เมื่อตอนรุ่งสางเธอรู้สึกตัวขึ้นมาพร้อมด้วยอาการปวดมึนแต่อะไรก็ไม่ทำให้เธอตระหนกมากไปกว่าการที่ต้องเห็นตัวเองอยู่ในสภาพเปล่าเปลือยบนที่นอนกว้างและที่ยิ่งน่าตระหนกไปมากกว่านั้นคือร่างสูงของใครคนหนึ่งซึ่งก็เปลือยเปล่าเช่นกันนอนเหยียดยาวอยู่ข้างๆ เธอไม่กล้าส่งเสียงดังแม้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนว่าเป็ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลายิ่งกว่าเทพบุตรที่พระเ้าสร้างสรรค์หากแต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอยินดีหญิงสาวหลีกลี้ออกมาจากบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าซึ่งเธอเห็นป้ายบอกทางของเขตเบลแอร์
เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้หลังจากที่ดื่มมากเกินขนาดและรีบวิ่งออกมานอกบาร์เพราะอยากอาเจียนแทบทนไม่ไหว
เกิดอะไรขึ้นกับเธอมีนา...เกิดอะไรขึ้นกับเธอ
หญิงสาวตั้งคำถามที่เห็นคำตอบเลือนรางอยู่แล้วผู้ชายคนนั้นพาเธอไปตอนไหนไม่รู้ได้เธอไม่กล้าตั้งคำถามว่าเขาทำอะไรเธอทั้งที่ก็รู้สึกถึงความผิดปกติตรงกลางลำตัวความเ็ปที่ยังคงอยู่และทำให้เธอตระหนักรู้ว่าทุกอย่างคงสายเกินไปแล้วซึ่งมันเกิดจากอารมณ์ชั่วแล่นที่อยากปลดปล่อย
เธออยากลืมผู้ชายคนแรกในชีวิตประชดตัวเองด้วยการดื่มไวน์และเหล้าจนเมามายไม่ได้สติถึงขนาดที่มีคนพาเธอไปทำอะไรต่อมิอะไรก็ยังไม่รู้สึกตัวร่างกายของเธอรวดร้าวไปหมด ความเ็ปเหมือนเหล็กที่ยังตรึงอยู่ที่แก่นกลางทว่ามันก็ยังน้อยกว่าความเศร้าเสียใจที่ต้องสูญเสียสิ่งที่ลูกผู้หญิงหวงแหนอย่างที่มิอาจเรียกร้องสิ่งใดคืนมาได้
“มีนาหรือจ๊ะ...อ้อ...เลขาคนใหม่ของท่านประธานถ้าอย่างนั้นก็ไปพบท่านที่ห้องเลยนะจ๊ะ”
พนักงานสาวผมทองรวบเป็หางม้าในชุดสูทซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานบนหน้าอกมีป้ายชื่อและตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบุคคลกล่าวขึ้นเมื่อได้รับซองเอกสารจากหญิงสาวชาวไทยร่างเล็กซึ่งอยู่ในชุดสูทสีกรมท่ามีนารับซองเอกสารจากมือของพนักงานสาวและกล่าว
“ขอบคุณค่ะ”
“ท่านประธานอยู่ชั้นบนสุดของตึกนะจ๊ะเดี๋ยวจะให้คนพาเธอไปพบท่าน”
“ค่ะ...ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวร่างเล็กสอดซองเอกสารไว้ในกระเป๋าสะพายก่อนเดินตามพนักงานซึ่งเป็ผู้ชายอยู่ในชุดสูทสีเดียวกับหัวหน้าฝ่ายบุคคลไปยังชั้นที่สี่สิบของตึกไพรเมอร์ รีคอน ชิพบริษัทซึ่งทำธุรกรรมเกี่ยวกับการรื้อทำลายซากเรือเดินสมุทรที่มีอู่ขนาดใหญ่อยู่ในตุรกีปากีสถาน อินเดียและจีน
มีนาได้รับการตอบรับการเป็เลขาจากบริษัทแห่งนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากเดินทางมาอยู่ในมหานครแห่งนางฟ้าและเช่าห้องพักอยู่กับปูนิ่มเพื่อนสนิทของเธอเป็เวลาเกือบสามเดือนซึ่งมันเป็ข่าวดีใน่เวลาที่เธอต้องผิดหวังจากเพลย์บอยอย่างเซบาสเตียน มิลเลอร์
ใบหน้าอันหมดจดของหญิงสาวชาวไทยภายใต้กรอบเรือนผมเหลือบประกายสีน้ำตาลอ่อนซึ่งถูกรวบไว้เป็หางม้ายังมีความอิดโรยฉายอยู่ในดวงตามีนาพยายามทำใจให้ลืมเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ที่บ้านของผู้ชายแปลกหน้าย่านเบลแอร์เธออาจไม่ได้พบเขาอีกตลอดชีวิตก็เป็ได้
ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาและเรือนร่างอันบึกบึนคนนั้น
“ถึงแล้วครับคุณมีนา...ท่านประธานอยู่ข้างในเชิญครับ”
ชายหนุ่มที่พาเธอมาถึงหน้าห้องท่านประธานเปิดบานประตูขนาดใหญ่ให้หญิงสาวก้าวเข้าไปด้านในก่อนที่เขาจะถอยหลังกลับมีนาก้มลงหยิบซองสีน้ำตาลซึ่งมันเป็เอกสารตอบรับใบสมัครของเธอขึ้นมาจากกระเป๋าแต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นกลับต้องชะงักกึกเมื่อเห็นใบหน้าของใครคนหนึ่งซึ่งเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเงินยืนอยู่ในท่าตกตะลึงเช่นกันที่โต๊ะทำงาน
“คุณ...”หญิงสาวอ้าปากค้างและแทบไม่รู้ตัวเลยว่าซองเอกสารร่วงหล่นจากมืออันสั่นเทาตอนไหนไม่เฉพาะมือของเธอที่สั่นระริกแต่ร่างกายของเธอเหมือนมีอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามากระแทกเข้าอย่างจัง
“มีน่า”ชายหนุ่มในชุดสูทผู้นั้นขานชื่อของเธอออกมาถึงเขาจะออกเสียงเพี้ยนไปเล็กน้อยแต่นั่นก็เป็ชื่อของเธอเขารู้จักเธอหรือนี่...มันเป็เื่บ้าและแย่ที่สุดเท่าที่เธอเคยพบ! หญิงสาวรีบหันหลังกลับทว่ายังไม่ทันก้าวขาก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงของเขาดังขึ้น
“มีน่า!....คุณคือ มีนา สิวาภรณ์ใช่มั้ย?”
คนถูกถามจำต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่เธอก้าวขาแทบไม่ออก หัวใจเต้นเร็วและเหมือนมีบางอย่างหมุนคว้างเต็มไปหมดในหัวเธอได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาก้าวเข้ามาหยุดด้านหลังมีนาไม่กล้าแม้แต่จะขยับทว่าสุดท้ายก็จำต้องรวบรวมกำลังใจหันกลับไปมองเขาในที่สุด
บุรุษร่างสูงใหญ่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจและดูสง่าในชุดสูทสีเงิน เรือนผมสีน้ำตาลประกายทองแดงเข้มใบหน้าของเขาคมคร้าม จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหยักหนาและสิ่งที่เธอยังไม่ได้เห็นตอนรุ่งสางของเมื่อคืนคือดวงตาสีมรกตเป็ประกาบวาววามยามจับจ้องมายังเธอร่างเล็กกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อเขาแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น
“ผมชื่อแม็กเซ็นเป็ประธานของไพรเมอร์ รีคอน ชิพ...คุณคือมีนา เลขาคนใหม่ของผมใช่ไหม?”
“ค่ะ...ฉันคือมีนา สิวาภรณ์...ขอโทษด้วยค่ะ คือ...ฉันมาที่นี่ก็เพื่อจะบอกคุณว่า”
ขอลาออก...หญิงสาวกำลังจะหลุดคำพูดนั้นหากบานประตูไม่ถูกผลักเข้ามาอีกหน