บทที่3
ความสามารถวิเคราะห์
หยุนโม่ค่อยๆเริ่มปรับลมหายใจของตนเองให้กลับมาเป็เหมือนเดิมจากนั้นก็มองไปยังร่างที่ไร้หัวของอีกฝ่าย
อีกฝ่ายเหลือเพียงแค่ร่างกายที่ไร้ศีรษะส่วนศีรษะของอีกฝ่ายกระเด็นไปไกลแล้ว
ศีรษะของคนผู้นั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึงดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ
เห็นได้ชัดว่าในขณะที่ตายคนพวกนี้เองก็ยังไม่อยากเชื่อว่าตนเองนั้นจะตกตายด้วยฝีมือของมนุษย์
หยุนโม่สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การตรวจสอบศพของคนผู้นั้น
แต่ว่าเขาลุกขึ้นแล้วก็ขยับร่างกายของคนอื่นไปยังหลังจากที่ขยับร่างกายเพื่อตรวจสอบดูแล้ว หยุนโม่ก็ยืนยันบางอย่างได้
“จริงด้วย!ในตอนนี้ร่างกายไม่ต่างจากมนุษย์ที่ยังไม่ได้พัฒนายีนของตนเอง”
หยุนโม่รู้สึกแปลกั้แ่ตอนแรก
เผ่าพันธุ์มนุษย์ถูกรุกลานโดยตัดออกอากาศในตอนนั้นมนุษย์โลกของเขาแทบจะสิ้นศูนย์สายพันธุ์
จนกระทั่งมีมนุษย์สามารถพัฒนายีนส์ตนเองได้เขาพัฒนายีนส์ของร่างกายมนุษย์ให้เผ่าพันธุ์มนุษย์น้ำแข็งแกร่งขึ้น
โดยที่ในโลกของเขาคำพวกนั้นที่ถูกเรียกว่านักรบดวงดาว
แน่นอนว่าเป็การพัฒนายีนให้มนุษย์น้ำแข็งแกร่งกระทั่งการเคลื่อนไหวหรือแม้กระทั่งพละกำลังเองก็เพิ่มขึ้น
หยุนโม่เป็หนึ่งในนักรบดวงดาวเขาสามารถพัฒนายีนส์ไปจนถึงระดับสิบได้แล้ว
เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว หมัดของเขาก็สามารถบดขยี้ก้อนหินก้อนใหญ่ได้อย่างง่ายดาย
แต่ว่าเมื่อครู่ถ้าเกิดว่าร่างกายของเขาเป็ร่างกายปกติเขาควรจะสามารถหลบทางเคลื่อนไหวของคนผู้นั้นได้
จัดการประเมินหยุนโม่รู้ว่าคนพวกนั้นเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วั้แ่ตามใจมนุษย์ที่พัฒนายืนไปถึงระดับห้า
ซึ่งตัวของเขาที่เป็มนุษย์ที่พัฒนายีนส์ไปถึงระดับสิบควรจะหลบมาโจมตีกันได้แต่เขาไม่สามารถทำได้ก็แสดงว่าร่างกายของเขาแปลก
จนกระทั่งตรวจสอบในตอนนี้หยุนโม่ถึงมั่นใจว่าร่างกายของเขา เหมือนกับมนุษย์ธรรมดาที่ไม่ได้พัฒนายีนส์เลย
เขากลายเป็คนธรรมดาที่ไม่มีพลังเหนืุ์ไปแล้ว
“ถ้าเกิดว่าเมื่อครู่ไม่มีดาบพลังงานนี้อยู่แล้วอีกฝ่ายไม่ได้ประมาทขนาดนั้นคงตายไปแล้ว” หยุนโม่ถอนหายใจออกมาอย่างเคร่งขรึม
มันเป็เช่นนั้นที่จริงเมื่อครู่ถ้าเกิดว่าตัวของเขาไม่ได้มีอาวุธที่ร้ายกาจคงตายไปแล้วจริงๆ
หยุนโม่ก้มมองดาบพลังงานในมือของตนเอง
ทันทีใดหยุนโม่ก็พบเจอที่สิ่งแปลกประหลาดข้อความโปร่งใสเหมือนกับเอไอปรากฏกขึ้นด้านหน้า
[ชื่อ ดาบพลังงานระดับ (11★) ]
[ระดับพลังงานคงเหลือ[80%../100%]]
[พลังโจมตี (12★)]
[ความทนทาน (10★)]
[พลังงาน (10★) ]
“นี่มันอะไรกัน! ข้อความงั้นเหรอ”
[เรียนนายท่านนี่คือความสามารถในการวิเคราะห์ของระบบ]
[ท่านสามารถใช้การวิเคราะห์กับสิ่งของต่างๆได้จากการเพ่งตาจ้องมอง]
“โนวานายมีความสามารถแบบนี้ด้วยเหรอ”หยุนโม่ถามออกมาอย่างไม่สงสัย
ในตอนนี้เ้าก้อนขนกลมๆที่อยู่ด้านหน้าก็ทำท่าทางกอดอกอย่างภูมิใจเหมือนกับพยายามจะโอ้อวดในความสามารถของตนเอง
หยุนโม่ดวงตาเบิกกว้าง
เขามั่นใจแล้วในตอนนี้เ้าสิ่งที่อยู่ด้านหน้า โนวาที่เป็ระบบเอไอเป็ปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะเหมือนว่ามันจะมีความคิดกับความรู้สึกเป็ของตนเองเลยมันจะพาขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ที่เขาเคยใช้งานมาก
และการเปลี่ยนแปลงของปัญญาประดิษฐ์มันเองก็น่าจะเกี่ยวข้องกับการที่เขามาที่สถานที่แห่งนี้
หยุนโม่มีความมั่นใจมากว่าโลกใบนี้ที่ตัวของเขาอยู่ในตอนนี้ มันน่าจะเป็ดินแดนที่อยู่ห่างไกลมาก อาจจะอยู่คนละมิติเวลาอาจจะอยู่คนละห้วงจักรวาลเลยก็ว่าได้
เพราะทั้งการเปลี่ยนแปลงไปของปัญญาประดิษฐ์ร่างกายของเขาที่ตอนนี้กลับมาเป็เหมือนกับมนุษย์ธรรมดาที่ไม่ได้พัฒนายีนส์
และยังคนติดปัญหาที่บอกว่าตนเองเป็ผู้ฝึกตนมีพลังที่ไม่ธรรมดาผู้นั้นอีกด้วย
เพียงแค่หาเื่พวกนี้ก็สามารถยืนยันได้แล้วสถานที่ที่เขาอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่โลกที่เขาเคยรู้จักหรือไม่ใช่ดวงดาวที่เขาเคยพบเจอมา
หยุนโม่เดินไปหาร่างของชายหนุ่มในชุดจีนผู้นั้นก่อนที่เขาจะพลิกค้นร่างกายของอีกฝ่าย
เขาพยายามตามหาสิ่งที่น่าจะมีประโยชน์ก็สิ่งที่น่าจะเป็ข้อมูลสำหรับสถานการณ์ของเขาในตอนนี้
หยุนโม่ค้นหาอยู่สักพักสุดท้ายก็พบเจอสิ่งเดียวที่อยู่ภายในร่างของชายหนุ่มชุดจีนผู้นี้
มันเป็ถุงผ้าถุงหนึ่งที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่แต่ว่าตัวของถุงผ้านี้มีความพิเศษเพราะว่าลวดลายของมันบ่งบอกถึงความไม่ธรรมดา
หยุนโม่ลองใช้ความสามารถของระบบปัญญาประดิษฐ์
เขาเพิ่งสายตามองไปที่มันแล้วมันเองก็เป็อย่างที่คิดก็คือมันมีหน้าต่างโปร่งใสปรากฏขึ้นด้านหน้าจริงๆ
[ผลจากการวิเคราะห์ถุงด้านหน้าหรือกฎเกณฑ์ของมิติอยู่ด้านใน]
[สามารถเก็บของไว้ด้านในภายในมีพื้นที่มิติเฉพาะในการกักเก็บสิ่งของที่ไร้ชีวิตจะเปิดได้โดยการถ่ายเทพลังงานเข้าไป]
“นี่คงจะเหมือนกับพวกมิติเก็บของสิ่งนะ”
หยุนโม่ไม่ได้ประหลาดใจเพราะว่าหลังจากที่โลกของเขาเริ่มพัฒนาหลายๆอย่างมนุษย์ก็คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่ธรรมดาขึ้นมาหลายอย่าง
อย่างเช่นพวกมิติเก็บของมนุษย์เองก็เคยคิดค้นกฎเกณฑ์ของมิติแล้วก็สร้างพวกสิ่งอย่างเช่นพวกสิ่งเก็บของที่สามารถเก็บของได้ในโดยมีกฎเกณฑ์มิติได้
เพราะแบบนั้นเ้าถุงมิติที่อยู่ด้านหน้าจึงไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่สำหรับเขา
หยุนโม่ลองทำการพยายามเปิดมันแต่เมื่อลองแล้วล่ะก็ไม่สามารถเปิดได้
“หรือว่าคนที่เปิดได้จำเป็จะต้องมีพลังอย่างเช่นพวกผู้ฝึกตนถ่ายเทเข้าไปเท่านั้น” นี่น่าจะเป็เงื่อนไขที่ดูสมเหตุสมผลมากที่สุดแล้ว
หยุนโม่ส่ายหน้าอย่างเสียดายตัวของเขาไม่สามารถเปิดมาได้ในตอนนี้
แต่ว่าหยุนโม่เองก็ตัดสินใจเก็บมันเอาไว้ก่อน
“ในตอนนี้ควรออกจากสถานที่แห่งนี้ก่อน”
“อย่างน้อยก็ออกจากจุดนี้ต้องหาหมู่บ้านหรือว่าเมืองสักแห่ง แต่ก่อนอื่น..” หยุนโม่มองไปที่ร่างกายของชายชุดจีนโบราณ
เขาจึงได้ตัดสินใจทำการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของตนเอง
หยุนโม่คิดว่าเครื่องแต่งกายของเขาในตอนนี้จะไม่เข้ากับสถานที่แล้วก็โลกใบนี้อย่างแน่นอนเพื่อไม่ให้แสดงถึงความแตกต่างเขาควรจะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของตนเองก่อน
เพราะแบบนั้นหยุนโม่เลยทำให้นำเอาชุดของชายหนุ่มชุดจีนโบราณผู้นั้นสวมใส่แทน
ส่วนชุดเกราะรบอวกาศของเขามันเองเป็สิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะอยู่แล้วมันสามารถปลดล่อจนตัวของมันเหลือเพียงแค่นาฬิกาเรือนเล็กๆที่บริเวณข้อมือได้
หยุนโม่ในตอนนี้เปลี่ยนชุดจนเสร็จแม้ว่าจะถอดชุดเกราะที่เสียหายไปแล้วแต่ว่าสิ่งที่ยังคงอยู่ในมือก็คงจะเป็ดาบพลังงานที่ตอนนี้เปลี่ยนกลายเป็แท่งเหล็กธรรมดาไม่มีแสงพลังงานแผ่ออกมา
สถานที่แห่งนี้แปลกเกินไปหยุนโม่ย่อมต้องระวังตัวเป็พิเศษ
เพราะแบบนั้นไม่มีทางที่จะเก็บอาวุธอย่างแน่นอน
หยุนโม่เตรียมทุกอย่างจนเสร็จเขาเองก็ได้เดินออกมาจากจุดนี้ โดยเดินทางมุ่งตรงไปยังทางทิศเหนือ
แน่นอนว่าหยุนโม่ไม่รู้อย่างแน่นอนว่าเดินไปในทิศทางไหนที่ถูกต้องตัวของเขานั้นเลือกที่จะส่งเดินทางไปก่อนอย่างน้อยก็เลือกที่จะเดินทางขึ้นเหนือ
ผ่านไปหลายชั่วยาม
หลังจากเดินผืนป่าที่กว้างใหญ่มาสักพักนึงจนท้องฟ้าในเื่ค่อยๆมืดลง หยุนโม่ที่กำลังเดินอยู่ก็เริ่มได้ยินเสียงบางอย่างก่อนที่ด้านหน้าจะปรากฏหมู่บ้านแห่งนี้ที่เป็หมู่บ้านเล็กๆขึ้นมา