“พระองค์เ้าใหญ่เพคะ”
เ้าฟ้าธรรมธาดาตัวแข็งจนไม่อาจขยับตัวได้ดวงพระเนตรเบิกโพลง
“ตกพระทัยอะไรหรือ? องค์ใหญ่เหตุไฉนจึงทำหน้าตื่นใเหมือนเห็นผีอย่างนั้นเล่า?”
“เอ๊ ทูลกระหม่อมพ่อก็ถามฝ่าาอยู่ได้ก็ทูลกระหม่อมพ่อเป็ผีนี่เ้าคะ พระองค์เ้าใหญ่ก็ต้องทำหน้าเหมือนเห็นผีนี่เ้าคะดูซีคะ กระโหลกของทูลกระหม่อมพ่อเปิดออกอย่างนั้นมันสมองไหลเผละลงมาเปื้อนฉลองพระองค์เลอะเทอะหมดแล้ว”
“เหม่ ก็กูถูกท่อนจันทน์นี่มันก็ทุบเอาแบบไหนไม่รู้ ทุบโดนหัวกูแตกหมดไหนว่าไม่ให้เ้าฟ้าห้ามไม่ให้มีพระโลหิตไหลวะ กับกูทำซะกระโหลกเปิดหมด”
เ้าฟ้าธรรมธาดาเห็นชายวัยกลางคนใส่เสื้อลายดอกกระจังปักดิ้นเงินเสื้อผ้านั้นมีแต่เศษมันสมองและโลหิตเลอะเทอะเต็มไปหมด หัวส่วนนึงแหลกเละจนใบหน้าบิดเบี้ยวแต่พระองค์ก็ยังจำได้อยู่ ว่าผู้เป็เ้าของพระเศียรที่แหว่งวิ่นนั้นเป็ใคร
วันที่สำเร็จโทษพระองค์ตอนนั้นเ้าฟ้าธรรมธาดายังแค่สิบชันษาเท่านั้นพระองค์จำได้ถึงตอนที่เ้าพนักงานเอาท่อนจันทน์ทุบใส่ร่างที่อยู่ในกระสอบหนแรกนั้นทุบลงไปที่กลางตัว พระองค์ตอนนั้นที่เป็คนเป็ๆ ก็ดิ้นพราดๆอยู่ในกระสอบอยู่หลายที จนเสด็จพ่อรับสั่งให้เ้าพนักงานทำหน้าที่สำเร็จโทษทุบท่อนจันทน์ลงไปที่ศีรษะ
เสียงดังโพละเหมือนแตงโมแตกแล้วพระโลหิตก็ไหลนองอยู่ข้างใน โลหิตไหลออกมามากกระทั่งกระสอบที่ย้อมสีชาดยังเห็นชัดว่าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำโลหิต
ทว่ากระสอบแดงยังกระตุกหลังจากนั้นอีกหลายครั้ง
“เสด็จพ่อยังดีนะเพคะ ลูกน่ะไม่เห็นทำตามธรรมเนียมราชประเพณีเลย ทำอย่างกับลูกไม่ใช่หน่อเนื้อขัตติยวงศ์”หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปด “ไม่ทันได้พูดอะไร ถึงเวลาก็เอาดาบมาฟันคอเสีย ดูซีเพคะพระองค์เ้าใหญ่ กับหม่อมฉันน่ะ กลับทำเสียอย่างนี้”
นิ้วมือที่มีแต่เศษดินเศษทรายของสตรีผู้เป็พระองค์เ้าผู้นั้นก็ดันขึ้นที่ใต้คางของตัวเองเปิดแผลเหวอะหวะที่ลำคอราวกับจะอวดให้ดูเ้าฟ้าธรรมธาดาทอดพระเนตรเห็นเนื้อในสีช้ำเืช้ำหนองใต้แผลฉกรรจ์นั้นอย่างชัดเจน
“กลัวอะไร เ้าใหญ่?”ชายผู้เป็เ้าของพระเศียรแหว่งวิ่นนั้นก็ถามด้วยเนื้อเสียงเยาะเย้ย“เดี๋ยวมึงก็ตาย มึงก็ตายเหมือนกูนั่นแหละ”
“ทำไมพระองค์เ้าใหญ่ต้องหวาดกลัวด้วยเพคะในนรกมีพระญาติพระวงศ์รออยู่ในนั้นเต็มไปหมดเลยนะเพคะ” หญิงสาวที่พับคอไปด้านหลังจนเป็ฉากแผลเน่าแหวกออกกว้าง
“นี่ถ้ากูใจเด็ดกว่านี้อีกนิดนะ กูต้องไม่เป็แบบนี้หรอกโว้ยไอ้ใหญ่ คนที่จะต้องมาเป็แบบนี้คือพ่อของมึง เศวตฉัตรต้องเป็ของกูไม่ใช่ของพ่อมึง ทำไมกูไม่ฆ่าพ่อมึงเสียั้แ่ต้นลมวะ ทำไมๆๆๆๆๆ”
“ทูลกระหม่อมพ่อจะมาตีโพยตีพายยามนี้เพื่อประโยชน์อันใดเพคะก็เพราะมึงมันโลเลเหมือนผู้หญิง ทุกคนจึงฉิบหายไปด้วยเพราะมึง”หญิงสาวผู้เป็บุตรก็ลุกขึ้นมาชี้หน้าด่าพระบิดา
“อีห่ามึงด่าพ่อตัวเองมึงจะเป็เปรตปากเท่ารูเข็ม”
“เออ เพราะกูมีพ่อโง่เยี่ยงมึง กูจึงเป็เช่นนี้เพราะมึง มึงมันสมเป็กษัตริย์หรือคนเยี่ยงมึงเอาผ้าถุงคลุมหัวกระบาลมึงแทนเศวตฉัตรเถิด”
“อีลูกจัญไร”
แล้วทั้งคู่ก็ลงไม้ลงมือกันมือของลูกสาวก็ไปขย้ำเอาที่เศษสมองจากหัวคนเป็พ่อมือของคนเป็พ่อก็ไปบีบเอาที่ลำคอของลูกสาวตัวเอง สองร่างกอดปล้ำกันเสียงก่นด่าของคนทั้งคู่ที่ใช้วาจาอย่างไพร่ก็ดังอึงคะนึง
เ้าฟ้าใหญ่อยากวิ่งหนีก็วิ่งไม่ได้ผู้เป็วังหน้าแห่งทวารกาได้แต่มองดูอย่างเดียว พระทนต์กระทบกันถี่ระรัวด้วยพระองค์ไม่อาจควบคุมพระวรกายตัวเองได้เ้าฟ้าใหญ่อยากวิ่ง...อยากหนีไปให้พ้นจากที่ตรงนั้น เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีก็พยายามบังคับให้พาร่างกายตัวเองออกจากที่แห่งนั้น
“เฮ้ยยยย”ในที่สุดพระองค์ก็ได้ะโออกมาสุดเสียง
“พระองค์เ้าใหญ่ๆ เพคะ” เสียงผู้หญิงพูดข้างตัวท่อนพระพาหาของพระองค์รู้สึกได้ชัดถึงมือที่จับท่อนแขน
“เหวออออ มึงไปให้พ้น” มือไม้ของเ้าฟ้าธรรมธาดาปัดเปปะ
“ฝ่าา”น้ำเสียงของกรมขุนละเอียดเอ่ยออกมาทั้งด้วยความใ ทั้งด้วยความเศร้าใจดวงตากลมโตของหญิงสาวนั้นเต็มไปด้วยความเศร้า
เ้าฟ้าธรรมธาดาได้สติมองไปรอบตัวก็ไม่เห็นปีศาจสองพ่อลูกนั้นอีกแล้ว รอบตัวมีแต่ม่านพระแท่นบรรทมนางกำนัลที่คอยเฝ้ารับใช้ก็ลุกขึ้นมานั่งพับเพียบคอยให้เรียกหาอยู่ข้างพระแท่นบรรทม
“พวกมึงจะมานั่งเสนอหน้าอยู่ไยรีบไปเอาน้ำเอาท่ามาให้ฝ่าาเสียสิ” สตรีสูงศักดิ์ตะคอก
พระวรกายของฝ่าาผู้เป็วังหน้าก็ชุ่มโชกไปด้วยหยาดพระเสโทลมหายใจยังหอบถี่ พระพักตร์ซีดเผือด ไม่นาน น้ำชาก็ถูกยกมาถวายกรมขุนละเอียดหยิบน้ำชาป้อนไปที่พระโอษฐ์ของพระสวามีอย่างช้าๆ
“ทรงพระสุบินหรือเพคะ”
ลมหายใจของเ้าฟ้าใหญ่เริ่มกลับมาเป็ปรกติชายหนุ่มรู้สึกอับอายที่เสียกิริยาเพราะการฝัน แต่มันเป็ฝันที่เหมือนจริงมากหางพระเนตรของพระองค์บางทียังคล้ายกับจะเห็นภูติผีปีศาจสองตนนั้นอยู่ไม่ห่างตัวเลย
นางกำนัลทั้งสองถูกขับออกไปแล้วเ้าฟ้าใหญ่ก็เล่าถึงเหตุการณ์ในฝันให้ฟัง
หญิงสาวผู้มีสายเืขัตติยะอยู่ในพระวรกายเช่นกันก็พระพักตร์ซีดเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าเื่ราวที่พระสวามีทรงรู้เห็นในพระสุบิน เพราะปีศาจสองตนนั้นจะว่าไปก็เป็พระญาติใกล้ชิดของกรมขุนละเอียดด้วยเช่นกัน
“ฝ่าาฝันร้ายจะกลายเป็ดีอย่างแน่นอนเพคะ พระเศวตฉัตรอยู่เพียงเงื้อมพระหัตถ์ราชบัลลังก์รอฝ่าาอยู่ไม่ไกล”
“น้องพี่ เ้าอย่าฝืนพูดเลยข้ารู้ว่าเ้าก็รู้ว่าฝันนี้คือลางบอกเหตุ”
หญิงสาวเม้มปากแน่น เบือนหน้าหลบสายตา
“ข้านอนไม่สบายแน่หากกรมขุนอิศเรนทร์ยังมีลมหายใจอยู่”
“พระแก่องค์เดียว กำจัดยากอะไรหรือเพคะหากมันเป็เสี้ยนหนามทูลกระหม่อมพี่ ก็ส่งคนไปกุดหัวมันเสีย”
ชายหนุ่มส่ายหน้า“ที่พี่ไปหามันที่กุฏิคราวที่แล้ว ทูลกระหม่อมพ่อก็รู้เห็น หากส่งคนไปจัดการมันกลัวว่าความผิดจะมาถึงพี่”
“ล่อให้มันมาตายที่วังหลวงซีเพคะวังหลวงกว้างใหญ่พระเนตรพระกรรณขององค์หน่อพุทธางกูรคงไม่เดินตามมันทุกย่างก้าวกระมังเพคะหากมันตายที่วังหลวง คิดว่าทูลกระหม่อมพ่อจะสงสัยใครโคตรเหง้ามันก็ใช่ว่าจะไม่เคยทำให้ใครเจ็บแค้น หากมันตายเสียที่นี่ทูลกระหม่อมพ่อไม่มีทางสงสัยเ้าพี่ได้แน่นอนเพคะ”
“แล้วจะให้ใครไปเชิญมันมาที่นี่ต้องเอาคนที่ทูลกระหม่อมพ่อไม่สงสัย แล้วตัวมันก็ต้องไม่สงสัยด้วย็”
ความรักผัวเป็ต้นเหตุความหึงหวงและริษยาก็เป็ต้นเหตุอีกอย่าง กรมขุนละเอียดก็คิดอ่านแผนการออก “ให้หม่อมเอิบกับหม่อมสินเป็คนไปเชิญซีเพคะให้บอกไปเลย ว่าทูลกระหม่อมพ่อนั้นเรียกตัวเ้าอิฐเข้าวัง แล้วเ้าพี่ก็จัดแจงคนไว้สังหารมันเสีย คนมาเห็นอีกทีก็เป็ศพ คนตายพูดได้ที่ไหนหรือเพคะ”
หม่อมเอิบเป็พระธิดา เวลานี้อายุได้ 11ชันษา ส่วนหม่อมสินผู้เป็พระโอรสอ่อนกว่าหม่อมเอิบสามชันษา ทั้งคู่ต่างก็เป็สายเืของเ้าฟ้าธรรมธาดาที่เกิดจากหม่อมนกแก้ว
กรมขุนละเอียดแม้เป็ชายาเอก แต่ก็ไม่มีบุตรและธิดาให้กับพระสวามีต่างจากหม่อมนกแก้วที่มีลูกให้กับวังหน้าถึงสองคน แต่การใหญ่หนนี้จะมีสิ่งใดเหมาะสมกว่าเด็กไม่รู้ความทั้งสองเล่าแล้วถ้าเกิดสิ่งใดไม่ต้องพระประสงค์ขึ้นมา ภัยก็จะตกกับทั้งคู่เป็แม่นมั่น
“ไม่ได้” เ้าฟ้าใหญ่ตรัสเสียงเครียด
พระชายาได้แต่นิ่งเงียบ
“คนฆ่ามันต้องเป็พี่ พี่เท่านั้น”
“ไฉนเ้าพี่ต้องเอาทองไปลู่กระเบื้องงานเพียงนี้ให้ไพร่ข้าที่ไหนทำก็ได้ ลูกน้องรอบกายเ้าพี่มีฝีมือดีกี่คนให้มันทำซีเพคะ”
“หึ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ “พี่ไม่อยากให้การแพร่งพรายพระแก่เยี่ยงมันต่างอันใดกับลูกไก่ในกำมือพี่หรือ ฟันฉับเดียวก็เห็นจะคอขาดแล้วแต่หากให้คนอื่นทำ จะแน่ใจได้หรือว่าความไม่แพร่งพราย กำแพงยังมีหูประตูยังมีช่องสาอันใดกับคน มากคนก็มากความ หากความรู้ถึงฝ่าาแล้วไซร้ ข้าจะพ้นพระอาญาหรือ”
“เ้าพี่จะดีจะชั่วเ้าพี่ก็คือพระโอรสองค์โตของทูลกระหม่อมพ่อนะเพคะ อ้ายอิฐมันเป็ผู้ใดมันคือหลานของทูลกระหม่อมพ่อนะเพคะ แต่เ้าพี่คือพระโอรสเืน่ะหรือเ้าคะจะข้นกว่าน้ำ”
“เ้ายังคิดว่าพ่อของพวกเราฆ่าลูกในไส้ไม่ได้อีกหรือ?”พระเนตรจ้องเขม็ง
ประวัติศาสตร์ของทวารกานั้นชัดแจ้งผลัดแผ่นดินหนหนึ่ง ลุงฆ่าหลาน หลานฆ่าอา น้องฆ่าพี่ ลูกฆ่าพ่อ แม่ฆ่าลูกเป็เช่นนี้ดั่งเป็ศีลแห่งเืขัตติยะแห่งทวารกา อย่าว่าแต่รอผลัดแผ่นดินเลยวงศ์วานแห่งทวารกาก็พร้อมที่จะห้ำหั่นสังหารกันเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
“พวกเรามันก็เป็เช่นนี้เกิดในสายเืขัตติยะ หากไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเรา ตัวข้าตายคนเดียวข้าไม่อาลัยแก่ชีวิตแต่หากข้าอยู่เฉยแล้วล่ะก็ ทั้งเ้า และทุกคนที่อยู่รอบตัวข้าก็ยากที่จะพ้นภัย”
เ้าฟ้าละเอียดไม่เคยเห็นคนอื่นเป็ครอบครัวเมียคนอื่นของสมเด็จพระที่นั่งศรีจาตุมหาราชิกนั้นมันล้วนเป็เืแร้งเืกาหาใช่เืหงส์สูงส่งเช่นเ้าฟ้าละเอียดกับเ้าฟ้าใหญ่ไม่ในความคิดของกรมขุนละเอียด ชายาของสมเด็จพระที่นั่งศรีจาตุมหาราชิกผู้เป็พระสวามีนั้นมีเพียงตัวเองคนเดียวส่วนผู้อื่นล้วนเป็ไพร่ข้ากันหมด
เสียดายนัก เหตุไฉนข้ามิอาจประสูติพระโอรสผู้ทรงขัตติยะให้กับเ้าพี่ได้เสียดายเหลือเกิน
“ถ้าเช่นนั้นก็ตามเ้าพี่ว่าเถิดเพคะแต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เ้าพี่จงรักษาตัวเ้าพี่ไว้ให้ดี ชีวิตของน้องทั้งชีวิตก็เพียงเ้าพี่ผู้เดียว”
“ข้าไม่ได้ทำเพื่อข้าผู้เดียวข้าทำเพื่อเ้าด้วย ข้าทำเพื่อทุกคนที่เป็ลูกและเมียข้าข้าไม่ยอมให้ใครมาขวางทางข้าไปสู่ร่มพระเศวตฉัตรคนที่จะเป็องค์หน่อพุทธางกูรถัดจากทูลกระหม่อมพ่อจะเป็ใครอีกไม่ได้ต้องเป็ข้าเท่านั้น แล้วร่มเศวตฉัตรแห่งทวารกาจะปกป้องพวกเราทุกคนให้ร่มเย็นเป็สุขตลอดไป”
แล้วสองผัวเมียก็กอดรัดกันสองพระโอษฐ์แนบนาบกัน ร่วมสวาทสมัครสโมสรกันจนรุ่งเช้า