ตอนที่ 5
ในหอฝึกัชั้นที่ 2 มีโต๊ะอยู่ตัวหนึ่งบนโต๊ะมีหนังสือวางเป็กองๆหลังกองหนังสือคือไป๋กุนหลางที่กำลังเปิดหนังสือมองผ่านๆไปเรื่อยๆ แล้วทำไมเขาต้องมาเปิดหนังสือบนชั้น 2 แทนที่จะฝึกวิชานะหรือก็ต้องย้อนกลับไปตอนที่
"ข้าคือระบบเทพยุทธ์ระบบสุดวิเศษที่จะช่วยให้ท่านกลายเป็เทพยุทธ์"
"เอ็งคือระบบเทพยุทธ์" ไป๋กุนหลางถามอย่างงงๆ
"ใช่ขอรับ" ระบบตอบ
"ที่จะมาช่วยให้ข้ากลายเป็เทพยุทธ์"
"ใช่ขอรับ หูของท่านมีปัญหาเหรอขอรับนายท่าน" ระบบตอบอย่างกวนๆ
"ไม่ได้มี" ไป๋กุนหลางตอบแล้วถามกลับ "แล้วเอ็งทำอะไรได้บ้าง"
"ข้าสามารถวิเคราะห์วิชาทุกวิชาบนโลกใบนี้และปรับปรุงเป็วิชาที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดกับนายท่านและสามารถชี้แนะแนวทางการพัฒนาของนายท่านได้ขอรับ" ระบบตอบอย่างภาคภูมิใจ
"แล้วเมื่อเอ็งวิเคราะห์เสร็จแล้ววิชาทุกวิชาจะถูกส่งตรงเข้าหัวของข้าและข้าก็จะกลายเป็ผู้เชี่ยวชาญวิชานั้นๆใช่ไหม" ไป๋กุนหลางถามอย่างตื่นเต้น
"เออคือ..ถูกส่งตรงจริงขอรับแต่ถ้าท่านจะเชี่ยวชาญท่านก็ต้องฝึกฝนสิขอรับ" ระบบตอบอย่างเหนื่อยๆ
"เดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยว" เขารู้สึกว่าไอ้ระบบนี้มันชักจะแปลกๆแล้ว
"เอ็งไม่มีเหรอพวกระบบภารกิจลับทำแล้วข้าจะได้แต้มเพื่อเอาไปอัพสเตตัส"
"ไม่มี" ระบบตอบ
"แล้วพวกยาเพิ่มเืยาเพิ่มมานาล่ะมีไหม"
"ไม่มี" ระบบตอบ
"แล้วยาเพิ่มพลังหรือทะลวงจุดที่ทำให้ข้ากลายเป็เทพยุทธ์ได้ล่ะ"
"ไม่มีแต่ข้าสามารถวิเคราะห์ส่วนผสมของยาให้ท่านเอาไปหลอมยาได้ขอรับนายท่าน" ระบบตอบ
"บัดซบ!!..แม่ง!..เอ็งแน่ใจนะว่าเอ็งคือระบบเทพยุทธ์ไม่ใช่สูตรการทำอาหาร" ไป๋กุนหลางบ่นอย่างเซ็งๆ
"แต่ข้ามีมิตินะขอรับนายท่าน" ระบบบอก
"มิติที่สามารถทำให้ข้าฝึกฝนได้เร็วขึ้นหรือช่วยชีวิตในยามที่าเ็สาหัสได้ใช่ไหม" ไป๋กุนหลางถามอย่างตื่นเต้น
"มิติจะดึงจิตของท่านเข้าไปแล้วจำลองร่างกายตามความเป็จริง ท่านจะเข้ามิติได้หนึ่งครั้งต่อวันในมิติจะมีเวลาสามวันแต่ภายนอกจะผ่านไปเพียงเสี่ยววินาทีท่านจะสามารถฝึกฝนทำความเข้าใจวิชาได้มากยิ่งขึ้นแต่พลังจะไม่เพิ่มขึ้นส่วนการช่วยชีวิตนั้นคงจะไม่ได้เพราะมิติเอาไปแต่จิตส่วนร่างกายถ้าก่อนเข้าไปท่านมีมีดปักอกอยู่ออกมามีดก็ยังปักอกท่านอยู่อย่างนั้นแหละ" ระบบตอบ
"เฮงซวย!!!"
ส่วนที่เขาต้องขึ้นมาชั้น 2 และเปิดหนังสือดูไปเรื่อยๆ ก็เพราะว่าต้องให้เ้าระบบมันวิเคราะห์วิชาในหนังสือและมันต้องใช้ตาของเขาเป็เหมือนเลนส์กล้องจึงจะสามารถวิเคราะห์วิชาในหนังสือได้
'นี่มันระบบอัตโนมือชัดๆ' ไป๋กุนหลางคิด
มานั่งดูหนังสือไปเรื่อยๆคุณหลานจึงนึกขึ้นได้และถามกับระบบว่า "ถ้าแกต้องใช้ตาข้าเป็เหมือนเลนส์กล้องเพื่อมองดูวิชาแล้วถ้าเกิดมีคนใช้วิชาที่ตาข้ามองไม่ทันขึ้นมาล่ะเอ็งจะวิเคราะห์ได้ไหม"
"ก็ไม่ได้น่ะสิ,นายท่านนี่โง่จริงๆนะขอรับ" เ้าระบบตอบ
"ถ้าด่ากันขนาดนี้ไม่ต้องพูดสุภาพก็ได้!!"
"ไม่ได้ขอรับระบบถูกออกแบบมาให้เคารพผู้ใช้ขอรับ" เ้าระบบตอบอย่างหนักแน่น
"????…." ไป๋กุนหลาง
"เ้าระบบ" ไป๋กุนหลางพูดขึ้นหลังจากเงียบไปสักพัก
"ถ้าข้าเลือกที่จะฝึกวิชาอาคมล่ะเอ็งจะช่วยข้าได้ขนาดไหน" ไป๋กุนหลางถาม
"ข้าก็จะสามารถบอกกฎของพลังที่เหมาะสมกับท่านได้แต่ว่าท่านก็ต้องเข้าใจว่าขั้นที่ 3 ของเ้าอาคม คือ เข้าใจกฎไม่ใช่แค่รู้แต่ท่านต้องเข้าใจมันด้วยมันก็เหมือนกับการปั่นจักรยานนั่นแหละตัวข้านั้นคือหนังสือทฤษฎีส่วนปฏิบัติท่านต้องทำความเข้าใจด้วยตัวเอง" ระบบตอบ
ไป๋กุนหลางทำการคิดอยู่นานในที่สุดเขาก็ได้เลือกการฝึกวิชายุทธเพราะว่าอย่างที่เ้าระบบมันบอกการฝึกอาคมต้องเข้าใจไม่ใช่แค่รู้และเขาไม่ใช่คนที่จะใช้ความคิดเพื่อเข้าใจกฎที่ซับซ้อนได้จึงเลือกที่จะฝึกยุทธ
"เ้าระบบข้าขอเป็วิชากระบี่นะ" ไป๋กุนหลางบอก เพราะในหนังสือการ์ตูนที่เขาเคยอ่านมีฉากที่ตัวละครใช้กระบี่สู้และเหยียบกระบี่บินมันดูเท่มากเขาจึงอยากเป็เทพกระบี่
"ขอรับนายท่าน"
______________________________
1 อาทิตย์ผ่านไป
วันนี้เป็วันที่ไป๋กุนหลางจะได้เริ่มฝึกวิชาจริงๆ หลังจากมัวแต่เปิดหนังสือดูมาเป็อาทิตย์จนชายหน้าสิงโตยังถามว่า "สรุปนี้เอ็งมาฝึกวิชาหรือมาหาที่เล่นแก้เบื่อ"
ซึ่งเขาก็ไม่รู้จะตอบยังไงเลยได้แต่ยิ้มแล้วเดินหนีเข้ามาและวันนี้คือวันที่เ้าระบบวิเคราะห์วิชากระบี่ให้เขาเสร็จแล้วไป๋กุนหลางตั้งชื่อวิชานี้ว่าสำนึกกระบี่ทัศนา ประกอบไปด้วย
1 ทัศนาเมืองมนุษย์ สำนึกที่สับสนวุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่ที่มีคนอยู่มากมาย
2 เที่ยวชมบรรพต สำนึกที่เรียบง่ายแต่หนักแน่นทั้งยามรุกและยามรับ
3 ััสายลมพงไพร สำนึกที่พริ้วไหวเหมือนใบไม้ต้องลม
4 ฟังสำเนียงเสียงอัสนี สำนึกที่รวดเร็วเหมือนสายฟ้า
5 มองท้องฟ้าสังเกตเมฆ สำนึกที่กว้างขวางเหมือนฟ้าไร้รูปแบบเหมือนเมฆสามารถใช้พลังวัตรสร้างปราณกระบี่เมฆาขึ้นมาใช้โจมตีเป็วงกว้างใครที่โดนโจมตีก็จะถูกปราณกระบี่แทรกซึมเข้าไปทำให้พลังวัตรและพลังจิตปั่นป่วนจนไม่สามารถใช้พลังได้ชั่วคราว
6 ประจักษ์ห้วงสมุทร สำนึกที่สามารถเป็ทั้งสงบนิ่งและแปรปรวนสามารถซ่อนพลังได้เหมือนคลื่นใต้น้ำ