ขณะทอดร่างอยู่ในเตียงนอนคืนนั้น ราเชลพยายามบอกตัวเองว่า เธอได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เธอจะไม่พบกับนิคอีก ผู้ชายลักษณะนั้นสามารถทำให้ชีวิตเธอล้มคว่ำคะมำหงายได้โดยง่ายถ้าเธอยังขืนติดต่อกับเขาต่อไป รับรองได้เลยว่าชีวิตจะไม่มีวันกลับมาเป็เหมือนเดิมอีกต่อไป ราเชลพยายามเกลี้ยกล่อมตัวเองอยู่ว่า เธอรักโลกใบเล็กของตัวเองนี้เสียเหลือเกิน รักชีวิตสองปีที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย และเธอก็รักพ่อแม่มากด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอมีความสุขที่ได้รับความรักมากมายในฐานะที่เป็ลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่ด้วยทั้งเธอก็ยังมีความสุขกับการที่ได้ออกเดตบางครั้งบางครากับเพื่อนหนุ่มวัยเดียวกันอย่างแดนนี่ด้วย…
ใช่แล้ว ชีวิตของเธอดำเนินมาด้วยความราบรื่นเปี่ยมล้นด้วยความสุข ดังนั้น เธอไม่จำเป็ที่จะให้มีชายหนุ่มอย่างนิค เซ้นท์ แคลร์ มาทำให้ชีวิตที่แสนดีนี้ต้องเสียหายแน่นอน...!
ทว่า...นี่เขายังไม่ได้สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นอีกขั้นรึ...? การที่ได้พบเขามันไม่ได้ทำให้เธอถวิลหาอะไรบางอย่างที่ตัวเองยังไม่เคยมีมาก่อนเช่นนั้นหรือ...? มันไม่ทำให้เธอบังเกิดความ้าที่จะได้ตัวนิค เซ้นท์ แคลร์มาเลยจริงหรือ...?
เธอซุกศีรษะลงในหมอน พยายามขับไล่ทุกความคิดที่รุมเร้าอยู่ให้ออกจากใจ... บอกตัวเองอยู่ว่า เธอไม่อาจพบกับนิค เซ้นท์ แคลร์ได้อีกต่อไป เื่ทั้งหมดจะต้องยุติลงเพียงเท่านี้...!
เคย์ เล็นนอกซ์ยังหลับอยู่ ตอนที่ราเชลโทรศัพท์จากมหาวิทยาลัยไปหาแต่เช้าตรู่ ดังนั้นเธอจึงฝากข่าวไว้กับนางพยาบาลให้ช่วยบอกเคย์ เพื่อที่เคย์จะได้แจ้งให้พี่ชายทราบต่อไปด้วย...
เธอย่องเข้าไปในห้องเรียนได้ทันเวลา...ก่อนหน้าที่มิสเตอร์บัลโฟร์ จะลงมือบรรยาย...!
“เมื่อวานบ่ายเกิดอะไรขึ้นน่ะ?” ฮิลลารี่โน้มตัวเข้ามากระซิบถาม
ราเชลกับฮิลลารี่กลายมาเป็เพื่อนรักกันั้แ่เดือนกันยายนปีก่อน เนื่องจากมีเธอสองคนที่เป็นักศึกษาหญิงในชั้น นอกนั้นล้วนแต่เป็นักศึกษาชายทั้งนั้น แต่ราเชลยังไม่ทันเล่า มิสเตอร์บัลโฟร์ก็เดินเข้ามาในห้องเสียก่อน
“เอาไว้แล้วจะเล่าให้ฟัง” ราเชลมีความรู้สึกเหมือนอกจะแตกถ้าไม่ได้ระบายความอัดอั้นตันใจที่ได้พบกับนิค เซ้นท์ แคลร์ ให้ใครสักคนฟัง
ขณะดื่มกาแฟ กินโดนัท ใน่เบรกรอบเช้า ฮิลลารี่แทบจะสำลักเมื่อได้รับรู้เื่ราวที่เพื่อนสาวเล่าให้ฟัง
“เธอพูดเล่นหรือเปล่านี่..?” ดวงตาคู่สีฟ้าที่เป็ประกายพราวด้วยรอยยิ้ม เบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ฮิลลารี่ไว้ผมสั้นจึงทำให้เธอดูคล้ายเด็กผู้ชายมากกว่าจะเป็สาวสวย
“ฉันก็อยากให้มันเป็ยังงั้นอยู่เหมือนกัน” ราเชลตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“แต่ก็ไม่ได้เป็...!”
“ฉันจะหลอกเธอเล่นทำไม...” เธอจ้องมองกาแฟดำในถ้วยที่เย็นลงทุกขณะ “ฉันพูดคุยกับเขาเหมือนที่ฉันกำลังนั่งคุยอยู่กับเธอนี่จริงๆ แถมยังพูดจาล้อเล่นกับเขาเหมือนเป็เพื่อนสนิทกันมานานแล้วอีกด้วย”
“นี่...ราเชล... การที่เขาเป็นักเทนนิสที่มีชื่อเสียงโด่งดังมันไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องผิดแผกแตกต่างกว่ามนุษย์ธรรมดาหรอกน่า” เพื่อนสาวให้กำลังใจ
“เธอก็พูดได้สิเพราะเธอไม่ได้เจอเข้ากับตัวเองนี่...ฉันจะบอกให้นะว่าเขาน่ะเหมือน...เหมือนแม่เหล็กเลยละ...” เธอไหวไหล่เบา ๆ “ฉันรับรองได้เลยฮิลลารี่ว่าเขาไม่เหมือนพวกเราหรอก เชื่อฉันเถอะ”
“ฉันเชื่อ...” เพื่อนสาวปลอบใจ “แต่ถึงยังไงฉันก็ยังไม่คิดว่าเขาจะมีจิตใจแตกต่างกว่าเรา ๆ อยู่ดี ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ชวนเธอออกไปดินเนอร์หรอก”
“ก็ฉันบอกเธอแล้วไงล่ะว่า เขาทำเพราะไม่อยากติดหนี้บุญคุณเท่านั้น...!”
“เธอคิดว่าคำเชิญของเขามีค่าเพียงแค่ไม่อยากติดหนี้บุญคุณเท่านั้นเองน่ะเรอะ...?” ฮิลลารี่ร้อง “ฉันจะบอกให้นะราเชล ถ้าเขาคิดจะตอบแทนบุญคุณเธอตามมารยาทสังคมจริงๆ ละก็ แค่ดอกไม้สักช่อ หรือช๊อคโคแล็ตสักกล่อง ส่งไปให้ทางไปรษณีย์มันก็น่าจะพอแล้วนี่...ไม่จริงหรอก ฉันว่าเื่นี้นิค เซ้นท์ แคลร์ ต้องอยากออกเดตกับเธอจริงๆ”
“บ้าน่า ฮิลลารี่...!”
“ฉันยังสงสัยว่าแดนนี่จะคิดว่าเป็เื่บ้าอย่างที่เธอว่าด้วยหรือเปล่า…”
“แดนนี่...ทำไมอยู่ ๆ เธอต้องเอ่ยถึงเขาด้วยล่ะ?”
“ก็ลองหันไปดูนั่นสิ...” ฮิลลารี่พยักหน้าไปทางด้านหลังของราเชล
เมื่อเธอหันไปมองก็เห็นแดนนี่เดินตัวตรงเข้ามายังโต๊ะที่เธอกับเพื่อนกำลังนั่งอยู่ สีหน้าของเขาไม่ได้บอกความพอใจอะไรเลย
“เฮลโล...ฮิลลารี่” เขาทักทายเพื่อนสาวอย่างเสียไม่ได้
“แดนนี่...” ฮิลลารี่รับคำทำทายห้วนๆ เธอไม่ใคร่ชอบหน้าแดนนี่ แม็กเวลล์เท่าไรนัก และดูเหมือนอีกฝ่ายหนึ่งก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
“ผมขอคุยอะไรส่วนตัวกับคุณหน่อยได้ไหมราเชล...?” เขาถามเสียงเข้ม
“เอ้อ...ฉัน...” ราเชลหน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกราเชล” ฮิลลารี่ลุกขึ้นยืน เรือนร่างของเธอระเหิดระหงพอๆ กับราเชลเพียงแต่สูงกว่าเล็กน้อย “ฉันกำลังจะไปเติมกาแฟอยู่เหมือนกัน...” เธอหยิบถ้วยของตัวเองขึ้นมาถือไว้ “เติมอีกหน่อยไหมล่ะราเชล?”
“ฉันพอแล้ว...ขอบใจ” ราเชลตอบเรียบๆ จับตามองขณะแดนนี่ทรุดตัวลงนั่งแทนที่ฮิลลารี่ในเก้าอี้ตรงข้ามอย่างไม่พอใจ “คุณไม่สมควรทำอย่างนั้นนะ...”
“ผมไม่เห็นจำเป็ว่าจะต้องรักษามารยาทนี่...” เขาตอบกลับมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง “แม่คุณบอกหรือเปล่า...ว่าเมื่อคืนผมโทรไปหา?”
“บอก” ราเชลเพียงพยักหน้ารับ
“แต่คุณไม่คิดจะโทรกลับมาหาผมเลยใช่ไหม?” เขาหรี่ตามองหน้าเธอเขม็งอยู่
“เมื่อคืนฉันกลับบ้านดึกนะ แดนนี่...”
“แค่ที่เอาผู้หญิงคนนั้นไปส่งโรงพยาบาลน่ะเรอะ?”
“ใช่... คุณก็เห็นอยู่ว่า...”
“ผมบอกคุณแล้วไง ว่าในที่สุดแล้วคุณจะต้องถูกลากตัวให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว...”
“ฉันไม่ได้ถูกลากตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่อะไรเลยแดนนี่...” ราเชลถอนใจอย่างรำคาญเต็มที “ที่ฉันอยู่เป็เพื่อนเขาก็เพราะฉันอยากอยู่เอง และตอนนี้เขาก็ได้ลูกสาวตัวน้อย ๆ น่ารักแล้วด้วย ถ้าคุณอยากรู้”
“ผมไม่ได้อยากรู้เลย...!” เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงชาเย็น
“ฉันก็ไม่คิดว่าคุณจะสนใจหรอก”
“พูดยังงี้หมายความว่ายังไง?”
“เปล่า...ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย...” ราเชลรวบกองหนังสือขึ้น “ฉันเห็นจะต้องขอตัว ต้องเข้าห้องเรียนแล้ว”
เขาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้ ทว่ามันไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกหวั่นไหวเช่นมือของนิค เซ้นท์ แคลร์เลย
“ผมอยากถามว่า ที่เรานัดจะออกเดตกันคืนนี้ยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า?”
เธอลืมสนิท ว่าได้นัดกับแดนนี้ไว้ ว่าจะไปดูเจมส์ บอนด์เื่ล่าสุด แต่ถึงอย่างไร เธอก็คงไม่ไปอยู่แล้วพฤติกรรมของแดนนี่ที่แสดงออกให้เห็นเมื่อวานนี้ ทำให้เธอถอดใจจากเขาโดยสิ้นเชิง
“คืนนี้ฉันคงไม่ไปหรอกแดนนี่...”
“เพราะอะไร?”
“ก็เพราะว่า... เอ้อ... ฉัน…”
“คุณไม่้าคบกับผมอีกต่อไปแล้ว...ยังงั้นใช่ไหม?” เขาถามเสียงกระด้าง
พระเ้า...จริงๆ แล้วเธอไม่อยากบอกเลิกกับเพื่อนชายคนไหนเลย โดยเฉพาะแดนนี่...การบอกเลิกกับเขาดูไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับเธอจนนิดเดียว และขณะนี้เขาก็ยังบีบข้อมือเธอไว้แน่น...
“ฉันคิดว่ามันคงจะเป็การดีกว่า ถ้าเราจะ...”
“ไม่ต้องมาพูดจาอ้อมค้อมกับผมหรอก ไม่ต้องมาเสียเวลาบรรยายว่าเพราะอะไรคุณถึงจะคบกับผมต่อไปไม่ได้แต่ว่าเรายังคงความเป็เพื่อนที่ดีกันต่อไป...อย่างที่ใคร ๆ เขาชอบพูดกันหรอก...” เขาทำสีหน้าหยันเยาะสะบัดปล่อยมือเธอลง “ไอ้คำพูดแบบนั้นน่ะมันไม่ได้มีความจริงใจตรงไหนเลย...!”
“แดนนี่...ฉันเสียใจนะที่เรา...”
“โอ๊ะ... ไม่ต้อง เพราะผมไม่ได้เสียใจอะไรด้วย... คุณน่ะมันช่างตอแหลอยู่แล้วนี่ ราเชล ตลอดเวลาสองเดือนที่คบกันมา มันก็นานพอที่จะบอกให้ผมรู้ได้อยู่แล้ว ว่าคุณไม่มีวันให้อะไรผมมากไปกว่าแค่จูบ ๆ กอด ๆ หรอก...!”
“นี่...นี่คือสิ่งที่อยู่ในความคิดของคุณ ไม่ว่าจะคบกับผู้หญิงคนไหนยังงั้นเรอะ...?” ราเชลร้อง หน้าตาแดงก่ำ
เขาบิดมุมปากหยันเยาะ มันยิ่งทำให้หน้าตาของเขาไม่น่าดูยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“มันยังจะมีอะไรมากกว่านั้นอีกล่ะ...?” เขาหัวเราะเสียงปร่า “นี่คุณคงไม่คิดว่าผมจะจริงจังอะไรกับคุณหรอก ใช่ไหม?”
“ไม่เคยหวังเลย...” ราเชลตอบอย่างซื่อสัตย์ต่อตนเองดวงตาคู่สีเทาจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา “เพราะฉันคิดว่าคุณยังต้องใช้เวลาพัฒนาจิตใจให้โตเต็มที่เสียก่อนที่จะคิดจริงจังกับใครก็ตาม”
“จะไปกันหรือยังล่ะ ราเชล?” ฮิลลารี่เดินเข้ามาหยุดข้างตัว
ราเชลจรดจ้องมองหน้าที่แดงเข้มอย่างโกรธจัดของแดนนี่ ก่อนจะสะบัดหน้าจากเขา
“ยิ่งกว่าพร้อมอีก ฮิลลารี่”