เสียงกลองตีดังสนั่นไปทั่วคุ้มหลวงเพื่อให้ทราบว่างานเลี้ยงของค่ำคืนนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว มีแสงไฟดวงประทีปถูกจุดเรียงรายเป็แถวยาวไปตามทางเดินสองข้างทางั้แ่ประตูหลักของคุ้มหลวงจนเข้าไปในลานจัดงานเลี้ยงต้อนรับ มีวงดนตรีพื้นบ้านแบบทางเหนือเล่นบรรเลงคลอ ฟังสบายอยู่ภายในงาน โดยงานเลี้ยงต้อนรับนี้จัดในรูปแบบขันโตก มีโต๊ะรับรองของแต่ละพระองค์ถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว โดยโต๊ะขันโตกของเ้าหลวงกับโต๊ะขันโตกของเ้าชายวรเมธ อยู่ข้างกันเป็ประธานหัวโต๊ะ จากนั้นมีโต๊ะสำหรับผู้เข้ามางานเลี้ยงต้อนรับเ้าชายเป็ครึ่งวงกลมอยู่ 2 ชั้น โดยชั้นแรกมีเชื้อพระวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ และพระญาติตามลำดับ ในส่วนของชั้นที่2มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่เข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ ส่วนด้านหน้าของครึ่งวงกลมอีกด้านของโต๊ะเสวย เป็ลานการแสดงดนตรี ฟ้อน รำ ตามแบบฉบับราชสำนักหัวเมืองทางด้านทิศเหนือนี้ เพื่อเพิ่มสีสันและอรรถรสในมื้ออาหารของค่ำคืนนี้
“กระหม่อม ขอบพระทัยเ้าหลวง เป็อย่างมากที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับเราได้ใหญ่โต และสวยงามเป็อย่างมากถึงเพียงนี้”
เ้าชายทรงตรัสกับเ้าหลวงถึงการจัดงานต้องรับพระองค์
“ท่านเป็แขกของเรา เราต้องต้อนรับท่านให้ดี มันเป็หน้าที่ของเราอยู่แล้ว”
เ้าหลวงตรัสตอบเ้าชายด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ พร้อมกับยิ้มให้ดูมีความสบายพระทัยว่าเป็เื่ปกติในการต้อนรับ
นอกจากการมีรับประทานอาหารแบบขันโตก และงานเลี้ยงต้อนรับในรูปแบบฉบับราชสำนักทางหัวเมืองทางด้านทิศเหนือที่เ้าชายทรงสนพระทัยแล้ว สายตาเ้าชายยังกวาดตามองไปดูแขกที่มาร่วมงานต้อนรับในครั้งนี้ ที่มีมากมายเหลือเกิน แต่เ้าชายพยายามมองหาหญิงสาวที่ชนพระองค์ที่ตลาดเมื่อตอนเช้า เพียงหวังว่าจะพบกันในงานเลี้ยงค่ำคืนนี้ แต่ด้วยมีผู้คนเยอะ และยังต้องคุยสนทนากับเ้าหลวงและข้าราชการผู้ใหญ่ จึงทำให้เ้าชายมองหาไม่ถนัดตานัก เลยคิดอยู่ในพระทัยว่า
ค่ำคืนนี้คงไม่ได้พบเจอแม่หญิงผู้นั้นเสียแล้ว!
“เ้าชายรูปหล่อมากเลยยยย พวกท่านว่าหรือไหมเ้าค่ะ”
“ใช่ๆ บุรุษในฝันของข้าเลย”
“มารยาทเ้าชายช่างดูงดงามเหลือเกิน ดูนุ่มนวน ดูอบอุ่นดีจัง”
“การศึกษาดีอีกด้วย ข้าอยากเข้าใกล้เ้าชายแล้วเหลือทน”
“พวกท่านคิดว่าเ้าชายจะชอบข้าหรือไหม!”
“ข้าว่าไม่ เ้าชายต้องชอบข้าต่างหาก”
“ข้าต่างหาก”
ฮ่าๆๆๆๆๆๆ 55555
เสียงพูดคุย เจี๊ยวจ๊าว หัวเราะจากกลุ่มท่านหญิงสาวจากโต๊ะท้ายๆของเชื้อพระวงศ์ ที่มาจากคุ้มต่างๆ โดยได้รับเชิญเข้ามาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับในครั้งนี้ด้วย โดยมีท่านหญิงจันทร์นวลได้ถูกจัดให้นั้งอยู่ในโต๊ะนี้ด้วยกัน
“น้องจันทร์นวลเล่า คิดว่าท่านชายเป็แบบใดกัน”
ท่านพี่สาวจากคุ้มเ้าเงินคำ ท่านผู้หญิงผู้นี้ช่างงดงามไม่ต่างจากท่านหญิงจันทร์นวลกิริยามารยาทนั้นถือว่าถูกอบรมจากในคุ้มหลวง เพียงแต่ในด้านของความงามและกิริยามารยาทเท่านั้นที่เหมือนกัน
“ข้าไม่ทราบได้เ้าค่ะท่านพี่หญิงทั้งหลาย ข้าขอไปเดินเล่นในสวนนะเ้าค่ะ”
ท่านหญิงจันทร์นวล ตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆๆๆ แล้วลุกออกจากโต๊ะงานเลี้ยง เดินไปที่สวนของคุ้มหลวง แต่ภายในใจยังคิดอยู่ว่า ท่านชายผู้นั้นมารยาทแย่ ลวนลามผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ น่าจะเ้าชู้มากเกินเหลือทน เดินบ่นไป พึมพำไป แล้วจึงหยุดนั้งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใจกลางสวน ซึ่งมีม้านั้งสีขาว อยู่เพียง1ตัว มีเพียงแสงของโคมประทีป ส่องแสงเป็แนวยาวสองข้างทางเดินในสวนเท่านั้น
“เ้าชายรูปหล่อเหลือทน เ้าชายคือบุรุษในฝันของข้าๆๆๆๆ”
ท่านหญิงสาวนั้งอยู่ที่ม้านั้งสีขาว แล้วพูดทีดวงตากลมโตเหลืบขึ้นมองบนที และน้ำเสียงยังแฝงไปด้วยความกระเซ้าเย้าแหย่
“ท่านพี่หญิงพวกนั้น พวกท่านหลงผิดคนเสียงแล้วววววววว”
ท่านหญิงก็ยิ้มมุมปากด้วยสายตาเ้าเล่ห์ เหมือนจะเป็ห่วงกลุ่มท่านหญิงพวกนั้น จึงมองไปที่ในงานจัดเลี้ยง
“เมื่อครู่ท่านหญิงว่าอะไรนะ เ้าชายคือบุรุษในฝันของข้า งั้นหรึ!”
เสียงชายหนุ่ม ดังมาจากเงามืดหลังต้นไม้ ใหญ่ใจกลางสวน ชายหนุ่มผู้นั้นค่อยๆ เดินออกมาจากเงามืดของต้นไม้ใหญ่ แล้วถามซ้ำไปอีกครั้ง
เ้าชายหนุ่ม เดินจากเงามืดของต้นไม้เข้าไปหาท่านหญิงที่กำลังนั้งอยู่ที่ม้านั้งสีขาว
“อุ้ยยยย เ้าชายยยยยย ท่านมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไรเ้าค่ะ ทรงแอบฟังหม่อมฉันหรือเ้าค่ะ!”
ท่านหญิงพูดด้วยอาการที่ใ
“ข้าอยู่หลังต้นไม้นี้ ก่อนท่านหญิงจะมานั้งที่นี้อีก ดังนั้นจะหาว่าข้าแอบฟังไม่ได้ อยู่ๆ ท่านหญิงก็พูดขึ้นมาเองว่า ข้าคือบุรุษในฝันของเ้า! เป็แบบนั้นอย่างที่พูดหรือเปล่า”
“ข้าคือบุรุษในฝันของเ้า อย่างงั้นหรือ?”
เ้าชายทรงเดินมานั้งที่ม้านั้งข้างๆ ท่านหญิงสาว และตรัสด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึกดูมีเสน่ห์ ที่หน้าดึงดูดหญิงสาวใดที่ได้ยินต้องหลงใหล แล้วทรงยิ้มให้ท่านหญิง
ท่านหญิงที่ยังคงใ และมีคนที่กำลังเข้าใจผิดในสิ่งที่พูด จึงทำตัวไม่ถูก