“อือ”
ณัฐธิดาค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมา เธอหันมองรอบตัวเมื่ออยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย จากโลโก้บนชุดที่ใส่ก็รู้ได้ทันทีว่าอยู่เธอนอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล บนหลังมือขวามีเข็มฉีดยาที่ต่อไปยังถุงน้ำเกลือปักอยู่ ส่วนหลังมือซ้ายมีใครบางคนนอนทับ หญิงสาวค่อย ๆ ขยับมือออกอย่างช้า ๆ เพราะกลัวเืไม่เดิน
“ตื่นแล้วเหรอ เป็ไงบ้าง”
การขยับตัวของเธอทำให้เขารู้สึกตัวตาม
โครกกก
“เอ่อ...”
ณัฐธิดายังใกับเสียงดังลั่นที่ออกมาจากท้องของตัวเอง เธอเขินจนไม่กล้ามองสบตาเขาเลยหันไปมองปลายเท้าตัวเองแทน
“หิวเหรอ”
“ก็นิดหน่อยค่ะ”
“ตอนนี้เป็ยังไงบ้าง”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ตอนนี้กี่โมงคะ”
ธีร์ก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือตัวเอง
“สองทุ่ม คุณสลบไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ”
“ไนน์ขอออกจากโรงพยาบาลตอนนี้เลยได้ไหมคะ” เธอถามเสียงกังวลเพราะเขาพามาเธอโรงพยาบาลเอกชน แถมได้แอดมิตแล้วด้วย เงินเดือนทั้งเดือนของอาชีพไอดอลยังไม่มีปัญญาจ่ายค่าตรวจเลย
“ไนน์อยากกลับบ้าน”
“โอเค เดี๋ยวผมเรียกหมอมาเช็กดูก่อนนะ นั่งรอก่อน ห้ามลุกเดินเพ่นพ่านเด็ดขาด”
“ค่ะ”
เขาเดินออกไปไม่นานก็กลับมาพร้อมหมอและพยาบาล
“เป็ยังไงบ้างครับ ยังรู้สึกปวดหัวหรือไม่สบายตรงไหนไหมครับ”
“ไม่ค่ะ สบายดีมาก ๆ”
ณัฐธิดาจำเป็ต้องบอกไปแบบนั้นเพื่อให้ได้ออกจากโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ขืนอยู่ที่นี่ต่อนาน ๆ มีหวังอาการทรุดหนักแน่
“งั้นเดี๋ยวหมอจะสั่งยาให้กลับไปทานที่บ้านด้วยนะครับ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอยิ้มแหยให้หมอ
“จัดมาเลยครับ ขอยาที่ดีที่สุดนะครับ แฟนผมไม่ชอบกินยา เดี๋ยวผมบังคับเองครับ” ธีร์หันไปบอกหมอแทน
ณัฐธิดาหันไปมองขวับทันที แฟนเฟินอะไรกัน
“ได้ครับ”
“ฉันขอกลับบ้านตอนนี้เลยได้ไหมคะ” เธอหันไปส่งสายตาขอร้องหมอแทน
“ครับ งั้นคุณพยาบาลช่วยถอดสายน้ำเกลือให้คนไข้ด้วยนะครับ”
ขณะที่หมอเขียนใบสั่งยาให้เธอ พยาบาลก็เดินมาถอดสายน้ำเกลือให้
“ถ้าคนไข้เปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย ติดต่อรับยาและชำระค่ารักษาที่ชั้นหนึ่งนะคะ”
“พวกเราขอตัวก่อนนะครับ” หมอพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับพยาบาล
ณัฐธิดาได้แต่นั่งเครียดบนเตียงเมื่อได้ยินคำว่า ‘ชำระค่ารักษา’ กังวลว่าเงินหลักร้อยในบัญชีจะพอจ่ายไหม
“เป็อะไรไป” ธีร์งงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ ทั้งที่เมื่อกี้ยังอยากกลับบ้านอยู่เลย
“เอ่อ คุณธีร์คะ ถึงเราจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ในฐานะลูกน้องที่อนาคตยังต้องเจอกันอีกบ่อย ๆ ไนน์ไม่หนีไปไหนแน่นอนค่ะ คุณพอจะให้ไนน์ยืมเงินก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวไนน์ผ่อนจ่ายให้ทีหลัง”
“ผมก็นึกว่าเื่อะไร ได้สิ เดี๋ยวผมออกให้ไปก่อน” เขาบอกอย่างใจดี แต่เริ่มคิดแผนร้ายบางอย่างขึ้นในหัว
“ขอบคุณค่ะ งั้นไนน์ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”
ร่างสูงเดินประคองไหล่เธอไปส่งถึงห้องน้ำ พอเธอเปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินนำอย่างอารมณ์ดีไปยังชั้นล่าง
“รอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมไปจ่ายตังค์แป๊บหนึ่ง”
ณัฐธิดาพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ ที่นี่กว้างและเงียบสงบมาก เธอไม่เคยเข้ามาในโรงพยาบาลเอกชนมาก่อนในชีวิต ปกติเวลาจะพาแม่ไปหาหมอต้องตื่นไปรับบัตรคิวั้แ่ตีห้าในโรงพยาบาลรัฐ กว่าจะทำธุระเสร็จก็หมดไปครึ่งค่อนวันแล้ว
“เท่าไหร่คะ” เธอถามทันทีที่ธีร์เดินกลับมาหา
“หมื่นสอง”
“ฮะ” ค่าห้องชั่วโมงเดียว บวกกับค่ายาและถุงน้ำเกลือเนี่ยนะ
“ผมเลือกห้องวีไอพีหนึ่งคืนให้น่ะ” เขาบอกหน้าตาเฉยพร้อมกับชูใบเสร็จให้เธอดูเป็หลักฐาน
ณัฐธิดาพูดไม่ออกได้แต่อ้าปากค้าง เห็นราคาแล้วแทบเป็ลมอีกรอบแต่ต้องตั้งสติไว้
“ระ เหรอคะ”
“งั้นเราไปหาอะไรกินกันดีมั้ย”
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวไนน์ไปกินที่บ้านดีกว่า”
ตอนนี้เธอรู้สึกไม่อยากอาหารขึ้นมาทันที
“ผมนอนเฝ้าไนน์จนไม่ได้กินข้าวเหมือนกัน ช่วยไปเป็เพื่อนหน่อย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”
“ก็ได้ค่ะ”
“รถจอดอยู่ชั้นใต้ดิน ไปกินเถอะ”
ณัฐธิดาเดินตามเขาไปขึ้นรถอย่างว่าง่าย ธีร์ขับพาเธอมายังร้านอาหารให้ห้างสรรพสินค้าไม่ไกล เขาเลือกร้านที่คนไม่เยอะเพราะไม่อยากให้เธอต้องรอนาน
“ร้านอาหารญี่ปุ่นเป็ไง”
“ร้านนี้เหรอคะ”
“หรือคุณอยากไปกินร้านอื่น”
“เปล่าค่ะ ร้านนี้ก็ดีค่ะ”
ที่จริงร้านนี้เธอเคยมาทำงานพาร์ตไทม์เป็เด็กเสิร์ฟจนถึงอาทิตย์ที่แล้ว
“อ้าว นึกว่าใคร ไนน์เองเหรอ แต่งหน้าลุคนี้แล้วจำแทบไม่ได้เลย”
ณัฐธิดาหันไปมองเด็กเสิร์ฟที่มารับออเดอร์ ก่อนจะเห็นคู่ปรับเก่าที่ส่งยิ้มดูแคลนมาให้ ปกติเธอไม่ก็ค่อยตอบกลับอยู่แล้วเพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร แค่ทำงานแต่ละวันก็เหนื่อยจนแทบจะหมดแรงแล้ว
“เพื่อนไนน์เหรอ” ธีร์ถามขึ้นอย่างไม่รู้สถานการณ์
“อดีตเพื่อนร่วมงานน่ะค่ะ พี่ไนน์เคยทำงานที่นี่แล้วลาออกไปอาทิตย์ก่อน ตอนแรกได้ยินว่าได้งานใหม่แล้ว แยมก็สงสัยอยู่ว่างานอะไรแต่ตอนนี้รู้และ...”
“สั่งอาหารค่ะ” ณัฐธิดาพูดตัดบทอย่างรำคาญที่เด็กสาวเริ่มจีบปากจีบคอคาดเดาไปมั่วซั่ว
“ค่ะ” เธอรีบสงบปากเพราะตอนนี้ณัฐธิดากลายเป็ลูกค้าแล้ว
หลังจากที่ธีร์และณัฐธิดาสั่งอาหารเสร็จก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ หญิงสาวเอาแต่นั่งเช็กโซเชียลมีเดียในโทรศัพท์จนอาหารมาเสิร์ฟถึงเงยหน้าขึ้นอีก
“ไนน์อารมณ์เสียเหรอ”
“เปล่าค่ะ เรามากินข้าวกันเถอะ” เธอส่งยิ้มให้เขา ที่จริงเธอไม่รู้จะคุยอะไรต่างหาก ยิ่งเ้านายใจดีด้วยก็ยิ่งต้องเกรงใจ
“ครับ”
หลังทั้งคู่กินข้าวเสร็จ ธีร์ก็เดินไปจ่ายตังค์ที่เคาน์เตอร์ ณัฐธิดาที่กำลังจะเดินตามหลังไปก็โดนดึงแขนเอาไว้ก่อน
“พี่ไนน์ทำยังไงถึงหาเสี่ยที่หล่อขนาดนี้ได้ รับแยมไปทำงานด้วยสิ”
“ปล่อย เขาไม่ใช่เสี่ย และพี่ก็ไม่ได้รับงานแบบที่เธอคิด”
เธอแกะมือเด็กสาวตรงหน้าออกแล้วรีบเดินหนีออกจากร้านไป หรือการที่เธอแต่งหน้าจัดแบบนี้มันทำให้ดูเป็เด็กเสี่ยจริง ๆ
“ทำไมเดินซะห่างเลย ไม่อยากกลับบ้านแล้วเหรอ”
“อยากกลับค่ะ เรารีบไปกันเถอะ”
ธีร์ขับรถมาส่งเธอที่หน้าบ้านภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที เมื่อรถจอดแล้วจึงหันหน้าไปถามคนข้างตัว
“ตอนนี้อาการเป็ยังไงบ้าง มีมึนหัวไหม”
“ไม่เลยค่ะ ขอบคุณสำหรับมื้อเย็นนะคะ”
“งั้นผมขอพิสูจน์หน่อยว่าตัวร้อนไหม”
ณัฐธิดายื่นหน้าให้เขาแตะหน้าผาก แต่ก็ต้องตาโตเมื่ออีกฝ่ายปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยอย่างรวดเร็ว แล้วใช้ริมฝีปากแนบเข้ากับปากเธอแทน
“ทะ ทำอะไรคะ” เธอถามหลังจากที่เขาถอนจูบออกไปแล้ว
“วัดอุณหภูมิไง ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ ขอวัดอีกรอบ” พูดจบเขาก็ฉกริมฝีปากเข้าหาอีกรอบอย่างรวดเร็ว
แต่คราวนี้ไม่ใช้แค่ปากแตะกันเฉย ๆ แล้ว เขาใช้ฝ่ามือบีบคางเล็กให้อ้าปากออก อีกมือจับศีรษะเธอไม่ให้หันหน้าหนี ลิ้นหนาแทรกเข้าไปในโพรงปากนุ่มตอนที่หญิงสาวเผลอร้อง เขาตวัดเกี่ยวลิ้นน้อยอย่างหยอกล้อจนเธอลืมผลักคนที่ขโมยจูบออก มือเล็กทั้งสองข้างได้แต่กำกางเกงตัวเองหลวม ๆ เสียงทุ้มครางขึ้นในลำคออย่างพอใจขณะตวัดกวาดดูดชิมความหวานทั่วโพรงปากน้อยอย่างเพลิดเพลิน
“อื้อ” หญิงสาวร้องประท้วงอู้อี้ในลำคอ เมื่อรู้สึกว่าลมหายใจกำลังจะหมด
ธีร์ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบา ๆ ทิ้งท้าย จนลิปสติกสีแดงเลอะริมฝีปากหนาไปด้วย
“ตัวยังอุ่น ๆ อยู่เลย อย่าลืมกินยานะครับ”
“เอ่อ...” เธอมองริมฝีปากเขาอย่างลังเลว่าจะบอกดีไหม
ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็โดนคนตัวโตโน้มหน้าลงประกบปากหนัก ๆ อีกรอบ ลิ้นสากสำรวจในโพรงปากเล็กอย่างอ่อนโยน เขาจูบเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนคนในอ้อมแขนอ่อนระทวย หน้าแดงก่ำหลับตาพริ้มยินยอมรับััหวานจากเขา
“ยังอยากจูบอีกรอบไหม” ธีร์กระซิบเสียงทุ้มถามข้างหูเธอ
“มะ ไม่ค่ะ”
“เห็นเอาแต่มองปากผม คุณก็อยากให้ผมจูบเหมือนกันใช่ไหม”
“เปล่าสักหน่อย ไนน์แค่เห็นปากคุณเปื้อนลิปสติกต่างหาก”
ตอนนี้สีแดงเลอะไปทั่วขอบปากของเขาแล้ว
“ของคุณก็เปื้อน งั้นเช็ดให้หน่อยนะ”
เขาหยิบทิชชูส่งให้เธอ ทำให้ณัฐธิดาจำใจต้องรับมาเช็ดให้ ขณะที่เขาเองก็เช็ดให้ปากเธออย่างแ่เบาเหมือนกัน
“เสร็จแล้วค่ะ”
“ขอบคุณครับ” ธีร์ส่งยิ้มให้อย่างพอใจ
“งะ งั้นไนน์เข้าบ้านก่อนดีกว่า” เธอไม่สามารถสู้สายตาคมที่ห่างกันเพียงแค่คืบของเขาได้
หญิงสาวลนลานปลดเข็มขัดนิรภัยออกด้วยมืออันสั่นเทาไม่กล้ามองหน้าเขาอีก เมื่อลงจากรถก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว