ตำหนักหรูเฟิ่งของนางมีเกลือเป็หนอนเมื่อก่อนนางไม่เคยรู้เลยและไม่เคยคิดว่าจะมีด้วย เพราะนางเคยคิดว่าแม้ว่าตนเองจะเป็องค์หญิงที่ถือกำเนิดจากซุนไทเฮาที่ในยามนี้ได้ขยับฐานะขึ้นมาเป็ไทเฮาแล้วก็ตามแต่นางก็ถือว่าตนเองเป็องค์หญิงที่สิ้นไร้ความโปรดปรานจากทั้งพระบิดาและพระมารดายิ่งเป็ความโปรดปรานจากพระเชษฐาที่ยามนี้ได้ขึ้นครองบัลลังก์แล้วนางยังถือว่าห่างไกลจากการเป็องค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานมากมายนักแต่ยามนี้นางเริ่มกลับมาคิดทบทวนแล้วว่าตัวนางเองอาจจะเข้าใจความสำคัญของตนเองที่อยู่ในพระทัยของพระบิดาพระมารดา รวมไปถึงพระเชษฐาผิดไป
“องค์หญิงเพคะที่ทรงตรัสกับองค์ไทเฮาว่าหลังจากนี้จะเว้นระยะห่างจากรุ่ยอ๋องอีกทั้งจะไม่ออกหน้าช่วยเหลือคุณชายหลัวและคุณหนูหลัวอีกต่อไปแล้วเป็ความจริงหรือเพคะ” คำถามของเหมยเซียงทำให้ฉู่ิอวี้พลันขมวดคิ้วในทันทีนางหันไปมองเหมยเซียงแล้วจึงได้ถามออกมาด้วยน้ำเสียงเ็าในทันที
“ทำไมหรือหากว่าข้าบอกว่าข้าคิดเช่นนั้นจริงมันทำให้เ้ารู้สึกร้อนอกร้อนใจมากเลยหรือ”คำถามของฉู่ิอวี้ทำให้เหมยเซียงรีบส่ายหน้าพลางเอ่ยปากปฏิเสธในทันที
“เปล่านะเพคะหม่อมฉันก็แค่รู้สึกว่าก่อนหน้านี้องค์หญิงเคยมอบความไว้วางพระทัยให้แก่ทั้งรุ่ยอ๋องคุณชายสกุลหลัวและคุณหนูสกุลหลัวมากมายถึงเพียงนั้นแต่วันนี้กลับทรงตรัสว่าจะเว้นระยะห่างหม่อมฉันก็เลยอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้เพียงเท่านั้นเพคะ” คำพูดของเหมยเซียงทำให้ฉู่ิอวี้จ้องมองเหมยเซียงด้วยดวงตาอันวาวโรจน์แล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจอย่างที่นางมักจะทำ
“องค์หญิงเช่นข้าคิดจะทำอะไรไม่จำเป็ต้องอธิบายเหตุผลวันนี้ชอบพรุ่งนี้เกลียดล้วนเป็เื่ปกติของทุกคนตัวข้าเองก็ไม่แตกต่างไปจากผู้อื่น”เมื่อเอ่ยจบฉู่ิอวี้ก็ลุกขึ้นแล้วบอกกับบรรดานางข้าหลวงข้างกายว่านางอยากจะนอนพักผ่อนแล้วบรรดานางข้าหลวงก็รีบกระวีกระวาดช่วยกันปรนนิบัตินางในทันทียามนี้ฉู่ิอวี้เริ่มจะรู้ตัวแล้วว่านางไว้วางใจคนมากจนเกินไปนางเชื่อว่าในขณะที่นางเอนกายพักผ่อนเหมยเซียงผู้แสนดีของนางคงจะออกไปแจ้งกับรุ่ยอ๋องและสองพี่น้องสกุลหลัวว่านางกำลังคิดมีใจออกหากเป็แน่
ในขณะที่ฉู่ิอวี้กำลังรอให้นางกำนัลข้างกายออกไปส่งข่าว ทางด้านจวนสกุลหยางก็กำลังมีเื่หนึ่งเกิดขึ้นหยางกวงที่พึ่งจะได้รับาเ็กลับมาจากการยกทัพไปปราบฏพลันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
“ิอวี้”เสียงอันแหบเครือของเขาทำให้คนที่กำลังนั่งเฝ้าเขาด้วยความเป็ห่วงอย่างหลินฮุ่ยิ่ผู้เป็มารดาและหยางเยว่ซินผู้เป็น้องสาวพลันหันไปสบสายตากันด้วยความประหลาดใจในทันที
“ท่านแม่ ซินเอ๋อร์”เมื่อเขาหันมาเห็นคนในครอบครัวกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาแห่งความเป็ห่วงฉู่ิอวี้ก็ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้น าแที่ได้รับตรงหน้าอกทำให้เขาส่งเสียงในลำคอออกมาด้วยความเ็ปในทันที
“อย่าพึ่งลุกขึ้นมาเลย าแตรงหน้าอกของลูกอาจจะปริแตกออกมาได้นะ”เมื่อหลินฮุ่ยิ่พูดเช่นนี้หยางกวงก็ก้มลงไปจ้องมองหน้าอกของเขาในทันทีาแสดใหม่ที่หน้าอกของเขาทำให้หยางกวงนิ่วหน้า เขาจำได้ว่าฮูหยินของเขาสิ้นใจไปในอ้อมกอดของเขาความตายของนางทำให้เขาขาดความระมัดระวังไม่เพียงหน่วยคุ้มกันยังตามมาไม่ถึง ร่างกายที่ถูกพิษของเขายังทำให้เขาเดินลมปราณได้ไม่สะดวกสุดท้ายก็ถูกคนรุมเล่นงานจนตาย
“อี้หนานอ๋อง” เขาพึมพำออกมาเมื่อคิดได้ว่าหนึ่งในคนร้ายที่ลอบโจมตีเขาคือคนสนิทข้างกายของอี้หนานอ๋อง
หลายปีมานี้ฏอี้หนานอ๋องพยายามหาหนทางโจมตีเข้าเมืองหลวงอยู่เป็ระยะแต่ผิงกั๋วกงหยางจิ่นผู้เป็บิดาของเขานำกำลังคนออกไปต่อต้านและปราบปรามจวบจนสิ้นบิดาไปแล้วเขาจึงได้นำกองกำลังทั้งหมดที่มีบุกโจมตีจนทัพฏแตกพ่ายแม้ว่าผู้นำทัพฏอย่างอี้หนานอ๋องจะหนีไปได้แต่เขาก็สามารถยึดดินแดนที่อี้หนานอ๋องมานานหลายปีได้สำเร็จแม้ว่าจะแก้แค้นให้บิดาไม่ได้แต่อย่างน้อยการสลายกองกำลังและยึดดินแดนของอี้หนานอ๋องได้ก็ถือว่าเป็ความสำเร็จของเขา
เดิมทีเขากำลังวางแผนว่าจะติดตามไปจัดการอี้หนานอ๋องและคนของอี้หนานอ๋องให้สิ้นซากแต่ทางเมืองหลวงกลับส่งข่าวมาว่ารุ่ยอ๋องคิดก่อการฏอีกทั้งหนึ่งในบุคคลที่เข้าร่วมกับรุ่ยอ๋องน่าจะมีฉู่ิอวี้ผู้เป็ฮูหยินของเขาอีกด้วยหยางกวงรู้ดีว่าฉู่ิอวี้ไม่มีทางวางแผนก่อฏแน่ด้วยกังวลว่าความโง่เขลาไม่ทันคนของนางจะทำให้ตัวนางเองต้องเดือดร้อนเขาในฐานะสามีจึงต้องรีบเร่งนำกองกำลังส่วนหนึ่งเดินทางกลับเมืองหลวงอย่างลับๆเพื่อจัดการกับทัพฏของรุ่ยอ๋องใช้ความดีความชอบลดทอนโทสะที่ฉู่ิหรงฮ่องเต้มีต่อฮูหยินของตนคิดไม่ถึงว่าพอจัดการกับเื่การก่อฏในเมืองหลวงได้ทั้งเขาและฮูหยินจะต้องตายลงไปด้วยน้ำมือของคนของอี้หนานอ๋อง
“ลูกพักผ่อนก่อนเถิดเื่ทัพฏของอี้หนานอ๋องมีท่านพ่อของลูกคอยจัดการอยู่หลังจากนี้ลูกพยายามรักษาาแให้หายแล้วเตรียมเข้าพิธีแต่งงานกับองค์หญิงเจ็ดเถิด”คำพูดของมารดาทำให้หยางกวงเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองมารดา
ดวงหน้าของมารดายังคงผุดผาดไร้ริ้วรอย เส้นผมที่เคยขาวโพลนของมารดายังคงดกดำและเงางามเขาจำได้ดีว่าหลังจากมารดาได้รับข่าวการเสียชีวิตของบิดาเส้นผมของนางก็พลันเปลี่ยนเป็สีขาวในชั่วข้ามคืนสร้างความทุกข์ใจให้แก่เขาเป็อย่างมากส่วนน้องสาวของเขาที่ควรจะเข้าไปอยู่ในวังหลวง แต่ยามนี้กำลังยืนจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงยังมีาแที่หน้าอกของเขาอีกมันทำให้เขารู้ว่าหลังจากตายไปแล้วเขาได้ย้อนกลับมาอีกครั้งใน่เวลาที่ยังไม่ได้แต่งงานกับฉู่ิอวี้ ไม่เพียงเขาและนางยังไม่ได้แต่งงานกันแต่ยามนี้บิดาของเขายังไม่ตายอีกด้วย
“ท่านแม่ ท่านควรจะส่งคนไปติดตามท่านพ่อเอาไว้ให้ดี... ส่งท่านน้าไปก็ได้ด้วยฝีมือของท่านน้าท่านพ่อจะได้มีคนมีฝีมือคอยคุ้มกันอีกทั้งกองกำลังของท่านน้าก็มีหน่วยกล้าตายตั้งมากมายเหมาะสมที่จะใช้รับมือกับอี้หนานอ๋องเป็อย่างยิ่ง”เมื่ออยู่ๆ หยางกวงก็พูดเช่นนี้หลินฮุ่ยิ่ก็พลันพยักหน้า
“ได้ แม่จะให้คนไปส่งข่าวให้ท่านน้าของเ้ายกทัพตามไปช่วยท่านพ่อของเ้าเพียงแต่ที่ชายแดนตึงเครียดมากเลยหรือ เหตุใดท่านพ่อของเ้าจึงได้เขียนจดหมายส่งมาบอกกับแม่ว่าอี้หนานอ๋องใกล้จะยอมแพ้แล้วกันเล่า”คำถามของมารดาทำให้หยางกวงยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม
“คนผู้นั้นเฉลียวฉลาดและเ้าเล่ห์เป็อย่างยิ่ง คนเ้าเล่ห์เช่นเขาคงต้องให้ท่านน้าไปจัดการแล้วส่วนข้าคงต้องอยู่ที่นี่สะสางความเน่าเหม็นในวังหลวงให้สิ้นซากไปเสียก่อนแล้วจึงจะกลับไปอยู่ข้างกายของท่านพ่อ” เมื่อหยางกวงเอ่ยเช่นนี้หลินฮุ่ยิ่ก็พยักหน้า
“แม่จะออกไปเขียนจดหมายหาน้าของเ้าก่อน เ้าก็พักผ่อนให้ดีแม่จะให้ซินเอ๋อร์ไปเคี่ยวยามาให้เ้า”เมื่อหลินฮุ่ยิ่เอ่ยจบนางก็เดินออกจากห้องไปโดยมีหยางเยว่ซินเดินติดตามนางออกไปด้วยนางไม่ได้รู้เลยว่าพอลับร่างของนางไปแล้วบุตรชายที่ได้รับาเ็สาหัสของนางจะฝืนตนเองขยับตัวลุกขึ้นไปเขียนจดหมายเพื่อส่งให้บิดา
“ท่านพ่อาแของข้าเริ่มดีขึ้นแล้ว ่นี้ข้ายังคงต้องรั้งอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพื่อรอเข้าพิธีแต่งงานเพียงอย่างเดียวแต่ยังต้องจัดการกับคนมักใหญ่ใฝ่สูงจนเกินตัวที่นี่ด้วยท่านอยู่ทางนั้นก็จงวางตัวให้ดี สตรีแซ่โจวผู้นั้นหากท่านเว้นระยะห่างได้ก็จงทำอย่าได้ลืมว่าท่านเคยให้สัญญากับท่านแม่เช่นไร นางเฝ้ารอท่านกลับมาทุกคืนวันท่านพ่อได้โปรดอย่าทำให้การเฝ้ารอของท่านแม่กลายเป็ความสูญเปล่าขอท่านพ่อจงดูแลตนเองให้ดี อีกไม่นานท่านน้าคงจะเคลื่อนทัพไปช่วยท่านพ่อ”เมื่อหยางกวงเขียนมาถึงตรงนี้เขาก็ชะงักงันไปในใจกำลังคิดว่าหรือว่าเขาไม่ควรจะบอกบิดาเื่ที่ท่านน้าของตนจะยกทัพไปช่วยเหลือบิดาแล้วปล่อยให้ท่านน้าได้ค้นพบเอาเองว่าบิดาของเขากำลังชุบเลี้ยงสตรีนางหนึ่งอยู่แต่เมื่อคิดถึงการจากไปอย่างกะทันหันของบิดาอีกทั้งบิดายังทิ้งสตรีที่กำลังตั้งครรภ์นางหนึ่งเอาไว้ให้เขาต้องแบกรับในชาติที่แล้วเขาก็คิดว่าเื่นี้ควรจะให้บิดาของเขาจัดการความยุ่งยากที่ตนเองก่อจะดีกว่า
“ข้ารู้ว่าการโยกย้ายกองกำลังสกุลหลินของท่านน้าอาจจะทำให้หลายฝ่ายในเมืองหลวงไม่พอใจแต่ข้ายินดีจะออกหน้าแบกรับเื่ราวเหล่านี้ในเมืองหลวงด้วยตนเองขอแค่เพียงท่านพ่อรีบกำจัดอี้หนานอ๋องขั้นเด็ดขาดให้ได้และขอให้ท่านพ่อจงจำเอาไว้อย่าได้ประมาท รักษาความปลอดภัยของตนเองเป็ที่ตั้งแล้วลงมือจัดการขั้นเด็ดขาดกับอี้หนานอ๋องหากไม่ได้เด็ดศีรษะของเขาขอท่านพ่ออย่าได้วางใจอย่างเด็ดขาดส่วนเื่ความยุ่งยากในเมืองหลวงลูกจะออกหน้าแบกรับแทนท่านพ่อเอง”เมื่อเขียนจดหมายจบ หยางกวงก็พับจดหมายในมือค่อยๆ พยุงร่างกายอันหนักอึ้งของตนเองไปที่กรงเลี้ยงนก
เขากับบิดาใช้นกพิราบสื่อสารติดต่อกันเป็ประจำ มีเพียง่ที่บิดาลักลอบชุบเลี้ยงสตรีนางนั้นเอาไว้ความสัมพันธ์ระหว่างบุตรและบิดาก็พลันห่างเหินในชาติที่แล้วตอนที่เขากลับมาแต่งงานในเมืองหลวงเขาไม่ได้ติดต่อกับบิดาเลยเขารั้งอยู่ในเมืองหลวงถึงสองปีเพื่อช่วยเหลือน้องสาวจนนางสามารถเข้าวังไปเป็ฮองเฮาได้สำเร็จพอคิดได้ว่าสมควรจะกลับไปช่วยเหลือบิดาทำภารกิจกำจัดอี้หนานอ๋องให้สิ้นซากก็ได้รับข่าวร้ายว่าบิดาถูกปลิดชีพในการยกทัพไปปราบกองกำลังของอี้หนานอ๋องเข้าเสียก่อนเขาในยามนั้นทั้งเ็ปใจและเสียดายเขาเ็ปใจที่ต้องสูญเสียบิดาไปทั้งอย่างนั้นและรู้สึกเสียดายที่ก่อนจะสูญเสียบิดาไปตลอดกาลเขากับบิดายังไม่ทันได้พูดคุยกันดีๆเลยสักครั้ง
ยามนี้เมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งอีกทั้งยังได้ย้อนกลับมาในตอนที่บิดายังมีชีวิตอยู่เขาจึงย่อมจะต้องพยายามแก้ไขสิ่งที่ทำให้ตนเองรู้สึกเสียดายมากที่สุดยามนี้สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ก็คือการรับตำแหน่งราชบุตรเขยแล้วใช้ฐานะนี้กำราบคนที่คิดไม่ซื่อในเมืองหลวงให้หมดแล้วยกกองกำลังที่เหลือของเขาในเมืองหลวงไปช่วยบิดากำจัดฏอี้หนานอ๋องให้สิ้นซาก