หวงหนิวครุ่นคิด ใคร่ครวญอย่างละเอียดลออว่าจะใช้คำไหนให้คำจำกัดความที่ชัดเจนแก่ที่แห่งนี้
ดินแดนแห่งการแข่งขัน!
มันเขียนอย่างนี้ แต่แล้วก็เหมือนไม่ได้อย่างใจ มันลบออกแล้วเขียนใหม่
ดินแดนแห่งพันธนาการ!
เขียนเสร็จ คิดไปคิดมา ก็ลบอีกครั้ง
ดินแดนแห่งการจุติ!
พอเขียนแบบนี้ มันก็ยังคงส่ายหัว
ดินแดนแห่งความสิ้นหวัง ดินแดนแห่งความหวังใหม่ ดินแดนแห่งสงครามดินแดนแห่งความเรืองรอง ดินแดนแห่งความน่ากลัว ดินแดนแห่งความเสื่อมโทรม...
มันเขียนๆ ลบๆ ไม่หยุด คำพวกนี้ตรงกันข้ามกันทั้งนั้นเห็นได้ชัดว่ามันเองก็ปวดหัว ไม่รู้จะให้คำจำกัดความที่ชัดเจนอย่างไรดี
“ที่จริงฉันเองก็ไม่รู้อ่ะ!” สุดท้ายมันก็หยุดแล้วเขี่ยทิ้งไว้แค่ท่อนนี้
หมายความว่าอย่างไร พูดมาตั้งเยอะ สุดท้ายมาเทกันอย่างนี้น่ะเหรอ? ฉู่เฟิงไม่ปลื้มอย่างแรง!
แต่เขาก็มองออกว่า หวงหนิวไม่ได้โกหกเขา มันพยายามหาคำมาอธิบายโลกใบนี้แล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ชัดเจนพอ ไม่ครอบคลุมทั้งหมด
“ตอนที่ฉันก้าวเดินมาบนเส้นทางนี้ยังไม่รู้ความสักเท่าไรความเข้าใจที่มีต่อเรื่องอันซับซ้อนก็ไม่ลึกซึ้งพอ ฉันฝังใจแค่เพียงว่าต้องออกมาที่นี่ให้ได้ แล้วสุดท้ายต้องเป็นผู้สร้างโลกใบใหม่ขึ้น!” หวงหนิวบอกเขา
“เส้นทางพิเศษนี้ สามารถพาไปที่ไหนได้บ้าง?” ฉู่เฟิงแตกตื่นเรื่องนี้ควรพูดเช่นไรดี
“มันก็มีหลายเส้นทางนะ มีจิตวิญญาณไม่น้อยที่เข้าสู่เส้นทางเหล่านี้ แต่เก้าในสิบล้วนสังเวยชีวิตกลางทางมีอยู่ไม่มากที่ทำสำเร็จ”
หวงหนิวบอกความจริง
ภูเขาบรรพกาล แท้จริงแล้วก็เป็นของโลกใบนี้แต่ดั้งเดิมหากอยู่ในมิติคู่ขนาน มันดำรงคงอยู่มาแต่ไหนแต่ไร บรรดาสิงสาราสัตว์ล้วนแล้วแต่เป็นพวก“เกิดที่นี่โตที่นี่” ทั้งนั้น หาใช่พวกจิตวิญญาณที่เดินทางมาอย่างที่หวงหนิวบอก
“แล้วนายมาจากไหน?” ฉู่เฟิงถาม
หวงหนิวไม่อยากพูด เดินไปทางหน้าต่าง แหงนมองท้องฟ้าอย่างใจลอย
ฉู่เฟิงหันไปมองวัวยักษ์สีดำ
วัวยักษ์สีดำมองบน แล้วเอ่ยว่า “อย่ามาถามข้า ข้าเป็นพวกเกิดที่นี่โตที่นี่!” สุดท้ายมันก็เสริมให้อีกคำ“ข้านั้นหรือคือหนิวหมัวหวัง!”
ฉู่เฟิงชักรู้สึกว่า ตัวเองจิตแข็งอย่างยิ่งถ้าเป็นคนอื่นมาเจอเจ้าวัวสองตัวนี่ คงเป็นบ้าไปนานแล้ว
เนิ่นนาน หวงหนิวจึงกลับมาเป็นตัวของตัวเอง
ฉู่เฟิงคิดจะถามต่อ แต่ท่าทางมันไม่อยู่ในโหมดพูดคุยเล่นเสียแล้ว
แต่ว่าคิดไปคิดมาแล้ว หวงหนิวตัดสินใจบอกบางเรื่องแก่เขา
“จากนี้ไปจะมีจิตวิญญาณที่ร้ายกายตนอื่นๆ ปรากฏตัวขึ้นอีก!”
ชัดเลยว่าจิตวิญญาณที่มันพูดถึง ต้องไม่ใช่พวกที่อยู่ในภูเขาบรรพกาลอย่างแน่นอนแต่เป็นพวกที่มีความเป็นมาร้ายกาจอย่างยิ่ง
ฉู่เฟิงอยากรู้เหลือเกินว่าโอกาสที่จะก้าวข้ามมายังโลกใบนี้มันจะเลิศเลอพิสดารถึงเพียงไหนถึงกับดึงดูดให้จิตวิญญาณจากโลกอื่นเพียรพยายามที่จะเข้ามาให้ได้แม้จะต้องเสี่ยงชีวิตก็ตาม
“เวลาในโลกนี้หนึ่งปี เทียบได้กับเวลาถึงสิบปี ร้อยปีในโลกอื่นแล้วจะไม่ให้ขวนขวายได้ยังไงล่ะ?” หวงหนิวเขี่ยพื้นบอก
ฉู่เฟิงพลันรู้สึกพลุ่งพล่านอยู่ในใจ จนยากที่จะสงบลงอย่างนี้ก็หมายความว่าสามารถที่จะก้าวหน้ากลายเป็นยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งได้ภายในระยะเวลาอันสั้นที่สุด!
มันช่างน่ากลัว แน่นอน ทำให้ผู้คนตะเกียกตะกายด้วย!
“แล้วนายกำลังตามหาอะไรอยู่?” ฉู่เฟิงถาม
“ความลับแห่งสวรรค์อันไร้เทียมทาน ฉันต้องการกลายร่าง!” ดวงตาของหวงหนิวคุโชน
“เช่น?” ฉู่เฟิงอยากให้มันระบุให้ชัดเจนอีกหน่อยเมื่อเข้าใจมากพอ เขาจึงจะสามารถวางแผนเส้นทางอนาคตได้
ก็ในเมื่อก้าวสู่หนทางแห่งการเปลี่ยนแปลงแล้วเขาก็ไม่อยากหยุดอยู่เพียงเท่านี้ เขาอยากพัฒนาต่อไปอีก
“เกสรดอกไม้ชั้นสุดยอด ท้องทุ่งแห่งรากวิญญาณหรือแม้แต่พวกต้นไม้เทพเจ้าในตำนาน แล้วก็อื่นๆ อีก... ทั้งหมดล้วนอยู่บนโลกนี้”
หวงหนิวเขียนออกมารวดเดียว เหล่านี้คือสิ่งที่มันต้องการ!
โลกนี้มีของพิสดารมากมายถึงเพียงนี้เลยหรือ?ฉู่เฟิงคลางแคลงใจอย่างมาก
ศึกสงครามเคยทำให้ผืนแผ่นดินพังทลาย แทบจะกลายเป็นพื้นที่รกร้างหลังจากผ่านพ้นกาลเวลาเนิ่นนาน ชีวิตจึงกลับฟื้นคืนอีกครั้ง
ทว่าพันธุ์ไม้มากมายกลับหายสาบสูญ โลกใบนี้ยังมีของอย่างรากวิญญาณยาวิเศษอีกเท่าไรกัน?
“ถึงแม้จะถูกผนึกแช่แข็งนานนับพันปี ถูกแผดเผาเป็นผุยผงถูกกลบฝังลึกลงไปใต้ดินเป็นเวลานาน พวกมันก็ยังคงอยู่ต้องมีสักวันที่จะหวนคืนกลับมา กำเนิดจากความไม่มี งอกเงยขึ้นมาจากเถ้าถ่านและเผยโฉมต่อโลกนี้อีกครั้ง!”
หวงหนิวมั่นใจว่า พวกมันจะต้องปรากฏตัวอีกอย่างแน่นอน
“ฉะนั้น ข้าเองก็มุ่งมั่นจะเป็นเทพให้ได้!”วัวยักษ์สีทองนั่งตัวตรง วางท่าแบบว่า ไม่ใช่ข้าแล้วจะยังมีใครอีก
ตั้งแต่มันเห็นหวงหนิวยึดเตียงหลังใหญ่ไปได้ มันเองก็ไม่เก็บอาการอีกต่อไปทุกครั้งที่มายังบ้านของฉู่เฟิง ก็ตรงดิ่งไปนอนแผ่หราบนโซฟาทันที
แต่ด้วยร่างอันใหญ่โตของมัน พอทิ้งตัวลงบนโซฟาก็เกิดเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดไม่หยุด ชวนให้รู้สึกลุ้นหายใจไม่ทั่วท้อง
วัวยักษ์สีดำกลับไป มันบอกหวงหนิวว่าจะให้เวลาอีกสามวัน ไม่เช่นนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ไปยังเทือกเขาคุนหลุนภายในระยะเวลาอันใกล้เพราะจะเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง
หนึ่งวัน สองวัน...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แค่กะพริบตาก็ผ่านไปแล้วสามวันแต่ว่าเมล็ดพันธุ์ในถังไม้ใบใหญ่ก็ยังไม่งอกต้นอ่อน หวงหนิวร้อนรนเพราะว่าถึงกำหนดนัดหมายแล้ว
“ไปเถอะ ไปเขาคุนหลุน ทำอย่างกับที่นั่นขาดแคลนต้นไม้พิสดาร? นายน่าจะรู้นี่ว่าที่นั่นก็เป็นเทวบรรพต มีตำนานลี้ลับมากมาย!” ฉู่เฟิงกระทุ้งมัน
หวงหนิวเดินวนเวียนไปมาวุ่นวายใจ มันรู้ว่าเดี๋ยววัวยักษ์สีดำก็ต้องมาช่วงเวลาสุดท้ายจะอย่างไรก็ต้องมาถึงอยู่ดี
อีกทั้งมันก็รู้ดีว่า ที่เทือกเขาคุนหลุนมีต้นไม้พิสดารอย่างแน่นอนแต่มันก็ยังฝากความหวังไว้ที่เมล็ดพันธุ์ลึกลับทั้งสามนั่น
ในที่สุด ดวงตาหวงหนิวฉายแววดุดัน มันย่างสามขุมเข้าไป
“นายคิดจะทำอะไร?!” ฉู่เฟิงระแวดระวัง
หวงหนิวเตะถังไม้แตกกระจาย คุ้ยเขี่ยหาเมล็ดพันธุ์เขียวขจีนั่นทันทีกะจะยัดใส่ปาก
ฉู่เฟิงโมโหปรี๊ด แทบจะฆ่ามัน
หวงหนิวรีบเขี่ยพื้น “คนละครึ่งฉันรับรองว่าจะเหลือให้นายครึ่งหนึ่ง!”
มันหมดความอดทนโดยสิ้นเชิง ตัดสินใจกินเมล็ดพันธุ์นั้น สำหรับมันนี่ก็ถือว่าเป็นลูกไม้วิเศษเหมือนกัน
“นายกล้าเรอะ!” ฉู่เฟิงพุ่งตัวเข้าไปเขาเป็นห่วงเมล็ดพันธุ์มากกว่าหวงหนิว เฝ้าวาดหวังมาตั้งนาน เขาทนดู“วัวเขมือบดอกโบตั๋น” ไม่ได้
แต่ว่า หวงหนิวทนรอไม่ไหวแล้ว มันอ้าปากทันที
กร๊อบ!
พอเสียงนี้ดังขึ้น ฉู่เฟิงถึงกับใจสั่น แทบจะจับหวงหนิวไปต้มทั้งเป็น
แต่ต่อมา ท่าทางของหวงหนิวทำให้เขาแตกตื่นเสียยิ่งกว่า
หวงหนิวร้องไห้!
“นายอย่ามาบีบน้ำตา เอาเมล็ดพันธุ์ฉันคืนมาโว้ย!”ฉู่เฟิงพุ่งเข้าไป
“ฮือ...” หวงหนิวปาดน้ำตา มันร้องไห้จริงๆ
นอกจากนี้ มันยังยกกีบข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปาก พลางนวดไม่หยุดสีหน้าเต็มไปด้วยแววเจ็บปวด สุดท้ายก็คายเมล็ดพันธุ์ออกมาตกลงที่พื้นตรงหน้า
หวงหนิวน้ำตาไหลพราก พออ้าปากก็เห็นเลือดไหล มันกุมฟัน เจ็บเข้าไปถึงไส้!
บนพื้น เมล็ดพันธุ์เขียวขจี ไร้รอยขีดข่วน แม้แต่รอยฟันก็ไม่มีเลือดก็ไม่เปื้อนแม้สักนิด สะอาดหมดจด
ฉู่เฟิงรีบพุ่งเข้าไป ฉกเมล็ดพันธุ์ไปที่ก๊อกน้ำล้างแล้วล้างอีกเป็นสิบรอบ!
จากนั้น เขาประกาศห้าม กีดกันหวงหนิวออกไป เก็บเมล็ดพันธุ์อย่างมิดชิด
“อย่าคิดจะกินอีกนะ!” เขาร้องเตือน
หวงหนิวพอได้ยินเข้าก็น้ำตาไหลพราก กินทำซากอะไรอ่ะ ฟันแทบหักแล้วเนี่ยยังจะมาแขวะมันอีกหรือไง?!
มันรีบบ้วนปากล้างเลือดออกแล้ววิ่งไปหน้ากระจกส่องอยู่เป็นนานจึงค่อยเบาใจ ฟันไม่หัก แล้วก็ไม่แตกเพียงแค่เลือดออกเท่านั้น
ฉู่เฟิงมั่นใจแล้วว่ามันไม่กล้ากินอีก จึงวางใจในที่สุด แถมยังหัวเราะร่าจงใจหยิบเมล็ดพันธุ์ไปวางตรงหน้ามัน เอ่ยว่า “ไม่งั้นนายลองอีกทีดีมะลองกัดอีกทีเผื่อจะแตก”
“มอ!”
หวงหนิวโมโห แทบจะถลุงเขาด้วยหมัดปีศาจวัว
ฉู่เฟิงรีบหลบ เอ่ยว่า “ก็ใช่ว่าจะไม่กลับมาสักหน่อย จำไว้นะถ้าเจอทุ่งรากวิญญาณที่เขาคุนหลุนล่ะก็ ขุดเอาก้อนดินพิเศษกลับมาให้หมดนะถึงตอนนั้น เมล็ดพันธุ์ทั้งสามงอกต้นอ่อนแน่นอน”
หวงหนิวได้ยินก็ผงกหัวแรงๆ
แต่ขณะเดียวกันมันก็โมโหหนักมาก เมล็ดพันธุ์เน่าๆ เนี่ยนะถึงกับทำมันเจ็บตัว รอมันงอกจนโตก่อนเหอะ ไม่ใช่แค่เกสรดอกไม้เท่านั้นนะจะรากเหง้า หรือใบไม้ พ่อจะฟาดให้เรียบเป็นการแก้แค้น!
“ไอ้ลูกวัว ตกลงจะไปหรือไม่?” วัวยักษ์สีดำมาแล้ว
ฉู่เฟิงเอาเมล็ดพันธุ์ไปซ่อนเรียบร้อยแล้วเขาไม่กล้าให้เจ้าวัวตัวนี้ล่วงรู้
หวงหนิวผงกหัว ตัดสินใจออกเดินทาง
“ข้าบอกก่อนนะ เทือกเขาคุนหลุนตอนนี้กลายเป็นแผ่นดินนองเลือดไปแล้วมีแต่พวกรุ่นเก่าทั้งนั้น รู้ไหมทำไมข้าถึงปลีกตัวจากมา? เป็นเพราะข้าไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปข้องเกี่ยวหากเจ้าเดินทางไปกับข้า จงรู้จักรับมือตามสถานการณ์อย่าได้ทำตัวทะเล่อทะล่าเป็นไอ้หน้าโง่ล่ะ!”วัวยักษ์สีดำเตือนล่วงหน้า
ฉู่เฟิงตะลึง เทือกเขาคุนหลุนโหดร้ายถึงเพียงนี้เลยหรือ? วัวยักษ์สีดำพูดอย่างสวยหรูว่ามันไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่จริงๆแล้วมันหนีมาต่างหาก คาดว่าเป็นเพราะได้กินเมล็ดสนและเกิดการเปลี่ยนแปลงมันจึงคิดกลับคืนถิ่น
หวงหนิวผงกหัว สีหน้าจริงจัง แสดงว่ารับรู้
ส่วนทางครอบครัวของโจวเฉวียนก็เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วเฝ้ารอคอยด้วยดวงตาเป็นประกายที่จะเดินทางไปยังทิศตะวันตก
“รักษาตัวนะ!”
“แล้วเจอกัน!”
ฉู่เฟิงส่งทุกคนออกเดินทาง พวกเขาเอ่ยคำร่ำลา อวยพรให้ต่างฝ่ายต่างปลอดภัย
แผ่นดินวุ่นวายขึ้นทุกที ใครเล่าจะล่วงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะได้พบกันอีกหรือไม่ก็ไม่อาจบอกได้
วันเดียวกัน ทางซีกโลกตะวันตกก็สั่นสะท้านขึ้นอีกครั้งด้วยเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น สุนัขปีศาจตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมันพุ่งเข้าใส่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง อาละวาดเสียจนที่ตรงนี้กลายเป็นนรกบนดิน
มันมีสองหัว เดินไปมาบนหินหลอมเหลว ทั้งยังสามารถพ่นพิษได้ ในหมู่บ้านนั้นแทบจะไม่ต่างกับวันสิ้นโลก
ทั้งหมู่บ้านถูกหินหลอมเหลวแผดเผา ไร้ซึ่งผู้รอดชีวิตคนทั้งหมู่บ้านนับพันตายเกลี้ยง
เกิดกระแสวุ่นวายใหญ่โต!
ต่อจากนั้น จ้าวแห่งสุนัขสองหัวก็ตระเวนไปทั่ว ภายในวันเดียวกันมันทำลายเมืองไปสองเมือง สร้างความหวาดหวั่นไปทั่ว
เมืองเล็กๆ สองเมือง ถึงแม้จำนวนประชากรจะไม่ถึงแสนคนแต่เมื่อถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ก็เกิดผลกระทบรุนแรง ไม่มีผู้รอดชีวิตจ้าวแห่งสุนัขตัวนี้เหี้ยมโหดอย่างถึงที่สุด
ว่ากันว่า สุนัขตัวนี้อายุมากแล้ว ก่อนที่มันจะกลายพันธุ์ มีคนเห็นมันเฝ้าระวังต้นไม้ต้นเล็กๆสองต้นในที่รกร้าง ตอนนั้น ผู้คนต่างก็ยังไม่รู้จักลูกไม้พิเศษกันสักเท่าไร
ตอนนี้พอนึกย้อนกลับไป ต้นไม้ต้นเล็กสองต้นนั้นพิสดารอย่างยิ่ง
ต้นหนึ่งสีดำสนิททั้งต้น อีกต้นสีแดงดั่งเลือด มีลูกไม้ทั้งสองต้น
ตอนนั้น การเปลี่ยนแปลงเพิ่งจะเริ่มขึ้นคนทั่วไปยังไม่ค่อยเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร คนวัยกลางคนผู้หนึ่งผ่านไปทางนั้นเห็นว่าแปลกดี จึงถ่ายรูปหมาแก่ๆ กับต้นไม้ต้นเล็กเอาไว้
นอกจากนี้ เขาลองไล่มันไป เพราะคิดว่าได้ค้นพบพันธุ์ไม้ชนิดใหม่
หมาแก่พลันบ้าคลั่ง พุ่งเข้าใส่เขาอย่างไม่คิดชีวิต คนวัยกลางคนผู้นั้นวิ่งหนีอย่างจนปัญญาคิดจะหาคนไปช่วยขุดต้นไม้สองต้นนั้น แต่สุดท้ายพอย้อนกลับไป ก็ไม่พบลูกไม้แล้วหมาตัวนั้นก็หายไปเช่นกัน
“พระเจ้า ต้นไม้สองต้นถูกขุดไป แต่สุดท้ายก็แห้งตาย จ้าวแห่งสุนัขตัวนั้นไล่ล่าคนที่ขุดต้นไม้ไปแล้วฆ่าทิ้งระหว่างทาง!”
สุดท้าย ผู้คนล้วนถกเถียงกันเช่นนี้
นี่เป็นหายนะอย่างไม่ต้องสงสัย โลกตะวันตกเคลื่อนกองทัพอีกครั้งล้อมกำจัดจ้าวแห่งสุนัข
สุดท้าย ด้วยความป่าเถื่อนของมัน จึงสังหารคนล้างเมืองไปถึงสองเมืองจากนั้นก็ทะยานเข้าไปในภูเขาบรรพกาล ไม่พบเห็นจนบัดนี้
ทางตะวันตก ผู้คนต่างหวาดหวั่นขวัญผวาคนไม่น้อยที่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว
ต่อมา บนที่ราบสูงแห่งหนึ่งฝั่งตะวันตก ก็ปรากฏสัตว์ร้ายอีกตัวขึ้นมันประกาศด้วยภาษามนุษย์ออกไป ห้ามไม่ให้คนนอกบุกรุกเข้าไปในเขตแดนนั้นผู้ใดบังอาจฝ่าฝืน ฆ่าไม่เว้น
ทางฟากตะวันตก จ้าวแห่งสัตว์ร้ายปรากฏกายออกมาอย่างต่อเนื่อง!
จากนั้นไม่นาน ก็มีรายงานข่าวจากที่ต่างๆ
ที่อินเดียปรากฏราชาคชสารเผือกนำขบวนสัตว์กลายพันธุ์นับหมื่นพลังมหาศาลไม่มีอะไรเทียบทั้งยังน่าหวาดกลัวสุดประมาณ
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่มีลางบอกเหตุมาก่อนจนกระทั่งพบว่ามันปรากฏตัวขึ้น โดยรอบก็เต็มไปด้วยสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากเสียแล้ว
ที่ราบมองโกเลียปรากฏราชาหมาป่าสีเงิน ยามที่มันกู่ร้องก้องฟ้า ส่ำสัตว์น้อยใหญ่ล้วนสั่นสะท้าน
ที่ไซบีเรีย...
...
ทุกแห่งหนทั่วโลกจ้าวแห่งสัตว์ป่า จ้าวแห่งสัตว์ปีกเผยตัวออกมากันอย่างต่อเนื่องสถานการณ์กลับกลายเป็นตึงเครียดสุดขีดเพียงชั่วข้ามคืนเมืองน้อยใหญ่มากมายต่างเผชิญหน้ากับความกดดันรุนแรงอย่างเฉียบพลัน
ในขณะที่ในประเทศเอง สถานการณ์ก็ซับซ้อนขึ้นอย่างมาก
พวกสัตว์น่ากลัวทั้งหลายต่างปรากฏตัวที่เขาหลงหู่ซาน เขาอู่ตังซานเขาซงซาน เขาจงหนานซาน เขาคงถงซาน เขาเอ๋อเหมยซาน พวกมันฆ่าฟันกันเอง นอกจากนี้ยังมีอีกส่วนที่ปะทะกับกองกำลังของพวกมนุษย์เพื่อยึดครองเขาหลิงซาน
นี่มันผ่านพ้นไปกี่วันเอง?โลกทั้งใบพลันเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง หลักเกณฑ์ล้วนถูกเปลี่ยนแปลง
ทุกแห่งหนล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด!
ฉู่เฟิงเก็บข้าวของ เตรียมเดินทางออกจากเมืองชิงหยางไปสู่มหานครทางภาคเหนือเมืองซุ่นเทียน
เขารวบรวมก้อนดินพิเศษใส่กล่องหิน ตรงกลางก็คือเมล็ดพันธุ์ทั้งสามแล้วพกติดตัว
“อ๊ะ!”
เรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นเมื่อเมล็ดพันธุ์ถูกเก็บรวมกับก้อนดินพิเศษในกล่องหิน พลันบังเกิดพลังชีวิตแสงสีเขียวเปล่งปลั่งเจิดจ้า
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!” ฉู่เฟิงใจเต้นโครมคราม
กล่องหินที่เก็บมาจากเชิงเขาคุนหลุนจริงแท้แล้วมีไว้สำหรับเก็บซ่อนเมล็ดพันธุ์ทั้งสาม