ท่ามกลางหยาดพิรุณที่โหมกระหน่ำไม่ขาดสาย เย่ชิงหยางนำกองทัพประจิมครึ่งหนึ่งออกไปต่อกรกับอสรพิษวารีนับหมื่นที่กำลังบุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ส่วนทหารอีกครึ่งหนึ่งได้รับคำสั่งให้ป้องกันกระโจมที่พักเอาไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“เสี่ยวหลิง ไหนๆพวกเราก็ทานอาหารเสร็จแล้ว ออกไปยืดเส้นยืดสายกันหน่อยดีหรือเปล่า” ณ กระโจมของแม่ทัพ เย่หยุนซีลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูมีเลศนัย
เสี่ยวหลิงหรือก็คือหลิงจีเมื่อได้ยินก็ยกยิ้มอย่างอ่อนหวานพร้อมทั้งพยักหน้าให้เบาๆ เป็สัญญาณบ่งบอกว่านางยินดีไปกับเขาด้วยความเต็มใจ
“อ่ะแฮม พวกเ้าคงไม่ได้ลืมขออนุญาติแม่หรอกใช่ไหม” สวีหนิงนั่งกอดอกพลางเอ่ยถาม
เย่หยุนซีจึงเดินไปกอดแขนออดอ้อนผู้เป็มารดาราวกับเด็กน้อยที่ไร้ซึ่งพิษภัย “ท่านแม่ให้ลูกไปเถอะนะขอรับ ลูกรับปากว่าจะไม่สร้างปัญหา”
“คิกคิก ดูเ้าทำเข้าสิ ไม่อายเสี่ยวหลิงบ้างหรือไร” สวีหนิงป้องปากหัวเราะอย่างขบขัน
“ไม่เห็นจะหน้าอายเลยขอรับ ลูกออดอ้อนมารดาเป็เื่ปกติอยู่แล้ว” เด็กหนุ่มกล่าวพลางทำตาใสไร้เดียงสา
“ฮูหยิน ให้พวกเราไปเถอะนะเ้าคะ ข้าจะปกป้องคุณชายเอง” หลิงจีช่วยเอ่ยปากขอร้องอีกทาง ส่งผลให้สวีหนิงยิ้มบางพร้อมทั้งส่ายศีรษะเบาๆอย่างเหนื่อยหน่าย
“เห้อ ในเมื่อพวกลูกอยากไปขนาดนั้น แม่ก็จะอนุญาต.........แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามทำอะไรเกินกำลังเด็ดขาดและถ้าหากพบเจอจ่าฝูงอสรพิษวารีให้ถอยกลับมาในทันที เข้าใจไหม” สวีหนิงตั้งเงื่อนไข
จากที่นางคาดเดาเอาไว้ ฝูงอสรพิษที่ใหญ่ขนาดนี้ย่อมต้องมีจ่าฝูงเป็สัตว์อสูรระดับสูงแน่ๆ อย่างน้อยก็น่าจะระดับเบิกนภา
“พวกเราเข้าใจแล้วขอรับ/เ้าค่ะ” เย่หยุนซีและหลิงจีผสานมือคาราวะพร้อมกันโดยไม่รอช้า ก่อนที่ทั้งคู่จะสวมผ้าคลุมสีดำและหันหลังวิ่งออกจากกระโจมฝ่าสายฝนไปยังจุดที่เกิดการปะทะ
“เสี่ยวหลิง นอกจากทักษะคลื่นเสียงแล้วท่านใช้อาวุธได้หรือเปล่า” เย่หยุนซีเอ่ยปากถาม เพราะท่ามกลางเหล่าทหาร ทักษะคลื่นเสียงที่มีพลังทำลายเป็วงกว้างมันไม่ค่อยเหมาะที่จะใช้งานเท่าไรนัก
“คุณชายไม่ต้องห่วง ข้าพอมีทักษะการยิงธนูอยู่บ้าง” หลิงจียกยิ้มพลางตอบกลับ หากคนของนิกายท่วงทำนอง์ฝึกฝนแต่ดนตรี คงไม่มีทางกลายเป็ 1 ใน 4 นิกายชั้นนำของจักรวรรดิเมฆครามได้แน่ๆ
“ดี! ถ้างั้นท่านยืนยิงคุ้มกันอยู่ทางด้านหลังของข้า” พูดจบ! เย่หยุนซีก็สร้างกระบี่น้ำแข็งออกมา จากนั้นใช้ย่างก้าวเร้นลับพุ่งตรงไปหาอสรพิษวารีตนหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล
“ตาย!”
เด็กหนุ่มตวัดกระบี่น้ำแข็งเพียงหนึ่งครา อสรพิษวารีตนที่ว่าก็พลันถูกผ่าครึ่งอย่างง่ายดายราวกับผ่าเต้าหู้
“โห! นี่คือพลังระดับหลอมรวมขั้นที่ 3 ของข้างั้นหรือ หากเป็เช่นนี้ข้าไม่แพ้แน่!” เย่หยุนซีกล่าวด้วยความมั่นใจ เพราะอสรพิษวารีส่วนใหญ่ที่เขาเห็นอยู่ในระดับก่อกำเนิดและระดับหลอมรวมทั้งนั้น
“ขอข้าทดสอบพลังหน่อยก็แล้วกัน!” เด็กหนุ่มพุ่งทะยานเข้าไปฟาดฟันอสรพิษวารีตนแล้วตนเล่า แถมยังผ่าเอาแก่นอสูรของพวกมันโยนเก็บไว้ในมิติเก็บของไร้ขีดจำกัดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมันคือสิ่งจำเป็ในการเลื่อนระดับของจิตอสูรอสรพิษเหมันต์นิมิตมายา
“คิกคิก ดูเหมือนว่าคุณชายจะไม่้าความช่วยเหลือเลยสักนิด” หลิงจีที่ยืนอยู่แนวหลังกล่าวอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะง้างคันศรสีน้ำเงินลวดลายวิจิตรยิงไปยังจุดตายของเหล่าอสรพิษวารีที่กำลังจะทำอันตรายเหล่าทหารด้วยความแม่นยำราวกับจับวาง ถึงแม้จะเป็ยามค่ำคืนที่มืดมิดมากก็ตามที
ซึ่งเหตุผลที่ทำให้นางยิงธนูได้อย่างแม่นยำเช่นนี้ ก็เพราะนางมีประสาทการได้ยินและการมองที่เฉียบคมกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
“พวกเ้าบุกได้เต็มที่ ข้าจะคุ้มกันให้” นางะโด้วยความมั่นใจ ส่งผลให้เหล่าทหารที่ได้ยินพากันเข้าปะทะอสรพิษวารีด้วยความฮึกเหิมโดยไม่คิดถอยหนีแม้แต่ครึ่งก้าว
ถ้าหากใครพลาดพลั้ง ลูกศรลมปราณของหลิงจีก็จะพุ่งแหวกสายพิรุณเข้าช่วยเหลือในทันที ทั้งยังไม่เคยพลาดเป้าเลยสักครั้ง
“สุดยอด! พลังสมาธิของคุณชายท่านนี้แข็งแกร่งจริงๆ!” เหล่าพลธนูที่อยู่แนวหลังร่วมกับหลิงจีถึงกับหวาดสะพรึงในฝีมือและพากันยกนิ้วให้
ตัดกลับมาทางเย่หยุนซี หลังจากบุกทะลวงอสรพิษวารีระดับก่อกำเนิดมาพักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ได้เผชิญหน้ากับอสรพิษระดับหลอมรวมซึ่งมีลำตัวยาวเกือบ 5 เมตรแถมยังมีเกล็ดเป็สีน้ำเงินเข้มแตกต่างจากระดับก่อกำเนิดที่มีเกล็ดสีฟ้า
“ฝ่อ!”
พวกมันแผ่แม่เบี้ยออกมาและพากันเข้าจู่โจมเย่หยุนซีราวกับพบเจออาหาร
แต่ทว่าทันใดนั้น! เย่หยุนซีก็พลันกระโจนขึ้นกระบี่น้ำแข็งที่ลอยอยู่กลางอากาศ โดยใช้ทักษะควบคุมกระบี่บินที่ได้ร่ำเรียนมา ทำให้เหล่าอสรพิษวารีระดับหลอมรวมโจมตีไม่ถึง
“อ่า! ตัวข้านี่โง่เง่าจริงๆ ธาตุน้ำกับธาตุน้ำแข็งมันส่งเสริมกันนี่น่า” เด็กหนุ่มที่พึ่งคิดขึ้นได้สถบออกมา อสรพิษเหมันต์นิมิตมายาปรากฏตัวบนฝ่ามือของเขาแผ่ลมปราณเย็นะเืไปทั่วทั้งพื้นที่ ส่งผลให้เม็ดฝนในรัศมี 10 เมตรโดยมีเขาเป็ศูนย์กลางกลายเป็เข็มน้ำแข็งเล็กๆล่องลอยท่ามกลางนภากาศ
“ไป!”
เย่หยุนซีบังคับเข็มน้ำแข็งเ่าั้ให้โหมกระหน่ำโจมตีฝูงอสรพิษวารีระดับหลอมรวมอย่างไร้ปรานี ภาพนี้แม้มันจะอลังการไปบ้าง แต่เย่หยุนซีกลับเสียลมปราณเพียงน้อยนิดเท่านั้น เนื่องจากเขาหยิบยืนพลังจากธรรมชาติมาใช้