กน้อยยังจ้องมองเขา และลูบนิ้วที่แก้มของเขาอย่างระมัดระวัง
“พี่ชายไม่เจ็บจริงเหรอคะ...สัตว์ประหลาดตัวใหญ่เมื่อกี้จะมาอีกไหมคะ?”
เมื่อครู่ซิงซิงใกลัวมาก ในใจเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าพี่ชายถูกตี จึงไม่ทันสังเกตคำสุดท้ายของเซี่ยจื่ออวี้ที่พูดว่า ‘พ่อ’
ยังดีที่เธอไม่ทันสังเกตคำว่า ‘พ่อ’
ไม่อย่างนั้นหากภาพที่พบพ่อครั้งแรกเป็แบบนี้ ต่อให้เด็กน้อยจะมีความกล้าหาญก็ยังต้องถอยหนี
เซี่ยจื่ออวี้อุ้มซิงซิงออกไปนอกห้อง “ไม่เจ็บแล้ว เธอจะไม่ได้เห็นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่อีก”
เขามั่นใจในความโเี้ของตัวเอง แต่เขารู้ว่าคนที่โเี้ที่สุดในโลกก็คือพ่อ
หากพ่อเห็นเด็กหลงทางคงจะโยนเธอออกไปตรง ๆ แน่
ดังนั้นเขาจึงพาเธอไปซ่อน...ยังดีที่ซิงซิงน้อยเชื่อฟังเป็อย่างมาก
สุดท้ายซิงซิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ไม่มาก็ดีแล้วค่ะ...รอให้ซิงซิงโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ซิงซิงจะช่วยพี่ชายสู้กลับเอง!”
เซี่ยจื่ออวี้เดินไปถึงส่วนที่แสงอาทิตย์สาดส่องถึงและพูดว่า “ได้”
เด็กหนุ่มไม่ได้สวมเสื้อคลุมทำให้รอยสักที่แขนโผล่ออกมา
เขามีรูปร่างสูงเพรียว ใบหน้าละเอียดอ่อนเ็ากำลังอุ้มเ้าก้อนแป้งน้อยผิวขาวนวล
ผู้คนที่เดินผ่านไปมักจะเหลียวกลับมามอง
ตำรวจที่ตรวจตราพื้นที่อยู่ข้างทางก็สังเกตเห็นการรวมตัวที่แปลกประหลาดนี้ได้อย่างรวดเร็ว จึงรีบสาวเท้าตรงเข้ามา
สีหน้าของเซี่ยจื่ออวี้ยังเ็าด้วยนิสัยที่มักตั้งกำแพงทางอารมณ์
เขาบุ้ยคางให้ตำรวจ “เด็กหลงทาง พาไปสิ”
ตำรวจคาดไม่ถึงว่าเด็กอันธพาลที่เคยเห็นเข้ามาในสถานีตำรวจหลายครั้งจนชินตาจะมาส่งเด็กหายกลับบ้าน
เขาเดินมาและจ้องมองเซี่ยจื่ออวี้อย่างระแวงสงสัย
ถึงขั้นครุ่นคิดว่าเด็กอันธพาลคนนี้จะลักพาตัวเด็กไปขายใช่หรือไม่ แต่ถูกพวกเขาเจอตัวเข้าก่อนจึงพูดแบบนี้
ซิงซิงน้อยเองก็ตกตะลึงเช่นกัน
เดิมทีคิดว่าพี่ชายพาเธอออกมาเดินเล่น สรุปแล้ว้าพาเธอมาส่งเหรอ?
เธอคิดว่าตัวเองตกลงกับพี่ชายเรียบร้อยแล้วเสียอีก!
“พี่ชาย!” เด็กน้อยร้องด้วยเสียงนุ่มนิ่มพลางกอดคอของเซี่ยจื่ออวี้ไว้แน่น
“ซิงซิงไม่ไป! บ้านของพี่ชายก็คือบ้านของซิงซิง!”
เซี่ยจื่ออวี้ยกมือขึ้นมาดึงมือของซิงซิงออกอย่างโหดร้าย
นั่นใช่บ้านที่ไหน นั่นมันแค่ห้องเท่านั้น
“เด็กน้อย พวกเราเพิ่งรู้จักกันเมื่อคืนเอง”
เขาไม่กล้าสบสายตากับซิงซิงน้อย หลังจากดึงมือของเด็กน้อยออกก็ยัดเธอไว้ในอ้อมแขนของตำรวจ
หลังจากนั้นก็หันหลังก้าวเท้ายาว ๆ เดินจากไป
“เฮ้ ๆ นายรอเดี๋ยว มาลงบันทึกประจำวันก่อนสิ...”
ตำรวจเรียกไล่หลังเขา แต่เซี่ยจื่ออวี้ไม่ได้หันกลับไปเลย
ดีมากทีเดียวที่อย่างน้อยก็ได้รู้สึกถึงความสุขจากการมีน้องสาวแค่เพียงชั่วครู่
ถ้ามากไปกว่านั้น เขาไม่อยากคาดหวังมากเกินไป
เซี่ยจื่ออวี้พยายามไม่ฟังเสียงร้องไห้ข้างหลัง
ขณะที่เพิ่งคิดว่าจะเดินต่อไป ต้นขากลับถูกชนเสียก่อน จากนั้นก็ถูกกอดเอาไว้แน่น
ซิงซิงดิ้นหลุดออกมาจากอ้อมแขนของคุณลุงตำรวจ ใช้ฝีเท้าที่เร็วที่สุดของตัวเองวิ่งเตาะแตะไล่ตามเซี่ยจื่ออวี้มา
“ฮือ ๆ ซิงซิงไม่อยากกลับไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า… ซิงซิงอยาก… อยากอยู่กับพี่ชาย! ฮือ ๆ...”
ตอนเห็นเืบนพื้นซิงซิงก็ยังไม่ร้องไห้งอแงเสียงดัง แต่ตอนนี้กลับร้องไห้เหมือนแมวน้อยที่หมดอาลัยตายอยาก กอดต้นขาเซี่ยจื่ออวี้เอาไว้ไม่ปล่อย
เซี่ยจื่ออวี้ถูกเสียงร้องไห้นี้ทำให้เ็ปในใจ เขายืนขึ้นทันที
“สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเหรอ?”
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเหมือนที่เขาเคยอยู่น่ะเหรอ?!