บทที่ 10
จูเลียอ่านข้อความในการ์ดใบนั้นซ้ำ ก่อนที่จะสอดใส่ลงไว้ในซองตามเดิม“ก็ในเวลาอย่างนี้ละ ที่ทําให้ฉันแปลกใจว่าทําไมยังมีข้อติดใจสงสัยในตัวเขาอีก” หล่อนถอนหายใจเบา ๆ และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เซเลน่าไม่อาจจะคิดหาคําตอบสนองที่เหมาะสมได้ จึงได้แต่ยืนนิ่งเงียบอยู่เช่นนั้นและแล้วราวกับดึงตัวเองออกมาจากภวังค์แห่งความคิดที่จูเลียหันมาทางเซเลน่า รอยยิ้มสดใสปรากฏอยู่บนใบหน้า “เธอลองสํารวจอะไรดูบ้างหรือยังล่ะ”“ยังเลยค่ะ” เซเลน่าตอบไปตามความจริง “ฉันเห็นมีทั้งผู้โดยสารที่เดินขึ้นเดินลงแล้วก็ยังพวกลูกเรืออีกคน ก็เลยดูพลุกพล่านสับสนไปหมด”“จริงสินะ อีกอย่างหนึ่ง เธอก็ยังมีเวลาอีกมากที่จะสํารวจทุกซอกทุกมุมในเรือลํานี้ ก่อนที่การเดินทางของเราจะสิ้นสุดลง ตอนนี้ฉันว่าอากาศมันดี๊ดี เราขึ้นไปที่ห้องเครื่องดื่มเท็กซัส เลานจ์ กันดีไหม บางทีอาจจะพอมีโต๊ะว่าง เราจะได้ขึ้นไปนั่งพักผ่อนดื่มเชอรี่กันสักแก้ว”“ก็ดีนี่คะ” เซเลน่าคล้อยตามทันทีเมื่อออกมาถึงทางเดินภายในเรือ จูเลียได้หยุดเพื่อรับบัตรเบอร์โต๊ะอาหารจากหัวหน้าบริกรก่อนที่จะเดินนําเซเลน่า ต่อไปยังห้องเครื่องดื่มทางด้านหัวเรือ เมื่อก้าวเข้าไปในห้องเครื่องดื่ม เซเลน่าต้องสูดลมหายใจลึก เมื่อมองเห็นบันไดขนาดใหญ่ ที่ทอดขึ้นสู่เท็กซัส เลานจ์“น่ามหัศจรรย์ใจมากใช่ไหม” จูเลียเอ่ยขึ้น“ใช่ค่ะ สวยมากจริง ๆ ” เซเลน่าจับตามองราวบันไดมันปลาบที่ทอดเวียนขึ้นสู่ชั้นบนบันไดทุกขั้นมีขอบทองเหลืองขัดไว้สะอาดเอี่ยมประดับอยู่ ราวบันไดเวียนนั้นประกอบด้วยแผงเหล็กดัดเป็นลวดลายที่คล้ายถักทอด้วยลูกไม้งดงาม มีโคมไฟแบบโบราณห้อยลงมาจากเพดานเหนือระเบียงแคบ ๆ ด้านบนเบื้องหน้าประตูที่เปิดเข้าสู่ห้องเครื่องดื่มนั้น“ในบรรยากาศอย่างนี้ อยากจะให้เรทท์ บัตเลอร์ ปรากฏตัวขึ้น แล้วก็อุ้มฉันขึ้นบันไดนี้มาเหลือเกิน” เซเลน่าเปิดใจกับจูเลีย ด้วยน้ำเสียงเหมือนคนที่ตกอยู่ในภวังค์ฝัน“ใช่ บรรยากาศอย่างนี้ มันเตือนใจให้เรานึกถึงวันเวลาเมื่อครั้งที่ชีวิตยังเต็มไปด้วยระเบียบแบบแผนสมัยเก่าเสียจริง ๆ ” จูเลียพูดอย่างเห็นด้วย “ในครั้งกระนั้นน่ะ เดลต้า ควีนนี่ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ชีวิตอย่างสํารวย หรูหราทีเดียว ใครได้เดินทางกับเดลต้า ควีนจะต้องเป็นคนมั่งมีเงินทองจริง ๆ เพราะถือว่าเป็นเรือสําราญที่หรูที่สุด งานไม้ทุกชิ้นในเรือลํานี้ล้วนแล้วแต่ทําจากไม้โอ๊คกับมะฮอกกานีทั้งนั้น ซึ่งมาถึงตอนนี้ก็มีการเอาสีทนไฟไปฉาบไว้เพื่อเป็นการป้องกันไว้ชั้นหนึ่งก่อนที่จะเกิดไฟไหม้ขึ้น“น่าเสียดายจังนะคะ” เซเลน่า จับตาอยู่กับฝาผนัง และส่วนอื่น ๆ ของลําเรือซึ่งเป็นเครื่องไม้ แต่บัดนี้ถูกฉาบไว้ด้วยสีงาช้าง“มันก็เข้ากันได้ดีกับยุคสมัย แล้วก็กับความต้องการในเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารซึ่งก็ไม่ถึงกับจะทําลายความสวยงามของเรือลํานี้ลง”“ใช่ค่ะ ฉันเห็นด้วยในเรื่องนี้” เซเลน่าพดไปตามความรู้สึกที่แท้จริง ด้วยรู้สึกถึงบรรยากาศอันอบอุ่นที่เข้ามาครอบคลุมจิตใจของตนเองอยู่ความรู้สึกดังกล่าวเพิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อเธอเดินเข้าไปในเท็กซัส เลานจ์ ซึ่งทําห้องเป็นรูปเกือกม้า มีหน้าต่างกระจกอยู่รายรอบ ผนังภายในห้องเป็นผนังไม้ที่ไม่ได้ฉาบสี ดูโอ่อ่าภูมิฐานขึ้นด้วยพรมลายทางสีสดโต๊ะที่ตั้งรายเรียงอยู่เป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมประกอบด้วยเก้าอี้รูปทรงเข้าชุดกัน มีบาร์ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลาง ตรงปลายเกือกม้าทั้งสองข้างมีประตูที่เปิดออกสู่ดาดฟ้าภายนอก ซึ่งบนดาดฟ้านั้น ตั้งโต๊ะเก้าอี้ชุดเหล็กดัดซึ่งฉาบด้วยสีขาวไว้ขณะที่เซเลน่ากับจูเลียเดินตรงไปยังประตูด้านหนึ่ง บาร์เทนเดอร์ก็ชะโงกตัวออกมาจากหลังบาร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส“สวัสดีครับ คุณจูเลีย เมื่อกี้นี้มีคนบอกผมแล้วว่า คุณมากับเราเที่ยวนี้ด้วย”จูเลียหันไปมองบาร์เทนเดอร์ และแล้วรอยยิ้มก็ฉาบขึ้นบนใบหน้าเมื่อจําได้ว่าเป็นใคร“เกร๊ก ไม่ยักรู้ว่าเธอยังอยู่ นึกว่าเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้วเสียอีก”“ก็เข้าแล้วละครับ” เขาเปิดประตูบาร์เตี้ย ๆ เดินออกมาหา “แต่ผมคิดว่าช่วงฤดูร้อนนี่ทํางานหาเงินก่อนดีกว่า แล้วค่อยลงทะเบียนเรียนเต็มเทอมตอนฤดูใบไม้ร่วงน่ะครับ”“เธอต้องทําได้แน่” จูเลียพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเมตตา “เพราะถึงยังไงเรื่องเรียนก็ต้องสําคัญกว่าอยู่แล้ว”เกร๊กเหลือบมองมาทางเซเลน่า สีหน้าของเขาบอกความสนใจอยู่ไม่น้อย นอกเสียจากหนวดสีน้ำตาลแล้ว เซเลน่าแน่ใจว่าอายุของเขาไม่แก่กว่าเธอแน่ อาจจะอ่อนกว่าสักปีหรือสองปีเสียด้วยซ้ำ จัดว่าเป็นคนหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง และมีอะไรบางอย่างในสีหน้าของเขาที่บอกว่า เขารู้ในความจริงข้อนี้อยู่ เสน่ห์นั้นมีอยู่ในรอยยิ้ม กับเสียงพูดช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคํา“หลานสาวของคุณหรือครับ คุณจูเลีย” เกร๊กเอ่ยถามขึ้น ดวงตายังจับจ้องอยู่ที่เซเลน่า“ไม่ใช่หรอก คุณเมอริคเป็นเพื่อนฉัน นี่เขาคือ เกร๊ก ซิมป์สัน เป็นคนหนุ่มที่มีนิสัยดีมากคนหนึ่ง” จูเลียเอ่ยแนะนําขึ้น “ต้องระวังไว้หน่อยนะ พ่อนี่เขาเป็นคนปากหวาน พูดเพราะเสมอละ”“โอ....คุณจูเลียครับ คุณเองก็ชอบให้ผมพูดอย่างนั้นนี่ครับ” เกร๊กทําสุ้มเสียงล้อ ๆ ซึ่งเซเลน่าออกจะเชื่อว่าเขาพูดจริง เพราะจูเลียไม่ได้แสดงความโกรธเคืองอะไร“นี่....ถ้าฉันไม่ได้รู้มาก่อนว่า เธอต้องทํางานหนักขนาดไหนละก้อ ฉันว่าเธอหากินได้ง่ายมาก พูดหวาน ๆ คนเขาก็ติดใจกันแล้ว”บาร์เทนเดอร์หนุ่มหัวเราะเบา ๆ กับคําพูดประโยคนั้น ก่อนที่จะหันมาทักทายเซเลน่า“สวัสดีนะครับ คุณเมอริค แล้วก็ขอต้อนรับสู่เรือเดลต้า ควีน ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ”“ขอบคุณค่ะ”“ชีฟ เพอร์เซอร์ คุณดั๊ก สเปนเซอร์น่ะครับ สั่งไว้ว่า ขอต้อนรับคุณด้วยเชอรี่แก้วแรกครับคุณจูเลีย คุณนั่งที่ดาดฟ้าด้านนอกดีไหมครับ”“ดีค่ะ” จูเลียคล้อยตามทันทีเกร๊กหันมาทางเซเลน่า“แล้วแก้วแรกสําหรับการต้อนรับจากชีฟ เพอร์เซอร์ของเราล่ะครับ คุณจะดื่มอะไรดี”เซเลน่าใช้ความคิดเพียงนิดเดียวก่อนจะตอบออกไปว่า“ขอเชอรี่ด้วยก็แล้วกันค่ะ”“ผมชื่อเกร๊กนะครับ” เขาเอ่ยขึ้นเป็นเชิงแนะนําให้เธอเรียกเขาเช่นนั้น “อย่างน้อยตอนนี้เราก็จะต้องอยู่ด้วยกันบนเรืออีกตั้งสิบวัน เพราะฉะนั้น คุณเรียกผมด้วยชื่อแรกดูจะสนิทกว่าครับ”“ได้ค่ะ เกร๊ก” เธอยอมรับความสัมพันธ์ฉันท์มิตรของเขาในทันที“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เพราะดูเหมือนผมจะลืมชื่อแรกของคุณไป” เกร๊ก พูดยิ้ม ๆ“เปล่าหรอก ฉันยังไม่ได้บอกเธอต่างหาก” จูเลีย ขัดขึ้น ซึ่งทําให้เซเลน่าอดหัวเราะออกมาไม่ได้“ฉันชื่อเซเลน่าค่ะ”“ชื่อเพราะจังครับ” เกร๊กหลิ่วตาให้ก่อนที่จะเดินกลับไปยังบาร์ “ผมจะเอาเชอรี่ออกไปเสิร์ฟให้เดี๋ยวนี้เลยครับ”“เหลือเกินพ่อคนนี้” จูเลียทําสุ้มเสียงราวกับไม่พอใจ แต่เซเลน่าสังเกตเห็นว่าแววตาของหล่อนบอกความพอใจตัวหนุ่มน้อยผู้นี้อยู่เมื่อออกมาถึงดาดฟ้าด้านนอกอากาศค่อนข้างอบอ้าว นาน ๆ จะมีสายลมอ่อนโชยพัดมาผ่อนคลายความร้อนสักครั้ง แต่ถึงอย่างไร เซเลน่าก็มีความสุขกับแสงแดดในยามบ่ายคล้อยที่อาบไล้ใบหน้าของเธออยู่เธอนิ่งอยู่ในลักษณะหันหลังให้กับประตูที่เปิดออกมายังส่วนนี้ เบื้องหน้าคือลําน้ำมิสซิสซิปปี้ ดังนั้น เธอจึงไม่ได้เห็นตอนที่เกร๊กเดินออกมาทางประตูด้านนั้น จนกระทั่งเขาวางแก้วเชอรี่ลงเบื้องหน้าดวงตาของเขาจับจ้องอยู่กับเรือนผมที่ประกายของมันราวเปลวเพลิงยามต้องแสงอาทิตย์“ถ้าต้องการอะไรอีก กรุณาเรียกผมได้เลยนะครับ” เขาบอกก่อนที่จะถอยกลับไปผู้โดยสารคนอื่น ๆ เริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องเครื่องดื่ม บางคนก็เดินเลยออกมายังดาดฟ้าด้านนอก ที่จูเลียกับเซเลน่านั่งอยู่ด้วยกัน เสียงหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างมีความสุขดังอยู่รอบ ๆ ตัว กิจกรรมต่าง ๆ กําลังดําเนินอยู่ตรงริมฝั่งแม่น้ำ