บทที่10 ความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยเหมยเมี่ยนและหลี่เหิง
หลังจากที่หลี่เหิงเดินจากไป เซี่ยเหมยเมี่ยน รู้สึกถึงความขัดแย้งในหัวใจของเธอ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมา ท่านหญิงเซี่ยต้องรู้ว่า ในงานเลี้ยงนี้การแสดงออกมากเกินไป อาจทำให้เสียหน้าได้ ความสงบและสง่างามในที่สาธารณะ คือสิ่งที่เธอจะต้องคงไว้
ท่ามกลางเสียงพูดคุยที่คึกคัก อ๋องหยางเหว่ยจิ๋นยืนอยู่ในมุมหนึ่ง และมองไปที่เซี่ยเหมยเมี่ยน อารมณ์ของเขามีทั้งความไม่พอใจ และความไม่เข้าใจ ในความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในเขา เมื่อเห็นเธอยืนอยู่ท่ามกลางสายตาของผู้คน เขาเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่ง ที่ทำให้เขากลับมายืนอยู่ตรงนี้
“ท่านอ๋อง... ท่านหญิงเซี่ยดูเหมาะสมมาก กับการที่เป็คู่สมรสของท่าน” หลี่เหิงเดินเข้ามาทักทายอ๋องหยางเหว่ยจิ๋น พร้อมกับมองไปที่เซี่ยเหมยเมี่ยน ที่ยืนอยู่ตรงกลางห้อง
อ๋องหยางเหว่ยจิ๋น ตอบกลับด้วยน้ำเสียง ที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย “เ้าพูดเหมือนกับว่า เป็เพียงการจัดงานแต่งงานธรรมดาๆ” เขายิ้มบางๆ แม้ว่าในใจจะรู้สึกแปลกๆ เมื่อมองไปที่ท่านหญิงเซี่ย
หลี่เหิงยิ้มอย่างมีความหมาย “ทุกสิ่งทุกอย่างในราชสำนัก ล้วนมีการคิดคำนวณทั้งสิ้น...ท่านอ๋อง้าสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับตัวเองและอาณาจักร แต่ท่านหญิงเซี่ย...เธอคงไม่ใช่แค่เครื่องมือในเกมนี้” เธอพูดเบาๆ ก่อนจะยิ้มและหันไปทักทายแขกคนอื่นๆ
งานเลี้ยงถูกจัดขึ้น เพื่อเสริมความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรต่างๆ และตระกูลเซี่ยในเมืองหลวง เซี่ยเหมยเมี่ยน มาที่งานนี้โดยมีอ๋องหยางอยู่ข้างๆเขา แต่อย่างไรก็ตาม อ๋องหยางไม่ได้สนใจเธอมากนัก ในขณะนั้นเขายังคงห่วงใย แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง
ในขณะที่เซี่ยเหมยเมี่ยนยืนอยู่ข้างๆเขา หยูเจินก็เดินเข้ามาหาเธอ และทักทายด้วยรอยยิ้ม ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์
“ท่านหญิงเซี่ย... ดูเหมือนว่าท่านจะมีอำนาจ และทักษะที่หามีใครเปรียบเทียบได้ในที่นี้” หยูเจินกล่าวอย่างอ่อนโยน
เซี่ยเหมยเมี่ยนยิ้มเล็กน้อย แต่เธอสามารถรู้สึกได้ถึง ความไม่บริสุทธิ์ในคำพูดนั้น
“ขอบคุณองค์ชายหยู ท่านเกรงใจไป” เซี่ยเหมยเมี่ยน ตอบด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะสุภาพ แต่ในใจเริ่มสงสัย
อ๋องหยางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินบทสนทนานี้ และสายตาของเขา ก็เคลื่อนไหวไปมองหยูเจิน ด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย แต่เขาก็พยายามทำตัวให้เป็กลาง
“หยูเจิน...” อ๋องหยางพูดขึ้นมาเสียงเข้ม
หยูเจินหันไปยิ้มให้เขา และไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ “ข้าก็แค่ทักทายท่านหญิงเซี่ย ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราคงจะดีขึ้น ถ้าทำแบบนี้นะ”
อ๋องหยางเหว่ยจิ๋น ยืนนิ่งอยู่ข้างๆเซี่ยเหมยเมี่ยน เหลือบมองไปที่หยูเจินที่เดินจากไป และลับตาไปจากสายตาเขา เสียงพูดของหยูเจินเมื่อครู่ ยังคงดังก้องในหู
“หยูเจิน... เขาคิดจะทำอะไรกับท่านจริงๆ หรือ?” อ๋องหยาง ถามโดยไม่หันมามองเซี่ยเหมยเมี่ยน เขาเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง ที่เกิดขึ้นในใจ แต่ยังไม่สามารถตีความออกได้
เซี่ยเหมยเมี่ยนหันไปมองเขาอย่างช้าๆ ดวงตาของเธอ กวาดไปที่ใบหน้าของอ๋องหยาง ก่อนจะถอนหายใจ
“ท่านหมายถึง... เขา้าทำอะไร?” เซี่ยเหมยเมี่ยนพูดเสียงเรียบ แต่ในใจเธอรู้สึกถึงความกังวลที่ไม่อาจปิดบังได้
อ๋องหยางหันมามองหน้าเธอ ตากลมโตที่คม และแฝงไปด้วยความไม่เข้าใจ “ท่านกำลังบอกว่า ท่านไม่รู้สึกอะไรกับท่านหยูเจิน... หรือว่าจะไม่ระแวดระวังเลย?” เขาถามออกมาเสียงเครียด
เซี่ยเหมยเมี่ยน รู้สึกถึงอำนาจที่แฝงอยู่ในคำพูดของเขา คำถามนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น
“ข้า...ข้าไม่ได้คิดอะไรกับเขาหรอก” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา แต่ในใจ กลับแฝงความไม่มั่นใจบางอย่าง
อ๋องหยางเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง เขามองหน้าของเซี่ยเหมยเมี่ยน เหมือนกับกำลังมองหาคำตอบ ที่ไม่อาจหามาได้จากคำพูดเ่าั้
“ท่านคิดว่า ข้าเป็คนไม่รู้จักระแวดระวังหรือ?” น้ำเสียงของอ๋องหยางเริ่มหนักแน่นขึ้น เขาพยายามควบคุมตัวเอง แต่กลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาด
เซี่ยเหมยเมี่ยน หันไปมองเขาและส่ายหน้า “ไม่...ข้าไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น แต่ท่านอ๋องก็รู้อยู่แล้ว ว่าข้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือการทรยศ... ข้าแค่เป็เพียงหมากตัวหนึ่ง ในเกมของท่าน”
คำพูดนั้น เหมือนจะทำให้บรรยากาศรอบตัวอ๋องหยางเย็นลง เขามองเซี่ยเหมยเมี่ยน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเครียด และไม่พอใจ “ทำไมท่านถึงคิดว่าตัวเองเป็แค่หมาก? ท่านมีค่ามากกว่านั้น!”
เซี่ยเหมยเมี่ยนเงียบไป และไม่พูดอะไร เธอรู้ดีว่าอ๋องหยางคงพูดด้วยความห่วงใย แต่ก็ยังคงปกปิดความรู้สึกจริงๆของตัวเองเช่นเดิม
อ๋องหยางมองไปที่เซี่ยเหมยเมี่ยน สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม และความสับสน “ท่านรู้สึกอะไรกับข้าไหม?หรือท่านแค่ทำตามคำสั่ง...”
เซี่ยเหมยเมี่ยน หันไปมองเขาด้วยสายตาที่เ็า “ข้ารู้ว่าท่าน้าคำตอบอะไร... แต่บางครั้งคำตอบนั้นก็ไม่สามารถพูดออกมาได้...ข้าคือหมาก ที่ท่าน้าให้เคลื่อนไหวไปตามแผน แต่ในใจข้า... ข้าก็มีความรู้สึกที่ไม่ต่างจากคนทั่วไป”
“ท่านยังคงไม่เข้าใจ... ข้าก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน” เขาพูดเสียงเบาและเต็มไปด้วยความท้อแท้
เซี่ยเหมยเมี่ยนเงียบไป และไม่พูดอะไรต่อ แต่ในใจของเธอ กลับรู้สึกถึงความหวังบางอย่างที่ผุดขึ้นมา แม้ว่าจะรู้ว่าอ๋องหยาง ยังไม่ยอมรับความรู้สึกของตนเอง
“ท่านอ๋อง...” เธอเริ่มพูดเบาๆ “ข้าก็แค่คนธรรมดา ที่ทำหน้าที่ของตัวเองไปวันๆ และยังไม่เข้าใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับข้า มันหมายถึงอะไร...”
อ๋องหยางหันไปมองเซี่ยเหมยเมี่ยน ในขณะที่เสียงของเธอหยุดลง “ไม่ต้องพูด... บางที...บางทีข้าก็อาจจะ... ยอมรับมันได้ในสักวัน” เขาพูดเสียงต่ำ และสายตาของเขา ดูเหมือนจะไม่มั่นใจตัวเอง
เซี่ยเหมยเมี่ยน ยิ้มบางๆที่มุมปาก และหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มคลี่คลายเมฆ
“ข้าแค่หวังว่า... วันนั้นจะมาถึงเร็วๆ นี้”