เช้ามืดวันนี้ฮ่าวเทียนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกเพียงไม่กี่ชั่วยามจะต้องเข้าสู่ชั้นเรียนแล้ว เด็กหนุ่มแม้มีความประหม่าอยู่บ้าง แต่จากประสบการณ์ที่พบเจอมาทำให้ความคิดอ่านก้าวไปไกลกว่าตัวนัก ยามนี้แม้ตัวคนเดียว ใจมันไร้ซึ่งความลังเล มุ่งหน้าสู่ชั้นเรียนอย่างตั้งมั่น ท่ามกลางสุ้มเสียงจอแจ มีเสียงกังวาลสายหนึ่งดังขึ้น
ฮ่าวเทียนยามนี้นั่งโคจรพลังปราณของตนเล่นอย่างสนุกสนาน ผู้ใดจะเข็ดขยาดการฝึกฝนปราณั้แ่เล็กก็แล้วแต่ ฮ่าวเทียนกลับชมชอบมันยิ่งนัก สิ้นเสียงเหล่าอาจารย์ นักเรียนในชั้นกว่า 50 คน ค่อยๆทยอยตามไป ด้านหน้าสนามทดสอบยามนี้พลุกพล่านไปด้วยเหล่านักเรียนใหม่หลายร้อยคน บ้างกำลังทดสอบ บ้างจับกลุ่มคุยกัน ฮ่าวเทียนไม่สนใจใดๆ ฝึกโคจรคุมพลังปราณจากคัมภีร์ที่พี่หญิงมันมอบให้ตลอดเวลา พลันได้ยินเสียง
“ นี่ น้องชาย เ้าเข้าเรียนด้วยอายุน้อยปานนี้ ชัดเจนว่าต้องมีพร์มากร้ายใช่หรือไม่ ?” เสียงจากหญิงสาวอายุราวๆ 15 ปี ดังขึ้นด้านข้าง ฮ่าวเทียนหยุดโคจรพลังและมองกลับไปยังทิศทางนั้น พบเจอดรุณีน้อยผู้หนึ่งจดจ้องตนด้วยความสนใจ
“ มิเป็เช่นนั้นหรอก หากมีพร์ปานนั้นคงได้ร่ำเรียนในชั้นสูงกว่านี้แล้ว...” เด็กสาวไม่สนใจคำพลันกล่าว
“ ข้าเห็นเ้าโคจรปราณตลอดเวลา ฝึกหนักเช่นนี้จิตใจกลับสงบนิ่ง ท่านพ่อสอนข้าว่า พรแสวงยิ่งใหญ่กว่าพร์ หากถ้ามีทั้งสองจึงถือเป็ยอดคน โคจรปราณลื่นไหลปานนี้ เ้าเป็อัจฉริยะแน่แท้...”
ฮ่าวเทียนยิ้มตอบนางอย่างพอใจ
“ ขอบคุณสำหรับกำลังใจ ข้ามีนามว่าฮ่าวเทียน ” เด็กสาวรุดนั่งลงข้างเด็กหนุ่ม
“ ข้ามีนามว่า หลินเว่ยซิน มาจากตระกูลแม่ทัพหลินฝ่ายเหนือ เ้าล่ะ ” ฮ่าวเทียนตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ มิมีที่ใด ข้าตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัวเหลืออีกแล้ว… ” เด็กสาวหน้าเปลี่ยนสีรีบขอโทษต่อฮ่าวเทียน
“ ข้า ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่รู้จึงถามเช่นนั้น อย่าถือโทษกันเลย... ” ระหว่างนั้นเองด้านหลังทั้งสองปรากฏคนผู้หนึ่งขึ้นพร้อมเอ่ยปาก
“ พวกเ้าดูสนิทสนมกันดีนี่...ลูกสาวคนเล็กของแม่ทัพหลิน เข้าหาเด็กน้อยอัจฉริยะผู้โด่งดังั้แ่แรกพบ ฮึฮึ ” ฮ่าวเทียนฟังแล้วก็งุนงง คำอัจริยะผู้โด่งดังนี้ มาจากที่ใดกัน หลินเว่ยซินลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าพร้อมกล่าว
“ ใครจะสนิทสนมกับผู้ใด เกี่ยวอันใดกับเ้า! หยิ่งยะโสบ้าอำนาจไม่ว่างเว้น เทียบกับเด็กคนนี้แล้ว ดูเข้าท่ากว่าเ้านัก! ” เด็กหนุ่มกำลังสะบัดพัดสีครามจ้องมองไปยังฮ่าวเทียนพลันกล่าว
“ เว่ยซิน เ้าใช้คำว่า เทียบ กับเด็กคนนี้รึ เ้าเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านี่ กับข้าที่สูงศักดิ์ ให้เทียบกันรึ ฮ่าๆๆ " เ้า....!! เด็กสาวมองตามมันที่เดินจากไปด้วยความโมโห
“ เว่ยซิน เ้าหน้าหยกนั่นเป็สหายของเ้ารึ ” เว่ยซินคิ้วขมวดจนฮ่าวเทียนนึกขำ พลันกล่าว
“ สหายอันใด คนที่เป็สหายกับมันคงมีแค่พวกสุนัขเลียแข้งขา เขาคือหยางเว่ยเทียน เป็ลูกคนเล็กของขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ทางที่ดีเ้าอย่าไปยุ่งเกี่ยวดีกว่า เราไปเถอะ ใกล้เวลาทดสอบแล้ว ” ฮ่าวเทียนก้าวตามเด็กสาวไป ไม่ทันไรการทดสอบเพื่อมอบป้ายหยกก็เริ่มต้นขึ้นคนแล้วคนเล่า หลินเว่ยซินอยู่ในระดับปราณริเริ่มขั้นที่ 6 เห็นได้ชัดว่าฝึกฝนมาั้แ่เล็ก ไม่นานนักก็ถึงคิวฮ่าวเทียน
“ฮ่าวเทียน ก้าวออกมา ” ฮ่าวเทียนก้าวขึ้นสู่สนามทดสอบต่อหน้าเหล่าอาจารย์และนักเรียนใหม่
“ ข้าคือใต้หงบิน เป็อาจารย์สอนวิชาศิลปะต่อสู้ด้วยมือเปล่า วันนี้ไม่ใช่แก่นทอดสอบพลังที่วัดระดับเ้า แต่เป็ข้า จงโจมตีใส่ข้าเต็มกำลังด้วยทุกอย่างที่มี เริ่มได้! ” ฮ่าวเทียนเค้นพลังปราณในร่างอย่างรวดเร็ว ผนึกลงในสองแขนอย่างช่ำชอง ทุบทำลายอีกฝ่ายด้วยหมัดทะลวงฟ้าเต็มแรง เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วลานทดสอบจากการที่หมัดของฮ่าวเทียนกระทบถูกเกราะปราณของอาจารย์ผู้ทดสอบ
“ เป็หมัดทะลวงฟ้า เด็กนี้รู้วิชาของสำนักได้อย่างไร ? ” อาจารย์คนหนึ่งในหมู่ผู้ทดสอบเอ่ยถามไปยังข้ารับใช้ด้านหลัง
“ เรียนท่านาุโ เด็กน้อยนามฮ่าวเทียน สองวันก่อนได้ไปหอตำราพร้อมศิษย์ภายในลำดับ 114 เพื่อหยิบยืมตำราขั้นฝึกหัดขอรับ ” ชายวัยกลางคนถึงกับตื่นตะลึง หมัดทะลวงฟ้า แม้เป็ระดับแรกเริ่มวรยุทธ์ แต่ก็เป็วิชาชั้นสูงสุดในระดับนี้เช่นกัน ไม่อาจฝึกฝนโดยง่าย บัดนี้เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับใช้ออกด้วยความเชี่ยวชาญ ชัดเจนว่าบรรลุระดับที่ 1 ของคัมภีร์แล้ว นึกได้ดังนี้มันจึงส่งกระแสจิตไปบนลานประลอง
“ อาจารย์หงบิน เด็กนี่เพิ่งฝึกหมัดทะลวงฟ้าได้สองวัน ท่านเร่งตรวจสอบพร์ ดึงออกมาถึงขีดสุด ไม่แน่มันอาจเป็คนที่เราตามหา...” ใต้หงบินได้ยินดังนั้นจึงเริ่มประเมินสถานการณ์ใหม่ เด็กน้อยตรงหน้ามันยามนี้ พลังปราณชัดเจนอยู่ในระดับ ปราณริเริ่ม ขั้นที่ 1 แต่กลับทรงพลังยิ่งยวด
“ ฮ่าวเทียน ขั้นปราณริเริ่มระดับที่ 1 ! ” เสียงใต้หงบินประกาศก้อง เหล่านักเรียนใหม่มองหน้ากันครานึง ก่อนหัวเราะร่วนไปทุกหย่อมหญ้า หลินเว่ยซินถึงกับยืนนิ่งอย่างโง่งม เขา...อยู่ในระดับเริ่มฝึกยุทธ์ นี่เป็ไปได้?
“ ฮ่าๆ ดูนั่นสิ คล้ายว่าพวกเรามีศิษย์น้องให้ดูแลแล้ว เพิ่งเริ่มฝึกยุทธ์ กลับเข้ามายังสำนักศึกษาแห่งนี้ได้ ไม่แน่ว่ามันอาจเป็เทพยุทธ์ปลอมตัวมาเ้าว่ามั้ย ฮ่าๆๆ ” ฮ่าวเทียนยามนี้กลายเป็เื่ตลกขบขันในหมู่นักเรียนไปแล้ว ตัวฮ่าวเทียนเองไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกามากมายนัก มันหลับตาสงบใจยื่นมือรับป้ายหยกตรงหน้า ก่อนลงจากสนามทดสอบ พลันได้ยินเสียงใต้หงบิน
“ ฮ่าวเทียน เ้าตามข้ามา ” เด็กหนุ่มแม้สงสัยในการเรียกขานยามนี้ เพียงได้แต่เดินติดตามใต้หงบินไปยังตึกด้านหลังอย่างเชื่องช้า
“ ดูนั่น เหล่าอาจารย์คงได้ไล่ตะเพิดมันออกไปแน่ จะเป็ไปได้อย่างไรผู้เริ่มฝึกยุทธ์จะเข้าสู่สำนักศึกษาแห่งนี้ได้ เป็เื่ผิดพลาดเท่านั้น! ” เว่ยซินแม้อยากเอ่ยปากแก้คำของพวกนักเรียนปากเปราะเหล่านี้ แต่ไม่อาจพูดออกไปเพราะความจริงที่ปรากฏบนลานทดสอบนั้นชัดเจนนัก....
ด้านในตำหนักแห่งหนึ่ง ฮ่าวเทียนยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าคณาจารย์นับสิบ พลันได้ยินเสียง
“ เด็กน้อย เ้าเข้าไปยังหอตำราสองวันก่อน หยิบยืมหมัดทะลวงฟ้าออกมา และอยู่ในขั้นปราณริเริ่มเท่านั้น ถูกต้องหรือไม่ ” ฮ่าวเทียนตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบชา
“ เรียนท่านอาจารย์ ที่ท่านกล่าวมาล้วนถูกต้อง ” ... โอๆๆ นี่เกินกว่าอัจริยะใดจะทำได้ มันเป็ตัวประหลาดโดยแท้ เสียงกระซิบกระซาบของเหล่าอาจารย์ได้ยินถึงหูฮ่าวเทียน
“ ฮ่าวเทียน เ้าเริ่มฝึกยุทธ์ั้แ่เมื่อใด ตอบอาจารย์ตามจริง หากโป้ปดมีโทษสถานหนัก”
ฮ่าวเทียนนึกย้อนไปยังครั้งแรกที่มันได้ฝึกยุทธ์ ก็คงเป็ครั้งที่มันพบเจอพี่นางฟ้า อีกครั้งััปราณได้ครั้งแรก เป็ปราณทมิฬจากดวงจิตในกายมัน เด็กหนุ่มรีบตอบ
“ เรียนท่านอาจารย์ ศิษย์แม้เรียนการเอาตัวรอดและล่าสัตว์มาบ้าง แต่ฝึกยุทธ์แท้จริงเริ่มต้นได้เพียงสองเดือนผ่านมาขอรับ” คำตอบนี้ทำเอาเหล่าอาจารย์ในตำหนักตื่นละลึงอย่างโง่งม
“ ยามเช้าท่องตำรา์ ยามหลับฝันเข้าสู่มรรคา ยามลืมตาตื่น...บรรลุสิ้นทั้งมวล! บทกวีพรรณนาถึงเทพเทวาแห่งปรมาจารย์อู่เยว่ ข้า วันนี้ได้เห็นกับตา นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ” เสียงอาจารย์ท่านหนึ่งดังขึ้น ใต้หงบินยืนมองเด็กหนุ่มอย่างเงียบงัน ก่อนกล่าว
“ เ้าลองโคจรปราณ ใช้หมัดทะลวงฟ้าอีกครั้ง ครานี้ไม่ต้องออมแรง มีสิ่งใดซ่อนเร้นในกายเ้า เอาออกมาให้หมด! ” ฮ่าวเทียนรีบทำตามคำสั่ง พุ่งใส่ด้วยพลังทั้งมวล หากมิอาจใช้ออกด้วยปราณทมิฬ
“ ดูนั่น! ฝึกยุทธ์สองเดือน อ่านตำราสองวัน เพียงสองอึดใจ โคจรปราณก่อรูปพร้อมโจมตี นี่นับว่าเป็อัจฉริยะโดยแท้ เป็สัตว์ประหลาดในหมู่สัตว์ประหลาด! ”
จบตอน