ตอนที่18 เดทในเมือง?
...เหมือนจะลืมอะไรไปสักอย่าง...คือสิ่งที่อ้ายซินคิดขณะที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพยายามนึกเท่าไหร่เธอก็ไม่สามารถนึกมันออกมาได้
“อ่านแต่หนังสือไม่เบื่อรึไง”หวนฉีเอ่ยทัก เธอลืมไปว่าเขานั่งอยู่ข้างๆแต่เพราะชายหนุ่มนิ่งเงียบราวกับไร้ตัวตนเธอจึงเมินที่จะสนใจเขา
“แล้วมีอย่างอื่นให้ข้าทำหรือคะ”เธอตอบโดยยังไม่ละสายตาจากหนังสือในมือ
ว่างนักรึไงเนี่ยที่มานั่งจ้องคนอื่นแบบนี้ไม่มีอะไรทำรึไงนะหมอนี่
“ถ้าเ้าเบื่อไม่ไปเดินเล่นในเมืองล่ะ”คำแนะนำของหวนฉีเรียกความสนใจของอ้ายซิน เธอหันมามองเขาด้วยแววตาแสดงความสนใจชัดเจน
“ได้หรือคะ”เอียงคอมองอย่างมีความหวัง
“ข้าไม่ได้ห้ามซะหน่อย”
“ถือว่าท่านอนุญาตแล้วนะ”เธอฉีกยิ้มกว้าง “งั้นข้าไปชวนหม่าเฉาดีกว่า ว่าแต่เขากลับไปบ้านรึยังเนี่ย”ประโยคต่อมาของอ้ายซินทำให้มุมปากของชายหนุ่มกระตุก
“ทำไมต้องเป็หม่าเฉา”
“ก็เขาเป็เพื่อนที่ข้าสนิทที่สุดนี่คะ”เธอตอบหน้าซื่อ เป็ความจริงที่ว่าเด็กสาวสนิทกับชายหนุ่มที่สุดในทัพเธอไว้ใจและสามารถขอคำปรึกษา(แต่ไม่ได้คำตอบน่าพอใจ)จากเขาได้“หรือท่านจะพาข้าไปละคะ”
คำพูดของอ้ายซินที่เ้าตัวจะยกมือปิดปากก็ไม่ทันอีกเสียแล้วหวนฉีนิ่งเงียบไปเพียงชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เด็กสาวยิ้มค้าง
“ข้าจะพาเ้าไปเอง”
“มัวทำอะไรอยู่ขึ้นไปสิ” หวนฉีพยักเพยิดหน้าไปทางม้าหนุ่มตัวใหญ่ประจำตัวเขา มันมีขนาดพอๆกับเนี่ยฟงของเธอแต่ดูเป็มิตรกว่า เธอมองเขาอย่างขอคำตอบซึ่งอีกฝ่ายดูจะเข้าใจได้ดี“ใช้ม้าตัวเดียวก็พอ”
“เอ่อแต่ข้าว่าสองคนมันจะหนักเกินไปนะคะ” เธอเสนออย่างมีความหวังทว่ากลับต้องหน้าหมองลงกับคำกล่าวต่อมาของเขา
“ขึ้นไป”
“เชิญท่านขึ้นก่อนเลยค่ะ”เธอผายมือไปที่เ้าม้า ขืนเธอขึ้นก่อนก็กลายเป็ว่าเขาจะต้องโอบรอบตัวเธอน่ะสิถ้าเป็แบบนั้นจะน่าสยดสยองขนาดไหนกันนะ
“เ้าอยากจะกอดข้าจากด้านหลังมากกว่าสินะ”ไม่ว่าเปล่า หวนฉีทำท่าจะขึ้นขี่ม้าแต่อีกฝ่ายส่งเสียงห้าม
“ข้าจะขึ้นก่อนค่ะ!”เมื่อคิดว่าจะต้องนั่งกอดเขาไปตลอดทางก็ยิ่งรู้สึกขนพองสยองเกล้ามากกว่าเดิมเธอจำใจขึ้นขี่ม้าแล้วยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น
“หึ”หวนฉียิ้มอย่างพอใจเขาขึ้นคร่อมม้าต่อจากเธอและดึงสายบังเหียนที่เด็กสาวจับอยู่เช่นกัน
ตอนนี้ทั้ง2 ร่างแนบชิดกันจนแทบจะััได้ถึงเสียงเต้นของหัวใจลมหายใจอุ่นของชายหนุ่มรินรดต้นคอระหงส์ทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือกอ้ายซินรู้สึกกระดากอายกับสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาของเหล่าลูกน้องพวกเขาต่างกระซิบกระซาบนินทาระยะเผาขนถึงความสนิทสนมใกล้ชิดของคนทั้งคู่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมากจนถึงขั้นอาจจะต้องไปถามกุนซือวัยกลางคนผู้รู้แจ้งทุกสิ่งในทัพ
“ข้าว่าเรารีบไปกันเถอะค่ะ”เธอบอกเสียงอู้อี้ อยากจะรีบหายไปจากสายตาของผู้คนเสียทีเมื่อเห็นว่าอ้ายซินทรงตัวได้ปกติหวนฉีก็สะบัดบังเหียนอย่างแรงม้าหนุ่มห้อตะบึงออกไปด้วยความรวดเร็วราวกับดีใจที่ได้ออกไปโลดแล่นข้างนอก
“ถ้าเร็วไปบอกข้านะ”ชายหนุ่มะโแข่งกับเสียงลมที่หวีดหวิว
“ไม่เลยค่ะข้าชอบแบบนี้!” เด็กสาวโพล่งร้องอย่างตื่นเต้นเธอชอบที่จะได้ขี่ม้าออกตะลุยไปเรื่อยๆทำให้นึกถึงเนี่ยฟงที่ป่านนี้คงจะอาละวาดใส่ผู้ดูแลเพราะหงุดหงิดที่ต้องแยกจากกับเธออีกครั้งหลังกลับจากไปท่องเที่ยวในเมืองเธอคงจะต้องขอร้องเขาให้พาเนี่ยฟงมาอยู่ด้วยซะแล้วสิเขาต้องไม่มีเหตุผลในการคัดค้านและยอมตามใจเธอแน่นอน!
เมื่อมาถึงตัวเมืองหวนฉีนำม้าไปยังสถานที่รับฝากสำหรับนักเดินทางคนดูแลม้าผงะหลังจากได้เห็นหน้าแม่ทัพหนุ่มอ้ายซินสังเกตได้ว่าแววตาของบรรดาคนมองนั้นเต็มไปด้วยความพรั่นพรึง (แน่ล่ะในเมื่อเข้ามีชื่อเสียงที่ค่อนข้างเป็ที่โจษจันนี่นา)ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจสุดกลับเป็เด็กสาวที่ดูไม่มีพิษมีภัยซึ่งมากับเขา
“ข้าลงเองได้ค่ะ”อ้ายบอกเพราะชายหนุ่มยื่นมือมาทางตนเอง เธอเหวี่ยงตัวลงมายืนบนพื้นอย่างผู้ชำนาญ เด็กเลี้ยงม้าที่ใกล้ที่สุดมีสีหน้าเหมือนจะร้องไห้และมองเธอด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความเวทนา
...เอาล่ะสิคงคิดว่าเราถูกจับมารึเปล่านี่...
“ท่านแม่ทัพนางคือ...” หัวหน้าคนดูแลเอ่ยเสียงเบา เมื่อหวนฉีเปรยมองเขาก็รีบก้มหน้าลงต่ำ
“ภรรยาข้า”คำตอบสั้นๆ แต่บรรดาคนฟังหน้าตาตื่นเพียงชั่วพริบตาอ้ายซินก็กลายเป็จุดสนใจขึ้นมาทันทีเด็กเลี้ยงม้าคนเดิมหน้าหมองลง นี่เขากำลังจินตนาการอะไรอยู่กันแน่ทว่าหวนฉีนั้นดูจะสนุกสนานไม่น้อย เขาแกล้งเหยียดแขนไปโอบเอวร่างบางแน่นเพื่อไม่ให้เธอขืนตัวหนีได้“ไปกันเถอะ” เขากระซิบข้างหูเด็กสาวขนลุกซู่ยิ้มแห้งพยายามแกะมือเขาแต่ก็ยากเสียเหลือเกินเธอจำใจออกเดินไปพร้อมกับชายหนุ่มโดยมีสายตาหลายคู่มองตามหลังจนลับสายตา
“ท่านจะปล่อยข้าได้หรือยังคะ”อ้ายซินถามเสียงเปลี้ย เพียงแค่เธอกับเขาเดินผ่านทุกคนก็หันมาจับจ้องอย่างสนใจเด็กสาวไม่อยู่ในอาการที่จะทะเลาะใดๆเธอไม่อยากหมดสนุกกับการได้ออกมาเดินเล่นในเมืองมือใหญ่ปล่อยให้เธอเป็อิสระอย่างว่าง่าย
“ข้าจะไปดื่มรอก็แล้วกัน”ยังไม่ทันที่หวนฉีจะได้ผละออกห่าง มือเล็กก็จับที่แขนเสื้อไว้
“ท่านไม่คิดว่าข้าจะหลงทางเหรอคะถึงเมืองนี้จะไม่ได้กว้างอะไรแต่ข้าพึ่งเคยมาครั้งแรกนะคะ”
“เ้าไม่ชอบให้คนมองไม่ใช่รึไง”ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะเล่นอะไร
“มันไม่ทันแล้วล่ะค่ะ”เ้าตัวดีบ่นอุบ “ท่านต้องรับผิดชอบพาข้าเดินเที่ยวและซื้อทุกอย่างที่ข้า้าอยากได้”เป็ครั้งแรกที่หวนฉีคิดว่าเด็กสาวทำตัวเหมือนผู้หญิงปกติมันช่างน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน
“แล้วข้าจะได้อะไรตอบแทน”
“โหกฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม! ไว้ข้าจะหาของอร่อยๆหรือผู้หญิงดีๆ สักคนให้ท่านก็แล้วกันนะคะ” อ้ายซินพูดกึ่งจริงกึ่งเล่น
“เ้าคิดว่าตัวเองเป็ผู้หญิงที่ดีหรือเปล่า”
“มันแน่นอน!” อ้ายตอบอย่างมั่นใจ “อยู่แล้ว...” เสียงเธอเบาบางลงจนขาดหาย แววตายียวนเมื่อครู่เบิกกว้างแก้มสีน้ำผึ้งถูกแต้มด้วยสีชมพูจางๆ หวนฉีชอบใจกับปฏิกิริยาของเธอยามนี้มากทีเดียวเด็กสาวเดินจ้ำอ้าวหนีด้วยความเขินอาย เธอไม่ได้อยากจะคิดเข้าข้างตนเองแต่เพราะเขาชอบแกล้งเธอเป็ทุนอยู่แล้วคำพูดของเขาจึงค่อนข้างเบาบางไร้น้ำหนัก(แล้วจะเขินทำไมฟะข้านี่!)
ชายหนุ่มปล่อยให้เด็กสาวเป็ผู้นำไปยังร้านต่างๆอ้ายซินตื่นตาตื่นใจกับร้านของกิน ั้แ่มาอยู่ที่ผืนดินของหวนฉีเธอแทบไม่ได้ออกไปไหนเลยเด็กสาวซื้อพุทราเชื่อมมาหนึ่งไม้และยื่นให้กับอีกฝ่ายกินก่อนพ่อค้าตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้าที่เห็นเธอป้อนหวนฉีเ้าหล่อนเริ่มจะชินกับสายตาที่มองเธอราวกับของหายากและสนุกอยู่ลึกๆเมื่อได้มองท่าทีของเหล่าผู้คนซึ่งสัญจรไปมา ถ้านี่ไม่ใช่แม่ทัพหวนฉีพวกเธอก็คงจะเป็แค่คู่รักปกติธรรมดาที่ออกมาเดินเที่ยวด้วยกัน
“ที่นี่มีร้านทำเครื่องประดับมั้ยคะ”อ้ายซินนึกบางอย่างขึ้นได้ เธอสอดส่ายสายตามองหาเป้าหมาย คนถูกถามมุ่นหัวคิ้ว
“เ้าอยากได้เครื่องประดับหรือ”เขาเหมือนไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
“ข้ามีของที่อยากสั่งทำค่ะ”เธอทำหน้าจริงจัง
ถึงจะสงสัยแต่หวนฉีก็ไม่คิดจะถามซักไซร้ให้เธอลำบากใจจะตอบเขาพาเด็กสาวไปยังร้านทำเครื่องประดับเพียงแห่งเดียวของเมืองหลังจากที่เ้าของร้านเห็นลูกค้าทั้งสองเข้ามาเขาก็แทบลมจับกับใบหน้าอันแสนคุ้นเคยแต่ไม่น่าจดจำ
“ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้อย่างนั้นหรือ”ชายวัยกลางคนโค้งจนตัวแทบจะงอเป็มุมฉาก
“ภรรยาของข้า้าสั่งทำเครื่องประดับ”คำประกาศก้าวที่เธออยากจะยื่นมือไปป้องปากเขาแต่ก็ไม่อาจทำได้ เด็กสาวยิ้มแหยๆ
“ท่านทำนี่ได้มั้ยคะ”เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อและยื่นให้กับอีกฝ่ายร่างบางพยายามบังไม่ให้คนข้างหลังเห็นว่าเป็อะไร
“โอ้ว ได้สิ ของง่ายๆแค่นี้เอง วัตถุดิบตามที่ฮูหยินเขียนไว้เลยใช่หรือไม่”สรรพนามการเรียกทำอ้ายยิ้มค้าง แต่ก็พยักหน้ารับน้อยๆ
“ใช้เวลาทำนานมั้ยคะ”
“ข้าขอเวลาเจ็ดวัน่นี้งานที่ร้านค่อนข้างยุ่งเหลือเกิน”
“งั้นอีกเจ็ดวันข้าจะมารับนะคะเื่ราคา...”
เ้าของร้านวัยกลางคนเดินไปหยิบพู่กันกับกระดาษมาเขียนรายละเอียดและยื่นส่งให้พร้อมกับระบุวันนัดรับ
“เท่าไหร่”หวนฉีที่นิ่งมานานพูดแทรกทำลายวงสนทนา เธอเกือบลืมไปเสียสนิทว่าเขาอยู่ด้วย
“ชิ้นนี้ข้าจ่ายเองค่ะ”เธอหันมาตอบเสียงหนักแน่น “ตอนนี้ธุระของข้าก็เสร็จแล้วข้าว่าจะซื้อของกินอีกสักสองถึงสามอย่างและจะกลับเลยค่ะ” จบคำพูดเธอก็เดินนำออกไปจากร้านหวนฉีหันมามองเถ้าแก่วัยกลางคนซึ่งสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกจับจ้อง
“ถ้าท่านแม่ทัพ้าข้าจะบอกให้ว่าฮูหยิน้าอะไร!”
เกือบ 5นาทีที่เด็กสาวยืนรอชายหนุ่มอยู่หน้าร้านเธอค่อนข้างกระวนกระวายเมื่อคิดว่าเขาอาจจะคาดคั้นเถ้าแก่ว่าเธอสั่งให้สร้างอะไรแต่แล้วมันใช่เื่ที่ต้องกังวลด้วยเหรอ? ต่อให้เขารู้ก็ไม่มีผลเสียใดๆแล้วทำไมเธอต้องร้อนรนกันด้วยล่ะ?
“ท่านช้านะคะ”อ้ายซินทำหน้ามุ่ย ราวกับรู้ว่าคนอ่อนวัยกว่า้าอะไรเขาจึงบอกออกมาโดยไม่รอให้เธอถาม
“ข้าไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าเ้า้าสร้างอะไร”
“ก็ขอให้เป็แบบนั้นก็แล้วกันค่ะ”เธอลากเสียงยาวอย่างกวนๆ “ข้ามีของกินที่อยากซื้ออีกนิดหน่อยเรารีบซื้อแล้วกลับกันดีกว่านะคะ” ยังไม่ทันที่เ้าหล่อนจะก้าวเดินร่างหนึ่งก็พุ่งเฉียดเธอไปยังชายหนุ่มเื้ั
“ท่านแม่ทัพ!” เสียงหวานของคนแปลกหน้าเรียกความสนใจของอ้ายซินให้หันควับกลับไปมองทันที
หญิงสาวหน้าตาสละสวยในชุดสีโอรสยืนประชิดข้างลำตัวของชายหนุ่มสองมือเ้าหล่อนเกาะแขนเขาแน่น
“ท่านรู้มั้ยคะว่าข้าเหงาแค่ไหนที่ไม่ได้เห็นท่านมาเดินเล่นในเมืองนี้เลยั้แ่ที่มีข่าวว่าท่านแต่งงาน ข้าไม่อยากจะเชื่อข่าวนั้นเลย นั่นเป็เื่จริงหรือคะ”เธอทำหน้าตัดพ้อจนคนที่มองห่างออกไปรู้สึกหมั่นไส้ทีเดียว
“เป็เื่จริง”หวนฉีตอบสั้นๆ
“ข้าได้ยินว่าท่านถูกบังคับให้ต้องแต่งงานกับผู้หญิงอัปลักษณ์พิกลพิการช่างน่าสงสารท่านจริงๆ เลยค่ะ” เธอน้ำตาคลอหน่วย มองเขาอย่างเห็นใจ
...เอ่อใครบิดเบือนข่าวฟะ...
“ช่างเป็ผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวจริงๆค่ะ หยงหนิงอยากจะช่วยปลอบโยนท่านเหลือเกิน”คำกล่าวของเ้าหล่อนทำให้อ้ายซินเกือบจะอาเจียนออกมา เสียงไอเล็กๆของเธอเรียกสายตาของหญิงสาวแปลกหน้าให้เบือนกลับมามอง
“ผู้หญิงคนนี้คือ...คนใช้ของท่านหรือคะ”เธอมองอ้ายอย่างฉงน หากจะบอกว่าเป็คนใช้ก็ดูจะแต่งตัวดีเกินไปแถมหน้าตาผิวพรรณยังดูผุดผ่องผิดวิสัยคนต่ำศักดิ์
“ยัยโต๊ะเครื่องแป้งเดินได้นี่ใครหรือคะ”อ้ายถามเสียงห้วนเน้นทุกคำพูด เพราะอีกฝ่ายทาเครื่องสำอางจนหนาในความคิดของเธอเ้าหล่อนสังเกตได้ว่าชายหนุ่มกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ขำ
“เสียมารยาทเ้าคนชั้นต่ำ! ข้าเป็บุตรีของท่านเ้าเมืองแห่งนี้คนใช้อย่างเ้ามีสิทธิ์อะไรมาตีตัวเสมอข้า!”
อ้ายซินมองหวนฉีที่ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดและยังคงปล่อยให้หญิงสาวเกาะแขนราวกับเป็เ้าของความรู้สึกไม่สบอารมณ์แปลกๆ ก่อขึ้นในใจเธอเม้มปากแน่นสายตาฉายประกายความไม่เป็มิตรให้กับทุกคน
“คนต่ำต้อยเช่นข้าต้องขออภัยท่านหญิงผู้สูงศักดิ์และด้วยที่ข้าไม่อยากจะรบกวนเวลาอันแสนสำคัญของท่านทั้งสองคงต้องขอปลีกตัวกลับก่อนฝากท่านหญิงดูแลนายท่านของข้าด้วย”วาจาแสนนอบน้อมแต่ไร้ซึ่งการแสดงออกตามคำที่กล่าว อ้ายซินหมุนตัวออกเดินทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเธอก็ต้องหยุดกึกเมื่อมีมือที่มองไม่เห็นคว้าร่างของตนไว้
บุตรีของเ้าเมืองอ้าปากค้างสีหน้าแสดงออกถึงความใอย่างชัดเจน
“เ้าต่างหากที่เสียมารยาทกับภรรยาของข้า”หวนฉีหันมามองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียมหยงหนิงสั่นสะท้านกับแววตาที่ไร้ซึ่งความปราณีของเขาจนทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้นไม่มีรอยยิ้มใดผุดขึ้นที่ริมฝีปากของหวนฉี ความกดดันที่เขาแผ่ออกมาทำเอาอ้ายซินรับรู้ได้
“ข้าหิวอีกแล้วค่ะ”เธอพูดตัดบรรยากาศ ความไม่พอของเด็กสาวดับวูบหายไปอย่างรวดเร็วเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะก่ออาชญากรรมเสียมากกว่า “ข้าอยากกลับก่อนพระอาทิตย์ตกดินนะคะ”
ร่างสูงหันกลับมามองร่างเล็กในอ้อมแขนเขาไม่พูดอะไรแต่พาเธอออกเดินไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองเื้ัแม้แต่น้อย