บทที่ 10 ช่างสมใจ
มือเล็กๆโอบกอดลำคอสามีแน่น หลังหัวเอียงซบหัวไหล่ผายผึ่ง ยักคิ้ว บิดมุมปากคว่ำ เย้ยหยันนังตัวดี
แต่พอม่อเหยียนเหลือบตามองโฉมหน้า มิวายไหวตัวไว เปลี่ยนแววตาใส เป็เหมือนกระต่ายน้อยในอ้อมกอดราชสีห์
"แต่ทำไมมันไม่เป็ไปตามแผนล่ะ!!" ทุกอย่างกลับไม่ง่ายดายอย่างที่คิด ฟองอากาศสุดฟินในจินตนาการหายวับไปกับตา หรือว่าละครฉากนี้ไม่สมจริงเท่าที่ควร
"แม่นางลู่!! รอข้าด้วย ข้าจะเป็คนไปส่งท่านเอง " ตราบใดที่ยังมิได้เปิดโปงขุนนางชั่ว ม่อเหยียนไม่้าให้เสียแผน ยอมวิ่งแจ้นตามง้อนาง
"เหอะ!! ถังม่อเหยียน ข้าขอเตือนท่าน สตรีนางนี้ร้ายนัก "
"ท่านช่างสายตามืดบอด ดูไม่ออกว่านางแสร้งเล่นละครตบตา"
"สักวัน ข้าจะกระชากหน้ากากคนอย่างนางต่อหน้าท่านให้ได้!!"
คุณหนูลู่เคืองจัดจนหน้าแดง สะบัดปลายอาภรณ์ตบหน้าเซียวเจ๋อก่อนจะยอมออกจากหอตำรา
"แม่นางลู่ อย่าโกรธเคืองเลย ข้าเองก็จนปัญญา เอาเป็ว่าเื่นี้ข้าขออภัยแทนนางด้วยก็แล้วกัน" ม่อเหยียนการละครก็ใช่ย่อย ขอโทษขอโพยกันอยู่ยกใหญ่ จบที่จูงมือถือแขนพานางไป
"ข้าเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย "
"อะไร อะไรก็เซียวเจ๋อ เซียวเจ๋อ!! "
"เกิดเป็เซียวเจ๋อนี่มันลำบากจริงๆ"
สหายคนสนิทพลอยต้องรับแรงมือสตรีแทนม่อเหยียนหลายคน สีหน้าบิดคว่ำของเขา ดูพิลึกกึกกือจนม่านกู่แทบกลั้นขำไม่อยู่ หลุดขำพรืดออกมาแบบไม่รู้ตัว
"ฮะฮูหยิน!!..."
"เมื่อครู่ ท่านหัวเราะข้างั้นเหรอ "
"ฮะฮรือ!! แม้แต่ฮูหยินน้อยยังหัวเราะเยาะข้า!!" อยู่ต่อหน้าคนอื่นหนักแน่น น่าเกรงขาม อยู่ต่อหน้าฮูหยินน้อย ทำตัวเหมือนเซียวเจ๋อสามขวบ
"จะบ้าเหรอ ข้าเ็ปปานนี้ จะหัวเราะได้อย่างไร เข้าใจผิดแล้ว เมื่อครู่ข้าโอดโอยต่างหาก" ม่านกู่ตีมึน ลุกขึ้นสะบัดตูด เดินดุ่มๆออกจากหอตำราด้วยตัวเอง
"ดะ เดี๋ยวก่อนฮูหยิน ขะข้าไม่ต้องอุ้มท่านหรอกเหรอ"
"ถ้านายท่านรู้เข้า ว่าข้าขัดคำสั่ง เซียวเจ๋อมิวายโดนโบยแน่" เซียวเจ๋อะโเรียกนางแทบไม่ทัน
"ไม่ต้องแล้วล่ะ!! ข้าเดินเองได้ เก็บแรงไว้ดูแลคุณหนูลู่อะไรนั่นเถอะ!!" ม่านกู่ยังอุตส่าห์ตะคอกเสียงขานตอบ
"เหตุใดฮูหยินน้อยดูแปลกไป?" เซียวเจ๋อหงิกหน้าขมวดคิ้ว เกาหัวยิกๆ สงสัยแต่ไม่มีใครไขให้กระจ่าง ได้แต่งงต่อไป
ณ เรือนไม้แก้วบูรพา
-สตรีรู้ความ นับเป็ยอดคน-
"ถังม่อเหยียน คนอะไรหล่อเป็บ้า!! ไม่น่าล่ะยัยจื่อชิงอะไรนั่นถึงได้เอาแต่รังแกจ้าวจรเหอ!!"
"เหอะ!! ครั้งนี้ถือว่าหยั่งเชิง จงใจเมินข้างั้นเหรอ จะบอกอะไรให้ คนอย่างหลิวม่านกู่ ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆหรอก อยากจะรู้เหมือนกัน คนเช่นท่านจะเมินได้สักกี่น้ำ!! "นางนั่งกอด-อกบ่นพึมพำคนเดียวเงียบๆในเรือนไม้
ไม่นานนัก เสียงโหวกเหวกดังมาแต่ไกล
"โว้ยยย ฮูหยินน้อยเ้าค่า!! ฮูหยิน" ทันทีที่รู้ว่านางเจ็บตัว สาวใช้ยกโขยงแห่มาถามไถ่ผู้เป็นายด้วยความเป็ห่วง เสียงโห่เห่ร้อง ดังแว่วลมมาก่อนตัวคน
"ตายแล้ว!! ใครกล้าทำฮูหยินน้อยของพวกเราขนาดนี้!!" สาวใช้ประจบประแจงกุลีกุจอ หายาดับร้อนส่งให้นางได้บรรเทาอาการปวด
"ก้นยังไม่หายดี!! แขนก็ต้องมาพอง นี่มันชะตากรรมบ้าบออะไร น่าเบื่อชะมัด"
"รีบปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ ข้าเบื่อเต็มทนที่ต้องเอาใจนาง!! "
"พรุ่งนี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ข้าจะเป็คนกระชากขุนนางลู่กลางท้องพระโรงด้วยตัวเอง!!" ม่อเหยียนเดินดุ่มๆตรงมาทางเรือนไม้ของนาง ระหว่างทางพบเซียวเจ๋อ ไม่วายที่จะหยุดพร่ำบ่น
"ว่าแต่... นางล่ะ!! ข้าจะสั่งสอนนางเสียหน่อย!!"
"ไม่รู้ความ ไม่รู้มารยาท ปั้นน้ำเป็ตัว สร้างเื่เป็ฉาก ทำให้ข้าเกือบเสียการใหญ่!! เป็ถึงเมียกเอกกลับโง่เขลาเบาปัญญา ไร้วิสัยทัศน์!!" ปากก็บ่นเมีย แต่ดันกวักมือให้เซียวเจ๋อรีบไปสั่งโรงครัวเตรียมยาบำรุงนาง
กึกึๆ เสียงฝีเท้าหนักเดินไว จวนจะถึงเรือนแก้วบูรพา
"เถาเยา ไปดูซิ เสียงใครมา" ม่านกู่สั่งสาวใช้คนสนิทแง้มประตูมอง
"ฮูหยินน้อยเ้าคะ... เป็นายท่านกำลังรีบร้อนมาที่นี่เ้าค่า"
"แย่แล้ว!! ออกไปเร็ว!! พวกเ้ารีบออกไปให้หมด เอานี่กลับไปด้วย " นางยัดขวดยากลับคืนมือสาวใช้ ทิ้งตัวลงนอนซุกหมอน บีบน้ำตาเหมือนสั่งได้ ม่านกู่การละครยกที่สองเริ่มขึ้น
สามีเดินถึงหน้าประตู แต่ไม่เข้ามาซะที ม่านกู่บีบน้ำตารอจนตาแห้ง "เข้ามาสิเ้าโง่ ยืนบื้ออยู่ทำไม"
เคร่ง!! เสียงดังครู่เดียวเหมือนไหแตก
"ห่ะ!! อย่าบอกนะว่า เื่แค่นี้นางถึงขั้นคิดสั้น!!" ม่อเหยียนใหนัก ออกแรงผลักประตูด้วยสองแขน บึ่งตัวเข้ามาอย่างไว ช่างปากไม่ตรงกับใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เ็าไม่แยแส ในที่สุดเขาก็ตกกับดักนางจนได้
"อ๊ะ ท่านพี่ ท่านมาที่นี่เพราะเป็ห่วงข้าใช่หรือไม่" ตอนแรกยังดีๆอยู่เลย ตอนนี้ดันแขนขาเปลี้ยอ่อนแรง เหมือนคนเป็ง่อย หยิบจับอะไรก็หล่นมือ
"ใครบอกกันล่ะ!! ว่าข้าเป็ห่วงเป็ใย"
"ข้าก็แค่เดินเหินผ่านมาเท่านั้น!!"
"หวังสั่งสอนคนไร้มารยาทเช่นเ้าให้รู้ความ!!"
กับเมียทำขึงขังตึงตัง วางมาดเข้มไม่เป็ตัวของตัวเอง เพียงเพราะ้ากลบเกลื่อนทีท่า ไม่อยากให้นางรู้ทันว่าใจสั่นหวั่นไหวกับโฉมงาม
"มาแล้วขอร๊าบบบนายท่าน"
"ยาที่ท่านเร่งให้ข้านำมาบำรุงฮูหยินน้อยได้แล้ว " เ้าสหายโง่เซียวเจ๋อช่างไม่รู้จังหวะ มาแบบโบ๊ะบ๊ะ ไม่ดูสีหน้าเฮียเลย (หมดกันๆ มาดที่สะสมมา)
"นะนะ นี่ ท่าน"
"ไหนท่านบอกว่า แค่บังเอิญเดินผ่านมา ไม่ได้มีใจห่วงใยข้า"
"แล้วนี่มันอะไรเหรอ" ม่านกู่อ่อนโยนเหมือนดอกบัว ออเซาะเสียงสอง จีบปากจีบคอ บีบน้ำตาพูด ช่างน่าสงสาร
"ฮูหยินน้อย จะเป็ไปได้ยังไงที่นายท่านจะไม่ห่วงใย"
"ถึงขั้นร้อนใจให้ข้าวิ่งหายาขนานดีเป็จ้าละหวั่น ทีท่าเช่นนี้ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็จะได้รับจากนายข้าหรอกนะ!!" เซียวเจ๋อรู้โลกรู้ เก็บความลับไม่อยู่ซ๊ากที แล้วแบบนี้อิพ่อเหยียนจะบากหน้าไปไว้ที่ไหน
"เซียวเจ๋อ!! เ้ายังอยากมีลิ้นไว้พูดอยู่หรือไม่!!"
"หากยังไม่เงียบปาก!! ข้าจะตัดลิ้นเ้าทิ้งเสีย!!" ม่อเหยียนตะเบ็งเสียงดุดันแก้เขิน
มองดูแล้ว กะจะดุว่านางเข้าออกหอตำราบุ่มบ่าม อีกทั้งยังเล่าเื่เท็จ ม่อเหยียนกลับแพ้สายตาหวานๆ ด่าไม่ออกสักคำ ได้แต่ถอนหายใจ เดินเหินไปนั่งข้างเตียง
"หมดธุระแล้ว ก็ไสหัวไปซะ!!" น้ำเสียงเบาลงมาก เขาพูดเนิบๆขึ้นมาลอยๆ
"อะอ๋า!! หมายถึงข้าหรอ" เ้าโง่เซียวเจ๋อยังยืนบื้ออยู่อีกไม่ยอมรู้ตัว จนผู้เป็นายจ้องตาขวาง
"ไม่ใช่เ้า จะให้เป็นางหรือไงล่ะ!!" ม่อเหยียนหัวจะปวด กัดฟันพูดจนกรามจะเคลื่อน!!
ม่อเหยียนััข้อแขนภรรยา ถกอาภรณ์ขาวขึ้นสูงอย่างเบามือ สำรวจดูแผลพองน้ำร้อน พลางพูดบ่นมุมปากน่าเอ็นดู เหมือนตาแก่ขี้บ่น
"ทีหน้าทีหลังให้ระวังขึ้นหน่อย เข้าใจหรือไม่ "
"หากเ้าเป็อะไรขึ้นมา คนข้างนอกรู้เข้าคงตำหนิว่าข้าดูแลคนในจวนได้ไม่ดี"
"แต่อย่าได้หลงตัวเองไปล่ะ !! ข้าก็พูดเช่นนี้กับทุกคนนั่นแหละ ไม่ใช่เฉพาะกับเ้า" เขินแหละดูออก แต่ขอวางมาดบุรุษผู้ปากไม่ตรงกับใจนิดนึง แต่มือไม่หยุดที่จะควานหายาดีในอาภรณ์ ลูบทาให้เมียเอกอย่างตั้งใจ ทั้งที่ไม่เคยทำเช่นนี้ให้ผู้ใดมาก่อน
"ม่อเหยียน ที่แท้ท่านก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่ข้าคิดไว้แต่แรก " หลิวม่านกู่คนมึน กะไปเล่นละครหลายฉาก ใช้มารยามัดใจบุรุษ แต่ตัวเองดันโดนตกซะเอง หลงรักถังม่อเหยียนจนโงหัวไม่ขึ้น