“พี่ชาย ฉันชื่อเปาเยี่ยน ฉันเป็ญาติกับคุณยายเฉาค่ะ เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่วันนี้เอง ที่ดินตรงนี้คือที่ดินของพี่ชายหรือคะ” เปาเยี่ยนหลานสาวที่เป็ญาติฝ่ายแม่ของยายเฉาทักหลินเจิ้งฉีอย่างมีจริต
หลินเจิ้งฉีมองดูเด็กสาวตรงหน้าด้วยใบหน้าเฉยเมย แต่ในใจกลับรังเกียจพฤติกรรมแบบนี้อย่างมาก “เธอมีธุระอะไรกับฉันหรือ”
“คือ...ฉันเห็นว่าเราเป็เพื่อนบ้านกัน ฉันก็เลยอยากทักทายและทำความรู้จักเท่านั้นค่ะ” เปาเยี่ยนแสร้งตีหน้าซื่อ
“อืม...ฉันรู้แล้วว่าเธอคือหลานยายเฉา มีอะไรจะพูดกับฉันอีกไหม ฉันจะทำงานต่อ”
“เอ่อ...ไม่มีแล้ว เชิญพี่ชายทำงานต่อเถอะค่ะ” เปาเยี่ยนผู้ที่คิดว่าตัวเองสวยที่สุดในหมู่บ้านพูดพร้อมกับเก็บความไม่พอใจเอาไว้ ‘คอยดูเถอะ แกจะต้องมาคุกเข่าให้ฉัน’
“พี่ช่างครับ ผมว่า้าของกำแพงเอาลวดหนามขึ้นไปขึงไว้ด้วยก็จะดีนะครับ ส่วนด้านล่างก็ทำลวดหนามไว้สองชั้นเลย” หลินเจิ้งฉีพูดกับช่างทำรั้วเสียงดัง
“ทำไมล่ะน้องชาย พี่ว่าแค่นี้รั้วของนายก็แ่ามากแล้วนะ”
“ทำไว้ให้แข็งแรงั้แ่วันนี้ วันหน้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาต่อเติมทีหลังยังไงล่ะครับ อีกอย่างจะได้ไม่ต้องกังวลถึงความปลอดภัยด้วย” หลินเจิ้งฉีพูดอย่างไม่สนใจว่าเปาเยี่ยนกับเปาหยวนพี่ชายจะยืนฟังอยู่อีกฟากหนึ่งของรั้ว
“ก็ดีเหมือนกันนะ น้องชายมองการณ์ไกลจริงๆ เมื่อก่อนพี่ไปรับจ้างทำรั้วให้กับคนในเมืองมา เขามัวแต่คิดที่จะประหยัดเงิน ผ่านไปไม่เท่าไหร่ก็ต้องมาตามพวกพี่ไปปรับปรุงรั้วให้อีกแล้ว ตอนนี้มีเงินก็ทำให้แข็งแรงไว้น่ะดีที่สุด” นายช่างเห็นด้วยกับความคิดของหลินเจิ้งฉี
“ทำรั้วเสร็จแล้วพวกพี่ชายจะเริ่มสร้างบ้านของผมได้เลยไหมครับ” หลินเจิ้งฉีเปลี่ยนเื่ถาม
“เริ่มได้เลย แบบบ้านเป็น้องชายวาดเองหรือ”
“ใช่ครับ ผมออกแบบเอง โดยส่วนตัวผมชอบเรือนสี่ประสาน ผมก็เลยออกแบบให้ออกมาคล้ายๆ อย่างนั้น แต่ทำแค่สามวงพอ แล้วก็กั้นส่วนหน้าแยกจากตัวบ้านไว้ เพราะส่วนหน้าผมอยากทำเป็ร้านขายของชำน่ะครับ”
“แบบร้านด้านหน้าก็ดูทันสมัยมาก เหมือนกับร้านค้าติดกระจกที่เมืองหลวงเลยล่ะ ทำอย่างนี้ก็ดี นอกจากจะเห็นสินค้าในร้านแล้ว ยังกันฝุ่นกันลมได้อีกด้วย ว่าแต่...แบบของน้อง พี่ขอซื้อต่อได้ไหม” นายช่างถามอย่างเกรงใจ
“ไม่ต้องซื้อหรอกครับ ผมยกให้พี่ชายเลยก็ได้ แต่พี่ชายต้องสร้างบ้านของผมให้ดีหน่อยนะครับ”
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงนะ พี่รับสร้างบ้านมาแล้วเกือบทั่วประเทศ เื่ฝีมือให้วางใจพวกพี่ได้” นายช่างตอบรับอย่างยินดี
“อาเยี่ยน ดูๆ ไปแล้ว ไอ้หนุ่มนี่ไม่เห็นจะสนใจเธอสักนิดเลยนะ พี่ว่าเสน่ห์ของเธอคงใช้ไม่ได้แล้วมั้ง” เปาหยวนพูดกับน้องสาว
“พี่ใหญ่ นี่เพิ่งครั้งแรกเองนะคะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะเอาชนะใจนายเจิ้งฉีนี่ไม่ได้” เปาเยี่ยนพูดอย่างมั่นใจ
“หรือว่าเมียของเขาจะหน้าตาดีกว่าเธอ”
“พี่ไม่มั่นใจในหน้าตาของฉันหรือไง ในหมู่บ้านเรา พี่เคยเห็นใครหน้าตาดีเท่าฉันบ้าง แล้วฉันก็ไม่เชื่อหรอกนะคะว่าหมู่บ้านในชนบทอย่างนี้จะมีคนหน้าตาดีอาศัยอยู่ ไปค่ะ เราลองไปดูหน้าตาเมียนายเจิ้งฉีนี่สักหน่อย ฉันอยากรู้ว่าคู่แข่งฉันจะหน้าตาเป็ยังไง”
“ขอโทษนะคะ มีใครอยู่บ้านไหมคะ”
เปาเยี่ยนกับเปาหยวนยืนเรียกอยู่หน้าบ้าน ไม่นานหย่งลี่อันก็เดินออกมาเปิดประตู ่เวลาหลายเดือนที่หย่งลี่อันแต่งเข้ามาอยู่บ้านหลินเจิ้งฉี เธอได้กินอาหารดีๆ มากมาย อีกทั้งหลินเจิ้งฉียังพาเธอไปหาซื้อครีมบำรุงผิว เครื่องสำอาง และเสื้อผ้าใหม่อีกมากมายเหมือนกัน และด้วยพื้นฐานแล้วหย่งลี่อันก็จัดว่าเป็สาวสวยคนหนึ่ง เมื่อได้การบำรุงที่ดีอย่างนี้ ทำให้เวลานี้หย่งลี่อันยิ่งสวยอย่างยากจะหาใครเปรียบ
“พวกคุณมาหาใครหรือคะ” หย่งลี่อันถามอย่างสงสัย เพราะเธอไม่เคยเห็นหน้าและไม่เคยรู้จักกับชายหญิงคู่นี้มาก่อน
“ฉันชื่อเปาเยี่ยนค่ะ ส่วนนี่คือพี่ชายของฉันชื่อเปาหยวน พวกเราเป็หลานของคุณยายเฉา เพิ่งมาจากจังหวัดเข้ามาที่นี่เป็วันแรก ฉันกับพี่ชายก็เลยอยากมาทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านสักหน่อยน่ะค่ะ นี่ค่ะขนมไข่ ฉันซื้อมาเป็ของขวัญเพื่อนบ้าน เป็ของดีมากเลยนะคะ ฉันมอบให้คุณ” เปาเยี่ยนส่งขนมไข่ให้หย่งลี่อัน แต่หย่งลี่อันไม่รับ
“ขอบคุณนะคะ ขนมพวกนี้คงจะแพงมาก ฉันรับของคุณไว้ไม่ได้หรอกค่ะ แล้วพวกคุณมีธุระอะไรกับฉันอีกไหมคะ พอดีฉันทำงานบ้านค้างอยู่น่ะค่ะ” หย่งลี่อันพูดอย่างเกรงใจ
“ถ้าอย่างนั้น พวกผมไม่รบกวนคุณดีกว่าครับ เชิญคุณตามสบายเลย เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงชื่ออะไรหรือครับ” เปาหยวนเรียกสติคืนมาได้ ‘นางฟ้า นี่มันนางฟ้าชัดๆ’
“คุยกับใครอยู่หรือครับพี่สะใภ้” หลินิเจ๋อถาม
“อ๋อ คุณเปาเยี่ยนกับคุณเปาหยวน หลานของคุณยายเฉาน่ะจ้ะ พวกเขามาทำความรู้จักกับเราในฐานะเพื่อนบ้าน” หย่งลี่อันตอบหลินิเจ๋อ
“แต่บ้านยายเฉากับบ้านเราอยู่ห่างกันมาก อีกอย่างบ้านเรากับบ้านนั้นก็ไม่ถูกกัน แล้วพวกเขาจะมาทำความรู้จักกับพวกเราทำไม” หลินิเจ๋อแกล้งพูดเสียงเบา แต่ทั้งเปาเยี่ยนและเปาหยวนต่างก็ได้ยินชัด ถึงอย่างนั้นหลินิเจ๋อก็ไม่ได้สนใจ ถึงเขาจะอายุแค่เก้าขวบแต่เื่ในอดีตเขาจำได้ไม่ลืมว่าเฒ่าเฉาดูถูกคุณปู่ของเขามากมายขนาดไหน เวลานี้อยากมาเป็เพื่อนบ้านหรือฝันไปเถอะ
“ิเจ๋อ” หย่งลี่อันเรียกน้องสามี “ฉันต้องขอโทษแทนน้องชายด้วยนะคะ เขายังเด็ก หวังว่าพวกคุณจะไม่ถือสา”
“ไม่หรอกครับ ผมกับน้องสาวขอตัวกลับก่อนนะครับ หวังว่าวันหน้าพวกเราคงมีโอกาสพูดกันมากกว่านี้” เปาหยวนพูดลาอย่างเสียดาย แต่สายตาเ้าชู้ของเขาก็ไปเข้าตาหลินิเจ๋อเข้าพอดี ‘ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ปากดีนักนะ คอยดูเถอะฉันจะจัดการแกให้หนักเลย’
“นายเป็อะไร ทำไมหน้าบึ้ง หรือว่าอาหารไม่ถูกปาก ปกติสามชั้นตุ๋นน้ำแดงนี่เป็ของโปรดของนายเลยไม่ใช่หรือ” หลินเจิ้งฉีถามน้องชายเมื่อเห็นเขานั่งกินข้าวด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์
“หรือว่าวันนี้รสชาติจะผิดไปจากเดิม” หย่งลี่อันตักอาหารมาชิมอีกครั้ง “ก็เหมือนเดิมนี่นา ิเจ๋อหรือว่าเธอเบื่อเมนูนี้แล้ว เอาไว้พรุ่งนี้พี่จะทำอย่างอื่นให้ลองชิมนะจ๊ะ”
“พี่ใหญ่ พี่อันอัน อาหารยังอร่อยเหมือนเดิมครับ เพียงแต่วันนี้เจอคนน่ารังเกียจเข้า ผมก็เลยกินข้าวไม่ค่อยลง” หลินิเจ๋อรีบบอก
“คนน่ารังเกียจหรือ ใครกัน หรือว่าที่โรงเรียนมีคนแกล้งนาย ยังมีคนกล้ามาแกล้งนายอีกหรือ ไม่ใช่ว่าพวกเขากลัวกำปั้นนายไปกันหมดแล้วหรือไง” หลินเจิ้งฉีหัวเราะน้องชายเสียงดัง
“ที่โรงเรียนไม่มีคนกล้ามาแกล้งพี่รองจริงๆ นั่นล่ะค่ะ แต่ว่าตอนขากลับพี่รองยังอารมณ์ดีอยู่เลยนะคะ ยังท่องมาตลอดทางเลยว่าวันนี้พี่อันอันจะทำสามชั้นตุ๋นให้กิน” หลินเจียวเหมยพูดขึ้น พร้อมกับหันไปมองพี่ชายฝาแฝดของตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
“เอาล่ะ บอกพี่ใหญ่มาซิว่าคนน่ารังเกียจนั่นคือใคร?”
“ก็หลานสาวกับหลานชายยายเฉายังไงล่ะครับ วันนี้พวกเขามาหาพี่อันอันถึงหน้าบ้าน สายตาของคุณหนูเยี่ยนมองพี่อันอันอย่างดูถูก ส่วนสายตาของคุณชายหยวนก็มองพี่อันอันจนปิดสายตาเ้าชู้เอาไว้ไม่มิดเลย นี่เรียกว่าน่ารังเกียจพอไหมครับพี่ใหญ่”
“เ้าเด็กเ้าอารมณ์ นายไปเอาคำพูดร้ายๆ พวกนี้มาจากไหนกัน เอาเถอะเห็นแก่ที่นายรักและเป็ห่วงพี่สะใภ้ พี่ใหญ่จะยกโทษให้สักครั้ง แต่พี่ใหญ่ขอเตือนนายสักเื่นะ อาเหมยน้องก็ฟังเอาไว้ด้วย ตอนนี้ทั้งสองคนยังเป็เด็ก ถึงแม้จะพอใจหรือไม่พอใจใครก็ไม่ควรแสดงออกให้มันมากนัก เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าพวกนายเป็เด็กที่ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน ต่อไปถ้านายเจอคนที่ไม่ชอบ นายก็แค่เดินเลี่ยงออกมาซะ” หลินเจิ้งฉีสอนน้องๆ
“แล้วถ้าพวกเขายังมาหาพี่อันอันที่บ้านอีกล่ะครับ” หลินิเจ๋อยังไม่ยอม
“พี่จะไม่เปิดประตูรับพวกเขาเข้ามาที่บ้านหรอกจ้ะ” หย่งลี่อันรีบตอบ
“ผมแค่กลัวว่าต่อไปสองคนนั้นจะมาทำไม่ดีกับคนที่บ้านของเรา” หลินิเจ๋อตอบเสียงเบา
“ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพี่ใหญ่ที่จะต้องดูแลพวกนายเถอะ เอาเป็ว่าถ้าต่อไปนายเห็นพวกเขาทั้งสองคนทำเื่ไม่น่าไว้วางใจ นายก็มาบอกพี่ แล้วที่เหลือพี่จะจัดการเอง ตกลงไหม” หลินเจิ้งฉีบอกน้องชาย
หลินิเจ๋อได้แต่พยักหน้ารับ “ได้ครับ ต่อไปมีอะไรผมจะรีบมาบอกพี่ใหญ่”
“หนูก็จะรีบมาบอกพี่ใหญ่กับพี่อันอันเหมือนกันค่ะ” หลินเจียวเหมยพูดเสริม
“ขอบใจเธอทั้งสองคนมากนะที่เป็ห่วงพี่ ต่อไปพี่จะไม่เปิดประตูบ้านให้ใครง่ายๆ อีกแล้วนะ” หย่งลี่อันบอกกับน้องสามี เธอเริ่มรู้สึกผูกพันกับคนบ้านนี้มากแล้วจริงๆ