ไม่นานนัก คุณใหญ่ชะโงกหน้าขึ้นมามองภรรยาที่หายใจแ่ลงอานุภาพของฤทธิ์ยาแก้ปวดและอาการเพลียทำให้เธอผล็อยหลับไป ดูชัดแล้วเขาจึงลงจากเตียงออกไปหาน้องชายที่รออยู่ข้างล่าง
“ได้เื่ไหม?”
“มีคนขว้างก้อนหินเข้ามาหน้าต่างห้องน้ำพอดีถ้าไม่แรง เศษกระจกคงเสียบหัวเนยเป็แน่” คุณสองหน้าตาเครียดขรึมเขาออกไปเดินสำรวจที่เกิดเหตุกับคุณสาม คุณสี่และเ้าหน้าที่โรงแรม ส่วนสาวๆยังคงปักหลักคุยกันที่ห้องวีไอพีเช่นเดิมเขาแจ้งว่าเป็อุบัติเหตุกิ่งไม้หักมากระแทกกระจกเพราะไม่อยากให้คนที่เหลือแตกตื่น
“ไม่ต้องบอกใครก็ดีแล้วเื่นี้น่าจะเป็คนกันเองสร้างสถานการณ์” คุณใหญ่ทบทวนเื่ราว
“พี่ก็คิดเหมือนผม”คุณสองหันมา
“เราโทษเขาไม่ได้นี่สิมันน่าเจ็บใจกว่า”คุณสี่กำหมัดแน่น
“ดีที่เนยาเ็ไม่มาก”ดวงตาพี่ชายคนโตแข็งกร้าว “เื่นี้พี่ต้องเอาคืนให้สาสมแน่นอน”
“เขาเตรียมการมาแล้วอาจจะอยากให้เนยเกิดความหวาดกลัวแค่นั้น” คุณสามประเมินตามสถานการณ์ทั้งจากด้านนอกและในห้องน้ำ
“แค่ไหนก็ไม่ได้กล้าทำร้ายคนของพี่”
คุณสามมองดูสีหน้าพี่ชายครั้งนี้อาจจะดุเดือดกว่าว่าที่เ้าสาวทั้งสามแน่นอน เพราะคราวนั้นพี่ชายของเขาไม่ได้ใส่ใจเ้าสาวเหมือนครั้งนี้ครั้งแรกเ้าสัวหลงเฟยขอร้องให้หมั้นเพราะเป็ครอบครัวของเพื่อนสนิทที่มีบุญคุณของท่านครั้งที่สองคุณวิรายัดเยียดมาให้ และครั้งที่สามเขาไม่รู้แน่ชัดมารู้อีกทีเ้าสาวของพี่ใหญ่ก็ถอนหมั้นและหายไปจากวงสังคมแล้วพร้อมข่าวลืออาถรรพณ์เ้าสาวคุณชายใหญ่แห่งักรุป
“พี่ใหญ่จะเอายังไงครับ”คุณสี่จ้องพี่ชาย
“เราพอจะรู้กันนี่ว่าใครทำ เื่นี้จะจัดการเอิกเกริกได้ยังไง จริงไหม?”
คุณสองหน้าซีดลงเขาเองก็เห็นว่า เื่นี้ทำกันเกินไป “ครับ”
“ไปดื่มกันต่อเถอะเื่นี้เดี๋ยวพี่จัดการเอง” คุณใหญ่ตบบ่าน้องชายทั้งสองผลักให้เดินไปที่ห้องวีไอพี
สาวๆเริ่มไม่ไหวกันแล้ว เจนนิสเมาจนลุกไม่ขึ้น คุณอินจึงขอตัวพาพี่สาวขึ้นไปนอนส่วนแอมมี่ก็โดนแยมหิ้วปีกขอตัวกลับห้อง น้ำค้างยังจิบเครื่องดื่มซอฟท์ดริ้งเงียบๆที่มุมห้อง เธอมองดูทุกคนที่มีรูมเมทขึ้นห้องไป
“คุณน้ำไม่ขึ้นไปนอนเหรอ?” คุณสองฉงนที่เธอยังคงนั่งดื่มอยู่มุมโต๊ะคนเดียว
“อีกสักพักค่ะ”เธอจิบเครื่องดื่ม ฟังเพลงที่เปิดเบาๆ ในห้องหลังจากที่แยมหมดเื่ผีจะเล่าและทุกคนเริ่มมึนเมา
“ไม่เป็ไรหรอกเดี๋ยวค่อยขึ้นห้องพร้อมพวกเราก็ได้”คุณสามขยับไปนั่งชิดคุณใหญ่ที่เริ่มจิบเบียร์เย็นๆ
สามพี่น้องเริ่มเล่นเกมทายปัญหาใครทายผิดคนนั้นต้องดื่ม น้ำค้างพลอยได้ฟังเื่ราวที่พวกเขาทายปัญหากันล้วนเป็เื่ในครอบครัวของสี่พี่น้อง เธอได้ความรู้ใหม่ ‘ไหนว่า พวกเขาชิงดีชิงเด่นกันลึกๆ เขาก็มีสายใยความเป็พี่น้องเหนียวแน่นอยู่’คุณใหญ่นั้นสนิทกับคุณสามเพราะตอบคำถามได้เกือบทุกอย่าง ส่วนคุณสองสนิทกับคุณสี่แม้จะตอบคำถามได้น้อยกว่าคุณใหญ่แต่ฟังแล้วก็รู้สึกว่าหากตัดเื่ซุบซิบนินทาที่ได้ยินมาออกไป พวกเขาทั้งสี่หนุ่มก็คือพี่น้องที่รักใครกันดี
คุณสองเริ่มไม่ไหวเขาโบกมือขอยอมแพ้ ดูท่าเขาจะเป็คนคออ่อนที่สุดในครอบครัวส่วนคุณสี่ก็ยอมแพ้เช่นกัน
“คืนนี้พี่สองนอนกับผมนะ”คุณสี่หันไปกอดคอคุณสอง
“พี่เอากระเป๋าไปไว้ห้องแกแล้วโชคดีนะ ที่แยมเล่าก็น่ากลัวเหมือนกัน” คุณสองพยักหน้าเห็นด้วย
น้ำค้างแปลกใจที่คุณสองยอมรับว่ากลัวผี ผิดกับบุคลิกนักธุรกิจผู้เคร่งขรึมอยู่เสมอ
“งั้นเราพอแค่นี้”คุณใหญ่ลุกขึ้นท่าทางของเขายังสุขุมแม้ว่าใบหน้าจะแดงก่ำ ส่วนคุณสามยังคงยิ้มร่าทั้งๆ ที่ใบหน้าก็แดงไม่แพ้พี่ชาย
“แค่นี้กำลังนอนสบายเชียวล่ะไม่ได้ผ่อนคลายแบบนี้มานานล่ะ”
“เ้าสามพี่รู้นะว่าแกไปแฮงค์เอาท์บ่อยๆ” คุณสองดักคอ
“ก็ไม่กล้าเมาขนาดนี้หรอกพี่กลัวสาวๆ หิ้วไปไม่รู้ตัว”
คุณสี่หันมา“ไม่ใช่เต็มใจให้หิ้วรึพี่สาม”
คุณสามยิ้มกริ่ม “ก็ว่าไม่ได้ต้องดูว่า สาวน่าให้หิ้วแค่ไหน”
น้ำค้างรอจังหวะให้สี่หนุ่มเดินนำหน้าเมื่อทุกคนเข้าห้อง เธอจะได้ไม่รู้สึกระแวงเสียงต่างๆ
คุณใหญ่เดินนำหน้าเขาเองก็เริ่มจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน จึงเร่งฝีเท้าลิ่วๆ
“พี่ใหญ่รอพวกเราด้วยสิ” คุณสองพอเห็นพี่ชายก้าวพรวดๆ ออกไปก็รีบเร่งตามตาม
คุณสามจงใจเดินช้าๆเป็เพื่อนน้ำค้าง เขาเดินมากระซิบใกล้ๆ “คุณกลัวผีใช่ไหม?”
น้ำค้างสะดุ้งเธอหันมามองใบหน้าหล่อร้ายของคนใกล้ๆ “คุณอย่ามั่วน่า” เธอเริ่มมึนหัวเมื่อกี้จิบไปจิบมา เธออาจจะเมาไม่รู้ตัว
“คุณคงไม่รู้ว่าโรงแรมนี้มีประวัติ” น้ำเสียงของเขาทำเอาเธอชะงักฝีเท้า
“อะไร”
“แต่ก่อนเป็บ้านโบราณเขารื้อมาสร้างเป็โรงแรม”
น้ำค้างเริ่มยกมือขึ้นลูบแขนลิฟต์ขึ้นไปแล้ว เหลือเธอกับคุณสามไว้สองคนรอขึ้นลิฟต์รอบใหม่พวกเขามึนเกินกว่าจะเดินขึ้นบันได “ไม่ต้องเล่าแล้ว”
“คุณคิดดูสิที่นี่เป็หมู่บ้านโบราณที่มีมานานแล้ว”
“คุณจะพูดทำไม?”
“ไหนคุณว่าไม่กลัว”
“ฉันไม่อยากฟัง”
เธอรีบเข้าไปในลิฟต์คุณสามเดินตามเข้ามา ไฟตกวูบ ทำเอาเธอเผลอ “อ๊าย!” น้ำค้างะโไปเกาะแขนคุณสาม
“ใจเย็นคุณไฟมันตกเฉยๆ” เขาหันมาตบบนมือเธอปลอบใจ เธอถอยห่างจากเขาเล็กน้อยปล่อยมือแต่ยังไม่ไว้ใจพอจะยืนห่างนัก น้อยคนจะรู้ว่าหญิงแกร่งอย่างเธอกลัวผีขนาดไหน ยังคิดไม่ออกเลยว่า ถึงห้องแล้วจะนอนหลับได้ยังไง?
ลิฟต์ถึงชั้นสามแล้วเธอกลับก้าวขาไม่ออก
“ถึงแล้วคุณ”คุณสามหันมาบอก เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งหน้าซีดเขาจึงจับต้นแขนดึงให้เธอเดินออกมาทางเดินโล่งยาวนั้น ไม่มีคนเหลืออยู่เลย น้ำค้างหน้าซีด เมื่อนึกถึงว่าเธอต้องเข้าไปนอนคนเดียว “ให้ผมเข้าห้องไปเป็เพื่อนไหม?”
ใบหน้าของเขาไม่ส่อนัยลามกใดๆเธอกลับเห็นเพียงแววตาห่วงใยที่ส่งมาอย่างจริงจังเท่านั้น น้ำค้างพยักหน้าเบาๆความกลัวทำให้เธอไม่อาจจะทำท่าเย่อหยิ่งได้อีกต่อไป
“การ์ดห้องล่ะ”
เขารับการ์ดเปิดเข้าห้อง น้ำค้างเดินเข้าไปทรุดนั่งที่เตียง
“เดี๋ยวผมล็อคห้องให้นะ”
เสียงลมหวีดหวิวข้างหน้าต่างแรงขึ้นคล้ายเสียงคนร้องโหยหวน
“เดี๋ยวค่ะ” เธอรีบร้องทักพลางหันไปรูดม่านปิดมิดชิดกระจกหน้าต่างห้องใสมองเห็นเขาด้านหลังที่อยู่ใกล้อาคารที่พัก
คุณสามเห็นหน้าเธอซีดเซียวแม้เขาจะทั้งมึนทั้งเมา แต่กลับพยายามตั้งใจฟังว่าเธอพูดอะไรกับเขา“ผมเมาแล้วจะรีบไปนอน เดี๋ยวเดินไม่ไหว”
หวีด!!! เสียงลมผ่านร่องเขามาอีกครั้ง
น้ำค้างสะดุ้ง “คุณนอนนี่ก็ได้ เอ่อ! หมายถึง นอนเฉยๆ นะ”
คุณสามมองหน้าเธอความกลัวแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน “คุณกลัวใช่ไหม?”
เธอพยักหน้ารับอย่างจนใจ ไหนๆก็เคยนอนร่วมเตียงกับเขามาหนหนึ่งแล้ว คราวนี้เธอจำเป็เพราะกลัวจับจิตนอกจากเขาแล้วไม่มีใครจะพึ่งพาได้ผู้ชายเพลย์บอยไม่ขาดผู้หญิงแบบนี้คงไม่คิดจะยุ่งกับเธอหรอกกระมัง
“เรานอนคนละมุมเตียงก็ได้”เขาเดินเซไปอีกมุม สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม “ว่าแต่ คุณอย่าทำอะไรผมล่ะเพราะผมคงขัดขืนคุณม่ายหวาย” เขาเริ่มลิ้นพันกัน อาการเก๊กเริ่มจะเบรกแตก
น้ำค้างหัวเราะเบาๆ “ฉันรับรองจะไม่ปล้ำคุณแน่นอน ฉันแค่กลัว” เขาไม่ได้ฟังแล้ว เพราะเขาห่มผ้าได้ก็หลับไปเลยเธอส่ายหน้า ‘ตาบ้าหลับก่อนฉันได้ไง ฉันกลัวนะ’ เธอรีบกระโจนเข้าใต้ผ้าห่ม ‘ฟงไฟไม่ต้องปิดมันแล้ว รีบหลับตาแล้วรีบหลับน่าจะดีกว่า’
เนยประสาทขมวดเกลียวแน่นเธอรู้สึกตัวตื่นเพราะรู้สึกปวดปัสสาวะ ควานหาคนข้างตัว เมื่อพบว่า คุณใหญ่หายไปเธอได้แต่อดทนรอเขากลับมา ไม่กล้าลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ ดีที่โคมไฟหัวเตียงสองข้างเปิดไว้แต่เธอก็ไม่โผล่ออกตัวออกจากผ้าห่ม ดีที่รอไม่นานเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น
กริ๊ก! เสียงฝีเท้านั้นคุ้นเคย
“พี่ใหญ่คะ หายไปไหนมาเนยกลัวแทบแย่” คุณใหญ่ชะงัก เมื่อภรรยาตัวน้อยโผล่หน้าออกจากผ้าห่มมาต่อว่า“ปวดฉี่จะตายอยู่แล้ว” เธอลุกขึ้นะโโหยงๆ เข้ามาหาเขาที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ“อย่าเพิ่งไปนะคะ ยืนรอตรงนี้ก่อน” เธอผลุบเข้าห้องน้ำโดยไม่ยอมปิดประตู
“ไม่ปิดประตูเหรอ”
“อย่านะ พี่ใหญ่หันหน้าไปก็พอแล้ว”เธอร้องเสียงหลง รูดผ้าม่านพลาสติกแล้วรีบเข้าไปทำธุระส่วนตัว
คุณใหญ่เดินเข้าไปใกล้ประตู บีบเสียงให้เล็กลง“ฮานาโกะซังอยู่ไหมจ๊ะ?”
“ว้าย!” เนยผวาวิ่งออกจากห้องน้ำเธอสะดุดขาตัวเองจนคะมำไปข้างหน้า คุณใหญ่ช้อนแขนเข้ากอดตามสัญชาตญาณ “พี่ใหญ่บ้าเนยกลัวนะ” เธอร้องแหวอยู่ในอ้อมกอดเขาคุณใหญ่ใช้มือสองข้างประคองก้นเธออุ้มขึ้นให้ขาอ้าออกหนีบเอวเขาไว้
“กอดพี่แบบนี้พี่คิดเงินครั้งละห้าพัน”
“แพงไปค่ะ”
“ไม่กลัวเหรอ ถ้าเข้าห้องน้ำอีกไม่พามาแล้วนะ”
“ไม่ได้นะ” เนยหน้าเจื่อน
คุณใหญ่วางเธอให้นั่งขอบเตียง“รีบนอนเถอะ พี่เมามากแล้ว” จังหวะที่วางเธอลง เขาแอบดมกลิ่นหอมอ่อนๆที่ไรผมเหนือขมับของเธอ
เนยเพิ่งรู้สึกว่ากลิ่นเบียร์จากเขาแรงไม่ใช่เล่น “ก็ไปด้านนั้นสิคะ” เขาเดินไปตามที่เธอบอกแต่โดยดี
“ฮานาโกะซัง....”
“พี่ใหญ่ไม่เล่นค่ะ” เธอกระถดตัวไปใกล้เขา
“นอนกอดพี่คิดคืนละหมื่นนะกันเอง” เขายิ้มน้อยๆ
“ไม่ค่ะแค่นอนใกล้หน่อยแค่นี้เอง”
“ห้องน้ำชั้นสาม”
“พี่ใหญ่คะ”เธอลงเสียงหนัก
เสียงลมหวีดหวิวด้านนอกได้ยินเสียงวู่ๆชัดเจน “ลมแรงมาก ฟังสิ คล้ายเสียงคนร้องโหยหวนเลยนะ”
เนยทำตาปริบๆเธอฟังแล้วก็รู้สึกขนหัวลุก เผลอยกมือขึ้นกอดแขนเขา
“กอดแขนทั้งคืนห้าพันล่ะกัน”
วูบหนึ่งโคมไฟสองอันดับพร้อมกัน
“ว้าย!” เธอผวาขึ้นไปก่ายอยู่บนตัวเขา
“แบบนี้สงสัยต้องคิดสองหมื่นเปลืองเนื้อเปลืองตัวมาก” ชั่วพริบตา ไฟก็ติดขึ้นอีกครั้ง “อยู่ป่าอยู่เขา ก็มีไฟตกบ้างเป็ธรรมดา” เนยค่อยๆ สไลด์ลงจากตัวสามีหน้าอกนุ่มของเธอทับอยู่บนอกเขา ทำเอาชายหนุ่มลมหายใจติดขัด “กลัวมากไหม?”เขาหันมามองหน้าซีดเผือดของภรรยาตัวน้อย
“ก็ดูบรรยากาศสิคะ”เธอยังนอนชิดอยู่กับตัวเขา สองมือยังเกาะแขนเขาไว้แน่น
“เอาแบบนี้ดีกว่า”เขาโอบกอดเธอมาแนบอก “ให้พี่กอดนอนทั้งคืน จะได้ไม่ต้องกลัวนะ”
เธอคิดจะอ้าปากปฏิเสธแต่เสียงลมตึงๆ ข้างนอกยิ่งกระแทกกระทั้น อกแข็งแรงอุ่นๆของผู้ชายตรงหน้าก็ทำให้ลดความหนาวและความกลัวลงได้ “แล้วพี่ใหญ่จะหักเงินเนยไหมคะ?”
คุณใหญ่หัวร่อในลำคอ“คิดซะว่า เนยทำหน้าที่เตาผิงให้พี่ กอดแบบนี้พี่อุ่นขึ้นเดี๋ยวเพิ่มให้อีกหนึ่งหมื่นก็แล้วกัน ดีไหม?”
*************************
