ตอนที่ 9: วันจันทร์แห่งบาป
วันจันทร์คืบคลานมาถึงพร้อมกับสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายั้แ่เช้าตรู่ ราวกับท้องฟ้า้าจะชะล้างเงามืดชั่วช้าในใจของมนุษย์ หรือไม่ก็้าสร้างม่านน้ำบดบังบาปกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น
ตลอดทั้งวัน วรุตม์ปฏิบัติหน้าที่ศัลยแพทย์ประสาทและสมองในโรงพยาบาลด้วยความบีบคั้นอารมณ์ถึงขีดสุด ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาขยับเดินเปรียบเสมือนเครื่องทรมานที่ดึงรั้งจิตใจของเขาให้จดจ่ออยู่แต่กับกุญแจและคีย์การ์ดสีดำในช่องลับของกระเป๋าเอกสาร ในห้องผ่าตัดยามบ่าย วรุตม์ต้องใช้สมาธิและความแข็งแกร่งทางจิตใจทั้งหมดที่มีเพื่อควบคุมปลายนิ้วไม่ให้สั่นเทาขณะจับมีดผ่าตัด จนผู้ช่วยแพทย์ถึงกับเอ่ยทักด้วยความแปลกใจว่าวันนี้คุณหมอดูเคร่งเครียดกว่าปกติ
ห้าโมงครึ่งเย็น... เวลาเลิกงานเดินทางมาถึง วรุตม์ยืนนิ่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว มองดูคีย์การ์ดสีดำในอุ้งมือเป็ครั้งสุดท้าย เขาสูดหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเก็บมันลงกระเป๋ากางเกงแทนกระเป๋าเอกสาร ก่อนจะก้าวออกจากโรงพยาบาลและขับรถฝ่าพายุฝนและรถติดที่แสนอึดอัดมุ่งตรงไปยังซอยอารีย์
ซอยอารีย์ในยามค่ำคืนที่ฝนตกชุ่มฉ่ำดูเงียบสงัดและเต็มไปด้วยเสน่ห์แปลกตา แสงไฟนีออนสีนวลจากร้านกาแฟและสปาหรูริมทางสะท้อนเงาระยิบระยับบนพื้นผิวถนนลาดยางเปียกแฉะ ใบไม้สีเขียวเข้มบนต้นหูกระจงลู่ล้มลู่ลมสั่นไหวระริก วรุตม์หักพวงมาลัยเลี้ยวรถยนต์คันหรูเข้าไปในซอยแยกย่อยที่ลึกและสันโดษขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดรถลงที่หน้าอพาร์ตเมนต์สไตล์ลอฟต์ปูนเปลือยที่อัญชิสาเช่าไว้
อาคารสูงเจ็ดชั้นแห่งนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นทว่าเงียบสงบ วรุตม์จอดรถในชั้นใต้ดินเงียบๆ ก้าวขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสี่ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวโครมครามจนแทบจะทะลุออกจากหน้าอก ทุกจังหวะเสียงเคลื่อนที่ของลิฟต์เปรียบเหมือนก้าวที่มั่นคงในการจมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งกิเลสตัณหา
เขายืนนิ่งอยู่หน้าห้องหมายเลข 402... นิ้วมือสั่นระริกยามที่ยื่นคีย์การ์ดสีดำไปแตะที่แท่นรับสัญญาณ
ติ๊ด... แก๊ก!
เสียงกลอนประตูดิจิทัลปลดล็อกดังขึ้นเบาๆ วรุตม์บิดลูกบิดประตูผลักเข้าไปด้านในและปิดประตูลงกลอนล็อกแ่าทันที
บรรยากาศภายในห้องสลัวรางและเงียบสงัด แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟระย้าดีไซน์โมเดิร์นช่วยขับให้ห้องชุดขนาดหนึ่งห้องนอนดูอบอุ่นและเป็ส่วนตัวอย่างยิ่ง หน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงั้แ่พื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทิวทัศน์ยอดไม้สีเขียวที่เปียกปอนฝนและแสงไฟถนนที่พร่ามัวภายนอก กลิ่นอายความอุ่นชื้นของแอร์คอนดิชันเนอร์ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ของไม้อบแห้งและใบชาจีนอบอวลอยู่ในอากาศ
ที่กลางห้องนอนกว้างขวาง... อัญชิสายืนรอเขาอยู่ หล่อนสวมเพียงชุดนอนกระโปรงยาวผ้าไหมซาตินสีแชมเปญสายเดี่ยวเนื้อละเอียดบางเบา ทับด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมเนื้อนุ่มลายลูกไม้หรูหราสีเดียวกัน เส้นผมสีดำสลวยถูกปล่อยยาวคลุมแผ่นหลังบาง ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายไหวระยับยามที่หันมาสบตากับเขา
"ยินดีต้อนรับสู่โลกของเราสองคนค่ะ... คุณหมอ" หล่อนเอ่ยทักเสียงหวาน นุ่มนวล ทว่าแฝงกระแสความกระสันรัญจวนใจอย่างปิดไม่มิด
วรุตม์ยืนนิ่งกอดอกมองหล่อน ลมหายใจของเขาเริ่มกระชั้นและหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ "ผมพยายามแล้ว อัญญ์... พยายามจะทิ้งกุญแจห้องนี้ไปตั้งหลายครั้ง"
อัญชิสาคลี่ยิ้มบางเบายั่วยวน หล่อนเดินนุ่มนวลตรงเข้ามาหาเขาช้าๆ กลิ่นน้ำหอมแนวแซนดัลวูดผสมวานิลลาอันแสนเสพติดโชยเตะจมูกของวรุตม์อีกครั้งจนเขาแทบจะคลั่ง หล่อนเอื้อมมือเรียวบางมาแกะกระดุมเสื้อโค้ทของเขาออกช้าๆ ก่อนจะสอดแทรกมือเข้าไปลูบไล้ที่แผงอกแกร่งผ่านเสื้อเชิ้ต
"แต่อัญญ์รู้ดี... ว่าคุณหมอไม่มีวันทิ้งมันหรอกค่ะ" หล่อนกระซิบพร่าเงยหน้าขึ้นสบตาจ้องลึกลงในดวงตาของเขา "เพราะข้างในของคุณหมอ... มันโหยหาอัญญ์เหมือนที่อัญญ์โหยหาคุณหมอ เราสองคนต่างตกเป็ทาสของตัณหาและบาปข้อนี้ด้วยกัน"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้วรุตม์หมดสิ้นการสะกดกลั้นอารมณ์ เขาคว้าเอวบางของอัญชิสาเข้ามากระชับแนบชิดกับตัวตนของเขาอย่างรวดเร็ว ก้มใบหน้าลงบดจูบเรียวปากอิ่มสีแดงระเรื่อของหล่อนอย่างหนักหน่วงและแสนรัก
"อืม..." อัญชิสาครางแ่หวานในลำคอ โอบกอดแขนเรียวรอบคอหนา ดึงรั้งให้ร่างแกร่งบดเบียดเนื้อตัวเข้าหาเธอจนไม่มีช่องว่าง วรุตม์ละเลงปลายลิ้นร้อนชื้นชิมความหอมหวานภายในอุ้งปากของหล่อนอย่างหิวกระหาย จูบครั้งนี้ลึกซึ้งและยาวนานจนร่างกายของคนทั้งสองร้อนรุ่มดั่งไฟสุม
เขาอุ้มร่างบางขึ้นช้าๆ เดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง วางร่างระหงลงบนฟูกหนานุ่มก่อนจะก้าวขึ้นมาทาบทับอยู่เหนือร่างของหล่อน วรุตม์จ้องมองใบหน้าหวานที่เปียกชื้นเปี่ยมไปด้วยความกระสันปนความโหยหาของสะใภ้ลับในอนาคตด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้
มือหนาของศัลยแพทย์เลื่อนขึ้นมาปลดปมเชือกผูกเอวของเสื้อคลุมผ้าไหมสีแชมเปญออกอย่างแ่เบา เผยให้เห็นชุดนอนสายเดี่ยวตัวจิ๋วที่เผยอกว้างจนเห็นเนินอกอวบอิ่มขาวเนียนและปลายยอดถันสีหวานที่เริ่มตึงตัวสู้มือ วรุตม์ก้มลงซุกไซ้ปลายจมูกขบเม้มซอกคอขาวเนียนและลากไล้ต่ำลงมาที่แผงอก ลากลิ้นอุ่นชื้นละเลงชิมความหวานรอบปทุมถันอย่างเชื่องช้าจนอัญชิสาสั่นสะท้านครางกระเส่าเสียงสั่นพร่า
มือแกร่งที่ปกติดูแลเอาใจใส่รักษาชีวิตคนในห้องผ่าตัด บัดนี้กลับทำงานด้วยความหิวกระหายและปรารถนาที่จะกุมอำนาจบนผิวกายของหล่อน วรุตม์เลื่อนมือลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบและสะโพกมน ขยับมือสอดแทรกเข้าไปใต้กระโปรงชุดนอนเนื้อนุ่ม ัักับผิวต้นขาขาวเนียนและขยับนิ้วเรียวผ่านเนื้อผ้าแพนตี้เปียกชื้น ลูบเน้นััจุดอ่อนไหวกลางกายของหล่อนอย่างจาบจ้วงหนักหน่วงจนร่างระหงบิดเร้าสั่นสะท้าน แอ่นรับการเล้าโลมแสนซาบซ่านปนเสียวซ่านรัญจวนใจนั้นอย่างหมดท่า
พวกเขากอดก่ายพัวพันรสรักแสนเสน่หาอยู่บนเตียงนอนหนานุ่มท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงตกกระทบหน้าต่างภายนอกอาคาร ทุกััเต็มไปด้วยความเร่าร้อนปนความรู้สึกผิดบาป ทว่าพวกเขาก็เลือกที่จะลืมโลกภายนอก ลืมกิ่งแก้ว ลืมพีท และหลบซ่อนตัวตนจริงอยู่ในมุมสงบลับแห่งนี้
หลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนอารมณ์ปรารถนาเริ่มคงที่ วรุตม์ถอนริมฝีปากออกมาหอบหายใจกวาดกวาดอากาศเข้าปอด นอนราบลงเคียงข้างร่างของอัญชิสา ดึงร่างบางเข้ามากอดประคองแนบอกแน่น หล่อนซบหน้าลงกับอกกว้างของเขา สูดดมกลิ่นอายผู้ใหญ่ที่หล่อนแสนหลงใหล
"วันจันทร์หน้า... อัญญ์จะมารอคุณหมอที่นี่เหมือนเดิมนะคะ" อัญชิสากระซิบแ่เบา น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความหวังลึกซึ้ง
วรุตม์กุมข้อมือบางของหล่อนไว้แน่น จ้องมองดูหยาดฝนภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ในความเงียบงัน เขารู้ดีว่าั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ทุกวันจันทร์ของสัปดาห์จะกลายเป็วันแห่งการทำลายล้างศีลธรรมธรรม และเป็วันแห่งการลักลอบกลืนกินความสุขต้องห้ามที่จะนำพาชีวิตของเขาไปสู่จุดสิ้นสุดของความพินาศ...
เขาลอบออกจากอพาร์ตเมนต์ซอยอารีย์ใน่ทุ่มเศษ ขับรถกลับบ้านท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาเม็ดลง ทว่าบรรยากาศในรถกลับดูหนักอึ้งบีบคั้นจิตใจยิ่งกว่าเดิม วรุตม์จ้องมองไฟหน้าััเปียกชื้นบนกระจกหน้ารถ รสชาติหวานซ่านปนกลิ่นแป้งอ่อนๆ ของอัญชิสายังคงเคลือบแน่นที่ริมฝีปาก เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองเพิ่งจะโอบกอดบดเบียดร่างของว่าที่สะใภ้บนเตียงลับนั้นจริงๆ มันช่างรวดเร็วและบ้าคลั่งเกินกว่าจะรับไหว
เมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน ไฟในห้องอาหารยังคงเปิดสว่าง กิ่งแก้วและพีทกำลังนั่งคุยหัวเราะรอเขาอยู่บนโต๊ะอาหาร
"อ้าว วัธน์ กลับมาแล้วเหรอคะ? วันนี้ผ่าตัดเหนื่อยไหมคะ กิ่งทำแกงจืดเต้าหู้หมูสับของโปรดเตรียมไว้ให้แล้วค่ะ" กิ่งแก้วเดินเข้ามากุมมือเขาและช่วยถอดเสื้อคลุมออกด้วยความใส่ใจ
"คุณพ่อครับ วันนี้แปลนบ้านของผมกับอัญญ์ได้รับการอนุมัติอย่างเป็ทางการแล้วนะครับ! พรุ่งนี้ทีมวิศวกรจะเริ่มเข้าพื้นที่เลยครับ" พีทบอกพลางยิ้มร่า แววตาเป็ประกายไปด้วยอนาคตที่สดใส
คำพูดของภรรยาและรอยยิ้มซื่อตรงของลูกชายเป็เหมือนลิ่มแหลมทิ่มแทงซ้ำๆ เข้าไปในขั้วหัวใจของวรุตม์ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็สัตว์ประหลาดที่สวมหน้ากากมนุษย์แสร้งยิ้มและร่วมโต๊ะอาหารพูดคุยเื่อนาคตของครอบครัวอย่างอบอุ่น ทั้งที่ร่างกายของเขาเพิ่งจะััลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าแพนตี้เปียกชื้นของอัญชิสามาไม่ถึงชั่วโมง
วรุตม์รีบทานอาหารให้เสร็จเลี่ยงขึ้นมาซ่อนตัวในห้องทำงานส่วนตัวในบ้าน เขาปิดประตูล็อกกลอนแ่า นั่งจมดิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดโดยไม่เปิดไฟ คีย์การ์ดสีดำในกระเป๋ากางเกงแผ่ความเย็นเยียบท้าทายศีลธรรม บาปครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดชั่ววูบอีกต่อไป แต่งานผ่าตัดหัวใจและชีวิตของเขากำลังพังทลายลงในพริบตา คีย์การ์ดนี้คือเส้นทางสู่อเวจีที่เขาเลือกจะเดินก้าวลงไปเอง และเขารู้สึกได้ทันทีว่า... เขาจะยังคงขับรถกลับไปที่ห้อง 402 ซอยอารีย์ในวันจันทร์หน้า และวันจันทร์ต่อๆ ไปอย่างไร้ทางออกชั่วนิรันดร์