2
ฝันดีกลายเป็ร้าย
~ชอบก็จีบเลยเซ่ ชูวับ ชูวับ~~
ใครโทรมาแต่เช้าเนี่ยไม่รู้เหรอไงคนกำลังจะนอน ฉันโวยวายให้ปลายสาย แต่ฉันต้องจำใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเป็สายของยัยเนเน่ ฉันกดรับทันที
“ว่าไงยัยเนเน่”
[วันนี้มีเรียนเก้าโมงอย่ามาสายละ]
“ไม่ลืมหรอกหน่า”
ฉันทำเสียงอิดโรย
[แค่นี้แหละ]
แล้วยัยเนเน่ก็วางสายไป
อะไรของเขาเนี่ยยย…
…ตอนนี้
07:20 น.
ถ้าฉันนอนต่อฉันจะหลับยาวไหมนะ ไม่ฉันจะต้องไม่นอนเดี๋ยวถ้าฉันไปสายอีกฉันจะต้องโดนยัยเนเน่ด่าแน่แน่ ฉันรีบลุกพาตัวเองไปอาบน้ำ
ในขณะ…ที่ฉันอาบน้ำและเปิดเพลงร้องเพลงลั่นห้องน้ำอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
‘อะไรอีกเนี่ยไม่รู้เหรอฉันกำลังอาบน้ำอยู่’
พอฉันยื่นหน้าไปดูที่หน้าจอโทรศัพท์ก็พบว่าเป็เบอร์แปลก ฉันกดตัดสายทิ้งเพราะฉันไม่ชอบรับเบอร์แปลก
ฉันอาบน้ำเสร็จก็พาตัวเองเดินมาที่ตู้เย็นเพื่อหาอะไรลองท้องก่อนไปเรียน
โอ้วว มายย ก๊อดดด~~
แม่ซื้อมาเผื่อทั้งคนโดเลยเหรอเนี่ย
ใช่แล้ว…แม่ฉันซื้อของกินไว้เพียบั้แ่ฉันย้ายมาอยู่ห้องนี้ได้ห้าวัน วันนี้แหละฉันเพิ่งได้เปิดตู้เย็น แม่ซื้อมาเยอะขนาดนี้ฉันจะกินยังไงให้ทันกลัวว่ามันจะหมดอายุก่อนนี่สิ
ฉันเริ่มหยิบของในตู้เย็นมาทำกับข้าว เห็นว่าฉันเป็คนแบบนี้ฉันก็ทำอาหารอร่อยมากเลยนะ ><
ฉันจะทำข้าวต้มละกันง่ายๆดีตอนเที่ยงค่อยไปหาอะไรกินที่คณะ อยู่ดีๆฉันก็น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาทำไมฉันคิดถึงแม่ตอนที่แม่ทำข้าวต้มให้ฉันทานแล้วจู่ๆฉันก็ยิ้มขึ้นมา
ฉันว่า…ฉันเป็ไบโพล่าแน่แน่
08:20 น.
ฉันต้องตายแน่ๆสายแล้ว…ฉันจะโดนยัยเนเน่ด่าไหมเนี่ย สายนั้นยิ่งสวยแต่โหดอยู่ด้วย ฉันรีบขับรถออกไป
ปื๊ด~~
สาธุ…เพี้ยง
วันนี้ขออย่าให้รถติด
มหาวิทยาลัย…
ดีที่วันนี้รถไม่ติด ฉันลงจากรถแต่ฉันต้องไปสดุดกับใครคนหนึ่ง เขามากับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ทำไมฉันรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาทำไมเขาใจร้ายจังทำร้ายหัวใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่สิฉันทำตัวเองต่างหากรุ่นพี่เขาไม่ได้รู้เื่อะไรเลยมีแต่ฉันที่แอบชอบเขาฝ่ายเดียว ฉันเริ่มเอาตัวเองถอยออกมาจากตรงนั้นแล้วรีบเดินไปเข้าเรียน
ฉันมาถึงห้องเรียนสักทีวันนี้เป็วันที่แย่ของฉันอีกวันฉันไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าจะพาตัวเองมาเจ็บทำไม
“เหม่ออะไร”ยัยเนเน่ดึงฉันออกจากห้วงความคิดของตัวเองได้ ฉันอยากจะขอบคุณเธอด้วยการหอมแก้มสักร้อยที
“เปล่า สงสัยฉันคงนอนน้อยไปหน่อย”
เป็คำแก้ตัวที่ไม่น่าเชื่อถือ คนอย่างฉันนั่นเหรอจะพักผ่อนไม่เพียงพอชอบนอนซะขนาดนั้น
“แน่ใจ”
เห็นไหม…ว่าแล้วยัยเนเน่ต้องไม่เชื่อฉัน
“แน่ใจสิ พอดีไปกินกาแฟแล้วมันดีดเลยนอนไม่หลับทั้งคืน”ฉันต้องได้รางวัลแถโคตรห่วย
“อือ…”
ฉันเหม่อทั้งคลาสแล้วเชื่อว่ายัยเนเน่ก็น่าจะรู้ ฉันควรจัดการกับรู้สึกตัวเองยังไง หน้าของลอยเต็มไปหมดมองไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าเขาและก็ผู้หญิงคนนั้น ฉันต้องสืบให้ได้ว่าเขาเป็อะไรกัน กันแน่
“พราว พราว ยัยพราว แกได้ยินที่ฉันพูดไหม”
“ได้ยิน แกจะะโเสียงดังทำไม”
เธอะโใส่ฉันจนแสบแก้วหูไปหมดจนโต๊ะข้างๆใรวมถึงอาจารย์ด้วย
“เธอสองคนเป็อะไรกัน ะโเสียงดังทำไมมันรบกวนเพื่อนที่เขาตั้งใจฟังตั้งใจเรียน” อาจารย์กล่าว
ฉันและเนเน่มองหน้ากันและหันไปขอโทษอาจารย์
“แกนี่ชอบเหม่อ สนใจกันบ้างเวลาเรียกนะแล้วตั้งใจฟังอาจารย์ด้วยเวลาสอบเดี๋ยวก็สอบไม่ได้”
“แกเหมือนแม่คนที่สองของฉันเลย”
เธอมองฉันตาขวางแล้วสักพักเธอก็หันไปฟังที่อาจารย์บรรยายต่อ เวลาเธอเรียนเธอจะเป็คนที่ตั้งใจมากแถมยังบ่นเก่งเวลาฉันไม่สนใจในสิ่งที่อาจารย์บรรยาย
~~จบชั่วโมงเรียน~~
“กินข้าวกันเถอะตอนนี้หิวมาก”
“ไปสิ”
ลืมบอกไปพอเวลายัยเนเน่เรียนเสร็จเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็คนละคนเลย เวลาไม่เรียนจะชอบเป็คนตลกๆแต่พอเรียนจะเป็คนนิ่งๆจะว่าเธอมีสองร่างก็ได้นะ
“แกรรร ฉันอยากไปซื้อเครื่องสำอางค์”
“ตอนไหน”
“กินข้าวเสร็จ ไปไหม”
ฉันจะรอช้าอยู่ใยั้แ่มาที่นี่ยังไม่ได้ไปไหนเลยอีกอย่างเื่ช้อปเครื่องสำอางค์เป็อะไรที่ฉันชอบอยู่แล้ว ที่ห้องของฉันเครื่องสำอางค์มีแทบทุกยี่ห้อ
“ไป ฉันชอบ”
“ขอติดรถไปด้วยนะวันนี้ไม่ได้เอารถมาด้วย”
“ได้จ้าเพื่อนเลิฟ”
~~ห้างแห่งหนึ่ง~~
“ยัยพราวสีนี้สวยไหม”
“เออแก สวยมาก หมดยัง”
“เหลือแท่งสุดท้าย”
“น่าเสียดาย”
ฉันโคตรเสียดายเลยเพราะสีมันสวยมาก
“งั้นแกเอาไปเถอะ ฉันรอรอบหน้าก็ได้”
เสียดายก็เสียดายอยู่นะแต่ดูจากสีหน้าละ คนที่เสียใจมากกว่าฉันคงเป็เธอ
“ใจดีเกิ๊น แกเอาไปเลยอีกอย่างที่ห้องฉันก็มีเยอะละ”
“งั้นฉันเอานะ”
“ค่ะ คุณเพื่อน”
ฉันกับยัยเนเน่เลือกซื้อเครื่องสำอางค์เสร็จก็ไปต่อที่ร้านเสื้อแบรนด์ต่างๆ
ฉันมองไปรอบๆบังเอิญไปสดุดที่รุ่นพี่มาได้ไง ฉันเจอเขาอีกแล้ว รุ่นพี่เดินมากับเพื่อนและยังเดินตรงมาตรงที่ฉันยืนอยู่อีก
ยัยพราว…ตั้งสติ
“แกเป็อะไร รุกรี้รุกรนอยู่ได้”
“เปล่า”
ฉันตอบแบบไม่มองหน้ายัยเนเน่เพราะตาฉันมองรุ่นพี่อยู่ เขาเดินมาใกล้เรื่อยๆส่วนฉันก็ยืนบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย
“น้องครับ น้องครับ น้องค้าบบบบ หลีกทางหน่อยครับจะดูเสื้อ” เพื่อนของรุ่นพี่
“คะ ค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ”
ฉันเป็อะไรเนี่ย~~ฉันอายรุ่นพี่และเพื่อนรุ่นพี่จังเลย หน้าขายหน้าซะมัด ฉันแอบเห็นรุ่นพี่อมยิ้มด้วยนะรุ่นพี่ต้องว่าฉันดูตลกแน่เลยถึงยิ้มออกมาแบบนั้น ฉันไม่เคยสวยในสายตารุ่นพี่สินะ
แอบนอยด์ตัวเองอีกแล้วยัยพราว…
“ฉันเห็นแกมองพี่เขาั้แ่ตอนนั้นละ แกชอบเขาใช่ไหม ตอบ”
“แกรู้…”
“รู้…”
“อืม ฉันชอบพี่เขา”
“แกเคยได้บอกเขาไหม”
“ไม่…”
แม่ฉันสอนเสมอว่าเป็ผู้หญิงห้ามบอกรักผู้ชายก่อนแต่ความเป็จริงแล้วไม่ใช่หรอกมันเป็ข้ออ้างของฉันเองเนี่ยแหละ ความจริงแล้วมันเป็เพราะฉันต่างหากที่ไม่กล้าสู้หน้ารุ่นพี่ ฉันกลัวว่าถ้าฉันบอกไปมันจะไม่เป็อย่างที่ฉันคิดไว้
“แอบรักมานานเท่าไหร่”
“สี่”
“สี่เดือน”
“สี่ปี”
“นับถือ…นานจริง”
“กลับเหอะี้เีเดินแล้ว”
เอี๊ยด~~
เราทั้งสองก็พากันกลับ ฉันก็ไปส่งยัยเนเน่ที่บ้าน บางทีฉันก็อิจฉายัยเนเน่นะที่เธอมีญาติอยู่แถวนี้เวลามีปัญหาอะไรก็มีคนคอยช่วยเหลือต่างกันกับฉันที่ไม่มีใคร
“โอเค ขอบใจ ฉันไปก่อนละ เจอกัน”
“บ๊าย…”
~~คอนโด~~
ฉันล้มตัวนอนลงบนเตียงนุ่มๆแล้วเผลอหลับไป
ในฝัน… ฉันอยู่ปราสาทแห่งหนึ่งที่ล้อมรอบไปด้วยดอกไม้หลากสีสวยงามและยังมีแม่น้ำอันกว้างใหญ่ที่ห่างออกไปจากตัวปราสาทไม่ไกลนักมันช่างสวยงามยิ่งนัก ฉันเดินดูรอบๆปราสาทชมดอกไม้ที่มีผีเสื้อมาดอมดมอยู่บนดอกไม้รวมถึงผึ้งที่มาเกาะที่เกสรดอกไม้เพื่อมาเอาน้ำหวานจากเกสรดอกไม้
ทันใดนั้นฉันหันไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่เดินตรงมาหาฉันเขาแต่งกายเหมือนเ้าชาย เขาเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆจนเดินมาหยุดตรงหน้าฉัน
“เ้ามาอยู่ที่นี่เอง ข้าตามหาเ้าตั้งนาน”
“ฉันมาชมดอกไม้”
“เข้าไปข้างในกันเถอะฝนเริ่มโปรยลงมาแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“…”
เขาประครองฉันเข้าไปข้างในปราสาทพอถึงห้อง ฉันก็นั่งลงบนที่นอนส่วนเขาก็นั่งลงข้างๆฉัน
“ทำไมข้ารักเ้ามากขนาดนี้…เ้าหญิงของข้า”
“…”
“เ้าจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ”
ฉันพูดอะไรไม่ออกฉันยังคงใกับคำว่ารักของเขาที่เขาบอกกับฉันไปเมื่อกี๋ ฉันรู้สึกหัวใจเต้นแรงแล้วยังเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้อง
“ฉันก็รักเ้าชาย”
ฉันพูดคำนี้ออกไป ฉันรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเลย
“หน้าเ้าแดง เ้าเขินข้ารึ เราสองคนแต่งงานกันแล้วนะจะเขินกันทำไมอีก”
“ก็คนมันเขินนี่ค่ะ”
เขาเสยคางฉันขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าฉันด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าเขารักฉันมาก ทันใดนั้นเขาค่อยๆโน้มหน้าเข้ามาหาฉัน เขาจะจูบฉันเหรอ
อร้ายยย
“ข้ารักเ้าที่สุด”
“…”
ไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไรออกไปเขาก็จูบฉันโดยที่ฉันยังไม่ทันตั้งตัวมันเลยทำให้ฉันรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ใจของฉันมันก็เต้นแรง
มือข้างขวาของเขาจับมาที่แก้มของฉันมือข้างซ้ายจับที่เอวของฉัน ตอนนั้นฉันนิ่งเหมือนหุ่นยนต์ ฉันทำตัวไม่ถูก
“ควรชินได้แล้ว อย่าลืมสิเราเป็ของกันและกันแล้วนะ”
เขากระซิบที่ข้างหูของฉันมันทำให้ฉันขนลุกไปทั้งตัว
“ฉัน…”
ฉันยังพูดไม่จบเขาก็จูบฉันอีกครั้งแต่ครั้งนี้เขาอ่อนโยนกับฉันมากจนฉันเคลิ้มตามแล้วเผลอจูบตอบกลับเขาไป สักพักเขาก็เลื่อนมาจูบที่หน้าผากของฉัน มันเป็อะไรที่ฉันรู้สึกมีความสุขมาก
“เ้าคือของข้าคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะไม่มีทางปล่อยมือเ้าเด็ดขาด”
“…”
ฉันไม่ได้ตอบอะไรไป…แต่ฉันเข้าไปโอบกอดเขาด้วยความปราบปลื้มแล้วทำให้เขารู้สึกว่าฉันก็รักเขาฉันก็จะไม่มีทางปล่อยมือเขาเช่นกัน
~ชอบก็จีบเลยเซ่ ชูวับ ชูวับ~~
23:00 น.
ใครมันมันโทรมาเนี่ยฉันงัวเงียแล้วควานหาโทรศัพท์ พอเจอฉันก็กดรับทั้งๆที่ตาฉันยังหลับอยู่
“ฮัลลลลโหลลลล” ฉันพูดเสียงลากยาว
[แกฉันมีอะไรจะบอก]
“ค่อยเล่าพรุ่งนี้ได้ไหม”
[ฉันต้องเล่าตอนนี้ไม่งั้นฉันจะนอนไม่หลับ]
“แกไม่มีความเกรงใจฉันเลย ยัยสมชาย”
“โรซี่ย่ะ เออฉันขอพูดแปบเดียว”
ฉันอยากจะบีบคอยัยโรซี่มากที่เธอโทรมาขัดจังหวะในการนอนของฉัน
“ว่ามา…มีอะไร”
[แกจำรุ่นพี่ที่ฉันแอบชอบตอนมัธยมปลายได้ไหม]
“ใคร…ก็ได้ข่าวว่าแกก็ชอบหลายคน”
[พี่ต้อมไงเพื่อนพี่มาร์คไงแก]
ฉันได้ยินชื่อมาร์คเท่านั้นแหละฉันลุกขึ้นนั่งทันที
“เพื่อนพี่มาร์ค อ๋อ ยัยพี่ต้อมนั่นเหรอ เพื่อนสนิทพี่มาร์คนิ”
[ใช่แกร ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาเรียนที่เดียวกันกับฉัน ฉันคิดว่าฉันตัดใจจากพี่เขาได้แล้วนะแต่พอฉันเจอหน้าพี่เขาบ่อยๆมันเลยทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่เคยตัดใจจากเขาได้เลยแก ที่ผ่านมาการตัดใจของฉันมันเท่ากับศูนย์เลย แต่แกรู้ไหมฉันทนไม่ไหวเลยตัดสินใจไปบอกชอบพี่ต้อมเขา]
“แล้วพี่เขาตอบกลับมาว่ายังไงบ้าง”
ฉันโคตรตื่นเต้นเลยเหมือนอย่างกับว่ามันเป็เื่ของตัวเองซะอย่างงั้น
[กรี๊ดดด เขาก็ชอบฉันเหมือนกันแก ฉันโคตรดีใจปลื้มปริ่มมาก]
“เฮ้ย…จริงดิ ดีใจด้วยนะที่แกสมหวังกับพี่เขา”
[ยังหรอกพี่เขาบอกว่าดูใจกันไปก่อนถ้านิสัยเข้ากันได้ค่อยตกลงคบกันว่าแต่เื่ของแกเถอะยัยพราวแกก็ควรจะไปบอกพี่เขาเหมือนกันนะ พี่มาร์คเขาอาจจะคิดแบบเดียวกันกับที่แกคิดก็ได้]
“แค่นี้แหละ ไปอาบน้ำนอนแล้ว”
พูดเื่นี้ทีไรฉันต้องรีบซิ่งออกมาทุกที
“เปลี่ยนเื่เก่ง อือๆฉันไม่รบกวนเวลานอนของแกละ ฝันดีแก จุ๊บ”
“ฝันดีแก”
สิ้นสุดการสนทนา…
ยัยโรซี่ถึงจะเป็สาวประเภทสามแต่สวยมากขนาดเสียงยังเหมือนผู้หญิง นางสวยมาั้แ่เกิดแหละ ขนาดตัวฉันยังแอบอิจฉาเลยแต่ก็ดีใจกับนางด้วยที่นางสมหวัง
ว่าแต่พี่ต้อมเป็เหรอฉันเพิ่งรู้ แล้วพี่มาร์คแกจะรู้เื่นี้ไหมนะแต่พอมาคิดๆดูแล้วฉันควรบอกชอบพี่เขาไปดีไหมนะหรือฉันต้องแอบชอบเขาแบบนี้ต่อไปฉันคิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ ในชีวิตนี้ฉันเคยสมหวังอะไรกับเขาบ้างไหมเนี่ย แต่ถ้าฉันบอกรุ่นพี่ไปแล้วเขาเกลียดฉันขึ้นมาละฉันจะทนได้ไหม
ฉันนอนกลิ้งไปกลิ้งมาจนผ้าห่มพันรอบตัวฉันไว้จนขยับตัวไม่ได้ โอ๊ยยย~~ฉันเซ็งตัวเอง ฉันพยายามเอาผ้าห่มออกจากตัวเองจนสำเร็จ
ฉันหยิบโทรศัพท์มาดู
23:40 น.
อร้ายยย~~
ดึกขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ไม่ได้การละฉันต้องรีบไปอาบน้ำแล้วมาหมากหน้านอนแต่ดีนะพรุ่งนี้ไม่มีเรียน
วันรุ่งขึ้น
~~ดิ่ง ดิ่ง ดิ้ง ดิ๊ง ดิ่ง~~
ฉันควานหาโทรศัพท์
ฉันปิดเสียงโทรศัพท์ลงทันที
โอ๊ยยย~~ มันวันพักผ่อนของฉันแท้ๆแต่ทำไมฉันต้องมาตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่ฉันลืมปิดการตั้งค่าด้วยเนี่ยยยย
ฉันกะว่าจะนอนต่อแต่ดันนอนไม่หลับฉันเลยพาตัวเองไปหาอะไรอุ่นๆดื่ม ดื่มไปชมวิวไปแล้วชวนให้ฉันนึกถึงเื่เมื่อคืนที่ฉันฝันมันเป็ฝันที่ดีมากแต่น่าแปลกที่ฉันฝันติดต่อกันมาสองคืนแล้วหรือว่าฉันจะคิดถึงรุ่นพี่มากเกินไปเลยทำให้ฝันเป็เื่เป็ราวขนาดนี้ ฉันไม่อยากให้มันเป็เพียงแค่ความฝันแต่ฉันอยากให้มันเป็เื่จริงแต่มันคงเป็ได้แค่ฝันสินะ T^T
แค่ฝันก็ยังดี
~~กริ่ง กริ่ง กริ่ง~~
เมื่อเสียงออดหน้าห้องของฉันดังเลยทำให้ฉันดึงสติตัวเองกลับมาให้อยู่กับความเป็จริง ฉันเดินไปเปิดประตู
“พี่มาร์ค”
ฉันใมากพี่มาร์คมาได้ยังไง เอาแล้ว~~ใจฉันเต้นแรงอีกแล้ว ผีเสื้อบินอยู่รอบท้อง ตายแล้วเขาเห็นฉันตอนหน้าสดตอนที่ยังไม่อาบน้ำ แปรงฟัน ฉันอยากจะแทรกแผ่นดินหนีฉันรับไม่ได้ ฉันเดินถอยห่างออกมาจากรุ่นพี่สองก้าว
“อ้าวรู้จักชื่อได้ไง”
“คือว่า…ฉันเรียนโรงเรียนเดียวกันกับพี่”
“อ๋อ…”
“แต่พี่คงไม่รู้จักฉันหรอก”
หมดกันเขาเห็นหมดเลย สภาพแย่มาก
“อือ…งั้นพี่คงกดห้องผิด”
ฉันก็นึกดีใจนึกว่าพี่เขามาหาฉัน แต่จะว่าไปเขาจะมาหาฉันทำไมในเมื่อเขาไม่รู้จักฉัน ฉันยิ้มแห้งๆให้รุ่นพี่
“ค่ะ…”
รุ่นพี่ไปกดกริ่งที่ห้องตรงข้ามฉัน ทันใดก็มีผู้ชายเดินออกมาเปิดประตูต้อนรับรุ่นพี่และเขาก็เดินหายเข้าไปในห้อง ส่วนฉันจะยืนดูเขาทำไมกัน ฉันรีบปิดประตูแล้วเดินมานั่งที่โซฟา
จากที่ฉันคิดว่าเขาคงจะไม่ชอบฉันแต่คราวนี้คิดว่าเขาไม่ชอบฉันจิงๆแน่ก็ดูสภาพฉันสิ หัวฟูๆ ไม่รู้จะมีขี้ตาที่ตาฉันไหมมีคราบน้ำลายตรงบริเวณปากไหม
ฉันพูดกับตัวเองเสร็จก็รีบวิ่งไปที่กระจกส่องดูตัวเอง ไม่มีขี้ตา ไม่มีคราบน้ำลายแต่ก็ไม่สวยอยู่ดีฉันรับตัวเองในสภาพแบบนี้ไม่ได้
Mark Part
ห้องเติร์ดที่เติร์ดไม่ใช่เ้าของ
“ว่าไงมึง มึงไปเคาะห้องผิดเหรอทำไมน้องเขาถึงยืนมองมึงแบบนั้น”
“เขาอาจจะไม่ได้มองกูก็ได้ เรามาเข้าเื่กันดีกว่า”
“มึงมีอะไรว่ามา”
“กูจะให้มึงย้ายออก”
“เฮ้ยยย มึง”
“ให้มึงไปอยู่คอนโดที่กูอยู่ปัจจุบันนี้”
“แล้วทีแรกกูก็ขอไปอยู่คอนโดนั้นทำไมมึงไม่ให้กูอยู่”
“กูเปลี่ยนใจแล้วไง”
เพื่อนมันจะว่าผมใจโลเลไหม ผมให้มันอยู่มาสองปีกว่าแล้วจู่ๆผมจะให้มันย้ายออก แต่ผมก็ไม่ได้ใจดำให้มันออกแบบไม่มีที่พักนะผมก็ให้มันย้ายไปอยู่คอนโดผมที่ผมอยู่ปัจจุบันนี้ แต่ถ้าถามว่าผมจะย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยสาเหตุอะไรผมไม่ขอบอกละกันครับรอติดตามเรื่อยๆว่าผมจะทำอะไร
“กูไม่ขัดข้องก็ได้ขอแค่มีที่พัก จะให้กูย้ายวันไหน”
“พรุ่งนี้”
“เร็วไปไหมมึง”
“ไม่…”
“เออ…มาช่วยกูย้ายด้วย”
“ไม่”
“มึงมันเป็เพื่อนที่ใจดำ”
“กูติดธุระ…ไม่ว่าง”
“เออ กูขนคนเดียวก็ได้เว้ยยย”
“…”
ผมไม่พูดอะไรต่อ ผมยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม ผมคิดในใจว่าต่อไปนี้คงมีเื่สนุกๆรออยู่อีกเพี๊ยบแน่แล้วผมก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“เป็ไร…อยู่ดีดีก็ยิ้มออกมา”
“เปล่างั้นกูกลับละวันนี้กูมีซ้อมดนตรี”
“อือ…”
ผมเดินออกมาจากห้อง แล้วมองห้องตรงข้ามที่ผมไปกดกริ่งหน้าห้องเมื่อไม่กี่นาทีนี้ผมอมยิ้มเล็กน้อยแล้วผมก็เดินเข้าลิฟท์ไป
03:00 น.
~~ค๊อกฟี๊ ค๊อกฟี๊ ค๊อกฟี๊~~
ในฝัน… ฉันนอนอยู่ในห้องปราสาทหลังใหญ่ที่ฉันคุ้นเคยและมีเ้าชายที่นอนอยู่ข้างกายฉัน หน้าของเขาหล่อมาก ผิวของเขาก็ขาวเนียนกว่าผู้หญิงบางคนซะอีกอาจจะไม่ต้องยกตัวอย่างไกล…ฉันไงหน้าเขาเนียนกว่าฉันอีก ฉันกะว่าจะเอามือไปลูบที่แก้มของเขาแต่เขาดันจับมือฉันไว้ก่อน
เอ๊ะ…เขาตื่นั้แ่ตอนไหน
“เ้าจ้องข้าขนาดนี้มีอะไรติดหน้าข้าหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ”
ฉันไม่รู้จะพูดอะไรฉันรู้สึกหน้าแดงและเขินไปหมด ฉันหลบหน้าเขาด้วยความเขินอาย แต่เขาเอามือมาจับที่แก้มของฉันเพื่อให้ฉันหันไปมองเขา เขาจับที่แก้มของฉันอย่างอ่อนโยน
ปลายนิ้วของเขาแตะมาที่ริมฝีปากของฉัน จากนั้นเขาก็จุ๊บฉันแปบเดียวแล้วก็ผละออก
“ทำไมเ้าน่ารักขนาดนี้”
ฉันรู้สึกเขินกับคำพูดของเขา เขาพูดแล้วส่งยิ้มให้ฉัน เขายิ้มจนเห็นฟันที่เรียงสวยเหมือนข้าวโพด เขาทำให้ฉันหลงรักยิ้มของเขา
“ฉันก็รักเ้าชาย”
“วันนี้ข้าจะพาเ้าไปที่ที่หนึ่ง ข้าว่าเ้าต้องชอบแน่แน่”
สายตาเวลาเขาพูดกับฉันบวกรอยยิ้มของเขา มันทำให้เขาเป็ผู้ชายดูมีเสน่ห์มาก ทำไมฉันชอบเขามากนาดนี้ ใจของฉันเต้นแรงทุกครั้งเมื่อฉันอยู่ใกล้เขา
“ที่ไหนเหรอคะ”
“เดี๋ยวเ้าก็รู้”
~~สวนดอกไม้~~
เขาพาฉันมาหยุดตรงที่สวนดอกไม้แห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากปราสาทมากนัก มันสวยมากจนฉันละสายตาจากตรงนั้นไม่ได้ มีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์สีของดอกไม้แต่ละชนิดมันช่างสวยงามเหลือเกิน
ฉันเดินเข้าไปดูใกล้ๆเดินชมอย่างตื่นเต้น ใบหน้าของฉันเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
“ข้าเห็นเ้าชอบข้าก็ดีใจ”
“ฉันไม่เคยรู้เลยว่ามันมีสถานที่แบบนี้ด้วย มันสวยมากเลย”
เขายังคงยืนมองฉันชมดอกไม้
“ข้าเป็คนมาสร้างที่นี่ให้เ้าเอง”
“…”
ฉันใกับสิ่งที่เขาบอกฉัน จริงเหรอ~~เขารักฉันมากขนาดนี้ ฉันช่างเป็ผู้หญิงที่โชคดีเหลือเกิน
เขาเดินเข้ามายืนใกล้ๆแล้วเขาก็โน้มหน้าเข้ามาจูบหน้าผากฉัน จากนั้นเขาก็เข้ามาโอบกอดฉันฉันััได้ว่าอ้อมกอดของเขามันอบอุ่นยิ่งนัก
ฉันกอดตอบเขา เราทั้งสองยืนกอดกันท่ามกลางสวนดอกไม้และมีผีเสื้อบินรอบตัวเราสองคน
เช้าวันรุ่งขึ้น
~~ดิ่ง ดิ่ง ดิ๊ง ดิ๊ง ดิ่ง~~
นาฬิกาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ฉันตื่นมาด้วยความงัวเงียมือควานหาโทรศัพท์
เช้าแล้วเหรอเนี่ย…
ฉันลุกขึ้นมานั่งด้วยสภาพหัวยุ่งเหมือนสิงโต ฉันไม่อยากจะตื่นเลยกำลังฝันหวาน ทำไมต้องมีอะไรมาขัดตลอด ยังคิดไม่ทันจบก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
~ชอบก็จีบเลยเซ่ ชูวับ ชูวับ~~
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นเป็ชื่อยัยเนเน่ฉันรีบกดรับทันที
“…”
[ตื่นยัง]
ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรยัยเนเน่ก็พูดก่อนซะแล้ว ยัยเนเน่นี่หนักกว่าแม่ฉันอีก
“ตื่นแล้ว ไม่ไปเรียนสายหรอกหน่า”
[แค่โทรมาเช็คว่าตื่นยัง]
“ค่ะแม่”
[งั้นก็แค่นี้แหละ]
ยัยเนเน่พูดจบก็ตัดสายไป
ทุกวันนี้ฉันยังสับสนอยู่เลยว่ายัยเนเน่เป็เพื่อนหรือแม่ฉันกันแน่ พอฉันบ่นกับตัวเองเสร็จก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน ฉันเป็อะไรที่เกลียดการเรียนเช้าที่สุดและฟ้าคงลงโทษฉันให้ฉันมีเรียนเช้าตั้งสามวัน
ฉันเปิดประตูห้องฉันต้องใเพราะเจอรุ่นพี่เปิดประตูออกมาเหมือนกัน ว่าแต่เขามาอยู่ห้องนี้ได้ไงหรือว่าเขามาขอนอนกับเพื่อน…คงใช่แหละ
เขายิ้มให้ฉันด้วย ฉันตาฝาดไปใช่ไหม เขายิ้มให้ฉัน อร๊ายยยย~~ หลังจากนั้นเขาก็ปิดประตูแล้วก็เดินไปแบบไม่มองฉันอีก เขาคงยิ้มให้ฉันแบบเหมือนคนปกติทั่วไปแหละเขาไม่ได้สนใจอะไรฉันหรอกคิดแล้วฉันก็เศร้า
มหาวิทยาลัย…
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สนใจฉันก็ตามเพียงแค่ฉันได้เห็นหน้าเขาก็พอถึงแม้ในใจฉันจะ้ามากกว่านั้นก็ตาม
“เป็อะไรเดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวเหมือนคนจะร้องไห้”
“เหรอ…ฉันเป็แบบนั้นเหรอ”
ฉันออกอาการขนาดนั้นทำไมฉันเป็คนที่เก็บอาการไม่เก่งอย่างนี้ ไม่ได้การละเวลาฉันอยู่ใกล้รุ่นพี่ฉันต้องเก็บอาการให้มากกว่านี้ ไม่งั้นฉันโป๊ะแตกแน่แน่
“คิดถึงใคร หรือคิดถึงรุ่นพี่คนนั้น”
“รู้ทันอีกแหละ”
ยัยนี่มันเก่งจริงเธอจะเก่งทุกเื่แบบนี้ไม่ได้ เมื่อฉันเทียบการเรียนกับยัยเนเน่ฉันชิดซ้ายเลย แต่ฉันจงภูมิใจในตัวเองสิฉันมีไหวพริบดี พูดเก่ง
เธอมองมาที่ฉันด้วยสายตาอยากรู้เื่มากกว่านี้
“เล่าไหม”
“เดี๋ยวเล่าให้ฟัง เพราะตอนนี้อาจารย์มาแล้ว”
“…”
เราทั้งสองฟังอาจารย์บรรยายอย่างตั้งใจ
สามชั่วโมงผ่านไป
“แกวันนี้เหนื่อยมากเลย ขอตัวกลับไปนอนนะ”
“อือ…”
“บ๊าย…”
~~ลานจอดรถ~~
ฉันหากุญแจไม่เจอเลยเดินแบบไม่มองทาง จนทำให้ไปเดินชนใครบางคน
“ขอโทษค่ะ”
ฉันขอโทษแบบไม่ได้มองหน้าคนที่ชน
“ไม่เป็ไรครับ แต่คราวหลังหัดดูทางบ้างนะครับจะได้ไม่ไปชนใครเขาอีก”
ใคร…ทำไมพูดจาแบบนี้ใครจะอยากไปเดินชนคนไปทั่วละ ฉันก็แค่หากุญแกในกระเป๋าไม่เจอ เลยก้มดูให้ดีเลยทำให้ลืมมองทาง
“พูดแบบนี้…”
เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นเห็นหน้าคนตรงหน้าทำให้ฉันต้องชะงักคำพูดของตัวเองไว้ เขาก็คือรุ่นพี่นั่นเอง ทำไมกันฉันถึงจำเสียงเขาไม่ได้หรือเป็เพราะ่นั้นฉันไม่ได้ใส่ใจคนท่ีเดินชนเพราะฉันมัวแต่สนใจที่หากุญแกไม่เจอ
“เดินระวังๆหน่อยก็ดี ดีนะไม่ไปชนรถคนอื่นเขา”
“ขอโทษค่ะ ไม่ตั้งใจ”
ทำไมเขาปากจัดจังหรือว่าเขาเป็ห่วงเราหน่า
“ไปชนอะไรของเขาเสียหายจะว่ายังไง”
ฉันสตั้นกับคำพูดของเขา ฉันเพิ่งคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาห่วงฉันที่ไหนได้เขาห่วงว่าฉันจะไปชนรถของคนอื่นพัง ให้ตายเหอะนี่เหรอคนที่ฉันแอบชอบ พูดจาไม่เข้าหูเอาซะเลย
“ต่อไปจะเดินให้ระวังกว่านี้นะคะ”
“…”
เขาไม่พูดอะไรเขาเดินหนีฉันเสย ปล่อยให้ฉันงงเก้อคนเดียวเขาเป็อะไรของเขา
พี่มาร์คบ้า…ไม่สนใจกันแล้วยังพูดจาไม่ดีกับฉันด้วย ในสายตาพี่เคยมองเห็นฉันบ้างไหม
ฉันหากุญแกเจอแล้วก็ขับรถออกไป ทีแรกฉันว่าจะกลับคอนโดแต่เบื่อๆเลยขับรถตรงไปยังห้าง ไปเดินช้อปของเล่นคงหายเบื่อได้
ฉันบังเอิญมาเจอเขาอีกแล้ว รุ่นพี่เดินมากับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้วฉันกะว่าจะมาเดินห้างแก้เบื่อแต่ที่ไหนได้เซ็งกว่าเดิม สรุปเขาเป็อะไรกันกันแน่เขาเดินมาทางนี้ด้วยและแล้วเขาก็เดินผ่านฉันไป แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าเขามองมาที่ฉันนานมากหรือฉันคิดไปเองเขานั่นเหรอจะมองฉัน เขาคงจำฉันไม่ได้หรอก
ห้อง…
ทำไมฉันหยุดคิดเื่เขากับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สักที ทำไมฉันรู้สึกเจ็บที่หัวใจ ถ้าเขาเป็แฟนกันจริงๆฉันควรจะทำยังไงฉันควรรู้สึกยังไงกัน ฉันควรยินดีกับพี่เขาใช่ไหม
ฉันน่าจะเชื่อยัยโรซี่ั้แ่ตอนนั้นว่าควรสารภาพรักพี่เขาไปเลย มันคงเป็เพราะฉันกลัวกลัวว่าจะเจ็บ แต่ตอนนี้รู้แล้วการสารภาพรักเขาไปอาจจะได้คำตอบแบบไม่สมหวังแต่มันอาจจะทำให้เราตัดใจได้เร็วขึ้น ดูตอนนี้สิมันเจ็บมากเจ็บเรื้อรังเลยแหละ
ในฝัน… ฉันอยู่ในปราสาทแต่ฉันไม่พบใครเลยนอกจากตัวฉันเขาหายไปไหนกันหมด ทำไมมีแค่ฉันคนเดียวเ้าชายหายไปไหนหรือว่าเขาทิ้งฉันไปแล้ว จู่ๆเขาก็เดินเข้ามา
“ข้าต้องไปแล้ว”
“เ้าชายจะไปไหน”
ทำไมฉันรู้สึกไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาพูดออกมาเลย
“ไปจากที่นี่ เ้าจงดูแลตัวเองให้ดี ข้าไปล่ะ”
“เ้าชาย…อย่าทิ้งข้าไป”
เขาไม่แม้แต่จะหันมามองฉันเลย ฉันทำอะไรผิดทำไมเขาถึงทอ้งฉันไปฉันเห็นเขาเดินห่างออกจากฉันไปไกลเรื่อยๆทำไมเขาถึงทิ้งฉัน ทำไม…ไม่กี่วันนี้เขายังบอกรักฉันแล้วคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับฉันล่ะว่าเขาจะไม่ปล่อยมือฉันไปไหนแต่ทำไมมาวันนี้เขาถึงทิ้งฉันไปอย่างง่ายดายแบบนี้
ฉันยังคงรอเขาทุกวันเผื่อเขาจะกลับมาหาฉันแต่แล้วฉันก็ไม่เห็นเขากลับมาหาฉันอีกเลย
ฉันยังคงไปที่สวนดอกไม้แห่งนั้นทุกวันฉันหวังว่าเขาจะไปที่นั่นแต่แล้วก็ไม่มีวี่แววของเขาเลยฉันได้แต่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่ตรงนั้น
เหมือนมีคนเรียกฉันให้ตื่น
~~ตื่น ตื่น ตื่น~~
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาฉันรู้สึกว่ามีอะไรเย็นๆบนหน้าฉัน ฉันเอามือไปจับที่แก้มตัวเองฉันร้องไห้ ฉันฝันไม่ใช่เหรอทำไมฉันถึงมีน้ำตาไหลออกมาจริงๆฉันรีบเช็ดน้ำตาที่มันอาบแก้มทั้งสองข้างฉันออก
อยากรู้ใช่ไหมล่ะว่าเ้าชายคนนั้นเป็ใคร เขาก็คือพี่มาร์คนั่นเองขนาดในความฝันเขายังทิ้งฉันเลย ทำไมฉันรู้สึกเจ็บเหมือนมันไม่ใช่ฝันเหมือนมันคือเื่จริง
ทำไมฉันต้องมาฝันบ้าๆอะไรแบบนี้ด้วยรู้ไหมว่ามันเจ็บเจ็บในชีวิตจริงก็มากพอละทำไมต้องให้มาเจ็บในฝันด้วย แค่ในความฝันให้สมหวังบ้างก็ได้ ต้องให้ฉันผิดหวังตลอดเลยหรือไง บ้าจริง~~ขนาดในฝันยังไม่สมหวังแล้วชีวิตจริงอย่าไปหวังเลยคงไม่มีทางสมหวังหรอก