ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวแสบในยุค 80

    บทที่ 22 ซื้อหนังสือมัธยมปลายได้แล้ว

            ต่อมาโจวเฉียงก็คิดว่า ขอแค่เธอจัดการเ๱ื่๵๹ในบ้านให้ดี เขาก็จะตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อให้พวกเธอสามแม่ลูกมีชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนเ๱ื่๵๹อื่น ตราบใดที่อู๋เสี่ยวเหมยไม่หาเ๱ื่๵๹วุ่นวาย เขาก็ยอมรับชะตากรรมนี้ได้

     

            เมื่ออู๋เสี่ยวเหมยกลับเข้าห้องและซักไซ้โจวเจวียน แม้จะรู้ว่าเป็๲ความผิดของโจวเจวียน แต่ในใจก็ยังรู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกขายหน้ามาก เธอจึงไม่ได้กินมื้อเช้าและพาโจวเจวียนวิ่งกลับบ้านเดิมของเธอไป

     

            ส่วนฝั่งโจวเซี่ยกลับร่าเริงตลอดทาง เมื่อเดินมาได้ครึ่งทางและเห็นว่ารอบข้างไม่มีคน เธอจึงเดินเข้าไปในป่าละเมาะข้างทางแล้วเข้าสู่มิติส่วนตัว เพื่อตัดเนื้อหมูป่าออกมาสองสามชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นหนักกว่าครึ่งชั่ง

     

            เธอคิดว่า หากเข้าไปในเมืองแล้วอาจจะมีประโยชน์ หรืออาจใช้เนื้อเหล่านี้แลกกับลูกปลาหรืออะไรทำนองนั้น

     

            หลังจากเดินมาสองชั่วโมงกว่าก็ถึงตัวอำเภอ เธอหาร้านหนังสือซินหัวเพื่อจะซื้อหนังสือเรียนมัธยมปลาย แต่พนักงานบอกว่าไม่มีขาย เพราะทุก ๆ ปีโรงเรียนจะเป็๲ฝ่ายสั่งซื้อจากทางร้าน สั่งเท่าไรก็นำเข้ามาเท่านั้น จึงไม่มีส่วนเกินเหลืออยู่เลย

     

            หาก๻้๵๹๠า๱ซื้อ ก็ให้ลองไปถามที่โรงเรียน หรือไม่ก็ไปที่จุดรับซื้อของเก่าซึ่งมีหนังสือเก่าขาย เธอคิดดูแล้วจึงตัดสินใจว่าจะลองไปที่โรงเรียนก่อน บางทีอาจจะมีเหลืออยู่บ้าง

     

            เธอไปที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งประจำอำเภอ แต่ถูกภารโรงกั้นไว้ เขาเป็๲คุณปู่ผมขาวโพลนคนหนึ่ง เมื่อเธอแจ้งความประสงค์กับคุณปู่ภารโรง ก็ประจวบเหมาะกับที่มีครูชายวัยกลางคนกำลังดื่มน้ำร้อนอยู่ที่นั่นพอดี คุณปู่ผู้ใจดีจึงช่วยถามให้

     

            ครูคนนั้นพิจารณาเธออย่างละเอียด เด็กสาวรูปร่างผอมบาง แม้จะตัวค่อนข้างสูง แต่ดูจากใบหน้าแล้วยังโตไม่เต็มที่และอายุยังน้อย "เธอจะซื้อหนังสือมัธยมปลายไปทำไม ถ้าจะเอาไปแปะผนัง สู้ซื้อหนังสือพิมพ์เก่าดีกว่านะ"

     

            โจวเซี่ยจึงพูดความจริง เพราะเ๱ื่๵๹การเรียนไม่ใช่เ๱ื่๵๹น่าอาย "ฉันอยากสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้าค่ะ"

     

            ทั้งครูผู้ชายและคุณปู่ต่างชะงัก "แม่หนูคนนี้มีความทะเยอทะยานไม่เบาเลยนะ เธอเคยเรียนมัธยมปลายหรือเปล่า ถึงอยากจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย?"

     

            โจวเซี่ยยิ้ม "ฉันเรียนด้วยตัวเองค่ะ คุณครูคะ คุณครูมีแบบเรียนเหลือบ้างไหมคะ ฉันอยากซื้อสักชุดค่ะ"

     

            ครูมักจะเอ็นดูเด็กที่รักการเรียน เมื่อเห็นเด็กสาวผอมบางคนนี้มีความมั่นใจ จึงเต็มใจที่จะช่วยเหลือ "เอาแบบนี้แล้วกัน ฉันเป็๲ครูที่นี่ แซ่เถียน เดี๋ยวฉันกลับไปช่วยถามให้ เธอรออยู่ที่นี่ หรือจะมาใหม่พรุ่งนี้ก็ได้"

     

            โจวเซี่ยดีใจมาก นี่เธอเจอคนดีอีกแล้ว "ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณครูช่วยถามให้หน่อยนะคะ บ้านฉันอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลโจว ห่างจากที่นี่สามสิบลี้ เดินทางมาแต่ละครั้งไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่าย อีกอย่าง ที่บ้านก็ยังมีเ๱ื่๵๹ให้จัดการอีกเยอะ ฉันจะรอคุณครูอยู่ที่นี่ค่ะ"

     

            ครูเถียนถือแก้วน้ำไปยังฝ่ายวิชาการ โจวเซี่ยตั้งใจจะเดินออกไปรอข้างนอก แต่คุณปู่ภารโรงรีบเรียกเธอไว้ "แม่หนู รออยู่ที่นี่แหละ ถ้าเหนื่อยก็นั่งพักหน่อย"

     

            โจวเซี่ยเห็นว่าข้างนอกแดดจ้ามาก และเป็๲เวลาเที่ยงซึ่งเป็๲๰่๥๹ที่ร้อนที่สุดของวัน แดดแรงจนลืมตาไม่ขึ้น เธอจึงต้องนั่งรออยู่ในห้อง

     

            คุณปู่รินน้ำให้เธอแก้วหนึ่ง แต่โจวเซี่ยปฏิเสธ เธอหยิบกระติกน้ำของตัวเองออกมาดื่มสองสามอึก และพูดคุยกับคุณปู่ครู่หนึ่ง เดิมทีคุณปู่เคยเป็๲ครูของโรงเรียนนี้ พอเกษียณแล้วจึงกลับมาเป็๲ภารโรง

     

            โจวเซี่ยยิ้มแล้วพูดว่า "คุณปู่คะ วันนี้โชคดีจริง ๆ ที่ได้เจอคุณปู่ ฉันสงสัยว่าทำไมคุณปู่ถึงให้ความสำคัญกับการเรียนจัง ที่แท้คุณปู่ก็เป็๲ครูนี่เอง"

     

            คุณปู่ยังมีท่าทางเคร่งขรึม “แม่หนู การเรียนคือทางออกของชีวิต การที่เธอให้ความสำคัญกับการเรียนได้ขนาดนี้ นับว่าเป็๲เด็กดีจริง ๆ วันหลังถ้ามีโจทย์ข้อไหนที่ไม่เข้าใจ ก็มาถามปู่ได้นะ ปู่จะช่วยอธิบายให้”

     

            โจวเซี่ยรู้สึกอบอุ่นในใจ "ดีจังเลยค่ะ ขอบคุณคุณปู่ล่วงหน้านะคะ ไม่ทราบว่าคุณปู่แซ่อะไรเหรอคะ?"

     

            "ปู่แซ่หยวน"

     

            "ถ้าอย่างนั้น ต่อไปฉันจะเรียกคุณปู่ว่าครูหยวนนะคะ ถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจ ฉันต้องรบกวนคุณครูแน่นอนค่ะ"

     

            ปู่หยวนยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อมีคนมาขอคำปรึกษา เขาก็รู้สึกว่าตัวเองยังมีประโยชน์ แม้จะเกษียณแล้วแต่ในใจยังคงห่วงใยเด็ก ๆ การที่เขามาเป็๲ภารโรงที่โรงเรียน ก็เพื่อให้ได้เห็นเด็ก ๆ เหล่านี้ในทุกวัน

     

            ขอเพียงได้เห็นนักเรียนที่มีชีวิตชีวาเหล่านี้ เขาก็รู้สึกสบายใจ เพราะเขาคุ้นชินกับการสอนหนังสือและอบรมสั่งสอนคนมาตลอดหลายปี หากไม่ได้เห็นนักเรียนเหล่านี้ ในใจจะรู้สึกว่างเปล่า

     

            แม้ว่าวันนี้จะเป็๲การพบกับโจวเซี่ยครั้งแรก แต่พอได้ยินว่าเธอรักการเรียน ปู่หยวนก็ดีใจมาก ราวกับโจวเซี่ยเป็๲นักเรียนที่เขาเคยสอนเอง ทำให้เขารู้สึกปลื้มใจไม่น้อย

     

            ต่อมา ปู่หยวนยังเล่าเ๱ื่๵๹ที่บ้านให้ฟังว่า ภรรยาของเขาเสียชีวิตแล้ว ตัวเขามีลูกชายสามคน เขาอาศัยอยู่กับลูกชายคนเล็ก ซึ่งทำงานในโรงงาน ส่วนลูกสะใภ้เป็๲ครูประถม

     

            มีหลานชายหลานสาวรวมห้าคนที่กำลังเรียนหนังสือ เงินเดือนของผู้ใหญ่สามคนแทบจะพอแค่ให้ทุกคนในครอบครัวอิ่มท้อง ชีวิตความเป็๲อยู่ค่อนข้างลำบาก เขาจึงออกมาเป็๲ภารโรง เพื่อให้ได้เงินเพิ่มอีกสิบกว่าหยวนมาช่วยจุนเจือครอบครัว

     

            และที่สำคัญที่สุดคือ ยังได้เห็นเด็ก ๆ ในทุกวัน

     

            ยี่สิบนาทีต่อมา ครูเถียนก็ถือปึกหนังสือกลับมา โจวเซี่ยเห็นแล้วดีใจมาก มันคือชุดแบบเรียนมัธยมปลายครบชุดที่เธอ๻้๵๹๠า๱พอดี เธอถามครูเถียนว่า "ครูเถียนคะ หนังสือชุดนี้ราคาเท่าไรคะ?"

     

            ครูเถียนยิ้ม "เธอจ่ายตามราคาป้ายเลยแล้วกัน นี่เป็๲ของที่นักเรียนคนหนึ่งสั่งไว้ แต่เทอมนี้เด็กคนนั้นไม่ได้มาเรียน เลยเหลือแบบเรียนชุดนี้อยู่ชุดเดียว แต่ว่า เธอเรียนด้วยตัวเองจะอ่านเข้าใจไหม?"

     

            โจวเซี่ยจ้องมองครูเถียน ในสายตาของเขาไม่มีความดูถูก มีเพียงความห่วงใย เขาเป็๲กังวลเ๱ื่๵๹การเรียนของโจวเซี่ยจริง ๆ

     

            หญิงสาวตอบอย่างจริงจัง "ฉันจะลองเอากลับไปอ่านดูก่อนค่ะ ถ้าไม่เข้าใจฉันจะมาขอคำปรึกษาจากครูหยวนค่ะ"

     

            ครูเถียนเหลือบมองคุณปู่หยวน แล้วหันกลับมามองโจวเซี่ย "เธอไปหาครูหยวนน่ะถูกแล้ว เขาเป็๲ครูที่สอนมาหลายสิบปี แต่ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ เธอถามฉันก็ได้นะ"

     

            ปู่หยวนยิ้ม "โจวเซี่ย นี่คือหัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียนเรา เขาเป็๲คนดีมาก ต่อไปมีปัญหาอะไรก็มาถามได้เลย พวกเราจะแนะนำเธออย่างเต็มที่โดยไม่ปิดบัง"

     

            โจวเซี่ยรู้สึกอบอุ่นในใจ ในโลกนี้ยังมีคนดีอยู่อีกมาก เหล่าคุณครูต่างตั้งใจบ่มเพาะบุคลากรให้ประเทศชาติโดยไม่หวังผลตอบแทน

     

            "ตกลงค่ะ ครูเถียน หนังสือชุดนี้ราคาเท่าไรคะ?"

     

            เมื่อครูเถียนแจ้งราคา โจวเซี่ยหยิบเงินสามสิบหยวนออกจากกระเป๋าส่งให้อีกฝ่าย

     

            เขารับเงินมา "เงินนี้ฉันรับไว้นะ ฉันต้องส่งคืนโรงเรียน เพราะหนังสือพวกนี้โรงเรียนมีบันทึกไว้หมด"

     

            โจวเซี่ยยิ้ม "ฉันทราบค่ะ ขอบคุณพวกคุณมากนะคะ"

     

            โจวเซี่ยเอื้อมมือไปยังกระเป๋าสะพายหลัง หยิบเนื้อสองชิ้นออกมาจากมิติแล้ววางลงบนโต๊ะ "ครูเถียน ครูหยวนคะ นี่คือเนื้อหมูป่า คนที่บ้านล่ามาจากบนเขาแล้วแบ่งกันในครอบครัว สองชิ้นนี้แทนคำขอบคุณเล็ก ๆ น้อย ๆ รบกวนพวกคุณนำกลับไปลองชิมดูนะคะ!"

     

            ทั้งสองคนมองเนื้อหมูป่าที่หนักเกือบครึ่งชั่งนั้น ดูเหมือนจะได้กลิ่นหอมลอยมา แม้เงินเดือนครูจะไม่ต่ำ แต่เพราะต้องเลี้ยงดูครอบครัวใหญ่ เงินเดือนแต่ละเดือนจึงแทบจะพอใช้ ปกติก็ไม่ค่อยได้กินเนื้อสัตว์

     

            แต่เมื่อคิดว่าหากเด็กสาวคนนี้เอาไปขายในตลาดก็น่าจะได้เงิน จึงปฏิเสธว่า "แม่หนู รีบเอากลับไปเถอะ พวกเรารับไว้ไม่ได้หรอก"

     

            ทว่าโจวเซี่ยดันเนื้อกลับไปบนโต๊ะ แล้วเดินออกจากประตูโรงเรียนไป การให้เนื้อถือเป็๲การขอบคุณที่พวกเขาช่วยเหลือ และเป็๲การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ต่อไปหากมีโจทย์ยาก ๆ ที่ไม่เข้าใจ เธอจะได้มาขอคำปรึกษาได้สะดวก

     

            แม้ชาติก่อนโจวเซี่ยจะจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่เวลาผ่านไปหลายปีขนาดนี้ โจทย์ของมัธยมปลายสายวิทย์เธอจะยังทำได้หมดหรือไม่ ในใจเธอก็ไม่มั่นใจนัก

     

            การให้ของบางอย่างก็เพื่อสร้างความประทับใจที่ดีให้กับครูทั้งสองคนนี้ เผื่อว่าเจอโจทย์ยาก ๆ จะได้มาขอคำแนะนำได้ง่ายขึ้น เพราะในยุคนี้ยังไม่มีสถาบันกวดวิชา เธอจึงทำได้เพียงมาขอคำปรึกษาที่โรงเรียนเท่านั้น

     

            โจวเซี่ยเดินเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ เมื่อเห็นว่ารอบข้างไม่มีคน จึงเก็บชุดหนังสือมัธยมปลายเข้าสู่มิติ และเมื่อเห็นว่าเวลาเริ่มเย็นแล้ว จึงเดินหาร้านอาหารของรัฐ สั่งบะหมี่หมูเส้นมากินชามหนึ่ง