รุ่งสาง
ยามแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาภายในห้องเมิ่งฝานก็ลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงขณะกำลังเตรียมตัวใส่เสื้อผ้าก็ต้องชะงักงันเพราะเมื่อเขามองไปก็พบว่าบนเตียงเต็มไปด้วยิัของตนเอง
เปลี่ยนผิว!
เพียงชั่วพริบตารูม่านตาของเมิงฝานก็หดเล็กลงเมื่อเขารีบเดินมาที่กระจกจึงพบว่าิัของตนเองในยามนี้ขาวเนียนขึ้นกว่าเดิมแล้วทั้งยังมีสีเืที่บ่งบอกถึงความแข็งแรงอีกด้วย
หากบอกว่าเมื่อก่อนรูปร่างหน้าตาของเขาค่อนข้างดีแล้วนั้นยามนี้คงต้องบอกว่าหากใครมาพบเห็นก็คงต้องมองด้วยั์ตาลุกวาว ิัขาวเนียนใบหน้าหล่อเหลา นับว่ามีเสน่ห์เพิ่มขึ้นไม่น้อย
ขับสิ่งแปลกปลอม เปลี่ยนร่างปรับกระดูก!
รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลงเขารู้ว่ายามนี้ตนเองได้ทำตามเงื่อนไขของศิลาสลักลายสำเร็จแล้วจึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับร่างกายหากสิ่งแปลกปลอมในร่างกายถูกขจัดออกมาก็จะเกิดการเปลี่ยนร่างปรับกระดูกเช่นนี้
ในที่สุดการฝึกบำเพ็ญตนอย่างหนักก็แสดงผลลัพธ์อันน่าพอใจ!
เมิ่งฝานยกยิ้มแล้วเคาะนิ้วลงบนศิลาสลักลายที่อยู่บนตัวมาโดยตลอดเขารู้ดีว่าหากก้าวเข้าสู่ขั้นการเปลี่ยนแปลงนี้ศิลาสลักลายก็จะมีประโยชน์แก่ตนเองไม่มากแล้ว
ของสิ่งนี้สามารถกระตุ้นการขับสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในร่างกายได้แม้ว่ามันจะทำให้เกิดความเ็ปรวดร้าวเข้าไปถึงกระดูกแต่มาถึงยามนี้เมิ่งฝานรู้สึกว่าต่อให้เ็ปเพียงใดก็คุ้มค่า
หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรพเมิ่งฝานก็มุ่งหน้าไปยังริมลำธารโดยไม่ได้กินอาหารเสียด้วยซ้ำไปเพราะเขา้าทดสอบร่างกายของตนเองในยามนี้ว่าพัฒนาไปถึงเพียงใดแล้ว
ด้านข้างสายธารใสท่ามกลางเสียงหลั่งรินของสายน้ำมีเมิ่งฝานที่ขยับร่างแสดงท่วงท่าในการฝึกฝนดั่งที่เคยทำเมื่อเขาลองเปรียบเทียบกับ่ก่อน ก็พบว่าร่างกายของตนเองเบาลงไม่น้อยในขณะเดียวกันพลังปราณในร่างกายก็ไหลเวียนได้ราบรื่นกว่าเดิมอีกด้วย
“ยามนี้หากข้าได้เผชิญหน้ากับเหลยเทาละก็...ต่อให้ไม่ใช้พลังมหาหัตถ์สังหารก็มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะได้!”
เด็กหนุ่มพึมพำขึ้นมาพร้อมทั้งคลี่ยิ้มอีกเล็กน้อย เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็รู้สึกภูมิใจยิ่งทว่าเมื่อคิดถึงเคล็ดวิชาทะลวงธาราความภูมิใจทั้งหลายก็เลือนหายไป
หลังจากผ่านราตรีก่อนมาเมิ่งฝานก็ได้จดจำวิธีการฝึกฝนเคล็ดวิชาทะลวงธาราเอาไว้อย่างดีทว่าเมื่อนึกถึงวิธีการฝึกฝนอันน่าตระหนกนั้น เขาจึงเผยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความหวาดกลัวออกมา
“กระบวนท่าที่หนึ่งของทะลวงธารา สายธารหลั่งสมุทรใช้โทสะเป็ตัวดึงดูด ให้ความสำคัญกับอานุภาพอัญเชิญพลังปราณภายในร่างมาอยู่ในจุดเดียวเพื่อการะเิตัว หนึ่งหมัดพุ่งขึ้นหน้าพลังปราณดุจดั่งสายธารที่หลั่งไหลไปยังมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่เคลื่อนตัวทะยานไม่หยุดยั้ง!”
เมื่อคิดถึงข้อมูลจากบันทึกที่ได้รับมาก็ทำให้ใบหน้าของเมิ่งฝานเคร่งขรึมขึ้นในทันทีหากบอกว่าการฝึกฝนพลังมหาหัตถ์สังหารจำเป็ต้องใช้ก้อนหินในการฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายการฝึกฝนเคล็ดวิชาทะลวงธาราก็หนักหนายิ่งกว่า เพราะเมิ่งฝานจะต้องใช้หมัดของตนเองทำลายหินที่มีน้ำหนักหนึ่งร้อยจินให้แหลกสลาย
“ให้ตายเถอะ เงื่อนไขของวิชายุทธ์ระดับสูงมันจะเข้มงวดเกินไปแล้ว!”
หลังจากพึมพำอยู่ชั่วครู่เมิ่งฝานก็กัดฟันแน่นแม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยโทสะ แต่เขาก็รู้ดีว่าตนเองไร้ซึ่งทางเลือกอื่นเพราะยามนี้เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงห้าวันงานประลองก็จะมาถึงแล้ว!
ปึก! ปึก!
สามวันผ่านไปล้วนแต่มีเสียงปะทะดังขึ้นที่ริมลำธารทั้งสิ้นนั่นคือเสียงการปะทะกันระหว่างหมัดของเมิ่งฝานและก้อนหินนั่นเอง
เมิ่งฝานยืนหยัดตัวตรงแล้วใช้หมัดชกออกไปยังก้อนหินขนาดใหญ่ที่เบื้องหน้าอย่างไม่หยุดยั้งโดยหินที่อยู่เบื้องหน้าของเมิ่งฝานนี้มีความสูงถึงสามเมตร แข็งแกร่งทนทานยิ่งทว่าเมื่อปะทะกับหมัดที่แข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่ากันของเมิ่งฝานเห็นได้ชัดว่าจุดที่ปะทะกันมีรอยบุบเข้าไปภายใน
ฝึกฝนอย่างสาหัส อดทนให้มากจักกลายเป็เหล็ก แม้จะรู้ถึงหลักการนี้ดีแต่ความเ็ปที่แล่นมาจากท่อนแขนก็ทำให้เมิ่งฝานอดไม่ได้ที่จะมีความคิดว่าอยากละทิ้งมันไปความเ็ปจากการปะทะในยามนี้รุนแรงยิ่งกว่าความเ็ปจากการถูกศิลาสลักลายขับสิ่งแปลกปลอมถึงสองเท่าตัวเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูปเมิ่งฝานก็รู้สึกว่าท่อนแขนของตนเองหนักอึ้งจนยกไม่ขึ้นแม้แต่นิ้วก็ยังไม่อาจขยับได้แล้วหนึ่งนิ้ว
หากไม่ได้พลังการฟื้นฟูจากลูกปัดสีดำเม็ดนั้นเกรงว่าเมิ่งฝานคงไม่อาจยืนหยัดได้ แม้เพียงวันเดียวก็ตาม
อย่าลืมว่าเมิ่งฝานเป็เพียงเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงสิบห้าปีทว่าการฝึกฝนใน่เกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมากลับเป็สิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนอาจจะไม่สามารถรับได้ด้วยซ้ำไปโดยเฉพาะเคล็ดวิชาทะลวงธาราที่มีการฝึกฝนอย่างทารุณ
ตลอดสามวันมานี้เมิ่งฝานไม่รู้เลยว่าตนเองชกก้อนหินเบื้องหน้าไปกี่ครั้งแล้วทว่าพลังอานุภาพของเคล็ดวิชาทะลวงธาราที่ควรจะปล่อยออกมาตามที่ตำราบอกเอาไว้กลับยากที่จะปรากฏให้เห็น
ปึก!
เมื่อหมัดสุดท้ายชกลงบนก้อนหินร่างกายของเมิ่งฝานก็สั่นไหวในที่สุดจึงนั่งลงไปบนพื้นพร้อมกับใบหน้าที่เ็ปจนแทบทนไม่ไหว
เขานำลูกปัดสีดำเม็ดนั้นออกมาแล้วรีบทำการดูดซับพลังภายในพริบตาต่อมาพลังของลูกปัดก็แล่นไปทั่วร่างของเมิ่งฝานแล้วคอยฟื้นฟูท่อนแขนรวมถึงเส้นแขนงปราณที่บวมและได้รับาเ็จากการฝึกฝน
ยามนี้เขาไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเหลยหู่และพวกถึงยังฝึกฝนวิชายุทธ์ระดับสูงไม่สำเร็จในหมู่บ้านอูเจิ้นแห่งนี้พลังของบิดาเหลยหู่ก็ไม่ได้ธรรมดาทว่าทั้งสามก็ยังไม่อาจทำได้อย่างเช่นที่กู่ฉิงเป็ วิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับสูงคือสิ่งที่ไม่อาจฝึกฝนได้อย่างง่ายดายระยะเวลาสามวันที่ผ่านมาเมิ่งฝานแทบจะมองไม่เห็นพลังของกระบวนท่าสายธารหลั่งสมุทรแม้แต่เงาเลยด้วยซ้ำ
เขาปล่อยให้ไอพลังความร้อนฟื้นฟูร่างกายของตนเองหลังจากที่ผ่านไปครู่ใหญ่เมิ่งฝานจึงลืมตาขึ้นมาแล้วถอนหายใจเสียงยาวแม้ว่าใน่เวลาสามวันที่ผ่านมาเขาจะล้มเหลวไปหลายครั้งแต่กระนั้นมันก็กลับกลายเป็การกระตุ้นความมุ่งมั่นของเมิ่งฝานให้มากกว่าเดิมยิ่งเป็ไปได้ยากเมิ่งฝานก็ยิ่งต้องทำ
ขณะที่เมิ่งฝานกำลังลุกขึ้นยืนก็ได้ยินเสียงแหลมเล็กดังขึ้นมา คือเสียงของวัตถุบางอย่างร่วงหล่นลงไปยังเบื้องล่างเมื่อเด็กหนุ่มก้มลงไปมองจึงเห็นว่ามันคือตราสัญลักษณ์สีทอง
ตราสัญลักษณ์นี้ เป็ของพรรคเหมันต์์!
เมิ่งฝานมองภาพลมพายุที่สลักบนนั้นอย่างไม่วางตาพลันจึงกัดฟันแน่นพร้อมกับมีไฟโทสะลุกโชนขึ้นมาในหัวใจทันที ภาพเื่ราวต่างๆนานาผุดขึ้นมาในหัวของเมิ่งฝานวินาทีนั้นเขาก็ยกท่อนแขนขึ้นพร้อมทั้งก้าวออกไปข้างหน้าแล้วชกออกไป
ตู้ม!!
พริบตาต่อมาเมิ่งฝานก็เห็นว่าก้อนหินขนาดใหญ่เบื้องหน้าสั่นไหวไปครู่หนึ่งทันทีที่หมัดของเขาพุ่งเข้าไปในเนื้อหินก็เกิดรอยร้าวขยายวงกว้างออกไปหลายรอย!อานุภาพของมันในยามนี้...ต่อให้เป็พลังมหาหัตถ์สังหารสามร้อยจินก็ยังไม่อาจเทียบได้!
สำเร็จแล้ว!
หลังจากที่รู้สึกตกตะลึงไปทั้งใจไฟแห่งโทสะก็บรรเทาลงเมิ่งฝานมองท่อนแขนของตนเองด้วยความประหลาดใจนี่น่ะหรือพลังของกระบวนท่าสายธารหลั่งสมุทร? หนึ่งหมัดทำลายศิลาทั้งที่เป็ก้อนหินแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นก็ยังสามารถชกเข้าไปในเนื้อหินได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงร่างกายของมนุษย์!
“ใช้โทสะเป็ตัวดึงดูด ให้ความสำคัญกับอานุภาพ!”
ชั่วพริบตาที่เด็กหนุ่มพึมพำขึ้นในใจดวงตาของเขาก็วาวโรจน์ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดตนเองฝึกฝนมานานถึงสามวันแล้วยังไม่บรรลุผลเสียทีเป็เพราะเขาได้แต่ฝึกฝนอย่างหนักแต่กลับไร้ซึ่งไฟแห่งโทสะทั้งที่กระบวนท่าสายธารหลั่งสมุทร้าให้ผู้ฝึกฝนะเิพลังหมัดออกมาภายใต้ไฟแห่งโทสะที่ลุกโชน
เมื่อหวนกลับไปนึกถึงความรู้สึกเมื่อครู่เมิ่งฝานก็พบว่าตนเองไม่ได้คิดสิ่งอื่นใดคิดเพียงแต่้าะเิพลังความโกรธแค้นในใจออกมา แล้วชกออกไปอย่างรุนแรงพร้อมกับพลังปราณที่หลั่งไหลมายังท่อนแขนเท่านั้นจึงทำให้ะเิพลังของมันออกมาได้
ะเิพลังแห่งโทสะนี่ต่างหากจึงเป็วิธีการปล่อยพลังของกระบวนท่าสายธารหลั่งสมุทร!
เมิ่งฝานยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเก็บตราสัญลักษณ์นั้นเอาไว้ยามนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดกระบวนท่าสายธารหลั่งสมุทรถึงได้ให้ความสำคัญกับคำว่า ‘โทสะ’ มากมายถึงเพียงนั้นดูคล้ายว่าขั้นแรกของการฝึกฝนก็คือการะเิไฟโทสะของตนเอง
เมื่อเมิ่งฝานดึงมือกลับจึงพบว่าความเ็ปรวดร้าวได้แล่นไปทั่วท่อนแขนแล้วทั้งยังรู้อีกด้วยว่าในยามนี้กระดูกท่อนแขนของตนเองคงจะหักไปจนหมดแม้ว่ากระบวนท่าสายธารหลั่งสมุทรจะมีอานุภาพที่น่าตระหนกแต่ร่างกายของเมิ่งฝานในยามนี้ก็ยังไม่อาจรองรับพลังของมันได้เช่นกันและเขาก็รู้ว่าตนเองคงจะมีโอกาสปล่อยอานุภาพของมันออกมาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
เพราะหลังจากนั้นพลังปราณในร่างกายก็จะสูญสิ้นและไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ต่อไป
ทว่า ขอเพียงเขาจดจำความรู้สึกเมื่อครู่เอาไว้การแสดงพลังของกระบวนท่าสายธารหลั่งสมุทรในครั้งต่อไปก็ใช่ว่าจะยากอีกทั้งอานุภาพที่ร้ายแรงถึงเพียงนี้เขาปล่อยออกไปเพียงครั้งเดียวก็มากพอแล้วเห็นได้ชัดว่ามันสามารถกลายเป็หนึ่งในท่าไม้ตายที่ทรงพลังของตนเองได้อีกหนึ่งท่า
เขาไม่รู้ว่าหากเทียบกับวิชายุทธ์ระดับสูงของกู่ฉิงแล้วจะมีผลลัพธ์เช่นใดแต่เมิ่งฝานรู้ดีว่ามันสามารถสยบผู้บำเพ็ญตนในรุ่นเดียวกันของหมู่บ้านอูเจิ้นแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน
ในเมื่อสามารถเข้าถึงความรู้สึกนี้ได้เวลาอีกสองวันที่เหลือเมิ่งฝานก็จะใช้มันในการเคลื่อนพลังกระบวนท่าสายธารหลั่งสมุทรจนชำนาญและเวลาสองวันนั้นก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วแน่นอนว่าเมื่อเมิ่งฝานได้ฝึกฝนอย่างสุดกำลัง จึงทำให้สามารถฝืนร่างกายปล่อยพลังกระบวนท่าสายธารหลั่งสมุทรออกมาได้บ้างแล้ว
กลางดึก เมิ่งฝานนั่งอยู่บนเตียงเล็กของตนเองอย่างเงียบงันเขาหลับตาลงอย่างผ่อนคลายและรู้สึกสุขสบายเป็อย่างมากครั้งนี้นับว่าเป็การพักผ่อนโดยไม่ได้เคลื่อนพลังปราณเป็ครั้งแรกใน่ระยะเวลานานกว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเพราะวันพรุ่งนี้การประลองของอูเจิ้นก็จะเริ่มขึ้นแล้ว
หลังจากที่ฝึกฝนอย่างหนัก ก็ควรให้เวลาตนเองได้พักผ่อน!
อย่างไรเมิ่งฝานก็รู้ดีว่าการเคร่งเครียดจนเกินไปจะนำมาซึ่งผลร้ายต่อการปล่อยพลังและในการประลองครั้งหนึ่งของหมู่บ้านเขาก็เคยตื่นเต้นเป็อย่างมากมาแล้ว
ทว่าตัวเขาในวันนี้กลับมีความมั่นใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเขาไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่บนลานประลองของหมู่บ้านด้วยความหวาดกลัวผู้นั้นแล้วขั้นฝึกกายาระดับห้าทำให้กล้ามเนื้อบนตัวปูดนูนขึ้นมาจากเนื้อผ้าทำให้รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งจากภายใน
เมิ่งฝานััถึงพลังในร่างกายแล้วรู้ดีว่ายามนี้ตนเองอยู่ในระดับเซียนของขั้นฝึกกายาระดับห้าแล้วร่างกายของเขาแข็งแกร่งทนทานดังศิลาแกร่งเพียงยังไม่รู้ว่ายามใดจะบรรลุระดับพลังอีกครั้งก็เท่านั้น
เมิ่งฝานปล่อยให้แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนร่างในขณะที่กำลังลังเลดวงตาของเขาก็วาวโรจน์ขึ้นมาอย่างฉับพลันเพราะเืลมในร่างกายได้กลับมาแปรปรวนอย่างที่คุ้นเคยอีกครั้งพลังปราณที่มีอยู่เพียงไม่มากในร่างกายเดือดปะทุความรู้สึกที่เกิดขึ้นในยามนี้...ช่างเป็สิ่งที่เขาเฝ้ารอมาเนิ่นนาน!
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
หลังจากเสียงการแตกหักดังขึ้นในกระดูกเมิ่งฝานก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของร่างกายที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมพร้อมกล้ามเนื้อที่ปูดนูนเสียงเมื่อครู่ก็คือเสียงการยืดตัวของกระดูกภายในร่างกายของเขานั่นเอง
ขั้นฝึกกายาระดับหก กล้ามเนื้อบนร่างกายแข็งแกร่งดุจหินผานับจากนี้ไปเขาก็จะเข้าสู่กระบวนท่าฝึกฝนกระดูก!
เมื่อได้ยินเสียงเมื่อครู่เมิ่งฝานก็รู้ดีว่ากระดูกในร่างกายของตนเองได้เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วเขากำหมัดแน่นก่อนจะพบว่ามีพลังที่แข็งแกร่งปรากฏขึ้นในฝ่ามือ
ฝึกกายาระดับหกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะบรรลุขั้นพลังได้ในยามที่การประลองของหมู่บ้านใกล้เข้ามาถึงเช่นนี้!
จากนั้นเมิ่งฝานจึงลุกขึ้นยืนยามนี้เขาััได้ว่าร่างกายของตนเองเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยแม้ว่าจะเลื่อนขั้นขึ้นมาอีกเพียงหนึ่งระดับพลัง แต่เมื่อก้าวเข้าสู่การฝึกฝนกระดูกก็จะทำให้พละกำลังในร่างกายของผู้บำเพ็ญตนพัฒนาขึ้นอย่างมากมายทรงพลังดุจดั่งพยัคฆา
เมิ่งฝานกำหมัดแน่นอีกครั้งเพราะไม่อาจปิดบังความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นในใจได้จึงมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วครุ่นคิดถึงเื่ที่ตนเองเลื่อนขั้นจากขั้นฝึกกายาระดับสองมาจนถึงระดับหกโดยใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นเกรงว่าหากได้รับการบันทึกก็คงจะทำให้เหล่าผู้คนของหมู่บ้านอูเจิ้นจำนวนไม่น้อยต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
สำหรับเมิ่งฝานแล้วนั้นการประลองในครั้งก่อนคือการถูกคัดออกอย่างไร้ซึ่งความปรานี เขาทำได้เพียงยืนมองการประลองจากรอบนอกอย่างเงียบงันเท่านั้นทว่าในครั้งนี้หัวใจของเขากลับวาดหวังไว้อย่างมากมายั์ตาของเขาวาวโรจน์ก่อนจะพึมพำออกมาเสียงเบา
“การประลองของหมู่บ้าน หึหึ...หินโลหิตรางวัลจากผู้ชนะนั้นข้าเมิ่งฝานจะต้องเอามันมาให้ได้!”