The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 8 การช่วยเหลือที่เสี่ยงตาย

    - อสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 เกิดจากการกัดกินกันเองในเผ่าเดียวกัน จนเกิดการหลวมรวมจนกลายพันธุ์- อสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 เกิดจากการผสานกันระหว่างงูและตัวเงินตัวทอง- อสูรกลายพันธุ์ขั้น 3 เกิดจากการดิ้นรน จนสภาพกาย ใจ แปรเปลี่ยนไป ดั่งเสมือนเกิดใหม่ เป็น ระดับขั้นกลายพันธุ์ที่เริ่มมีสติปัญญา  
    เวลานี้เขาอดที่จะสูดหายใจงึกๆไม่ได้เพระเบื้องหน้าเขากลับปรากฏสิ่งมีชีวิตที่สามารถกลายพันธุ์ได้ถึงขั้น 3 แล้ว ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น! แถมไอ้ตัวขั้น 3 ที่ว่ายังเริ่มมีสติปัญญาอีกด้วย ซึ่งมันแสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
    และการที่พวกมันไม่เพียงจะมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นจากการกลายพันธุ์แล้ว พวกมันกลับเริ่มมีความคิดและสติปัญญาเป็นของตนเอง นั่นทำให้เขารู้สึกหวั่นวตกเป็นอย่างมาก เพราะขนาดขั้น 2 ที่ไร้ซึ่งสติปัญญายังแข็งแกร่งและยากที่จะจัดการถึงขนาดนั้น  แล้วไอ้ตัวที่กลายพันธุ์ถึงขั้น 3 แถมเริ่มมีสติปัญญามันจะไม่โหดหินเกินไปหน่อยหรือ ไม่ยากจะคิดเลย! นับวันสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งโหดร้ายขึ้นทุกที ไม่สิมันโหดร้ายตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์บ้าๆแบบนี้ขึ้นมาแล้วต่างหาก 
    ทำไมวะ! พลันตัวเขาเกิดความลังเลขึ้นมาว่า เขาควรจะเสี่ยงช่วยชีวิตคนพวกนั้นดีหรือไม่ เพราะหากเกิดผิดพลาดอะไรขึ้นมา อาจจะเป็นเขาเองที่ไม่รอดหรือหากเลวร้ายจริงๆคงจะตายกันหมด  ถึงแม้สำหรับเขาตอนนี้การต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอาจมีความหมายโดยตรง คือตายแน่ๆก็ตาม ทว่าในความคิดของเขาหากเขาคิดจะหนีจริงๆ ต่อให้ขั้น 3 ก็ยากที่จะหยุดยั้งเขาไว้ได้
    หลังจากลองขบคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆนาๆ เขาก็ตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงช่วยชีวิตคนพวกนั้นดูสักครั้ง แม้โอกาสสำเร็จจะน้อยนิดก็ตาม แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยแล้วมองคนพวกนั้นตายตกตามๆกันไป เพราะจิตใจของเขายังเป็นมนุษย์อยู่! เรื่องแบบนั้นจึงยากที่จะทำใจยอมรับได้ง่ายๆ แม้หลังจากนี้ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าชีวิตของคนพวกนั้นจะรอดหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยๆตัวเขาก็ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วในสถานการณ์เช่นนี้
    สิ่งที่เขาเล็งไว้คือ การถ่วงเวลา เพราะขอแค่เขาถ่วงเวลาให้คนพวกนั้นหนีไปได้ หลังจากนั้นเขาก็จะหาโอกาสหลบหนีบ้างเช่นกัน  เท่าที่ดูจากรูปการณ์แล้วต่อให้สู้ยังไงก็ยากที่จะชนะได้ แต่ถ้าหนีก็มีโอกาสถึง 100 เปอร์เซ็นต์ที่เขาสามารถหลบหนีจากพวกมันด้วยความสามารถตัดระยะได้อย่างแน่นอน 
    เฟี้ยวฉึกโฮกเขาตัดสินใจทำการลอบโจมตีหมาสองหัวก่อนเป็นตัวแรก โดยเขาเลือกที่จะใช้ดาบหนึ่งในสองเล่มที่เหลือจากการต่อสู้กับอสูรกลายพันธุ์ตัวก่อนหน้า ขว้างใส่บริเวณหัวหนึ่งในสองของหมาสองหัวทันที ทว่าปฏิกิริยาตอบสนองของมันกลับรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ซึ่งทำให้มันสามารถหลบคมดาบที่เขาขว้างไปได้อย่างเฉียดฉิว แต่ว่าแม้มันจะหลบได้แต่ก็ยังมิอาจหลบได้หมด เลยทำให้มันได้รับรอยแผลไม่ลึกมาก และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลให้มันโกรธจัดจนคำรามเสียงดังออกมา
    เฮ!ไอ้หมาเน่า  ตายซากไอ้งูต้วมเตี้ยมไอ้วัวหน้าตัวเมีย?แน่จริงก็มาสู้กันสิวะเสียงตะโกนของเขาดังขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเป้าหมาย หลังรู้ว่าการลอโ๗มตีครั้งแรกของเกือบพลาด โดยไม่รอช้าเขาหาเศษหินเศษไม้บริเวณรอบข้างตัวเขาขว้างใส่มันและอีกสองตัวที่เหลือทันที
    เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยวกรรรรรรฟ่อ ฟี้ฟู่แม้จะเป็นเพียงเศษหิน เศษไม้หรือเศษสิ่งของต่างๆนาๆเล็กบ้างใหญ่บ้าง ถ้าตามปกติสิ่งของเหล่านี้คงไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ แต่อย่าลืมสิว่ากำลังของเขาตอนนี้ แม้ตัวเขาจะไม่แน่ใจว่าความสามารถทางกายภาพของเขาจะมากกว่าหรือน้อยกว่าอสูรกลายพันธุ์ขั้น 3 แต่อย่างน้อยๆเขาก็มั่นใจว่าตัวเขาน่าจะมีพละกำลังไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพวกขั้น 2 เป็นแน่
    “เห้ย”“พวกนาย รีบหาโอกาสหนีไปทางนั้นซะ มันมีรถจอดอยู่เร็วเขา ผมจะถ่วงเวลาไว้ให้”ไม่รอช้าหลังยั่วโมโหพวกมันจนสำเร็จ สิ่งที่หวังก็เป็นไปตามที่คิด แต่ติดที่พวกมันวิ่งมาหาเขาแบบเร็วโคตรๆ ซึ่งตัวที่วิ่งนำมาก่อนเพื่อนเลยคือ งูสี่ขา มันวิ่ง ไม่สิ มันเหมือนกระโดดไปข้างหน้าเลยด้วยซ้ำ อย่างกะจรวด เสมือนมันกำลังกระโดดพุ่งหลาวไปข้างหน้ายังไงยังงั้น เพราะเผลอนิดเดียว มันย่นระยะมาจะถึงเขาอยู่ร่อมร่อ ส่งผลให้เขาเสียวสันหลังวาบเลยทีเดียว
    “พะ พวกเรา รีบหนีกัน”“แต่ผู้ชายคนนั้นเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า”“เธอบ้าหรือเปล่า ต่อให้มานั่งกังวลเราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว รีบหนีกันเหอะ”“ผู้ชายคนนั้น เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ”“พวกแกอยากจะตายกันมากหรือไงยังมัวชักช้าอยู่ได้ ถ้าอยากจะตายก็ตามใจพวกแกเหอะ กูไม่อยู่ละ”เสียงถกเถียงดังขึ้นระหว่างคนในกลุ่ม  แต่ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าควรรีบหนีไปทางที่ผู้ชายคนนั้นบอก ไม่งั้นพวกเขาอาจจะตายกันหมดหากมัวชักช้า
    ฟุบ ฟุบ“บะ บ้าจริง ทำไม พวกมันเร็วจังวะ”“เห้ย”ฟุบ ฟูๆๆๆ“กะ กะ เกือบไป แฮก แฮก”โชคดีที่เขารอดพ้นจากการโจมตีด้วยพิษของงูกลายพันธุ์ได้อย่างฉิวเฉียว ไม่งั้นเขาคงตายแบบศพไม่สวยแน่ๆ เพราะขนาดพื้นปูนยังแหว่งไม่มีเหลือ เมื่อโดนพิษของงูกลายพันธุ์เข้าไป
    แฮร่แฮร่ๆๆๆเสียงเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ดังขึ้นเบื้องหน้า จากที่เห็นมีจำนวนไม่น้อยกว่า 50 ตัว กำลังพุ่งเข้ามาทางเขา 
    บ้าไรวะเนี่ย งานหยาบแล้วกู
    ด้านหน้าก็ฝูงมนุษย์กลายพันธุ์ ด้านหลังก็อสูรกลายพันธุ์ ตัวเขามีทางเลือกไม่มาก จากสถานการณ์ตอนนี้ที่หนีมาได้ยังไม่ถึง 5 นาที เขาก็หวังว่าพวกที่เขาได้ช่วยไปนั้นจะหนีรอดไปได้ เพราะตอนนี้หากเขาไม่คิดที่จะหนีก็ยากที่จะรอดเหมือนกัน ด้วยจำนวนและความแข็งแกร่งของศัตรูที่เขากำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้มันยากมากที่เขาจะมีโอกาสชนะได้ การหนีจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้
    ฟุบ ฟุบจากความสามารถในการตัดระยะ ทำให้เขาหลบออกมาด้านข้าง  ขึ้นไปบนตึกที่กะคร่าวๆหน้าจะสูงจากพื้นประมาณ 10 กว่าเมตรได้ ทว่าเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
    แฮร่ตูม ตูมตูมสงครามขนาดย่อมของเหล่ากลายพันธุ์ได้ปะทุขึ้น ณ จุดที่เขาเคยอยู่ ระหว่าง 3 อสูรกลายพันธุ์กับเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าห่ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่ง เสมือนโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปรางก่อนด้วยการโจมตีจากฆ้อนยักษ์ในมือของอสูรกลายพันธุ์ร่างวัว ส่งผลให้เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ 4-5 ตัวเละไม่มีชิ้นดี
    ทั้งการโจมตีของหมากลายพันธุ์และงูกลายพันธุ์ก็รุนแรงไม่แพ้กัน ทำให้เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์กว่า 50 ตัวแพ้ราบคาบเป็นหน้ากอง โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที
    เห้ยฟุบ      ตูมด้วยความที่เขากำลังตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ปะทะเบื้องหน้า เขาจึงเผลอตัวไปแว๊บหนึ่ง  ทำให้เขาเฉียดความตายอีกครั้ง จากการโจมตีที่รวดเร็วด้วยแรงกระโดดที่เหนือคำบรรยายของงูกลายพันธุ์    
    หลังเสร็จสิ้นสงครามขนาดย่อม มันกลับไม่ลืมเขา แต่หันมาจู่โจมด้วยการกระโดด สูง 10 กว่าเมตรพร้อมฉกเข้ามา ณ ตำแหน่งที่เขายืนอยู่  ขนาดความสามารถสัมผัสรับรู้ยังตอบสนองช้ากว่าการจู่โจมครั้งนี้ แต่ก็ยังถือเป็นโชคดีของเขาที่การโจมตีมันปรากฏตรงหน้า ทำให้ตัวเขาตอบสนองได้ทัน เพียงเสี่ยววินาที เพื่อหลบการโจมตีถึงตายนี้
    ตูมฟุบตูมฟุบแม้จะหลบพ้นความตายมาได้ไม่นาน แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีกว่าเดิม เพราะงูกลายพันธุ์ก็ยังไล่ล่าเขาไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าตัวเขาจะหลบไปทางไหน มันก็กระโดดตามติดไปเรื่อยๆ เสมือนมีเรดาห์ตามติดตัว เพราะเหมือนกับมันสามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าเขาจะไปทางไหน
    ตูมฟุบ  ฟุบ ตูมๆการไล่ล่าก็ยังดำเนินต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด และการที่เขาเอาแต่หนีโดยไม่หันไปสู้นั้น ก็เนื่องด้วย 2 เหตุผลคือ อย่างแรกเขาไม่รู้ว่าถ้าสู้แล้วจะชนะมันหรือไม่ อย่างที่สองหากตัวเขาเข้าปะทะกับมันจริงๆ อีกสองตัวที่เหลือจะเข้ามารุมหรือไม่ แม้อสูรกลายพันธุ์อีกสองตัวจะไม่ได้จู่โจมเข้ามา แต่มันก็คอยสังเกตการณ์และติดตามมาอยู่ห่างๆ  ด้วยสถานการณ์แบบนี้ ตัวเขาก็พอจะคาดเดาได้บ้างว่า สาเหตุที่สถานการณ์มันยังดำเนินไปแบบนี้ น่าจะเกิดจากวัวกลายพันธุ์ที่มีสติปัยญา มันคงรับรู้อะไรบางอย่างได้ จึงใช้วิธีนี้ในการล้อมกรอบและไล่ต้อนเขา
    5 นาที10 นาที20 นาทีแฮกๆ  ตูมๆฟุบ ฟุบบะ บ้าเอ้ย ฟู่ๆ ตูมๆ  ฟุบ ฟุบอะไรของมันวะ!ตูม ตูม ฟุบ ฟุบทนไม่ไหวแล้วนะเว้ยฟุบเป็นไงเป็นกันจากการใช้ความสามารถในการตัดระยะติดๆกัน ภายในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลให้ตัวเขาเริ่มออกอาการล้า จนเกือบจะถึงขีดจำกัด
    “เข้ามาเลยเว้ย ไอ้พวกหมาหมู่”“ต่อให้กูต้องตายก็จะฆ่าพวกมึงไปด้วย” ย๊ากกกกกตอนนี้ตัวเขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว แม้การที่เขาทำเช่นนี้จะเข้าแผนของพวกมันแต่ตัวเขาก็ไม่คิดจะงอมืองอเท้าหนีอีกแล้ว เพราะจากสถานการณ์ปัจจุบันต่อให้หนียังไงก็ไม่พ้น ด้วยการที่มันเริ่มแบ่งกำลังดักหน้าดักหลัง เพื่อต้อนให้เขาจนมุม
    เพราะขนาดตัวเขามีความสามารถในการตัดระยะ ทว่าแม้ความสามารถนี้จะถือว่าดี แต่ในสถานการณ์แบบนี้ มันต่างกับการเทเลพอร์ตเลย เพราะมันเคลื่อนที่ได้เป็นเส้นตรง ซึ่งต่อให้เขาตัดระยะย้อนหลังไปหรือตัดระยะไปข้างหน้าจนสุดทางก็ยังไม่สามารถหนีพ้นด้วยระยะการเคลื่อนที่ที่จำกัดและระยะการเคลื่อนที่ที่มากก็กินกำลังมากตามไปด้วย ส่งผลให้เขาในตอนนี้มาถึงขีดจำกัดเร็วกว่าที่คิด  ย๊ากกก

    End