บทนำ : คำสั่งที่มิอาจต่อรอง !ความเป็นความตายที่มิอาจเลือกได้เอง !!
วันที่ 7 เดือน 7 ปีที่ 7 วันนี้เป็นวันครบรอบ 7 ปีการสถาปนาดาวมาเคลล่า เป็นหนึ่งใน 16 ดาวอาณานิคมใหม่ภายใต้อาณานิคมย่านกาแล็คซี่คามิล แห่งจักรวรรดิไดเนสเทีย แต่ผู้ที่เป็นหัวหอก เป็นผู้นำการบุกเบิก ตั้งรกรากดาวแห่งนี้อย่างข้ากลับเลือกที่จะอยู่ในที่พัก เพื่อดื่มด่ำกับความสงบ แทนที่จะไปร่วมงานฉลองสุดวุ่นวาย ซึ่งข้าก็หลีกเลี่ยงมันมาตลอดทั้ง 7 ปี
คำเชื้อเชิญถูกส่งมามาก ทั้งจากคนในจักรวรรดิ และคนของดาวมาเคลล่านี้ ที่ต้องการให้ข้า ผู้เป็นดั่งสะพานที่เชื่อมความสัมพันธ์ให้สองฝ่ายที่แตกต่างกันผสานเป็นหนึ่งเดียวกันได้ หลังเกิดสงครามยืดเยื้อกันมาเกือบ 20 ปี ซึ่งข้าบอกเลยว่า ดาวนี้เป็นดาวที่ข้าเหนื่อยแรงกาย แรงใจ ลงทุนทั้งทรัพย์สิน แร่ธาตุ เวลาและเสียสละเพื่อนพ้องไปมาก ทำให้ . . . ข้ารู้สึกเหนื่อย จนไม่อยากไปร่วมฉลองความสำเร็จที่เกิดขึ้นบนก้อนเลือด กองศพ เถ้ากระดูก และความเจ็บปวดของทั้งสองฝ่าย
“ เฮ้อ ความสงบนี้คงอยู่มา 7ปี . . . แต่ถ้ามีภัยนอกดาวมาบุกรุก หรือความร้าวฉานภายในที่สมานแบบลวกๆพังขึ้นมา ข้าคงต้องกระโจนตัวเข้าพายุอีกคราสินะ. . .”
“อยากตายภายในปีนี้จริง ๆ”
ข้าบ่นเบาๆ ก่อนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย พลางส่ายหัวไปมาด้วยความต้องการจะสลัดความเหนื่อยล้าที่เกาะกินกายและใจคนชราวัย 109 ปีให้หลุดไปบ้าง
ข้าค่อยๆลุกขึ้นจากการนอนบนเจลลี่สีฟ้าสดใส ที่ท่วมตัวมิดหัวข้าอยู่ พร้อมสั่งเอไอประจำห้องให้ทำการปิดเตียงเจล ก่อนค่อยๆหย่อนเท้าที่ดูภายนอกเป็นผิวสีขาวสะอาดไร้เส้นขน รอยย่นเหี่ยว หรือแผลใด ๆ ราวกับเท้าของเด็กทารกที่มีขนาดเท่าผู้ใหญ่วัยกลางคน มายืนสองขาที่พื้นพรมสีเขียวสะอาดตาจนดูเหมือนทุ่งหญ้า A.I. ( Artifact Intelligent) ทวนคำสั่งก่อนจะเรียกเก็บเตียงเจลที่ลอยอยู่เหนือพื้น 1 เมตรเข้าท่อสีเงินแวววาวที่ติดบนเพดานไป พร้อมกับฉีดพ่นละอองสีเงินโปรยลงมาโดนตัวข้า
ละอองเหล่านั้นได้เกาะตามตัวและแปรสภาพเป็นชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ดีไซน์เป็นชุดแบบทูนิคของนักปราชญ์กรีกโบราณที่ข้าชื่นชอบ พร้อมกับกระจกใสปรากฏตรงหน้าเพื่อให้ข้าตรวจดูร่างกายปัจจุบันว่าต้องการปรับแต่งตรงไหน หรือจะเปลี่ยนชุดไหม
ภาพสะท้อนในกระจกนั้นเป็นชายที่ผิวกายขาวบริสุทธิ์ ผุดผ่อง มีออร่าสีขาวเรืองรองออกมาจากตัว สูง 180 เซนติเมตร ผมสีดำยาวประบ่า ตาสีดำที่ดูเปล่งประกาย ขัดกับจิตใจภายในที่หม่นหมอง ข้ามองใบหน้าตัวเองที่ดูเหมือนชายวัยกลางคน อายุ 30-40 ปี
ข้าถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะโบกมือไล่กระจกให้ปิดไป แล้วเดินวนรอบห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะทานอาหารยาว พร้อมเก้าอี้สี่ตัว โซฟายาวตั้งหน้าจอใหญ่ และทั้งหมดเป็นสีเขียวหมดทั้งนั้น
ใช่. . . ห้องของข้าที่กว้าง 200 ตารางเมตรมีเฟอร์นิเจอร์แค่นี้ และไม่ได้กั้นห้องอะไรมากมายมีเพียงห้องใหญ่ กับห้องอาบน้ำที่มีเพียงโถส้วมกรีกโบราณเท่านั้น ส่วนการอาบน้ำใช้เจลอาบเหมือนที่ใช้เจลนอน สิ่งบันเทิงต่าง ๆ ก็มีเอไอเปิดหน้าจอ หรือเปิดเตียงเจลเชื่อมต่อจิตข้าเข้ากับโลกเสมือนจริง
ข้ามองรอบ ๆห้องด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่าย ก่อนจะเปิดประตูไม้สีเขียวเข้มเข้าห้องข้างๆ ที่เป็นเรือนกระจกกว้าง 200 ตารางเมตร ถึงจะบอกว่าเรือนกระจก แต่ก็ไม่ได้เป็นห้องที่ผนังเป็นกระจกหรอกนะ
แต่เป็นห้องที่ติดตั้งเครื่องควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นให้เหมาะสมได้ตามที่ข้าต้องการ และตอนนี้ข้าก็ตั้งค่าให้ห้องนี้เป็นห้องแห่งฤดูใบไม้ร่วง เพื่อจะปลูกมันหวานสีม่วง ที่ปลูกได้ดีในฤดูนี้
เถามันหวานสีเขียวม่วงงอกตามกระถางปลูกสีเงิน สี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งยาว 5 แถวเรียงตัวสวยงามจากการดูแลอย่างดีของข้า โดยไม่ได้ใช้เอไอควบคุมจักรกล หรือหุ่นยนต์ในการปลูกสักนิด เพราะข้าต้องการปลูกเป็นงานอดิเรก ไม่ใช่ต้องการทำขายหากำไร
ข้าไล่ลูบไล้ใบของมันไป เรียกหยิบกระบวยรดน้ำเล็ก ๆ สีเงินมารดน้ำให้มันไปอย่างใจลอย ก่อนจะวางกระบวยใส่ถาดเงินที่ลอยตามข้ามา แล้วหยิบเสียมอันเล็ก ๆ มาพรวนดินให้พวกมันด้วยมือทีละต้น ทีละต้นอย่างใส่ใจ และไม่สนว่าดินจะเปื้อนมือสีขาวของข้าหรือไม่
ระหว่างพรวนไปนั้น ข้าก็นึกย้อนไปถึงตอนที่มือคู่นี้ยังไม่ได้อยู่ในร่างกายข้า ในครั้งที่มือดั้งเดิมที่แปดเปื้อนเลือดผู้คนมากกว่า 10 ดาว มือที่ดำ กระด้าง เต็มไปด้วยบาดแผล ความหยาบ รอยเหี่ยวย่น มือที่สั่งการ และกดปลดปล่อยระเบิดทำลายล้างดาวต่าง ๆ มามากมาย
ข้าคิดไป มือก็สั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ไปจนเอไอต้องเตือนว่าระดับการเต้นของหัวใจผิดปกติ และระบบประสาทของข้ามีปัญหาการสั่งการระดับที่น่าเป็นห่วง จำเป็นต้องแจ้งหน่วยแพทย์มาดูอาการ และน่าจะต้องเปลี่ยนระบบประสาทใหม่ยกแผงตามแผนที่วางกับแพทย์ไว้ตั้งแต่ปลายเดือนก่อน
“ ไม่ มอร์ต้า ข้าอยู่มานานเกินไปแล้ว ” ข้าบอกพลางวางอุปกรณ์บนถาด ก่อนพยายามฝืนร่างกายกลับไปที่ห้องเดิม เพื่อนอนพักรักษาร่างกาย
“ ไม่ค่ะ นายท่านอายุยังไม่ถึงครึ่งของท่านผู้นำจักรวรรดิไดเนสเทียเลยนะคะ ” เอไอสาวตอบ พร้อมจัดการควบคุมระบบแรงโน้มถ่วงให้น้อยลง เพื่อให้สามารถเดินได้สะดวกขึ้น
“ หึ ๆ ข้าไม่คิดจะอยู่นานกว่านี้แล้ว แค่90 ปีที่ผ่านมา ข้าก็ทำลายล้างอารยธรรม ฆ่าล้างผู้คนไปมากวันนี้ข้าว่า . . . น่าจะถึงวาระสุดท้ายที่ข้าปรารถนาแล้วล่ะ ” ข้าพูดด้วยเสียงที่สั่นขึ้น ก่อนจะรู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัวใจ แม้ความเจ็บนั้นจะทำเอาข้าวูบล้มไปข้างหน้า แต่ข้ากลับยิ้มออกมา
ร่างข้าหาได้ล้มหน้าคว่ำกับพื้นไม่ เพราะเอไอส่วนตัวของข้าได้คุมแรงโน้มถ่วง พาร่างข้าลอยผ่านประตูที่เปิดอัตโนมัติพาไปนอนพักในเตียงเจล และข้าน่าจะถูกเตรียมพาเข้าผ่าตัดดัดแปลงร่างกายอีกรอบแน่ เพื่อปรับเปลี่ยนระบบประสาท แน่นอนว่าไม่ใช่ปรับร่างข้าเป็นหุ่นยนต์ แต่เป็นการเปลี่ยนด้วยชีวะจักรล
“ อย่างที่ข้าบอกตลอด หากหัวใจล้มเหลว จงพาร่างข้าไปฝังที่ต้นไม้แห่งสายสัมพันธ์ ” ข้าบอกก่อนจะหมดสติไป และไม่รับรู้อะไรอีก
ห้วงสติสุดท้าย ข้าภาวนาว่าท่านฮาเดส จ้าวแห่งยมโลกแห่งดินแดนกรีกโบราณจะส่งยมทูตมารับข้าไปล่องเรือของแครอน ข้ามผ่านแม่น้ำสติกซ์ ก้าวข้ามประตูที่มีเคลเบรอส และไปรับการพิพากษาโทษส่งข้าไปรับกรรมให้สาสมกับบาปที่ข้ามี ก่อนจะล้างความจำข้าผ่านแม่น้ำลีธี และกลับไปเกิดใหม่แบบไม่เหลือความจำอันแสนสุขและเลวร้ายในชาตินี้
และดูเหมือนคำขอของข้าจะเป็นจริง ! ข้ารู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่หน้าท้องพระโรงแห่งยมโลก ข้ายืนในร่างที่เหลือแค่ดวงวิญญาณสีฟ้าสดใสประกายเหลืองทองครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งสีดำทะมึนประกายแดงฉาน
และตรงหน้าข้าก็คือเทพฮาเดส กับเทพีเพอร์ซีโฟเน่นั่งบนบัลลังก์กระดูกที่ฝังเพชรพลอยมากมาย
“ สวัสดี มนุษย์ผู้มีบุญและบาปมหาศาลพอๆกันทั้งสองด้าน ”เทพฮาเดสทักด้วยเสียงทรงอำนาจข้าพยายามจะก้มตัวโค้งคำนับตามธรรมเนียม และเตรียมใจฟังโทษลงนรก แต่ไม่อาจทำได้เพราะข้าเป็นแค่ดวงวิญญาณ เพอร์ซีโฟเน่ที่นั่งข้างๆหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นดังกังวาลไพเราะ ดั่งเสียงนกร้องรับฤดูใบไม้ผลิ และข้าก็ตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจากปากพระนางมาก
“ ข้าถูกใจเจ้า ผู้เพาะปลูกพืชพรรณด้วยใจรัก ซึ่งหาได้ยากในหมู่ดาวของพวกเจ้า อีกทั้งยังปลูกต้นไม้แห่งสายสัมพันธ์ในดาวใหม่ของเจ้า และกลางใจของผู้คนมากมาย แม้เจ้าจะนำพาหายนะไปสู่ดาวนับสิบ แต่ดาวอีกนับล้านที่ได้รับการแบ่งปันภูมิปัญญา วิสัยทัศน์ แนวคิดการดำรงอยู่คู่ธรรมชาติคู่ผู้อาศัยอยู่ก่อนในดาวต่าง ๆ ไว้ ทำให้ไม่เกิดการสูญเสียที่น่าอดสูอีก แม้ท่านพี่ฮาเดสของข้าจะไม่พอใจเล็กน้อยที่มีผู้คนทั้งดี และไม่ดีตายตกน้อยลง วิญญาณบุญ บาปลงยมโลกน้อยลงก็ตาม ”
ข้าที่ยังสับสนอยู่ว่าข้าจะโดนโทษอะไร ก็ยิ่งสับสน ตกใจขึ้นไปอีกเมื่อถูกมอบหมายให้มาเป็นผู้ดูแลสวนพฤกษาของเทพีเพอร์ซีโฟเน่ในยมโลก ข้ารีบปฏิเสธไป พร้อมขอรับโทษ และขอไปเกิดใหม่แบบไม่หลงเหลืออะไร แต่เทพีแห่งฤดูใบไม้ผลิไม่ยอม เพราะเสียดายความสามารถ และหัวใจที่ข้ามีต่อพืช จึงยื่นภารกิจที่ข้าไม่อาจปฏิเสธได้
“ จงไปดูแลสวนพฤกษาของข้าที่ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ เป็นเวลา 12 เดือนตามห้วงเวลาในนั้นและเมื่อครบกำหนด หากเจ้าทำภารกิจผ่านตามที่ข้ามอบหมาย จะสามารถเลือกได้ว่าต้องการใช้ชีวิตในมิตินั้นต่อไป พร้อมการเลื่อนขั้นเป็นเทพ หรือเลือกที่จะตาย แล้วเกิดใหม่ในวัฏสงสารได้ แต่. . . หากทำไม่สำเร็จ เจ้าต้องมาเป็นผู้ดูแลสวนพฤกษาของข้าตลอดกาล ! ”