ซูเยว่เดินจะถึงหน้าโรงเตี๊ยมอยู่แล้ว เหลืออีกไม่กี่สิบก้าวเดิน มีชาวบ้านสามคน มาดักหน้ายืนขวางไว้ ถ้ายืนขวางอย่างเดียวนางยังเดินเลี่ยงไปได้ แต่มีหนึ่งคนที่นอนอยู่บนแผ่นไม้ สองคนที่เหลือนั่งคุกเข่าลงกับพื้น
“ท่านหมอเทวดาช่วยท่านพ่อของข้าด้วย ถ้าช้ากว่านี้เกรงว่าท่านจะไม่รอดแล้ว ข้าบังเอิญเห็นท่านที่ตลาด จึงคิดจะพาท่านพ่อไปที่นั่น แต่พวกเขาบอก ท่านออกจากตลาดแล้ว พวกเราเลยมารอที่นี่”
ซูเยว่ได้ยินแบบนั้น ไม่ทันได้คิดอะไร ชีวิตคนสำคัญกว่า นางรีบใช้สายตา มองชายชราที่นอนอยู่บนแผ่นไม้
วูป!...
ซูเยว่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง มือและเท้าโดนมัด อยู่ในห้องเล็กแคบ มืดจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด มีกลิ่นเหม็นอับชื้น อึดอัดจนหายใจแทบไม่ออก
‘มันคือที่ไหนกัน ข้าโดนลอบทำร้ายอย่างนั้นหรือ เป็พวกไหนกัน ถ้าหลบเข้าไปอยู่ในมิติ ก็ไม่รู้ว่าพวกเขา้าอะไร แต่ถ้าอยู่ตรงนี้อาจจะไม่ปลอดภัย เราอยู่ที่ไหนมิติอยู่ที่นั่น’
เอี๊ยด…ปัง! ซูเยว่กำลังสับสนอยู่นั้น มีเสียงเปิดประตูเข้ามา และเสียงฝีเท้าของคนหลายคน เดินใกล้เข้ามา นางรู้สึกถึงอันตราย แต่ความอยากรู้มีมากกว่า
“เป็ยังไงตัวกาลกิณี ได้ข่าวว่ามีตาแก่เ้าของร้านยา เลี้ยงเป็อนุอย่างนั้นหรือ คงได้ตำลึงมาเยอะสิ ไหนอยู่ไหนเอาออกมา ให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
น้ำเสียงนี้ ซูเยว่จำได้ขึ้นใจไม่มีวันลืม หลินซิงเสวี่ยพี่สาวต่างมารดา มาพร้อมกับสาวใช้ทั้งสามคน ที่โดนพิษไปคราวก่อน ยังมีบุรุษร่างใหญ่สองคน เดินอยู่ด้านหลัง มือถือโคมไฟให้แสงสว่าง
“เป็เ้าเองหรือที่ทำกับข้าแบบนี้ เราตัดญาติไม่ร่วมสกุลเดียวกันแล้ว ทำไมเ้าถึงไม่เลิกรา ข้ามาอยู่ไกลถึงเมืองนี้ ยังไม่พอใจอีกหรือ ตำลึงที่จวนมีอยู่เต็มห้อง เ้ายัง้าสิ่งใด”
“ข้า้าสิ่งใดอย่างนั้นหรือ ก็บอกแล้วไงว่าตำลึง และชีวิตของเ้า ที่ทำกับคนติดตามของข้า ทั้งสามคนจนได้รับาเ็ พวกนางอยากมาแก้แค้นเ้า ซึ่งข้าก็ตามใจพวกนาง”
“คุณหนูใหญ่อย่าเสียเวลาเลยเ้าค่ะ ที่แห่งนี้สกปรก ไม่เหมาะให้ท่านมายืนอยู่นาน ไม่เหมือนนังสวะนี่!”
“ข้าค้นตัวมันแล้ว ไม่เจอสิ่งใดมีแต่กล่องยาใบเดียว ข้างในก็ไม่มีอะไร มันต้องซ่อนเอาไว้ในโรงเตี๊ยมแน่!” สาวใช้ร่างใหญ่พูดขึ้น
“โรงเตี๊ยมก็มีแต่ห้องว่างเปล่า ข้าไปดูมาแล้ว หรือว่าตาเฒ่าร้านยา ไม่ได้ให้สมบัติแก่นางมา แค่เก็บไว้เป็อนุแบบลับๆ เช่าโรงเตี๊ยมให้อยู่ และสอนวิชาแพทย์ให้เล็กน้อย”
“เป็ไปได้เพราะว่ากล่องยา ตาเฒ่านั่นน่าจะให้ไปเรียนรู้ จากการให้รักษาชาวบ้านโดยไม่คิดตำลึง เพราะชื่อเสียงของตาเฒ่า ทำให้ชาวบ้านมาเข้าแถว รับการตรวจรักษา” เสียงของคนห้าคน ยืนปรึกษากันอยู่ในห้องแคบเล็ก
“เ้าไม่กลัวพ่อของเ้ารู้อย่างนั้นหรือ ว่าลูกสาวที่ดีงามอย่างเ้า จะชั่วช้าได้ถึงเพียงนี้”
“ดูเหมือนเ้า ออกมาได้ไม่กี่เดือน ถึงกับมีฝีปากดีขนาดนี้ แต่ก่อนแม้จะอ้าปากเถียงยังไม่กล้า แกรู้ไว้ด้วยก่อนที่จะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ว่าท่านพ่อของข้า ก็ไม่อยากให้เ้าตัวสวะ และแม่ขี้โรคอ่อนแอของเ้า มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้”
“ท่านพ่อน่าจะดีใจ ที่ข้าช่วยท่านทำงานให้!”
“เ้าทั้งสอง ตัดลิ้นของนางทิ้งเสีย!”
“อย่าเพิ่งฆ่ามันตอนนี้ เรายังไม่รู้ว่า แม่ของมันอยู่ที่ไหน!”
ซูเยว่ถึงแม้จะสับสนคำพูด ว่าอดีตพ่อ้าชีวิตนางและแม่ ไปเพื่ออะไรกัน ในเมื่อตัดออกจากตระกูล ถูกขับไล่ เยี่ยงสุนัขแล้ว ยัง้าฆ่าทิ้ง แล้วทำไมถึงไม่ฆ่าทิ้งั้แ่แรก
“ในเมื่อพวกเ้า้าชีวิต พวกข้าสองแม่ลูก ทำไมถึงไม่ฆ่าทิ้ง ั้แ่อยู่ในจวน ตอนนั้นข้าเจ็บปานตาย แทบจะไม่รอดชีวิตอยู่แล้ว ทำไมกัน?”
“เ้าสมกับเป็สวะ และตัวกาลกิณีเสียจริง โง่งม เื่แค่นี้ก็คิดไม่ออก!”
“ไหนๆ เ้าก็จะไปพูดบอกใครไม่ได้แล้ว ข้าจะบอกให้ เผื่อแกจะได้หายโง่งมเสียที ท่านพ่อตัดพวกแกออกจากตระกูล แล้วขับไล่ออกมา ถ้ามาเสียชีวิตอยู่ข้างนอก หลังจากที่พวกแกออกมาเร่ร่อน มันก็เป็เื่ของแกสองแม่ลูก”
“แต่ถ้าสังหารพวกแกทั้งสองคนในจวน ย่อมมีข่าวออกมา ว่าดูแลคนของตนไม่ดี ทำให้เสียชีวิต ทีนี้แกตาสว่างหรือยัง นังสวะ!” หลินซิงเสวี่ยง ยกมืออยากจะตบหน้าซูเยว่ แต่กลัวมือของตัวเองจะสกปรก เลยเดินถอยหลัง ให้ใช้บ่าวชายทั้งสองมาจัดการตัดลิ้นซูเยว่
“ข้าไม่อยากได้ยินเสียงที่ร้องทรมานของมัน เราไปยืนรออยู่ข้างนอกกันเถอะ ปล่อยให้สองคนนี้จัดการ” นางพูดพร้อมกับเดินออกไปจากห้อง โดยมีสามสาวใช้ร่างใหญ่ ถือโคมไฟออกไปด้วยหนึ่งดวง
ซูเยว่เมื่อรู้ทุกอย่างแล้ว จึงกำหนดจิตเอาผงพิษ ที่อยู่ในมิติออกมา แต่ข้อมือของนางผูกมัดอยู่ด้านหลัง นางใช้พลังธาตุไฟ เผาเชือกที่มีพลัง ถ้านางอยู่ระดับสามจะไม่สามารถเผาได้เลย
ชายร่างใหญ่ทั้งสองคน เห็นแสงไฟที่อยู่ด้านหลัง รีบก้าวเข้ามาเพื่อจับตัวนางตัดลิ้นตามคำสั่ง
อ๊ากกก…! อัก!
ทั้งสองคนถูกยาพิษ ในระยะประชิด ทำให้ยาเข้าไปอยู่ในปากและลูกตา พวกเขาส่งเสียงร้องได้เท่านั้น ก็ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาอีกเลย ใช่แล้วพิษกัดกร่อน เข้าไปที่คอของพวกเขา จนไม่มีเสียงออกมาและดวงตาที่มองไม่เห็น
อือออ! ตุ๊บ ตุ๊บ! ร่างของทั้งสองคน ทรุดลงบนพื้นห้อง สองมือยังจับที่ลำคอ
“ถ้าเ้าทั้งสองคนไม่ได้เป็คนชั่ว ตามพวกเขา ก็คงจะไม่โดนพิษระยะประชิดขนาดนี้ อย่างมากก็แค่คันิัตามร่างกาย แต่นี่ทำกับข้าตามคำสั่งได้ พวกเ้าก็คงจะทำทุกอย่างตามคำสั่งนาง จงรับผลกรรมนี้ไปเสีย”
ซูเยว่ทิ้งชายร่างใหญ่ทั้งสองไว้ในห้อง นางตั้งใจจะมาจัดการกับทั้งสี่คน แต่ว่าเดินออกมาไม่เจอใครแล้ว
‘ไปไหนแล้ว พวกนางไม่ได้ตั้งใจจะรอทั้งสองคนนั้นหรอกรึ หรือว่าหลังจากตัดทิ้งแล้ว ยังจะให้สองคนนั้นทำมิดีมิร้ายกับเรา นางช่างโเี้ อดีตพี่ใหญ่ที่เคยพูดจาดี อ่อนหวานหายไปไหน นางอายุเยอะกว่าข้าแค่ปีเดียวเอง’
ซูเยว่เดินออกมาจากห้องใต้ดิน ของบ้านร้างหลังหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลจากหลังตลาด ที่มารักษาคนป่วยมากนัก ตอนนี้เป็เวลายามโหย่ว (17.00-19.00น.) นางไม่ได้เก็บกล่องยาในห้องมืดมาด้วย เพราะความรีบเร่ง เสื้อผ้าเนื้อตัวสกปรก มีแต่กลิ่นเหม็นของคราบบนพื้นห้องติดมาด้วย จึงรีบเท้าก้าวเดินให้ถึงโรงเตี๊ยม เพื่อเข้าไปชำระร่างกายในมิติ
“พวกเ้า! อย่าลืมหาคนเจ็บคนป่วย ในตลาดนี้และคนข้างนอก มาให้หมอพเนจรหน้าโง่นั่นรักษาให้ ่ที่คนเยอะหมอโง่ ไม่ได้สังเกตหรอกว่าพวกเ้าได้กินยาหรือไม่ เพราะรีบแจกและรักษาคนต่อไป ยานั้นพวกเ้าต้องเก็บไว้ให้ดี เอาไปขายให้กับร้านใหญ่หงส์ทอง”
“พวกเรารู้แล้วน่า เถ้าแก่ร้านหงส์ทอง ให้เม็ดละหนึ่งร้อยตำลึงทอง แค่นี้พวกเราก็สบายไปหลายปีแล้ว ถ้าไม่มีคนเจ็บ พวกเราก็แค่กระทืบ ยอมเจ็บตัวแต่ได้ตำลึงใช้”
ซูเยว่ที่แอบฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกัน นางแทบไม่มีแรงจะยืน สิ่งที่ทำไปทั้งวัน คือการช่วยเหลือคนเจ็บป่วย ‘แสดงว่าคนที่กินต่อหน้า มีไม่กี่คน ส่วนที่รับยาไป พวกเขานำไปขาย ให้ร้านใหญ่นั่น’ ร่างที่บอบบางของหญิงสาวออกเดิน ไม่สนใจเสียงพูดคุยกันเื่หมอหน้าโง่
‘แล้วสามคน ที่แกล้งป่วยอยู่หน้าโรงเตี๊ยม เป็คนอยู่ในตลาดนี้ ที่ถูกจ้างอย่างนั้นหรือ แล้วพวกเขารู้ได้ยังไง ว่าพักอยู่โรงเตี๊ยม ในเมื่อเราพึ่งมาที่ตลาดนี้ รักษาคนป่วยเป็ครั้งแรก’
หญิงสาวที่เสื้อผ้าสกปรก เดินออกจากหลังตลาดมา คนป่วยที่นางรักษาตอนกลางวัน ไม่มีใครจำนางได้ แม้จะใส่เสื้อผ้าเหมือนเดิม รูปร่างเหมือนเดิม แค่เสื้อผ้าสกปรกไปบ้าง และไม่มีกล่องยาเท่านั้น
ซูเยว่ยืนหลับตาหายใจเข้าลึก แล้วค่อยๆ ปล่อยออกมา ก่อนจะเดินออกหมู่บ้านหลังตลาดไป นางไม่ได้ไปที่โรงเตี๊ยม แต่ไปที่ร้านยาของลุงป๋อ
“ซูเยว่เกิดอะไรขึ้นกับเ้ากัน ถึงมีสภาพกลับมาแบบนี้ เข้ามาข้างในก่อน” ลุุงป๋อใ ที่เห็นหญิงสาวเปิดประตูหลังเข้ามา
ซูเยว่เื่บางส่วนให้ฟังเท่านั้น เน้นเื่ของชาวบ้านหลังตลาด และการจับตัวเพื่อตำลึง ที่นางปลอดภัยกลับมาได้ เพราะผงพิษ
“เ้าว่ายังไงนะ! ถูกคนร้ายจับตัวไป ชาวบ้านที่ไปรักษา เอายาของเ้า ไปขายให้ร้านหงส์ทอง อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แล้ววันนี้ข้าไม่กลับโรงเตี๊ยม และอาจจะไม่กลับไปที่นั่น ข้าจะเดินทางออกไปจากเมืองนี้ ข้าจะจัดเตรียมยาไว้ให้ขาย ท่านก็ขายให้น้อยลง ขึ้นราคาได้เต็มที่ ไม่ต้องเมตตาสงสารใครแล้ว”
“ได้! ข้าจะทำตามที่เ้า้า เพิ่งได้ข่าวมาเหมือนกัน ว่าพวกเขาเอายาไปขายต่อ เม็ดล่ะหลายร้อยตำลึงทอง คนที่กินในร้านเท่านั้น ที่พวกเขาไม่ได้เอาไปขายต่อ ส่วนคนอื่นที่อ้างเอาไปให้พ่อแม่ มีแต่เอาไปขายต่อทั้งนั้น”
“ช่างเถอะเ้าค่ะ ถือว่าเราได้ตำลึง ถ้าข้าไปอยู่ที่ไหน มีโอกาสจะส่งยามาให้ท่านอย่างแน่นอน”
“เ้าก็ระวังตัวด้วย ดูแลตัวเองให้ดี เอาคนไปด้วยสักสองคนไหม เอาไว้คุ้มกันตัวเ้าให้ปลอดภัย เดี๋ยวข้าหามาเพิ่มอีกทีหลัง”
“อย่าเลยเ้าค่ะลุงป๋อ ่นี้ท่านก็ต้องระวังตัวเหมือนกัน อย่าออกไปไหนตัวคนเดียว จ้างคนมาเพิ่มอีกก็ดี ร้านยาใหญ่พวกนั้น เห็นท่านเป็คู่แข่งแล้วตอนนี้”
“เ้าไปพักผ่อนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ” ซูเยว่ถูกพาตัว มาที่ห้องหนึ่งในร้านยา ที่ถูกจัดเตรียมอย่างเร่งด่วน นางไม่ได้สนใจ ปิดประตูห้องได้ก็เข้าไปในมิติ
ซูเยว่ลงไปในสระน้ำพุ ลอยตัวอยู่ในน้ำ ปล่อยทุกสิ่งอย่างที่หนักอึ้งอยู่ในหัวทิ้ง ความเมตตาสงสาร ที่มีต่อผู้อื่น สิ่งที่นางรับรู้ แคว้นนี้ไม่มีที่ให้อยู่ สำหรับคนที่อ่อนแอ
“ทำไมคนพวกนั้นถึง้า ชีวิตของข้าและท่านแม่ ทำไมถึงไม่ต่างคนต่างอยู่ เมื่อไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว ข้าก็หนีมาอยู่ตั้งไกล ทำไมกัน เราสองคนแม่ลูก ที่ถูกโยนออกมาจากจวนเยี่ยงสุนัข พวกเขายังหวาดระแวง ถึงกับตามมาเอาชีวิต เป็เพราะเหตุใดกัน!”
หลังสลัดความคิดทั้งหมดทิ้ง ซูเยว่เก็บสมุนไพรเกือบครึ่งสวน เพื่อมาหลอมโอสถให้กับลุงป๋อ นาง้าตำลึงเป็จำนวนมาก
สิบวันเวลาในมิติ ซูเยว่นั่งหลอมโอสถ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนได้มาอย่างละหนึ่งพันเม็ด และมียาระดับสูงขึ้นมาอีกสิบเม็ด ร่างกายของนาง ที่ใช้พลังการสร้างไฟปราณ ไปจำนวนมาก ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าแม้จะกินน้ำพุิญญาเข้าไป
“ข้างนอกจะสว่างแล้ว ถ้านั่งโคจรพลังตอนนี้คงจะไม่ทัน เอายาไปให้ลุงป๋อ แล้วออกเดินทางออกจากเมืองนี้ ไปเมืองซิง”