จิ๊บ จิ๊บ เสียงร้องของนกน้อยที่ดังออกมาจากนอกหน้าต่างที่บ่งบอกถึงเวลายามเช้า
แสงสว่างยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องพร้อมกับสายลมยามเช้าที่แสนจะอบอุ่นรอดผ่านช่องว่างของหน้าต่างที่ถูกเปิดแง้มเอาไว้นิดๆ สายลมที่พัดเข้ามานั้นพัดผ้าม่านสีขาวสดงดงามให้ผิวไหวคล้อยตามสายลมนั้น
ที่ตรงด้านล่างของผ้าม่านนั้นมีร่างของสาวน้อยคนหนึ่งที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงสีขาวที่นุ่มนิ่มราวกับขนเกะที่ฟูฟ่อง ใบหน้าของเธอนั้นเต็มเปียมไปด้วยลองลอยที่เกิดจากการนอนกิ่งไปมาและที่ตรงปากของเธอนั้นก็ได้มีนํ้าลายไหลเยิ้มออกมา เธอนั้นกิ้งตัวไปมาราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังจะตื่นจากการหลับไหล เปลือกตาของเธอที่เริ่มที่จะขยับไปมาเธอนั้นได้ลืมตาตื่นขึ้นมาจากการหลับไหลและเธอนั้นก็ได้หลับไหลลงไปอีกครั้ง
“อื้มมมม….ขออีก….ห้า…..นาที่....น่ะ”
สาวน้อยได้หลับไหลไปอีกครั้งจนกระทั่งได้มีเสียงหนึ่งเสีบงดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง ก๊อก ๆ
“ขออนุญาตค่ะ บริการอาหารเช้าค่ะ ขออนุญาตเข้าไปจัดโต๊ะอาหารค่ะ”
แต่กับไม่มีเสียงตอบกับมาจากภายในห้องเลย พนักงานของโรงแรมจึงส่งเสียงเรียกอีกครั้ง
“คุณลูกค้าค่ะไม่ทราบว่าอยู่หรือป่าวค่ะ” ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ
สาวน้อยที่กำลังหลับไหล (รอบที่สอง) ได้ยินเสียงเรียก เธอนั้นที่กำลังอยู่ในสภาพกึ่งหรับกึ่งตื่นจึงตอบกับไปด้วยนํ้าเสียงที่งัวเงียว่า
“อื่ม...ม….ม….อยู่…..สิ….เข้ามาเลย...ย..”
“ท่าเช่นนั้นขออนุญาดเข้าไปค่ะ”
พนักงานได้เดินเข้าไปในห้องพร้อบกับสำรับที่บรรจุอาหารเอาไว้มากมาย เธอนั้นได้เอาโต๊ะเล็กๆที่วางเอาไว้ตรงมุมของห้องออกมาวางไว้และเธอก็เริ่มจัดอาหารเ่าั้เอาไว้บนโต๊ะอย่างดงาม
แต่ในระหว่างที่เธอนั้นกำลังจัดโต๊ะอยู่นั้นเองสาวน้อยที่นอนอยู่บนเตียงก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นเธอนั้นก็ได้ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงและคอยๆเริ่มบิดตัวไปมาและส่งเสียงออกมา
“อื่มมมมม……”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณลูกค้าไม่สาบว่าเมื่อคืนหลับสบายดีหรือป่าวค่ะ”
พนังงานของโรงแรมที่กำลังจัดโต๊ะอยู่ได้หันมาทักทายกับสาวน้อยที่นั่งอยู่บนเตียง
แต่สิ่งที่เธอได้เห็นนั้นไม่ใช้สาวน้อยที่มีร่างการเหมือนกับมนุษย์ปกติแต่สิงที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้านั่นกับเป็ สาวน้อยที่ทั้วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็มากมายที่ตรงนิ้วมือและนิ้วเท้าของเธอนั้นมีเล็บที่ยาวจนหน้ากลัวและที่ส่วนใบหน้าของเธอนั้นได้มีเข่างอกออกมาจากตรงหน้าผากกับเคียวที่แหลมคมที่ออกมาจากปากที่เบาะบ่าง
“อ่า!...อ..อสูร..”
พนักงานของโรงแรมได้ส่งเสียงร้องออกมาแต่ไม่ได้ดังมากนัก
“อื่ม..ม..อ..อสูร..อสูร! อ่า!(ซ่วยแล้ว)”
สาวน้อยจากที่เมือสักครูนี่ยังงัวเงียอยู่แต่ตอนนี่นั้นชินะเธอนั้นลืมตาตื่นและกับมามีสติแล้ว
ซ่วยแล้วสิเมือคืนนี้หลังจากที่ตัวฉันอาบนํ้าเสร็จก็ได้โทรไปที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมเพื่อที่จะสั่งบริการอาหารเช้าและหลังจากนั้นตัวฉันที่นั่งเล่น กิ่งไปมาบนเตียงก็ได้เผลอหลับไปพอถึงตอนเช้าตัวฉันที่กำลังงัวเงียอยู่ก็ได้อนุญาดให้พนักงานเข้ามาทั่งๆลืมไปเลยว่าตัวฉันในตอนนี่นั้นไม่ได้ใสชุดของลาซาลัสอยู่ แต่ใสเพียงแค่ผ้าขนหนูเพียงพื่นเดียว จะทำยังไงดีล่ะกับสถานะการในตอนนี้ จะหนีไปเลยดีไมหรือจะหาขอแก่ตัวดีล่ะหรือจะอัดให้เสียความทรงจำดีล่ะ อ่าาาคิดไม่ออกเลยแบบไหนถึงจะดีกว่ากันน่ะ
“อ่ะ หรือว่าคุณลูกค้าเผลอหลับไปในระหว่างที่กำลังแต่งคอสเพลย์อยู่งั้นเหรอค่ะ”
“คอส..สเพลย์? อื่มใช้ๆคอสเพลย์ตัวฉันเผลอหลับไปในระหว่างที่กำลังจะแต่คอสเพลย์น่ะ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ”
“งั้นเหรอค่ะ ดูแต่งออกมาดูเหมือนมากๆเลยค่ะ ดูราวกับเป็อสูรจริงๆเลย”
“อ่อ งั้นเหรอค่ะดีใจที่ได้ยินแบบนั้นน่ะค่ะ ก็เพราะดิฉันก็ชอบแต่งคอสเพลย์เหมือนกันค่ะ”
“ไว้ท่ามีโอกาศพวกเรามาคุยกันเื่การแต่คอสเพลย์กันไมค่ะคุณลูกค้า”
เธอพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เขินอาย
“ได้สิ...ไว้มีโอกาศค่อยมาคุยกันน่ะ…”
ก็ไม่รู้หลอกน่ะว่าคอสเพลย์เนียมันคืออะไรแต่ก็ทำให้ตัวฉันรอดไปได้โดยความลับไม่แตกล่ะน่ะต้องขอขอบคุณมากคอสเพลย์
ถ้ากับไปคงจะต้องหาข้อมูลเื่คอสเพลย์หน่อยซะแล้วสิ
“ทำการจัดเตียมโต๊ะอาหารเสร็จแล้วค่ะคุณลูกค้า”
“อื่ม ขอคุณน่ะ”
“ท่าคุณลูกค้ารับประถานอาหารเสร็จแล้วล่ะก็ให้กดปุ่มที่ว่างเอาไว้บนโต๊ะแลัวเดียวดิฉันจะเข้ามาทำความสะอาตเองค่ะ”
พอพูดจบตัวพนักงานโรงแรมก็ได้เดินออกไปจากห้องพักของชินะ
ตัวฉันที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในห้องก็ได้ถอนหายใจอย่างแรงเพราะรู้สึกโรงอกที่สามารถกลบเกลื่อนเื่ร้างกายนี่เอาไว้ได้ ท่าเธอรู้ความจริงล่ะก็คงจะกลายเป็เื่แน่ๆเลย แล้วท่าเกิดกายเป็เื่ขึ้นมาล่ะก็ เื่ที่ตัวฉันแอบมาพักที่โรงแรมจะต้องดังไปถึงหูอาจารย์แน่นอน ท่าเขารู้เค้าตัวฉันคงโดนบ่นจนหูชาแน่เลย มันน่ารําคาญเพราะฉะนั้นเื่นี้จะต้องปิดให้มิด
ตัวฉันได้หันไปมองที่กระจก ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะแล้วพึมพำออกมาว่า “เฮ้ย อสูรงั้นเหลอ”
“คนทั่วไปคงเห็นตัวฉันเป็อสูรงั้นสินะ….....เฮ้ยกินข้าวดีกว่า”
ตัวฉันที่เลิกสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็เริ่มต้นกินอาหารเช้าที่ถูกจัดเตรียมไว้
ในเวลาต่อมา
ในวันเดียวกัน เวลา 13:00น. ตรงหน้าของโรงแรม
ชินะได้เดินออกมาจากโรงแรมหลังจากที่เธอนั้นเช็คเอาท์โรงแรมเสร็จแล้ว
“เฮ้อ จากเงินในคริสตันเครดิตหลักสามแสนตอนนี้เหลือหลักหนึ่งแสนเองงั้นเหลอ”
“เฮ้อ ใช้วันเดียวหายไปขนาดนี้แล้ว ตัวฉันเนียควรจะต้องระวังการใชจ่ายของตนเองให้มากกว่านี้ซะแล้วสิ”
ตัวฉันที่บ่นออกมาก็ได้เก็บคริสตันนั้นเอาไว้ในกระเป่าเสื้อคลุม หลังจากนั้นตัวฉันก็ได้เริ่มก้าวเดินออกไปในทิศทางที่จะพาไปยังสถานที่ซึ่งเป็จุดนัดพบที่อาจารย์ได้ให้ไว้
ในที่สุดตัวฉันก็เดินมาถึงยังสถานที่นัดพบ
“เฮ้อ ใช้เวลาเดินมานานกว่าที่คิดเฮะ ต่อนี้เวลา 14:54น. งั้นเหลอยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลาเลยเฮะ เอาล่ะหาที่นั่งอ่านหนังสือที่ได้รับมาจากเธอคนนั้นรอดีกว่า”
ตัวฉันได้เดินไปมามองดูรอบๆสถานที่นี้
สถานที่นี่เป็ลานกว้างที่ตั้งอยู่บนูเาห่างออกมาค่อนข้างใกล้กับเมืองท้องเที่ยนในเขตที่5ที่ตัวฉันอยู่เมือสักครูนี้ ตัวฉันได้เดินมาตรงริมสุดของลานกว้างที่เป็หน้าผาที่มีรัวเหล็กกันเอาไว้อยู่ ในที่แห่งนี่นั้นสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ทั้งหมดของเมืองท้องเที่ยนนี้ได้อย่างชักเชน ทั้งนํ้าพุที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ทั้งร้านค้ามากมาย ทั้งโรงแรมที่ตัวฉันพักอยู่เมือคืนนี้และผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมา
ที่ใกล้นั้นมีเก้าอี้ไม้ตั้งอยู่ เก้าอี้หนึ่งตัวนั้นสามารถนั่งได้2-3คน
ตัวฉันได้เลือกเก้าอี้ตัวที่อยู่ท่างด้านซ้ายสุดแล้วได้นั่งลงไปยังเก้าอี้ตัวนั้น
ตัวฉันหยิบหนังสือที่ฝากให้พนักงานของโรงแรมคนเมื่อเช้าซื้อมาให้ขึ้นมา มันเป็หนังสือเกี่ยวกับการแต่งคอสเพลย์
หลังจากที่เมือเช้าตัวฉันนั้นสามารถรอดมาได้โดยความลับไม่แตกด้วยสิ่งที่เรียกว่าคอสเพลย์ตัวฉันจึงอยากที่จะรู้ขึ้นมาว่าคำว่าคอสเพลย์นั้นคืออะไร ตัวฉันจึงขอให้เธอคนนั้นช้วยไปหาหนังสือเกี่ยวกับเื่คอสเพลย์มาให้
เธอคนนั้นรู้สึกใเล็กน้อยที่ตัวฉันขอให้ไปหาหนังสือมาให้ นั้นก็เพราะว่าในยุคปัจจุบันนั้นหนังสือเป็สิ่งที่หายากมากนั้นก็เพราะว่าในปัจจุบันข้อมูลต่างๆก็ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในถานข้อมูลกลางที่ตั้งอยู่ในเมืองเขตที่1ของนิวเวิอด์กันหมดแล้วและในการที่จะเข้าถึงข้อมูลเ่าั้ได้ ก็ต้องใช้คริสตัลสื่อสารกับรหัสประจำตัวประชากรที่ประชนทุกคนที่อาศัยในนิวเวิอด์มีติดตัวมาั้แ่เกิดซึ่งตัวฉันนั้นไม่มี
เวลาที่ตัวฉันอยู่ข้างนอกฐานลับจึงเข้ารหัสส่วนกลางเพื่อไปดูข้อมูลต่างๆไม่ได้ แต่เวลาที่อยู่ในฐานลับจะสามารถใช้สิ่งที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งคริสตัลสื่อสารเอาไว้สามารถใช้สินนี้ในการเข้าถึงถานข้อมูลส่วนกลางได้ แต่ตัวฉันชอบที่จะเปิดหาข้อมูลต่างๆจากหนังสือที่อยู่ในห้องสมุดของฐานลับมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์หาล่ะน่ะ
แต่เธอคนนั้นก็ยังอุตส่าห์ไปหามาให้จนได้น่ะ พอตัวฉันถามเธอไปว่า
“ยังอุตส่าห์ไปหามาให้ได้อีกน่ะทั้งๆมันเป็ของที่หายากแท้ๆเลย”
“ไม่หลอกค่ะ! หนังสือเล่มนี้น่ะเป็ของส่วนตัวของดิฉันค่ะจึงหามาให้ได้แบบง่ายๆค่ะ”
“อ่องั้นเหลอ ท่างั้นเดียวตัวฉันจะจ่ายเงินให้น่ะเท่าไหลล่ะ”
“ไม่ค่ะ ไม่เป็ไรหลอกดิฉันให้ฟรีค่ะ”
“เอ้! ทำไมระหนังสือนั่นเป็ของที่หายากมากเลยไม่ใช้เหลอท่าเอาไปขายให้กับพวกนักสะสมล่ะก็หน้าจะทำเงินได้หลายเครดิตเลยไม่ใช้เหลอ”
“ใช้ค่ะ ถึงมันจะสามารถเอาไปทำเงินได้เยอะก็เถอะ แต่ในฐานะที่ตัวฉันเองก็เป็คนที่ชอบคอสเพลย์คนหนึ่ง ก็เลยอยากที่จะมอบหนังสือเล่มนี่เอาไว้ให้กับคนแบบคุณที่สามารถแต่งคอสเพลย์ได้สุดยอดมากๆค่ะ ท่าเป็ตัวคุณที่แต่งคอสเพลย์ได้สุดยอดแล้วล่ะก็หนังสือเล่มนี้มันจะต้องเหมาะสมที่จะอยู่กับคุณอย่างแน่นอนค่ะ”
“อ๋อเหรอ ก็รู้สึกขอบคุณอยู่หลอกแต่มันจะดีจริงๆหรอ(รู้สึกผิดแล้วที่โกหกไป)
“ค่ะแน่นอนค่ะ”พูดออกมาพร้อมกับดวงตาที่เป็ประกาย
(แบบนี้ตัวฉันก็ไม่สามารถปฏิเสธได้สิ)(รู้สึกผิดมากขึ้นแล้วที่โกหกไป)
ก็เพราะเหตุนี่เละตัวฉันจึงได้หนังสือเล่มนี้มาโดยที่ไม่เสียเงินเลยสักเครดิตเดียว
ถึงจะรู้สึกผิดก็เถอะแต่คิดซะว่าเป็ผลพลอยได้จากการพักร้อนก็แล้วกัน
ในขนาดที่ตัวฉันได้นั่งอ่านหนังสือเล่มนั้นอยู่ท่ามกลางเสียงของสายลมกับเสียงของสัตว์ป่าน้อยใหญ่แถวนั้นก็ได้มีเสียงของคนๆหนึ่งะโขึ้นมา
“คุณลูกค้าค่ะะะะะ”
ตัวฉันที่ได้หันไปในทิศท่างที่มีเสียงดังขึ้นก็พบกับพนักงานของโรงแรมที่อยู่ในชุดปกติที่ไม่ใช้เครื่องแบบของโรงแรม (แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะเนีย)
“คุณลูกค้าค่ะพอดีมีผู้ชายคนหนึ่งมาถามหาคุณค่ะ ดิฉันก็เลยพาเขาคนนั้นมาส่งให้ค่ะ”
“จะว่าไปตัวฉันถามทางมาที่นี่กับเธอไปสินะก็เลยรู้ว่าตัวฉันอยู่ที่นี่งั้นเหรอ ผู้ชายที่ถามหาตัวฉันงั้นเหลอหมายถึงอาจารย์หรือป่าวน่ะ”
(หรือว่าอาจารย์เขาจะรู้ว่าตัวฉันแอบมาพักที่โรงแรมงั้นเหลอซ่วยแล้วสิ)
ตัวฉันได้หันไปมองดูที่นาฬิกาที่ตั้งอยู่แถวนั้นมันบอกเวลา 15:15น.
“เอ่ มาเร็วกว่าที่นัดกันเอาไว้น่ะแต่ว่าก็ดีแล้วล่ะจะได้กลับไปถึงเร็วๆ…….”
แต่ถว่าผู้ชายคนที่เดินขึ้นมาจากท่างเดินขึ้นูเาที่ตัวฉันได้เห็นนั้นไม่ใช้อาจารย์แต่เป็ผู้ชายที่มีแขนข้างหนึ่งเป็แขนจักรกลที่ทำมาจากโลหะสีดำเป็ผู้ชายที่ตัวฉันนั้นไม่มีวันลืมหน้าของมันไม่ว่าจะผ่านเวลาไปนานหลาย10ปีก็ตาม
“สเล!”
ตัวฉันได้ตะโกลออกไปสุดเสียงและพุ่งตัวเข้าหามันแล้วง้างหมัดชกใสอย่างเต็มแรงด้วยพลังกายที่เหนือกว่าคนทั่วไปหลาย10เท่าที่แม้แต่เหล็กกล้าก็แหลกเป็เสี่ยงๆได้ด้วยการชกเพียงแค่ครั้งเดียวกับอีกแค่คนปกติอย่างแก่น่ะไม่มีวันที่จะรอดไปได้แน่จงแหลกเป็ชินๆไปซะ
ตึง!
“อะไรกันทำไมถึงหยุดหมัดของตัวฉันที่มีแรงมากกว่ามนุษร์ปกติหลาย10เท่าเอาไว้ได้กัน”
“ช่างเป็คนที่มีการทักท้ายได้รุ่นแรงซะจริงน่ะ แต่ก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพูดคุยกันให้มากความ นั้นก็เพราะว่าการพูดคุยถามหาความจริงนั้นมันเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์สินดีอย่างไงล่ะ”
พอพูดจบสเลก็ได้ใช้แขนจักรกลที่จับมือของตัวฉันอยู่บีบมือของตัวฉันที่กำลังกำหมัดอยู่จนมือของตัวฉันนั้นแบออกมาพร้อมกับเืที่ไหลออกมา “อ่า!!!!”
เจ็บ เจ็บจังเป็ความรู้สึกที่ตัวฉันไม่ได้รู้สึกมานานแล้วเป็ความรู้สึกเดียวกันกับในวันนั้นเมือ12ปีก่อน…..
ในวันที่…..ตัวฉันได้รับรู้ถึงคำว่าความเจ็บป่วดที่แท้จริงเป็ครั้งแรก