บทที่ 22 สังหารอย่างเด็ดขาด เริ่มเผยความโดดเด่น
“ใช่แล้ว! พวกเ้าคิดว่าคนเยอะกว่าแล้วจะเก่งนักหรือไง?”
“ั้แ่เมื่อไหร่กันที่สมรภูมินอกเขตแดนกลายเป็สมบัติส่วนตัวของสกุลจินไปแล้ว?”
ปรากฏว่าหลังจากกลุ่มตัวแทนจากหลายตระกูลใหญ่เดินทางมาถึงที่นี่เพื่อเตรียมเข้าสู่สมรภูมินอกเขตแดน กลับถูกคนของสกุลจินขวางทางไว้ พร้อมกับเรียกเก็บค่าเข้าสมรภูมิในราคาที่สูงลิบ
แม้ตามหน้าประวัติศาสตร์แล้วสกุลจินจะเป็ผู้นำของพันธมิตรอวิ๋นฮวง แต่ในความเป็จริง เหล่าอัจฉริยะจากตระกูละต่าง ๆ ล้วนมีฐานะเท่าเทียมกัน จึงไม่มีเหตุผลใดที่ต้องคอยฟังคำสั่งของสกุลจิน พวกเขาจึงไม่มีวันยอมถอยให้อย่างเด็ดขาด
“สกุลจินของพวกเราเป็ผู้นำของพันธมิตรอวิ๋นฮวง การดูแลความสงบเรียบร้อยของสมรภูมินอกเขตแดนนั้นเป็เื่ที่เหนื่อยยากมาก การเรียกเก็บค่าจัดการเล็ก ๆ น้อย ๆ ในตอนนี้มันผิดตรงไหนกัน?
ใครที่ยินดีจ่ายก็เข้าไปได้ ส่วนใครที่ไม่เต็มใจก็ไสหัวกลับบ้านไปถามพวกผู้าุโของพวกเ้าดูสิว่าพวกเขาจะว่าอย่างไร”
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีเหลืองก้าวออกมาจากกลุ่มสกุลจิน ในมือถือกระบองหนามสีดำสนิท ยืนประจันหน้าอยู่ต่อหน้าฝูงชน
“จินเสวียนหลาง? หนึ่งในสี่จตุรเทพ พยัคฆ์ เสือดาว หมาใน หมาป่าแห่งสกุลจินนับว่ามีชื่อเสียงโด่งดังไม่เบา ไม่นึกเลยว่าแทนที่จะเอาความสามารถนี้ไปสังหารศัตรู กลับเอามาข่มเหงคนกันเองเช่นนี้”
“ข้าว่าสกุลจินคงรู้ตัวแล้วล่ะว่ากำลังจะถูกสกุลเจียงเตะลงจากบัลลังก์ เลยกะจะโกยผลประโยชน์เป็ครั้งสุดท้ายเสียมากกว่า”
“ก็น่าจะเป็เช่นนั้น ตระกูลพวกเราส่งคนมาสังหารอสูรห้วงมิติแท้ ๆ แต่กลับต้องมาเสียค่าคุ้มครองด้วย ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!”
เหล่าอัจฉริยะแต่ละตระกูลต่างอยู่ในวัยที่ฮึกเหิมและถือดี มีหรือจะยอมอ่อนข้อให้โดยง่าย
“เหอะ สกุลจินปกครองพันธมิตรอวิ๋นฮวงมานานกว่าแสนปี มีหรือจะนึกเกรงกลัวสกุลเจียงกระจอก ๆ!”
จินเสวียนหลางแค่นเสียงเย้ยหยันออกมาอย่างเ็าเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เพียงเพราะมีเด็กเมื่อวานซืนปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจียงหลิงเทียนโผล่มาคนเดียว ก็บังอาจริฝันกลางวันจะมาชิงตำแหน่งประมุขพันธมิตร ช่างน่าขันนัก!”
“สกุลเจียงกระจอก ๆ? ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม?”
“ิ่เกียรติสกุลเจียงข้า? ิ่เกียรติบุตรจักรพรรดิของข้า?”
กลุ่มที่มีจำนวนเกือบสองร้อยคนร่อนลงบนจัตุรัส ชายหนุ่มในชุดสีแดงที่นำหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
“นั่นคือ... เจียงเหลียนซาน หนึ่งในเจ็ดอัจฉริยะแห่งสกุลเจียงก่อนที่บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนจะปรากฏตัว!”
ทุกคนต่างร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น!
ในขณะนี้ ทั่วทั้งอวิ๋นฮวง มีเพียงสกุลเจียงเท่านั้นที่กล้าเผชิญหน้ากับสกุลจินตรง ๆ การที่คนของสกุลเจียงออกหน้า ยิ่งทำให้ทุกคนต่างเฝ้าจับตามองผลลัพธ์ที่จะตามมาอย่างใจจดใจจ่อ!
“สกุลจินของพวกเ้าแข็งแกร่งจริง ๆ นั่นแหละ แต่ว่าสกุลเจียงของพวกข้าก็ไม่เคยนึกเกรงกลัวพวกเ้าเช่นกัน ข้าแนะนำให้พวกเ้าจงรีบถอยห่างจากประตูเสียตอนนี้ ไม่อย่างนั้นในการประชุมสภาาุโพันธมิตรอวิ๋นฮวง...”
ยังไม่ทันที่คำพูดจะสิ้นสุด ม่านตาของเจียงเหลียนซานก็หดแคบลง!
ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบของกระบองหนามที่พุ่งเข้าใส่ เจียงเหลียนซานจึงทำได้เพียงโคจรพลังอาคมในร่างออกมาตั้งรับตามสัญชาตญาณ!
บึ้ม!
วินาทีถัดมา เสียงะเิสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น!
เจียงเหลียนซานถูกซัดจนกระเด็น แขนซ้ายของเขาหักพับผิดรูปบิดมาอยู่ที่หน้าอกอย่างน่าสยดสยอง!
เจียงเหลียนซานผู้อยู่ในขอบเขตกำเนิดโกลาหลขั้นที่หนึ่ง ใน่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นกลับไม่สามารถต้านทานการโจมตีของจินเสวียนหลางได้เลยแม้เพียงกระบวนท่าเดียว
“เหลียนซาน!”
“จินเสวียนหลาง เ้ารนหาที่ตายเองนะ!”
ในพริบตา คนของสกุลเจียงต่างพากันก่นด่าด้วยความโกรธแค้น พร้อมกับกรูเข้าไปล้อมรอบฝ่ายตรงข้ามไว้ ทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมชักอาวุธ บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุดเพียงแค่พูดผิดหูอีกนิดเดียวาก็พร้อมจะปะทุขึ้นทันที!
“ข้าจะพูดอีกแค่ครั้งเดียว ตอนนี้ข้าขอประกาศว่า สกุลเจียงห้ามเข้าสู่สมรภูมิ เว้นแต่ว่าหัวหน้ากลุ่มคนนี้จะคุกเข่าโขกศีรษะให้ข้าสามที และยอมจ่ายค่าเข้าสมรภูมิเป็สองเท่า”
จินเสวียนหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่ได้เห็นคนของสกุลเจียงที่กำลังโกรธแค้นเหล่านี้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ต้องรู้ก่อนว่า เขานั้นคือผู้แข็งแกร่งในขอบเขตกำเนิดโกลาหลขั้นที่สาม!
หากเปรียบเทียบกับขอบเขตโลหิตปราณ ผลัดเปลี่ยนกระดูก และหลอมเทพแล้ว ขอบเขตกำเนิดโกลาหลคือการหลอมรวมทั้งสามอย่างนี้เข้าด้วยกันจนบรรลุ!
ความแข็งแกร่งจึงเพิ่มพูนขึ้นมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเข่นฆ่าในสมรภูมิมาเป็เวลานาน ความสามารถในการรบย่อมเหนือกว่าคนทั่วไปมาก
ส่วนสมาชิกตระกูลที่อยู่เื้ัเขา ต่างก็เป็เหล่ายอดฝีมือที่เคยผ่านคาวเืในสมรภูมิมาจริง ๆ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เหล่าอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่สกุลเจียงเพิ่งส่งมาจะรับมือได้เลย
“ใครหน้าไหนบังอาจมารังแกคนของสกุลเจียงข้า?”
ในจังหวะนั้นเอง มิติในความว่างเปล่าพลันแตกร้าว พร้อมกับมีแสงิญญาสว่างจ้าจุติลงมาในทันที
ทุกคนต่างพากันหันไปมองเป็ตาเดียว
ท่ามกลางแสงิญญานั้น เด็กหนุ่มอายุราวสิบหกปีคนหนึ่งได้เดินออกมา
เด็กหนุ่มคนนั้นมีท่าร่างที่คล่องแคล่วดุจั กลิ่นอายไม่ธรรมดา สวมเสื้อคลุมจิ้งจอก์เก้าหาง ที่เอวห้อยของวิเศษประณีตไว้ถึงห้าชิ้น เพียงชั่วพริบตาก็มาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าทุกคน สายตาของทุกคนหยุดอยู่ที่ร่างของเจียงหลิงเทียนทันที
“นั่นคือ... บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนหรือ?!”
“เขายังไม่บรรลุนิติภาวะเลยไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงมาที่สมรภูมินอกเขตแดนได้ล่ะ?”
“แรงกดดันััเทพแข็งแกร่งมาก นี่คือแรงกดดันที่ขอบเขตหลอมเทพพึงจะมีได้จริงหรือ ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนเขาสามารถสังหารขอบเขตกำเนิดโกลาหลได้ในพริบตาเดียวเลยล่ะ?”
เหล่าผู้แข็งแกร่งจากหลายตระกูลต่างพากันตกตะลึง
เนื่องจากสมรภูมินอกเขตแดนกับงานประลองอวิ๋นฮวงนั้นอยู่ห่างไกลกันมาก ทำให้ส่วนใหญ่ยังไม่เคยเห็นความน่าสะพรึงกลัวของเจียงหลิงเทียนกับตาตัวเอง ในยามนี้จึงได้แต่รู้สึกใไปเล็กน้อย
หรือว่า ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนจะเป็เื่จริง?
“คนของสกุลเจียง ขอคารวะบุตรจักรพรรดิ!” เมื่อเห็นเจียงหลิงเทียนปรากฏตัว สมาชิกสกุลเจียงต่างพากันเข้ามารุมล้อมไว้
“เจียงเหลียนซานเป็อย่างไรบ้าง?”
เจียงหลิงเทียนกวาดสายตาไปรอบ ๆ สมาชิกตระกูล พลางขมวดคิ้วมุ่น
“เจียงเหลียนซาน คารวะบุตรจักรพรรดิ เหลียนซานไร้ความสามารถ ทำสกุลเจียงต้องอับอายขายหน้าเสียแล้ว”
เจียงเหลียนซานเดินประคองแขนซ้ายที่หักออกมาจากฝูงชน แล้วมาหยุดอยู่ต่อหน้าเจียงหลิงเทียนด้วยสีหน้าสลด
ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อข่าวลือนั่นก็ช่าง แต่คนสกุลเจียงย่อมเห็นด้วยตาตัวเองมาแล้ว!
อาจกล่าวได้ว่า ในสกุลเจียงย่อมไม่มีใครไม่ยอมรับในตัวเจียงหลิงเทียน
ถึงเขาจะยังเยาว์วัยก็ตาม แต่ในหมู่ผู้อยู่เหนือน่านฟ้า มีใครเขาวัดความเป็วีรบุรุษด้วยอายุอานามกันบ้างล่ะ?
“ไม่เป็ไร เื่ขายหน้ามันก็เื่เล็กน้อย แค่ไปเอาคืนกลับมาก็พอแล้ว”
ดวงตาของเจียงหลิงเทียนเย็นเยียบลงทันควัน เขาหมุนตัวกลับไปมองที่หน้าทางเข้าสมรภูมิ ซึ่งในขณะนั้นจินเสวียนหลางเองก็กำลังจับจ้องมาที่เขาเช่นกัน
จินเสวียนหลางรู้ดีว่าเจียงหลิงเทียนเป็คนปลิดชีพจินเซิ่งเหยียนย่อมไม่มีทางดูแคลนเด็กหนุ่มคนนี้แน่
“ได้ยินกิตติศัพท์บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนมานาน วันนี้...”
ทว่าในวินาทีถัดมา!
“ถ้าอย่างนั้น ก็จงตายไปซะ”
เจียงหลิงเทียนเพียงแค่สะบัดมือซ้ายเบา ๆ ปราณกระบี่ที่มองไม่เห็นขนาดยาวกว่าหนึ่งจั้งก็พุ่งประทุออกไปทันที!
หืม ???
เป็การลงมืออย่างไม่มีการเตือนล่วงหน้า ช่างเป็ผู้ที่มีจิตสังหารที่เฉียบขาดเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง!
ม่านตาของจินเสวียนหลางหดตัววูบ แต่เขาเองก็เตรียมตัวรับมือไว้อยู่แล้ว เขารีบโคจรพลังอาคมไปทั่วร่างทันที จนก่อเกิดเป็ชุดเกราะสีทองสว่างไสวห่อหุ้มร่างกายไว้
นี่คือวิชาลับแห่งขอบเขตกำเนิดโกลาหล…เกราะแปลงปราณิญญา!
ยังไม่จบเพียงเท่านั้น จินเสวียนหลางยังได้อัญเชิญโล่โบราณออกมาสองใบมาขวางไว้ข้างหน้าตนเองอีกด้วย
จากนั้นแสงิญญารอบตัวก็พุ่งขึ้นมาห่อหุ้มเขาไว้อีกชั้น!
ภายในชั่วพริบตา เขาสร้างกำแพงป้องกันไว้ถึงสี่ชั้น!
บัดซบ! ความเร็วในการคุ้มกายถึงสี่ชั้นขนาดนี้ได้ในอึดใจเดียว ช่างยอดเยี่ยมนัก
ผู้คนในที่นั้นที่ได้เห็นความเร็วของจินเสวียนหลางต่างพากันสูดลมหายใจด้วยความหวาดเสียว ต้องขอบอกเลยว่าจินเสวียนหลางนั้นแข็งแกร่งสมคำล่ำลือ สมแล้วที่เป็ผู้แข็งแกร่งที่เติบโตมาจากการฝ่าฟันความเป็ความตายในสมรภูมิ
ทว่าในพริบตาถัดมา ปราณกระบี่ที่เจียงหลิงเทียนสะบัดมือออกไปอย่างง่ายดายนั้นก็มาถึง!
แคร็ก ๆ ๆ ๆ !
เสียงแหลมใสสี่ห้าครั้งดังขึ้น ท่ามกลางสายตาอันไม่อยากจะเชื่อของ
จินเสวียนหลาง ทั้งแสงิญญาคุ้มกาย โล่ และชุดเกราะ ต่างก็ถูกปราณกระบี่ที่มองไม่เห็นนั้นฟันขาดครึ่งในชั่วพริบตา โดยไม่มีแรงเสียดทานแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวเลย!
เฮ้ย?! เป็ไปได้ยังไง!
จินเสวียนหลางถลึงตาโตอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง
ปราณกระบี่ไร้เงามาเยือนโดยกะทันหัน ผ่าร่างของเขาจนแยกออกจากกันเป็สองซีกในชั่วพริบตา~~
ร่างทั้งสองท่อนล้มตึงลงพื้นไปเสียดื้อ ๆ สภาพดูไม่จืดเลยทีเดียว ถึงขนาดจิติญญาก็ยังถูกฟันทำลายจนแตกซ่านไปจนหมด…
เมื่อเห็นดังนั้น เจียงหลิงเทียนก็ถึงกับขมวดคิ้วออกมา
อ่อนแอถึงขนาดนี้เชียวหรือ??
“เฮือก! ฆ่าทิ้งในกระบี่เดียวเลยงั้นหรือ?”
“บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนสมคำร่ำลือจริง ๆ!”
“สมรภูมิที่เจ็ด เห็นทีผู้คุมคงจะต้องเปลี่ยนมือเสียแล้ว!”
“นั่นมันปราณกระบี่ประเภทไหนกันล่ะนั่น! ์... คาดว่าคงจะเป็เคล็ดวิชาระดับสูงที่ไร้เทียมทานอีกกระบวนท่าหนึ่งเป็แน่!”
เหล่าคนในพื้นที่ต่างพากันแสดงออกถึงความตื่นเต้นอย่างที่สุด
ทางด้านสกุลเจียง เด็กสาวที่ดูน่ารักคนหนึ่งได้ขยับเข้าใกล้เจียงหลิงเทียน พลางฉีกยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาด
“ญาติผู้น้อง ข้าถามหน่อยสิ กระบวนท่าที่เ้าเพิ่งแสดงออกมานั่นมีชื่อว่าอะไรหรือ! มันยอดเยี่ยมมากเลย!”
เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาสมาชิกสกุลเจียงต่างพากันตาโตและหูผึ่งกันเป็แถว นี่คือบุตรจักรพรรดิของพวกเขานะ ยิ่งบุตรจักรพรรดิเก่งเท่าไหร่พวกเขาก็ยิ่งทะนงในเกียรติและร่วมภูมิใจไปในชื่อเสียงด้วยน่ะสิ!
“มันไม่มีชื่ออะไรเป็พิเศษหรอกขอรับ”
“ไร้นามงั้นหรือ? แปลว่าเ้าคิดขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือ!”
เด็กสาวคนนั้นเบิกตากว้าง อ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความรู้สึกทึ่งยิ่งกว่าเดิม
“ข้าก็แค่สะบัดมือเล่น ๆ น่ะ ไม่ใช่เคล็ดวิชาอะไรหรอก” เจียงหลิงเทียนส่ายหน้าปฏิเสธ
ทุกคนในที่นั้น: “...”