ตอนที่ 28 สหายที่คอยหนุน
แผ่นหลังของเซิ่งอันหนิงเย็นวาบขึ้นมา ถ้าหากว่าโจวสือซวินเข้ามาถามว่าทำไมลายมือเธอถึงเปลี่ยนไป เธอจะทำเช่นไร?
ทำไมถึงประมาทได้ขนาดนี้!
หลังจากที่สนทนากับหลิ่วเหมยเสร็จ เซิ่งอันหนิงก็รีบวิ่งกลับไปที่ห้องพักผู้ป่วย ขณะที่วิ่งไปถึงหน้าประตูห้อง เธอก็ได้หยุดฝีเท้าลงหายใจหอบสักครู่หนึ่ง เมื่อทำให้ตัวเองสงบลงและผ่อนคลายมากแล้ว หญิงสาวจึงค่อย ๆ ก้าวเข้าห้องไป
โจวสือซวินกำลังพับเสื้อผ้าอยู่ บนตู้ข้าง ๆ เตียงมีมีม้วนเงินและใบเสร็จที่เธอเพิ่งมอบให้เขา เมื่อพิจารณาจากการม้วนของใบเสร็จ ก็เหมือนกับตอนที่เธอส่งให้กับโจวสือซวินไม่ผิดเพี้ยน
เซิ่งอันหนิงเหลือบมองเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าโจวสือซวินนั้นเปิดดูไปแล้วหรือยัง จึงก้าวเข้าไปด้วยรอยยิ้ม “ฉันจำได้ว่าเมื่อครู่ฉันเก็บเสื้อตัวนี้ให้คุณแล้วนะ”
โจวสือซวินพยักหน้า “เมื่อครู่ผมหาของเลยต้องเอาออกมา”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้าและชี้ไปยังเงินที่อยู่บนตู้ข้าง ๆ เตียง “งั้นคุณอย่าลืมเก็บเงินนะ ที่หน่วยสามารถเบิกเงินได้หรือเปล่า?”
โจวสือซวินหันไปมองเซิ่งอันหนิงด้วยท่าทางประหลาดใจ “ใช้เงินเยอะหรือ? เหลือเท่าไหร่ล่ะ? เดี๋ยวอีกสักครู่ผมค่อยดู ถ้ายอดเงินไม่เกินห้าหยวนก็ไม่ต้องเบิกคืน”
เซิ่งอันหนิงถอนหายใจด้วยความโล่งใจ ดูเหมือนว่าโจวสือซวินจะยังไม่ได้ดู เธอจึงเข้าไปหยิบมันขึ้นมา “ฉันดูแล้ว ทั้งหมดจ่ายไปสองหยวนแปดเหมาสามเฟิน และยังได้คืนมาอีกเจ็ดหยวนกว่าน่ะ”
โจวสือซวินทำเป็ไม่เห็นท่าทางของหญิงสาว “งั้นคุณเก็บไว้สิ เดี๋ยวสักครู่ไปซื้อลูกอมนิดหน่อย รอให้กลับหมู่บ้านไปแล้วพบกับเด็ก ๆ แล้วค่อยให้ลูกอมกับพวกเขา”
เซิ่งอันหนิงไม่มีเวลาถามว่าทำไมถึงต้องซื้อลูกอม เธอเพียงแค่พยักหน้า “ได้ เดี๋ยวอีกสักครู่ฉันจะไปซื้อลูกอมผลไม้สองชั่ง”
โจวสือซวินเงยหน้าขึ้นไปมองเซิ่งอันหนิง และก้มหน้าลงไปจัดการเสื้อผ้าต่อ
ดูเหมือนว่าเซิ่งอันหนิงจะไม่เข้าใจประเพณีของที่นี่จริง ๆ เมื่อสะใภ้กลับบ้านสามีครั้งแรก จะต้องเตรียมลูกอมเอาไว้เพื่อให้ลูก ๆ ของสะใภ้คนอื่น ๆ ที่บ้าน
เซิ่งอันหนิงถอนหายใจ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอดูสดใสขึ้น และกระตือรือร้นในการเก็บกะละมังและกล่องอาหาร
หลังจากเก็บกวาดที่นี่เสร็จ ซ่งซิวเหยียนเองก็เดินเข้ามาหาเช่นกัน เมื่อเห็นว่าเซิ่งอันหนิงและโจวสือซวินเก็บข้าวของเสร็จหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงเข้าไปช่วยยกของ “พวกเราออกเดินทางตอนนี้ ตอนเที่ยงก็จะถึงเขตตำบล ตอนกลางคืนฉันจะนอนที่โรงแรมหนึ่งคืน และวันพรุ่งนี้จะส่งพวกคุณไปขึ้นรถที่เขตอำเภอ”
เซิ่งอันหนิงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านเหอวานเลย เ้าของร่างเดิมเองก็ไม่มีเองเช่นกัน
ดังนั้นเซิ่งอันหนิงจึงคิดว่าหมู่บ้านของโจวสือซวินจะต้องตั้งอยู่ใกล้ ๆ ตอนนี้เมื่อได้ยินซ่งซิวเหยียนบอกว่าจะต้องขึ้นรถ จึงรู้สึกประหลาดใจว่าหมู่บ้านนั้นอยู่ไกลหรือไม่?
ระหว่างทางกลับ เซิ่งอันหนิงไม่รับรู้ถึงการกระแทกใด ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็เพราะเธอนั้นรู้สึกชินหรือว่าซ่งซิวเหยียนมีทักษะการขับรถที่ดี
เมื่อกลับมาถึงบ้านพักคนงาน บริเวณทางแยกที่ไม่ไกลจากบ้านมากนักก็ได้มีผู้หญิงไม่กี่คนจับกลุ่มพูดคุยกันและพลางดูลูก ๆ ไปด้วย
เมื่อเห็นรถจี๊ปขับเข้ามา แต่ละคนต่างก็มองดูอย่างสงสัย
เมื่อเห็นเซิ่งอันหนิงประคองโจวสือซวินลงมา ไม่นานพวกหล่อนก็รวมตัวกันและเข้ามาถามไถ่
“หัวหน้าโจว คุณดีขึ้นแล้วใช่ไหม”
“ได้ยินหมอเซี่ยวบอกว่าอาการของคุณร้ายแรงมาก ทำไมถึงกลับมาเร็วขนาดนี้ล่ะ”
“บ้านฉันมีไก่อยู่หนึ่งตัว ฉันไปจับมาบำรุงคุณนะ”
“บ้านฉันมีนมผงสองถุง ฉันจะไปเอามาให้”
ไม่รอให้โจวสือซวินได้ปฏิเสธ ผู้หญิงกลุ่มนั้นก็ได้แยกย้ายกันไปเพื่อกลับไปเอาของ
เซิ่งอันหนิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ที่บ้านพักคนงานแห่งนี้โจวสือซวินเป็ที่นิยมขนาดนี้เลย?
ซ่งซิวเหยียนช่วยยกของเข้าไปในบ้าน ชายหนุ่มไม่ทันคิดอะไรจึงได้ยกของเข้าไปในห้องและวางลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ เตียง
เซิ่งอันหนิงเห็นว่าโจวสือซวินไม่ได้ว่าอะไร เธอก็ไม่ได้พูดอะไรมากมายเช่นกัน เมื่อเชิญให้ซ่งซิวเหยียนนั่งลง หญิงสาวจึงไปจุดเตาไฟ
โจงสือซวินเองสามารถที่จะเข้าใจเซิ่งอันหนิงได้ “ปล่อยเขาไป เขาคุ้นกับที่แห่งนี้ดี ให้เขาไปยืมเชื้อไฟมาหนึ่งก้อน”
เซิ่งอันหนิงได้ยินว่ายืมเชื้อไฟ เธอก็หยุดพูดทันที ความสัมพันธ์ของเ้าของร่างเดิมกับคนที่บ้านพักคนงาน แน่นอนว่าต้องถูกรังเกียจ หญิงสาวจึงไม่พูดถึงความรู้สึกที่ไม่สบายใจนี้
ซ่งซิวเหยียนให้ความร่วมมือเป็อย่างดี ชายหนุ่มหยิบที่คีบถ่านและออกไปขอเชื้อไฟ
เซิ่งอันหนิงจะเข้าไปเอาสัมภาระของโจวสือซวินออกมาก็จะดูไม่ดี เธอจึงให้ชายหนุ่มนอนพักบนเตียงสักพัก “อีกสักครู่เมื่อจุดไฟแล้ว ฉันจะไปทำอาหาร”
โจวสือซวินส่ายหน้า “ไม่ต้องทำอาหารหรอก ให้ซ่งซิวเหยียนไปสั่งอาหารที่โรงอาหารกลางกลับมา”
เซิ่งอันหนิงลังเล “แบบนี้ไม่ดีนะ ให้เขาทำทุกอย่างเลย”
ซ่งซิวเหยียนคีบเชื้อไฟเข้ามาพอดี “สะใภ้โจว คุณไม่ต้องเกรงใจไปหรอก โจวสือซวินผู้นี้ดูเหมือนจะซื่อ ๆ แต่จริง ๆ แล้วฉลาดเป็กรดเลย”
เซิ่งอันหนิงหัวเราะด้วยความเขินอาย เนื่องจากเธอยังไม่คุ้นเคยกับซ่งซิวเหยียนแล้วก็ยังไม่รู้สึกสบายใจเท่ากับอยู่โจวสือซวิน
เมื่อรอให้ซ่งซิวเหยียนจุดไฟเสร็จ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
เซิ่งอันหนิงเดินเข้าไปเปิดประตู ก็พบกับของจำนวนหนึ่งถูกวางไว้หน้าประตู และผู้คนที่นำของมาให้ก็ได้รีบจากไป
เมื่อก้มลงไปดูก็พบกับแม่ไก่หนึ่งตัว ไข่ไก่หนึ่งตระกร้า ยังมีอาหารกระป๋อง ขนมไข่ นมผง และน้ำตาลก้อนสองถุง
มองเพียงแวบเดียว เซิ่งอันหนิงก็รู้สึกละลานตา จึงหันไปหาโจวสือซวินที่อยู่ในห้อง “เราจะทำยังไงกับของพวกนี้ดีคะ?”
ซ่งซิวเหยียนชะเง้อมอง “เก็บเอาไว้สิ สะใภ้โจว คุณไม่จำเป็ต้องเกรงใจ คนที่บ้านพักคนงานก็เป็แบบนี้แหละ เวลาบ้านใครมีเื่ก็มักจะช่วยเหลือกัน”
โจวสือซวินเหลือบมองซ่งซิวเหยียน ชายหนุ่มยิ่งเรียกสะใภ้โจวเข้าก็ยิ่งคล่องปาก
โจวสือซวินเอ่ยกับเซิ่งอันหนิง “เอาเข้ามาก่อนแล้วค่อยคิดอีกทีว่าจะทำยังไง”
อาหารกลางวันที่ซ่งซิวเหยียนสั่งกลับมามีต้มจืดผักกาดขาวและหมั่นโถวข้าวโพด
ในต้มจืดมีหมูสามชั้นอยู่ไม่กี่ชิ้น แต่เซิ่งอันหนิงกลับกินอย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จ อากาศในห้องก็ร้อนขึ้นมา ซ่งซิวเหยียนก็ยังคงไม่มีท่าทีที่จะไปเช่นเคย ชายหนุ่มยังคงนั่งโบกมือบนเตียงเล็ก ๆ อย่างไม่เกรงใจ “พวกคุณไปพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องสนใจผม”
โจวสือซวินจะไม่เข้าใจความหมายของซ่งซิวเหยียนได้อย่างไร ั้แ่ชายหนุ่มเข้าบ้านมาก็รู้ว่าสามีภรรยาผู้นี้แยกกันนอน ดังนั้นจึงมาวุ่นวายอยู่ที่นี่ เขาจึงเอ่ยปากไล่ “แกไปนอนที่บ้านพักได้แล้ว”
ไหนเลยซ่งซิวเหยียนจะจากไปง่าย ๆ ชายหนุ่มจึงหันไปมองเซิ่งอันหนิง “สะใภ้โจว วันนี้เดินทางมาทั้งวัน ผมขอนั่งพักตรงนี้สักพักนะ”
เซิ่งอันหนิงไม่สามารถห้ามชายหนุ่มได้ ทำได้แค่เพียงยิ้มอย่างเห็นด้วย “ไม่มีปัญหา คุณนั่งเถอะ”
หลังจากนั้นเธอจึงหันไปมองโจวสือซวิน “คุณเองก็ไปพักในห้องสักพักเถอะ ฉันจะไปหาพี่หงเสียสักหน่อย จะเอาเข็มถักไหมพรมไปคืนเธอ เข็มนี้หนาเกินไปฉันใช้ไม่เป็”
ทันทีที่เซิ่งอันหนิงจากไป โจวสือซวินจึงรีบไล่โจวสือซวินออกไป “แกไม่มีอะไรจะทำก็อย่ามาวุ่นวาย”
ซ่งซิวเหยียนส่งเสียงจิ๊จ๊ะ “อะไรคือวุ่นวายวะ ฉันว่าเซิ่งอันหนิงไม่เห็นจะเป็อย่างที่เขาลือกันเลย พวกแกก็ใช้ชีวิตให้มีความสุข ฉันได้ยินมาว่าแกมีรายชื่อในการเข้าเรียนครั้งนี้ด้วย”
ชายหนุ่มคิดว่าเซิ่งอันหนิงนั้นดีมาก ๆ เขาหวังว่าครอบครัวของโจวสือซวินนั้นจะมั่นคงมีอนาคต และออกไปจากสถานที่แย่ ๆ แบบนี้ และหนีพ้นจากครอบครัวกาฝากนั่น
เซิ่งอันหนิงเดินมาได้ครึ่งทางก็พบเข้ากับฉินหงเสียที่สะพายตะกร้าและกำลังเดินเข้ามา
ฉินหงเสียพบกับเซิ่งอันหนิง เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเซิ่งอันหนิงมาแต่ไกล “อันหนิง พวกเธอกลับมาั้แ่เมื่อไหร่กัน พอดีเลย ฉันจะมีเื่อยากจะคุยด้วย”
……………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ถือว่าพี่โจวมีสหายดีอยู่นะ ต่อให้จุ้นจ้านไปบ้างแต่ก็เป็ให้ได้ทุกอย่างเลย
ไหหม่า(海馬)