หญิงงามเลิกคิ้วเล็กน้อยมองฮวาเสี่ยวซีด้วยแววตาที่ยังคงแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นแต่ก็มีความสนใจเจือปนอยู่เล็กน้อย "เ้าเรียกข้าว่าพี่สาว?" นางทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ก็ท่านงดงามปานนาง์ แถมยังเก่งกาจวรยุทธ์ข้าก็อยากมีพี่สาวที่ทั้งสวยและเก่งแบบท่านนี่เ้าคะ"ฮวาเสี่ยวซีตอบอย่างคล่องแคล่ว ดวงตาจ้องมองสตรีงามอย่างชื่นชม"ท่านชื่ออะไรหรือเ้าคะ? ข้าชื่อฮวาเสี่ยวซี!"นางแนะนำตัวเองอย่างกระตือรือร้น
สตรีงามมองใบหน้าใสซื่อและแววตาที่เปิดเผยของฮวาเสี่ยวซีอย่างพิจารณาก่อนจะเอ่ยชื่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความสูงศักดิ์ "ไป๋หลิน"
"พี่สาวไป๋หลิน!" ฮวาเสี่ยวซีเรียกชื่อใหม่ด้วยความยินดี"ชื่อเพราะจังเลยนะเ้าคะ! พี่สาวมาแอบฟังพวกนั้นทำไมหรือเ้าคะ? ท่านก็สงสัยเื่ที่พวกมันพูดถึงท่านอ๋องเจ็ดเหมือนกันใช่หรือไม่?"
ไป๋หลินทอดสายตาไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวแสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าของนาง งดงามจนแทบหยุดลมหายใจ"ข้ามีเหตุผลส่วนตัว" นางตอบสั้นๆ โดยไม่ได้ลงรายละเอียด
"เหตุผลส่วนตัว..." ฮวาเสี่ยวซีทวนคำอย่างใคร่ครวญก่อนจะยิ้มกว้างอีกครั้ง "ไม่เป็ไรเ้าค่ะ! ไม่ว่าเหตุผลของพี่สาวจะคืออะไรการที่พวกเรามาแอบฟังเื่เดียวกัน ก็ถือว่าเป็พรหมลิขิตแล้ว!ต่อไปนี้พวกเราก็เป็สหายร่วมรบ เอ้ย! สหายร่วมแอบฟังแล้ว!"นางพูดพลางยื่นมือไปจับมือของไป๋หลินอย่างกระตือรือร้น
ไป๋หลินมองมือเล็กๆ ที่ยื่นมาตรงหน้าด้วยความแปลกใจเล็กน้อยนางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆยื่นมือเรียวยาวของนางมาััมือของฮวาเสี่ยวซีอย่างแ่เบา
"ยินดีที่ได้รู้จัก สหายร่วมแอบฟัง" ไป๋หลินเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก เป็รอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบดูสดใสขึ้นมาในสายตาของฮวาเสี่ยวซี่
“พี่สาวไป๋หลิน จะทำอย่างไรต่อไปหรือเ้าค่ะท่านจะไปบอกท่านอ๋องหรือว่าจะไปช่วยท่านอ๋องด้วยตัวเอง” ฮวาเสี่ยวซีถามไป๋หลิน
ไป๋หลินทอดสายตาไปยังดวงจันทร์ที่ส่องสว่างเหนือศีรษะราวกับกำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่งบางอย่าง "ท่านอ๋องเจ็ด... อี้ิเจ๋อ... เขาเป็คนที่มีความสามารถสูงทั้งวรยุทธและการเรียนรู้ การปกครองก็เฉลียวฉลาด" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชม"ด้วยวัยเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปี เขามีอนาคตที่สดใสข้าไม่อยากให้คนชั่วอย่างท่านอ๋องสี่มาทำลายเขา" นางซึ่งอายุยี่สิบปีย่อมมองเห็นความสามารถและอนาคตของอี้ิเจ๋อได้อย่างชัดเจน
"เช่นนั้นพี่สาวมีแผนอะไรหรือไม่เ้าคะ?" ฮวาเสี่ยวซีถามด้วยความกระตือรือร้น
ไป๋หลินส่ายหน้าเล็กน้อย "ข้ามีเส้นทางที่ต้องไปเป็การส่วนตัว"นางตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"ข้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าข้าจะเดินทางไปที่ใด"
ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกเสียดายที่อาจจะไม่ได้ร่วมมือกับสตรีงามผู้นี้"ข้าเสียดายนักที่ไม่ได้เดินทางร่วมกับพี่สาว" นางเอ่ยด้วยความจริงใจ
เมื่อไป๋หลินจากไปแล้วฮวาเสี่ยวซีก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่านางลืมบอกที่อยู่ของตนเองให้ไป๋หลินรู้เสียสนิทเมื่อมองไปรอบกายก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของพี่สาวไป๋หลินแล้ว นางถอนหายใจอย่างเสียดายหันหลังเดินกลับไปยังโรงเตี๊ยมเงียบๆ
เมื่อถึงห้องพักในโรงเตี๊ยมฮวาเสี่ยวซีก็จัดการชำระล้างร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการผจญภัยในค่ำคืนนี้ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันน่าประทับใจของการพบกันโดยบังเอิญกับสตรีงามนามไป๋หลินในคืนเทศกาลตวนอู่
ฮวาเสี่ยวซีออกจากประตูเมืองหรงกวงควบม้าสีน้ำตาลเข้มทะยานไปตามถนนเส้นหลักแสงแดดยามเช้าส่องกระทบใบหน้าสดใสของนาง ผมยาวสลวยปลิวไสวตามแรงลม เช่นเคยนางยังคงเอ้อระเหยลอยชาย ควบม้าไปหยุดไปร้องเพลงท้องถิ่นที่คุ้นเคยด้วยน้ำเสียงร่าเริงอย่างสำราญใจพร้อมกับหยิบขนมเปี๊ยะไส้ถั่วเค็มจากกระเป๋าหลังม้ามากินอย่างเอร็ดอร่อย
ขณะที่นางควบม้าจากเมืองผิงอันมาได้กว่าชั่วยาม ขณะที่นางควบม้าออกจากเมืองผิงอันมาได้กว่าหนึ่งชั่วยามเส้นทางระหว่างเมืองผิงอันกับเมืองหลิงโจวโดยปกติแล้วไม่ควรมีเหตุโจรปล้นเกิดขึ้นแต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้นเมื่อฮวาเสี่ยวซีได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาจากข้างหน้าในระยะที่ไม่ไกลนัก
เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวแหลมสูงดังมาเป็ระยะตามมาด้วยเสียงดาบกระบี่กระทบกันก้องกังวานฮวาเสี่ยวซีชะงักมือที่กำลังจะหยิบผลไม้ ทิ้งขนมเปี๊ยะที่กินค้างอยู่ในปากทันทีดวงตาเป็ประกายวาววับด้วยความตื่นเต้น ควบม้าให้เร็วขึ้น พุ่งทะยานเข้าไปในทิศทางของเสียงโดยไม่ลังเล
เมื่อมาถึง นางก็เห็นสภาพการณ์ที่ชัดเจนกลุ่มคนราวสิบกว่าคนในชุดดำทะมึนกำลังล้อมรอบขบวนรถม้าหรูหราสองสามหลังมีร่างของผู้ติดตามและองค์รักษ์นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดินเืสีแดงสดไหลซึมเปรอะเปื้อนพื้นหญ้าเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของหญิงสาวดังมาจากรถม้าคันหน้าสุดด้วยใจที่ตั้งมั่นว่าจะเป็จอมยุทธหญิงผู้ผดุงความยุติธรรม ฮวาเสี่ยวซีไม่รอช้าควบม้าพุ่งเข้าไปร่วมวงต่อสู้ทันทีดาบยาวสีเงินที่เหน็บอยู่ข้างเอวถูกชักออกมาอย่างรวดเร็วแสงดาบวาววับสะท้อนกับแสงแดดยามเช้าพร้อมที่จะพิพากษาเหล่าคนชั่วที่กำลังรังแกผู้อื่น
เสียงร้องะโก้องกังวานของฮวาเสี่ยวซีดังเจื้อยแจ้วแทรกเสียงดาบกระแทกและเสียงร้องโหยหวนทำให้การต่อสู้ที่ดุเดือดพลันชะงักลง เหล่าโจรที่กำลังได้เปรียบถึงกับชะล่าใจหันขวับกลับมามองร่างเล็กๆ ที่ควบม้าสีน้ำตาลพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว
ทั้งฝ่ายที่ถูกล้อมและฝ่ายที่ล้อมต่างก็ขมวดคิ้วยุ่งด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ
พวกโจรต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก "นี่มันตัวอะไรโผล่มา?" หัวหน้าโจรคนหนึ่งพึมพำด้วยความงุนงง
ตอนที่ฮวาเสี่ยวซีเข้าไปช่วยเหลือ พวกนางกำลังถูกโจรปล้นกลุ่มโจรจำนวนสิบกว่าคนดาบคมในมือกำลังเข้าปะทะกับเหล่าองค์รักษ์ที่พยายามปกป้องขบวนรถม้าอย่างสุดกำลังเสียงดาบปะทะกันดังสนั่น พร้อมกับเสียงร้องของผู้าเ็
คุณหนูหลี่หม่านหลิน กับสาวใช้คนสนิทนาม เสี่ยวหง กำลังยืนกอดกันกลมอยู่ข้างรถม้าหรูหราสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดกลัว ตัวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความใมีองค์รักษ์ร่างกำยำคนหนึ่งได้รับาเ็ที่แขน เืไหลซึมออกมาแต่เขายังคงยืนหยัดขวางหน้าพวกนางไว้พยายามปกป้องคุณหนูและสาวใช้อย่างสุดความสามารถ แม้จะเสียเปรียบด้านจำนวนก็ตาม
เหล่าองค์รักษ์ที่กำลังาเ็และเสียเปรียบมองฮวาเสี่ยวซีด้วยความไม่แน่ใจ "แม่นางน้อยผู้นี้เป็ใครกัน? นางจะมาช่วยพวกเราหรือจะซ้ำเติม?"แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวังอันริบหรี่
ส่วนหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่ในรถม้าเมื่อได้ยินเสียงร้องที่สดใสและเด็ดเดี่ยว ก็ค่อยๆชะโงกหน้าออกมามองด้วยความสงสัยระคนความหวัง "นาง...นางจะช่วยพวกเราได้จริงหรือ?" ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาจับจ้องไปยังร่างเล็กๆ บนหลังม้าอย่างไม่ละสายตา
ฮวาเสี่ยวซีหยุดม้าลงตรงหน้ากลุ่มโจรมองพวกมันด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับเหยี่ยว มือเรียวถือดาบสีเงินมั่นคงแสงดาบสะท้อนแดดเป็ประกายวาววับ"พวกเ้ากล้าดีอย่างไรถึงมารังแกผู้คนกลางวันแสกๆ เช่นนี้!"นางตวาดเสียงดัง น้ำเสียงเล็กๆ นั้นกลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้ทุกคนต้องชะงักงัน
บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้ว กลับยิ่งเงียบสงัดลงไปอีกทุกสายตาจับจ้องมาที่ฮวาเสี่ยวซี ราวกับกำลังรอคอยว่าเด็กสาวผู้นี้จะทำอะไรต่อไป
หัวหน้าโจรแค่นเสียงหัวเราะหึ ๆมองฮวาเสี่ยวซีั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูถูก "ฮึ! นึกว่าใครที่แท้ก็เด็กน้อยไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม อยากจะมาเป็วรสตรีช่วยคนอื่นรึ? กลับไปเล่นขายของที่บ้านไป๊ก่อนที่จะโดนลูกหลงจนเจ็บตัว!"
ลูกน้องของมันพลอยหัวเราะตามเสียงดังลั่นป่ารกทึบพลันเต็มไปด้วยเสียงเยาะเย้ย
ฮวาเสี่ยวซีไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำพูดเ่าั้นางเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็ประกายวาววับ"ข้าอาจจะเด็ก... แต่ดาบของข้าไม่เด็กนะ" นางกล่าวเสียงใสก่อนจะชักดาบออกจากฝักจนสุด แสงสีเงินวาววามบาดตา สะท้อนความมุ่งมั่นในแววตาของนาง
"โอ้โฮ! มีของดีนี่!" หัวหน้าโจรเลิกคิ้วอย่างสนใจ "แต่ดาบดีๆอยู่ในมือเด็ก ก็เหมือนของเล่นเท่านั้นแหละ พวกเราจัดการนาง!" สิ้นคำสั่งเหล่าโจรก็ดาหน้าเข้าโจมตีฮวาเสี่ยวซีพร้อมกัน
ฮวาเสี่ยวซีไม่ได้หวาดหวั่น นางบังคับม้าให้ถอยหลบอย่างคล่องแคล่วพร้อมกับวาดดาบในมือป้องกันการโจมตี ดาบสีเงินของนางร่ายรำราวกับมีชีวิตปัดป้องดาบของพวกโจรอย่างแม่นยำ เสียงดาบปะทะกันดัง "ฉึก! ฉึก!"ต่อเนื่อง
ด้วยทักษะวรยุทธ์ที่ฝึกฝนมาอย่างหนักฮวาเสี่ยวซีไม่ได้ด้อยกว่าพวกโจรที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้นางพลิ้วกายหลบหลีกการโจมตีได้อย่างว่องไวพร้อมกับสวนกลับด้วยกระบวนท่าที่เฉียบคมและรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวโจรที่ประมาทเข้าใกล้นางมากเกินไปก็ต้องร้องโอดโอยล้มลงไปกองกับพื้นถูกดาบของนางฟาดเข้าที่แขนหรือขา