หลังจากที่เฟยหรงได้ทำการสร้างทุกอย่างในมิติธาตุเสร็จก็หลับไปแล้วตื่นขึ้นมาอีกทีในสองวันให้หลัง นางมองดูรอบๆอย่างพึงพอใจแล้วนำผลึกปรานในบ่อน้ำพุให้จิ้นฝานและมี่ถงไปบ่มเพาะทั้งสองคนอึกอักเล็กน้อยไม่กล้ารับผลึกปรานมาเพราะผลึกปรานนั้นหายากยิ่งกว่าสมุนไพรหรือโอสถระดับสูงเสียอีก หากตีค่าเป็เงินก้อนหนึ่งคงอยู่ราวๆ 1หมื่นเหรียญทอง แต่เฟยหรงเองก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักทั้งยังคะยั้นคะยอให้ทั้งสองรับไปอีกไม่นานทุกคนก็เลื่อนระดับ
โดยที่ตอนนี้เฟยหรงมีระดับราชันย์ขั้น3 มี่ถงมีระดับจอมทัพขั้น 5 ส่วนจิ้นฝานมีระดับราชันย์ขั้น4ส่วนสัตว์อสูรทั้ง3เมื่อเห็นการเลื่อนระดับราวกับใช้กลโกงแบบนี้พวกมันเองก็ยังอดรู้สึกอิจฉานิดๆไม่ได้แต่ก็รู้สึกดีใจเช่นเดียวกันเพราะหากเ้านายแข็งแกร่งขึ้นพวกมันเองก็พลอยภูมิใจไปด้วย
เมื่อเทียนหลงเห็นทุกคนพัฒนาพลังไปเยอะก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจและเลื่อมใสในตัวเฟยหรงอย่างมาก เมื่อครบ10วันในมิติก็เท่ากับ1วันในโลกมนุษย์ เฟยหรงจึงนำทุกคนออกมาทานข้าว เสี่ยวเอ้อที่คอยจัดหาห้องก็ใไม่น้อยที่ทั้งสี่คนนอนห้องเดียวกันแม้จะไม่ได้พูดอะไรแต่ก็เอาพวกนางไปนินทาเสียๆหายๆ ทุกครั้งที่เห็นแม้ทั้งสี่คนจะรู้แต่ก็ทำเป็ไม่ได้ยิน
เมื่อทั้งหมดกินข้าวเสร็จเฟยหรงก็พาไปยังทุ่งโล่งแห่งหนึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองมากนักที่นี่เป็บริเวณที่มีฟ้าผ่าและฝนตกชุกว่าทุกส่วนจึงไม่ค่อยมีคนกล้าเข้ามาย่างกราย
เปรี้ยงงง ครืนนน
สายฟ้าสายหนึ่งฟาดลงมายังพื้นธรณีด้านล่างเกิดรอยไหม้ที่ตรงพื้นหย่อมหนึ่งทุกคนที่กำลังถือร่มกันฝนก็หน้าซีดไม่น้อยส่วนเฟยหรงเองก็ถือร่มแล้วหมุนไปมาอย่างนึกสนุก
"เ้าพาพวกเรามาที่นี่ทำไมเฟยหรง"เทียนหลงถามขึ้นแล้วมองไปที่ท้องฟ้าพลันได้กลิ่นอายพลังของสัตว์อสูรบนก้อนเมฆเ่าั้เมื่อเห็นเทียนหลงจ้องมอง้าเมื่อัับางอย่างได้นางก็ยกยิ้มขึ้นมา
"เ้าคงรู้สึกได้สินะเทียนหลง..."เฟยหรงเอ่ยพลางมองไปบนท้องฟ้า ส่วนมี่ถงและจิ้นฝานเองก็มองหน้าเฟยหรงกันอย่างไม่เข้าใจ
"อะไรหรือเ้าคะ"มี่ถงถามแล้วมองไปที่ท้องฟ้าบางเฟยหรงไม่ได้ตอบเพียงนำพัดสลายเมฆาขึ้นมาโบกให้ทั้งสี่ลอยขึ้นไปเหนือเมฆไม่นานร่างของทั้งสี่ก็โผล่พ้นขึ้นมาเหนือเมฆฝน ปรากฏให้เห็นภาพเกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่มีวิหคมากมายอยู่บนนั้นด้วยลักษณะขนสีเหลืองและกระแสไฟฟ้าที่ไหลออกมารอบตัวก็ทำให้ทั้งสี่เดาได้ไม่ยากเลยว่ามันคือวิหคสายฟ้า
แคว้กกก เปรี๊ยงงง
วิหคสายฟ้าตัวหนึ่งเมื่อเห็นมนุษย์ทั้งสี่ก็ร้องขึ้นแล้วก็เกิดสายฟ้าฟาดรอบๆทำให้วิหคตัวอื่นมองไปยังทางที่พวกนางอยู่ ทันใดนั้นเหล่าวิหคก็บินเข้ามาจู่โจมผู้บุกรุกอย่างพวกนางทันที
"เทียนหลง เยียนฉือ จัดการเอาแค่พอสลบก็พอ"เฟยหรงออกคำสั่งให้เยียนฉือและเทียนหลงออกไปต่อสู้กับวิหคสายฟ้า นางไม่อยากให้มี่ถงและจิ้นฝานออกไปเพราะสายฟ้าของวิหคสายฟ้านั้นน่ากลัวอย่างยิ่งแถมทั้งสองคนไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศบนฟ้าได้จึงเป็เื่ยากหลังจบการต่อสู้คราวนี้ไปนางคงต้องขอให้เทียนหลงสอนให้ซะแล้ว
ตู้มมม
เสียงะเิกระทบกับธรณีด้านล่างทำให้ทั้งสามมองลงไปเฟยหรงใช้พัดหอบทั้งสามลงมายังด้านล่างเพราะเกรงว่าจะโดนลูกหลงของการต่อสู้แม้วิหคสายฟ้าจะแข็งแกร่งแต่ก็มีพลังเพียงระดับต่ำกว่าจักรพรรดิทั้งสิ้นจึงไม่คณามือสัตว์อสูรระดับเทวาและาทั้งสองตัวเลย
ผ่านไปกว่า2เค่อวิหคเ่าั้ก็ถูกเทียนหลงและเยียนฉือกำจัด เพียงแต่ทำให้สลบเท่านั้น
"เหตุใดคุณหนูจึงไม่ฆ่ามันเ้าคะ"มี่ถงถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ
"หืม? อ้อข้าจะเอามันไปเลี้ยงบนเกาะสายฟ้าน่ะปรานสายฟ้าของมันทำให้ผลึกสายฟ้ามีพลังปรานสูงขึ้น" เฟยหรงบอกจากนั้นเ้าตัวก็ทะยานไปจัดการนำเหล่าวิหคที่สลบไสลบนพื้นดินกว่าร้อยตัวมาเก็บไว้บนเกาะสายฟ้าในมิติธาตุและทะยานขึ้นไปนำเกาะลอยฟ้าแห่งนั่นเข้าไปยังมิติทันทีตอนนี้ท้องฟ้าไม่มีเมฆฝนปกคลุมอีกแล้วทิ้งไว้เพียงความชื้นและสายรุ้งให้ทุกคนได้เชยชมความงามของเมืองหังโจว
"ข้าไม่นึกเลยว่าเมืองหังโจวจะงดงามถึงเพียงนี้"มี่ถงเอ่ยเพราะเมฆฝนอึมครึมที่บดบังทั้งเมืองนั้นได้สลายหายไปแล้วปรากฏให้เห็นแสงระยิบระยับจากหยาดน้ำฝนบนหลังคาบ้านเรือนพวกชาวเมืองต่างก็ออกมาดูด้วยความอัศจรรย์
"ตามตำราเก่าแก่แล้วเมืองหังโจวแห่งนี้เมื่อ50ปีก่อนเคยเป็เมืองที่อุดมสมบูรณ์ทำอาชีพเกษตรกรรมเป็หลักฝนตกตามฤดูกาล แต่แล้วจู่ๆก็เกิดเมฆดำครึ้มขึ้นมาปกคลุมเมืองอย่างไม่ทราบสาเหตุทั้งยังมีฟ้าผ่าตลอดทั้งวันทั้งคืนทำให้ชาวเมืองไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้อย่างที่เคยแม้จะมีคนเคยลองหาสาเหตุที่แท้จริงแล้วก็ไม่เคยมีใครล่วงรู้เลยว่าต้นเหตุเกิดจากอะไรจนล่วงเลยมาจนถึงบัดนี้"เฟยหรงเอ่ยขึ้นในขณะที่มองไปยังเมืองหังโจว
"แสดงว่าสิ่งที่ทำให้เกิดเมฆฝนปกคลุมทั่วเมืองก็คือเ้าวิหคสายฟ้าพวกนั้นสินะเ้าคะ"มี่ถงเอ่ยถาม
"ใช่แล้ว"เฟยหรงพยักหน้า
แคว้กกก
"เ้าพวกมนุษย์หน้าโง่เ้าทำอะไรกับบ้านและเหล่าพี่น้องของข้า! " เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นบนท้องฟ้าทั้งสี่จึงเงยหน้ามองก็ปรากฏให้เห็นภาพวิหคสายฟ้าตัวใหญ่กระพือปีกอยู่้า มันดูตัวใหญ่กว่าทุกตัวที่เทียนหลงและเยียนฉือจัดการไปแถมพลังยังอยู่ในระดับเซียนอีกด้วยจึงเดาได้ไม่ยากเลยว่าเ้าตัวนี้คือตัวหัวหน้าแน่นอน
"โฮ่ เจอนกอีกตัวแล้ว"เยียนฉือเอ่ยแล้วทะยานขึ้นไปบนฟ้า
"เ้ามัน! "เมื่อวิหคเห็นเยียนฉือก็เบิกตากว้างแม้ระดับพลังจะไม่ต่างกันเท่าไหร่แต่วิหคสายฟ้าตัวนี้นั้นมันอยู่มานานกว่าหลายพันปีย่อมรู้จักสายพันธุ์พยัคฆ์ในทวีปนี้ดี...นั่นคือพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์มันเคยคิดว่าสายพันธุ์ที่เป็ถึง1ใน6ผู้ปกครองทวีปแห่งนี้สูญพันธุ์และหายสาบสูญไปจนหมดแล้ว
"หึเห็นข้าแล้วถึงกับพูดไม่ออกเชียวรึ"ด้วยความที่เยียนฉือเป็พวกเืร้อนจึงกระโจนเข้าหาวิหคสายฟ้ายทันทีโดยไม่เอ่ยพูดคุยเฟยหรงเห็นแล้วก็อดส่ายหน้าน้อยๆ ไม่ได้
แคว้กกก
เสียงวิหคสายฟ้าดังลั่นทั่วบริเวณทั้งชาวเมืองเองก็ได้รับความกดดันระดับเซียนและเทวาจากการต่อสู้จึงเข้าไปหลบอยู่ในบ้านด้วยความหวาดกลัวไม่กล้าออกมาดูการต่อสู้บนท้องฟ้าด้านนอกเยียนฉือใช้กรงเล็บเพลิงของมันตวัดใส่ตัววิหคสายฟ้าไม่ยั้ง
วิหคสายฟ้าทำได้เพียงหลบหลีกกรงเล็บนั้นเมื่อเยียนฉือเผลอเพียงแค่แวบเดียวมันก็เรียกสายฟ้าออกมาโจมตีใส่เยียนฉือทันทีเยียนฉือเบิกตากว้างพยายามหลบสายฟ้าแต่ก็หลบไม่พ้นร่างของมันร่วงลงสู่พื้นดินด้านล่างทันทีเพราะพิษาแจากสายฟ้าเฟยหรงเห็นดังนั้นจึงโบกพัดสลายเมฆาเข้าไปรับตัวเยียนฉือไว้และทะยานไปหาอย่างร้อนรน
"ข้าขอโทษ"เยียนฉือกระอักเืร่างของมันมีรอยไหม้บางแห่งแต่ก็ยังคงชีวิตไว้ได้ถึงแบบนั้นาแก็สาหัสเอาการ
"เ้าโง่เ้าไม่ต้องขอโทษหรอก" เฟยหรงลูบขนเยียนฉือเบาๆ
"เทียนหลงจัดการหน่อยข้าจะพาเยียนฉือไปรักษา" เฟยหรงเอ่ยขึ้นพลางป้อนยากรักษาให้เยียนฉือกินแล้วเรียกมันเข้าไปในมิติเพราะมันเป็สัตว์ธาตุไฟต้องใช้ความร้อนในการรักษาเฟยหรงจึงนำมันไปทีู่เาไฟในมิติแล้วโยนร่างของมันลงไปในลาวาเยียนฉือเมื่อได้ัักับความร้อนของลาวาแผลของมันก็ค่อยๆสมานกัน
'เยียนฉือเ้าพักรักษาตัวไปก่อนนะข้าจะออกไปด้านนอก' เฟยหรงส่งลมปรานบอกเยียนฉือ
'ขอรับ' มันส่งลมปรานตอบกลับมาจากนั้นเฟยหรงก็ทะยานมายังเกาะสายฟ้าและเกาะลอยฟ้าที่มีพวกวิหคหลับใหลอยู่ นางทำการวาดม่านอักขระป้องกันไม่ให้วิหคพวกนั้นออกมานอกอาณาเขตเกาะทั้งสองได้เสร็จแล้วจึงออกมาได้นอก
แคว้กกก เปรี้ยงงง
เฟยหรงมองภาพเบื้องหน้าสายฟ้าฟาดลงมายังตัวของเทียนหลงแต่เขาก็หลบได้เรื่อยๆจากนั้นก็ตวัดกระบี่ไปฟันปีกของมันจนเกิดรอยแผลขนาดใหญ่
"เ้ามนุษย์โง่! อ๊ากกก"วิหคสายฟ้าะโขึ้นแล้วร่างของมันก็ค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้น
ตู้มมม
เกิดเป็หลุมขนาดใหญ่รอบๆ ตัวของมันเทียนหลงทะยานเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่ามันไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีกแล้ว
"เหอะ มนุษย์บ้าบออะไรของเ้าข้าเป็สัตว์อสูรโว้ย" เทียนหลงสบถใส่มันอย่างหงุดหงิดแล้วลงไปเตะมันซ้ำเฟยหรงเองก็เดินเข้าไปดูมันเช่นกัน
"หนอยอย่าให้ข้าฟื้นกำลังได้นะ ไม่เช่นนั้นข้าจะจับเ้ากินเสีย!" วิหคสายฟ้าตัวนั้นเปล่งเสียงออกมาแล้วจ้องมองพวกนางตาขวาง
"เหอะ ยังจะมาทำปากดี"เฟยหรงหัวเราะเบาๆ แล้วจ้องมองมันเล็กน้อย
"จ้องอะไรของเ้าเ้ามนุษย์โง่" วิหคสายฟ้ามองเฟยหรงอย่างหงุดหงิด แค่มันหมดสภาพนอนอยู่ใต้ร่างมนุษย์พวกนี้ก็แทบอยากจะเอาหัวมุดลงดินไม่กล้าไปสู้หน้าเหล่าสัตว์อสูรตนอื่นได้แล้ว
"ข้ากำลังคิดว่าจะเอาเนื้อเ้ามาเป็อาหารหรือให้เ้ามาเป็อสูรของข้าดี" เฟยหรงยิ้มออกมา แล้วแผ่รังสีอำมหิต แม้นางจะอยากเอามันมาเป็สัตว์อสูรในพันธสัญญาแต่มันก็ทำร้ายเยียนฉือด้วยเช่นกัน
"เหอะ นกกระจอกๆแบบนี้ฆ่ามันไปเถอะเฟยหรง วิหคตัวอื่นเ้าก็จับมาตั้งเยอะค่อยเอาสักตัวมาบ่มเพาะก็ได้" เทียนหลงเอ่ยพลางชายตามองวิหคสายฟ้าเพียงเล็กน้อยจนมันขนลุก
"จริงสินะ"
ฉัวะ!
เฟยหรงเหยียดยิ้มเย็นออกมาแล้วนำกระบี่เล่มหนึ่งออกมาฟันคอมันโดยที่เ้าวิหคตัวนั้นไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่นิดเืของวิหคสายฟ้าไหลอาบบนพื้นดินเบื้องล่างเฟยหรงนำซากมันมาเก็บไว้ในมิติแล้วก็เดินไปหาจิ้นฝานและมี่ถงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่
"เยียนฉือเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ"มี่ถงถาม โดยไม่ได้สนใจเ้าวิหคสายฟ้าเมื่อครู่เลย
"อีกเดี๋ยวก็น่าจะดีขึ้น"เฟยหรงพูด
จากนั้นทุกคนก็กลับมายังโรงเตี๊ยมระหว่างทางเองก็มีชาวบ้านร้องห่มร้องไห้และเอาของมาเซ่นไหว้และส่วนมากก็เป็คนเฒ่าคนแก่ทั้งนั้น เฟยหรงเกิดสงสัยจึงเดินเข้าไปถาม
"ท่าผู้เฒ่าเหตุใดถึงเอาของมาเซ่นไหว้เช่นนี้"
"อ้อแม่นางน้อยเ้าคงไม่เคยรู้สินะ ว่าแต่เดิมเมืองนี้นั้นเป็เมืองที่ไม่ได้มีฝนตกทุกวันเมื่อครู่เกิดปรากฏการณ์ประหลาด จู่ๆเมฆฝนก็หายแต่ก็ไปเกิดเสียงน่าสะพรึงกลัวพวกข้าไม่กล้าออกมาเพราะระดับพลังระดับเซียนและเทวาแต่มีพวกทหารเมืองคอยช่วยกันปล่อยแรงกดดันมาต้านพวกข้าจึงสามารถออกมาดูเหตุการณ์ด้านนอกได้ มีจอมยุทธผู้หนึ่งกำลังต่อสู้กับวิหคสายฟ้าทุกคนจึงคิดว่าเป็เทพเซียนมาช่วยปัดเป่าเมฆาฝนและวิหคพวกนั้นให้หายไป"ท่านผู้เฒ่าผู้หนึ่งเอ่ยพลางจุดธูปขอบคุณฟ้าดินและเหล่าเทพเซียนตัวเขาและผู้าุโคนอื่นๆเองั้แ่ยังเป็เด็กรู้ว่าแต่เดิมนั้นเมืองนี้เป็เช่นไร
"ขอบคุณท่านผู้เฒ่าที่ช่วยไขความกระจ่างให้"เฟยหรงคำนับผู้เฒ่าคนนั้นแล้วเดินกลับไปที่โรงเตี๊ยม
"จะว่าไปข้าไม่เคยเห็นเ้าสู้นี่เลยนะ"เทียนหลงหันไปมองคนข้างๆ ระหว่างเดิน
"หืม? " เฟยหรงหันไปมองเทียนหลงนิดๆ แล้วโคลงศีรษะไปมา
"ไม่เอาหรอกสู้ไปก็เกรงว่าจะแพ้ซะเปล่าๆ ร่างกายเล็กๆ บอบบางนี่อ่อนแอจะตาย "ถึงจะได้ความรู้จากท่านเทพและสัตว์อสูรมาไว้ใน แต่นางก็ไม่เคยออกไปสู้เลยสักครั้งหากคราวนั้นเทียนหลงไม่ได้ถูกขังไว้ตัวนางเองก็คงไม่รอดที่ไปยั่วโมโหเขา
"เ้าเนี่ยนะอ่อนแอ"เทียนหลงหรี่ตามองเด็กสาวข้างๆ ก็ถอนหายใจ
"มีความรู้และพลังขนาดนี้ยังกลัวที่จะแพ้อีกงั้นหรือเป็เ้าเองมากกว่าที่ไม่อยากไปสู้เอง" เทียนหลงบ่นเวลาสู้ทุกครั้งเฟยหรงก็มักใช้ให้เขาหรือเยียนฉือออกไปสู้ทุกครั้งถึงมันจะสนุกดีที่ได้ออกแรงก็เถอะ
"เหอะแค่มีวิชาความรู้เื่อักขระติดตัวนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้จำเป็ต้องสู้เก่งนี่"เฟยหรงบ่นตาม มี่ถงกันจิ้นฝานเองก็มองเฟยหรงและส่ายหน้าเบาๆทั้งสองคนเคยถามระดับการใช้อักขระของเฟยหรงแต่เ้าตัวไม่ได้ตอบจึงหันไปถามเทียนหลงแทนซึ่งได้คำตอบกลับมากก็ทำให้ทั้งสองรู้สึกพูดไม่ออก
นิดๆหน่อยๆกับผีท่านสิ!
ในอาณาจักรัไร้พ่ายแห่งนี้มีผู้ใช้อักขระหลายคนก็จริงแต่ก็เป็ผู้ใช้อักขระเพียงระดับกลางเท่านั้นหรืออย่างมากก็แค่ระดับสูงไม่ก็ระดับจักรพรรดิแต่ไม่เคยมีตัวตนของผู้ใช้อักขระระดับสูงกว่านั้น ปรากฏขึ้นภายในยุคของพวกเขาเลย
"เ้าเนี่ยนะ"เทียนหลงส่ายศีรษะเบาๆ จากนั้นทั้งสี่ก็เดินเข้าไปสั่งอาหารแล้วนั่งรอในโรงเตี๊ยม
"เ้าได้ยินเื่นั้นในเมืองหลวงหรือไม่"สาวชาวบ้านคนหนึ่งพูดคุยกันข้างๆ โต๊ะของเฟยหรง แม้ไม่ได้อยากแอบฟังก็ได้ยิน
"เื่ที่ว่าองค์จักรพรรดิสละเปลี่ยนราชบัลลังก์นะหรือ"อีกคนก็พูดเสริม
"ใช่ ข้าได้ยินมาอีกว่ากษัตริย์องค์ใหม่มีจิตใจโเี้ทั้งยังไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นขนาดแม่ทัพเว่ยที่เก่งกาจผู้นั้นยังถูกใส่ร้ายโดยสั่งปลดออกจากตำแหน่งเพราะกษัตริย์องค์ใหม่เกรงกลัวในพลังอำนาจของท่านแม่ทัพ" นางเอ่ย เสียงคล้ายกระซิบแต่ผู้ที่มีวรยุทธอย่างพวกเฟยหรงก็ได้ยินอย่างชัดเจน มี่ถงและจิ้นฝานต่างก็พากันมีสีหน้าวิตกพวกนางเดินทางท่องเที่ยวกันมาร่วมสองเดือน พึ่งจะเคยได้ยินเื่นี้เป็ครั้งแรกทั้งสองต่างก็มองเฟยหรงที่มีสีหน้าวิตกไม่ต่างกัน
"แล้วอาณาจักรนี้จะอยู่อย่างไรเล่าท่านแม่ทัพเก่งกาจถึงเพียงนั้น ย่อมต้องไม่มีใครมาแทนได้ง่ายๆ "สตรีอีกคนเอ่ย สีหน้าเคร่งเครียด เพราะแม่ทัพ เว่ยชางลี่นั้นออกรบกับต่างแดนร่วมกับอาณาจักรทั้ง5ชนะศึกมามากมายประชาชนคนธรรมดาอย่างพวกนางต่างก็รู้สึกชื่นชมและสรรเสริญท่านแม่ทัพไม่น้อย
"ข้าก็ไม่รู้"สตรีผู้นั้นไหวไหล่
"คุณหนู"มี่ถงเอื้อมมือไปกุมมือเฟยหรงเบาๆ ตอนนี้นางกำลังปล่อยรังสีอำมหิตออกมาจนรู้สึกได้เดิมทีเฟยหรงมีกำหนดกลับจวนในอีกสองอาทิตย์ให้หลัง แต่เมื่อได้ยินแบบนี้ นางก็คงต้องทำอะไรสักอย่าง...แต่ก่อนหน้านั้นต้องตรวจสอบเื่นี้ให้แน่ชัดเสียก่อน
"สงสัยข้าคงต้องกลับจวนเร็วกว่ากำหนดซะแล้ว"เฟยหรงเอ่ยเสียงต่ำน่าขนลุก จนทั้งสามไม่กล้าเอ่ยขัดขึ้นมา