ณ ห้องรับประทานอาหารอันโอ่อ่า (Grand Banquet Hall) ของคฤหาสน์สิรินทรา ภายใต้แสงไฟสีวอร์มไวท์ที่ทอประกายระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัล โต๊ะอาหารไม้มะฮอกกานีตัวยาวที่สามารถรองรับแขกได้นับสิบชีวิต บัดนี้ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับสมาชิกเพียงแค่สามคนเท่านั้น
มื้อค่ำมื้อแรกของทายาทสายเืแท้ๆ ดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ทว่าเต็มไปด้วยความพิถีพิถันในทุกกระเบียดนิ้ว
อาหารบนโต๊ะไม่ได้มีจำนวนมากมายจนล้นหลาม หรือจัดวางเรียงรายจนดูเกะกะสายตา แต่ทุกจานที่ถูกนำมาเสิร์ฟ ล้วนผ่านกรรมวิธีการปรุงแต่งระดับไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) จากฝีมือเชฟระดับมิชลินสตาร์ที่คฤหาสน์จ้างมาดูแลโดยเฉพาะ
เริ่มต้นด้วย 'ซุปใสคอนซอมเม่' (Consommé) ที่เชฟต้องใช้เวลาเคี่ยวกรำกระดูกและเนื้อสัตว์นานนับสิบชั่วโมง ผ่านการกรองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนได้น้ำซุปที่ใสแจ๋วราวกับคริสตัล ไร้ซึ่งฝ้าไขมันแม้แต่มิลลิเมตรเดียว โรยหน้าด้วยเห็ดทรัฟเฟิลขาวฝานบางๆ ที่ส่งกลิ่นหอมหวนเตะจมูก ตามมาด้วยเมนูหลักอย่าง 'สเต็กเนื้อวากิว A5' ที่ผ่านการบ่มแห้ง (Dry-Aged) อย่างพิถีพิถันเพื่อรีดเค้นรสชาติที่เข้มข้นที่สุด นำไปย่างบนเตาถ่านไม้หอมจนได้ความสุกระดับมีเดียมแรร์ที่สมบูรณ์แบบ ราดด้วยซอสไวน์แดงที่เคี่ยวข้ามวันข้ามคืน เสิร์ฟคู่กับหน่อไม้ฝรั่งออร์แกนิกย่างเนยและมันบดเนื้อเนียนละเอียดที่แทบจะละลายในปาก
ธีร์จับมีดและส้อมเงินแท้ชำแหละชิ้นเนื้อสเต็กเข้าปากอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางความหรูหราของมื้ออาหาร อดีตทหารรับจ้างผู้คุ้นชินกับการกัดกินเสบียงกรัง (MRE) หรืออาหารกระป๋องแข็งๆ กลางสมรภูมิรบ กลับไม่ได้แสดงท่าทีกระอักกระอ่วน หรือเก้ๆ กังๆ กับมารยาทบนโต๊ะอาหารชั้นสูงเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มหั่นเนื้ออย่างแม่นยำและพอดีคำ เขาทานอาหารด้วยความมีระเบียบวินัย ไร้เสียงกระทบของช้อนส้อม เป็ความเงียบเชียบและเด็ดขาดที่ถูกหล่อหลอมมาจากสัญชาตญาณของทหารที่ต้องจัดการกับเสบียงให้รวดเร็วและสะอาดที่สุด
ทว่า ในขณะที่ธีร์กำลังตักมันบดเข้าปาก เขาก็ััได้ถึง 'สายตา' สองคู่ที่กำลังจ้องมองเขามาอย่างไม่วางตา
เมื่อหันไปมอง หมาป่าหนุ่มก็พบว่าทั้งเ้าสัวสิรินทร์ที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ และเพียงฟ้าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ต่างก็วางช้อนส้อมของตนเองลง และกำลังนั่งเท้าคางจ้องมองการทานอาหารของเขาแทบจะไม่กะพริบตา ราวกับกำลังรับชมสารคดีสัตว์ป่าที่หาดูได้ยากยิ่ง
ธีร์ชะงักส้อมในมือ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามทำลายความเงียบ
"มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
เ้าสัวสิรินทร์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกจับได้ ชายชรารีบปรับสีหน้าและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "เปล่าหรอกลูก ปู่ก็แค่... เป็ห่วงน่ะ อาหารถูกปากหนูไหม? กินได้หรือเปล่า? มีปัญหาอะไรไหมลูก?"
ธีร์ทำหน้าแปลกใจกับคำถามนั้น เขาเหลือบมองจานสเต็กวากิวราคาเหยียบหมื่นตรงหน้าที่พร่องไปกว่าครึ่ง "ก็กินได้ครับ... ไม่มีปัญหาอะไร"
เพียงฟ้าที่นั่งลอบสังเกตการณ์อยู่นาน ถอนหายใจออกมาแ่เบาด้วยความโล่งอก หญิงสาวคลี่ยิ้มหวานละมุน
"ฟ้ากลัวว่าอาหารพวกนี้ จะไม่ถูกปากคุณซะอีกค่ะ" เพียงฟ้าสารภาพตามตรง
ก่อนหน้านี้ ในระหว่างที่เชฟกำลังเตรียมเมนู เธอและคุณปู่เคยให้คนไปสอบถามเขาแล้วว่า 'แพ้อาหารอะไรไหม' ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับมาก็คือคำว่า 'ไม่' แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังอดกังวลไม่ได้ว่า ชายหนุ่มที่เติบโตมากับการใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดข้างถนน และใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับดินปืนในฐานทัพ อาจจะไม่คุ้นชินกับรสชาติที่ซับซ้อน หรืออาจจะรู้สึกเลี่ยนกับอาหารที่ถูกประดิดประดอยมากเกินไปจนทานไม่ได้
"พอได้เห็นคุณทานอาหารพวกนี้ได้อย่างปกติแบบนี้ ฟ้าก็โล่งใจขึ้นเยอะเลยค่ะ" เพียงฟ้ายิ้มให้เขาอย่างจริงใจ
ธีร์รับฟังความห่วงใยนั้นเงียบๆ เขาไม่ได้อธิบายให้พวกเธอฟังว่า สำหรับคนที่เคยต้องอดมื้อกินมื้อ และเคยต้องกินแม้กระทั่งรากไม้หรือเนื้อสัตว์ป่าดิบๆ เพื่อประทังชีวิตในเขตแดนศัตรู... อาหารบนโต๊ะนี้มันคือของขวัญจากพระเ้าที่ประเสริฐที่สุดแล้ว ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปจัดการกับสเต็กในจานของตนเองต่อ
การทานอาหารดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่าย โดยมีเ้าสัวสิรินทร์และเพียงฟ้าคอยลอบมองชายหนุ่มเป็ระยะด้วยความรู้สึกเบิกบานใจ
จนกระทั่งน้ำซุปหยดสุดท้ายและเนื้อชิ้นสุดท้ายถูกจัดการจนหมดจด เ้าสัวสิรินทร์ที่กำลังยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบ ก็นึกเื่สำคัญขึ้นมาได้
"จริงสิ ธีร์..." ชายชราเอ่ยเรียกหลานชาย "เื่งานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของหลานที่ปู่กำลังจะจัดขึ้นน่ะ... หลานมี 'เพื่อน' ที่อยู่เมืองไทย หรือคนรู้จักที่อยากจะชวนมาร่วมงานด้วยไหมลูก? บอกพ่อบ้านได้เลยนะ เดี๋ยวปู่จะให้คนจัดเตรียมบัตรเชิญแบบวีไอพีส่งไปให้เป็พิเศษเลย"
เมื่อได้ยินคำถามนั้น ธีร์ชะงักมีดและส้อมที่กำลังรวบวางไว้ข้างจาน ชายหนุ่มใช้เวลาคิดอยู่เพียงแค่อึดใจเดียว... ภาพของร้อยโทสายลับ เพื่อนร่วมรบ และผู้คนในอดีตที่เคยเดินผ่านเข้ามาในชีวิต ล้วนแต่เลือนราง หรือไม่ก็กลายเป็ร่างไร้ิญญาในสมรภูมิไปหมดแล้ว ส่วนเพื่อนสนิทที่เขารักและไว้ใจที่สุดอย่างแซม โลแกน หรือผู้บัญชาการอีวาน่า ก็ล้วนแต่อยู่ไกลถึงตะวันออกกลาง
ธีร์ส่ายหน้าปฏิเสธช้าๆ "ไม่มีครับ"
คำตอบสั้นๆ ที่แฝงไปด้วยความโดดเดี่ยว ทำเอาเ้าสัวสิรินทร์รู้สึกสะท้อนใจ ชายชราพยักหน้ารับด้วยความสงสาร "งั้นรึ... น่าเสียดายนะ"
แต่เพียงไม่กี่วินาที เ้าสัวก็ปรับโหมดกลับมาร่าเริงเพื่อไม่ให้บรรยากาศกร่อย "แต่ก็ไม่เป็ไรหรอกลูก! หลานเพิ่งจะกลับมาถึงได้ไม่ทันข้ามวัน เดี๋ยวพออยู่ที่นี่ไปนานๆ ได้ออกไปทำงาน ได้พบปะผู้คน เดี๋ยวหนูก็จะมีเพื่อนใหม่ๆ อีกเยอะแยะแหละลูกเอ๊ย"
ชายชราหันไปมองหลานสาวบุญธรรมที่นั่งอยู่ด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "และอีกอย่างนะ... ถึงต่อให้หลานจะไม่มีเพื่อนเลยสักคน แต่หลานก็ยังมี 'หนูฟ้า' คอยอยู่เคียงข้างทั้งคนนี่นา จริงไหม?"
ธีร์ละสายตาจากจานอาหาร หันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เพียงฟ้าประสานสายตากับเขา ั์ตาสีเข้มดุจนางพญาทอประกายอ่อนโยนลง หญิงสาวไม่ได้เขินอายหรือหลบตา เธอเพียงแค่คลี่ยิ้มหวานละมุนละไมส่งมาให้เขา เป็การยืนยันคำพูดของคุณปู่ว่าเธอพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาจริงๆ
ทว่า หมาป่าหน้าตายผู้ไม่เคยมีประสบการณ์เื่ความรัก กลับทำเพียงแค่กระพริบตาปริบๆ มองรอยยิ้มนั้นด้วยความนิ่งเฉย ก่อนจะหันกลับมาก้มหน้าจิบน้ำเปล่าในแก้วของตนเองต่อหน้าตาเฉย ราวกับว่ารอยยิ้มพิฆาตของนางพญาเป็เพียงแค่ลมพัดผ่าน
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มจะเข้าที่เข้าทาง เ้าสัวสิรินทร์ผู้อารมณ์ดีเป็พิเศษก็เริ่มนึกสนุก ชายชราวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยประโยคแซวที่เปรียบเสมือนการทิ้งะเินิวเคลียร์ลงกลางโต๊ะอาหาร
"อ้อ... จริงสิ!" เ้าสัวลากเสียงยาว ั์ตาเ้าเล่ห์มองสลับระหว่างหนุ่มสาว "คืนนี้... พวกหนูตกลงกันว่าจะนอน 'ห้องเดียวกัน' สินะ?"
เพียงฟ้าชะงักแก้วน้ำที่กำลังจะแตะริมฝีปาก ส่วนธีร์ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ปู่ก็ไม่อยากจะเข้าไปก้าวก่ายชีวิตคู่ของวัยรุ่นหรอกนะ..." เ้าสัวสิรินทร์กระแอมไอแก้เขิน ก่อนจะหันไปสั่งสอนหลานชายด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบทีเล่นทีจริง "แต่ยังไงซะ... คืนนี้ก็ 'เพลาๆ' ลงหน่อยล่ะ ธีร์เอ๊ย... เพราะถึงยังไง นี่ก็เป็ 'ครั้งแรก' ของหนูฟ้าเขานะลูก ถนอมน้องหน่อยล่ะ!"
"คุณปู่คะ!!"
เพียงฟ้าที่ปกติมักจะวางมาดเยือกเย็นและสง่างามอยู่เสมอ ถึงกับหลุดเสียงแหลมปรี๊ดออกมาด้วยความใสุดขีด ใบหน้าสวยสะกดที่เคยขาวผ่อง บัดนี้แดงเถือกไปจนถึงใบหู ร่างระหงแทบจะแทรกแผ่นดินหนีด้วยความอับอายที่ถูกผู้มีพระคุณหยิบยกเื่บนเตียงมาพูดกันโต้งๆ บนโต๊ะอาหารแบบนี้!
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของธีร์...
แค่ก! แค่ก!
ยอดฝีมือแนวหน้าทะลวงฟันผู้เคี้ยวสเต็กวากิวอย่างใจเย็นมาตลอด ถึงกับสำลักน้ำเปล่าที่เพิ่งดื่มเข้าไปอย่างแรง ชายหนุ่มไอร่อกแร่ก หน้าดำหน้าแดง รีบคว้าผ้าเช็ดปากมาปิดปากแทบไม่ทัน สัญชาตญาณความนิ่งเฉยถูกทำลายลงย่อยยับด้วยคำว่า 'เพลาๆ หน่อย' และ 'ครั้งแรก' ที่พุ่งเป้ามาที่เขาโดยตรง!
...
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงยามค่ำคืน
ภายในห้องนอนระดับมาสเตอร์สวีท (Master Suite) ที่กินพื้นที่กว้างขวางของคฤหาสน์สิรินทรา ไฟในห้องถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟคริสตัลที่หัวเตียง บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแ่เบา
เพียงฟ้าในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มที่ขับเน้นผิวขาวผ่องและเรือนร่างอรชร กำลังนั่งหลังตรงอยู่ที่ริมขอบเตียงนอนคิงไซส์
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอเคยชินกับการอาณาเขตบนเตียงกว้างนี้เพียงลำพัง แต่วันนี้... พื้นที่ว่างอีกฝั่งหนึ่งกำลังจะมีใครบางคนเข้ามาจับจอง หญิงสาวนั่งนิ่ง สายตาจดจ่ออยู่กับลวดลายบนผ้าห่มไหม หัวใจในอกเต้นระรัวและสูบฉีดเืจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า
คลิก...
เสียงกลอนประตูห้องน้ำถูกปลดออก ดึงสติของนางพญาสาวให้กลับมาสู่ความเป็จริง
ธีร์ก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มอยู่ในชุดนอนเสื้อยืดสีดำและกางเกงขายาวทรงหลวมที่ดูใส่สบาย กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายความสดชื่นหลังอาบน้ำแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา เส้นผมสีเข้มที่เปียกชื้นเล็กน้อยถูกเช็ดจนหมาดลู่ลงมาปรกหน้าผาก ทำให้ความดุดันของหมาป่าลดลงและดูผ่อนคลายมากขึ้น
ชายหนุ่มเดินเช็ดผมมาหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียง ั์ตาคมกริบกวาดมองหญิงสาวที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนขอบเตียง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
"มีอะไรหรือเปล่าครับ?" ธีร์เอ่ยถามเสียงเรียบ "ดึกป่านนี้แล้ว... ทำไมยังไม่เข้านอนอีกเหรอครับ?"
เพียงฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย หญิงสาวช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาที่อ่านไม่ออกของเขา พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "อ้อ... ก็... ฟ้ากำลังจะนอนแล้วล่ะค่ะ"
"อืม..." ธีร์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีอ้อยอิ่ง หรือแสดงความสนใจในเรือนร่างอันเย้ายวนภายใต้ชุดนอนซาตินของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาทำเพียงแค่เดินอ้อมไปที่ฝั่งของตนเอง เอื้อมมือไปกดสวิตช์ปิดโคมไฟระย้ากลางห้องจนเหลือเพียงไฟหัวเตียงสลัวๆ
"ถ้าอย่างนั้น..." ธีร์เอ่ยทิ้งท้ายสั้นๆ ก่อนจะตวัดผ้าห่มขึ้นและสอดตัวเข้าไปนอนใต้ผ้าห่มอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วราวกับกำลังทิ้งตัวลงบนเตียงเหล็กในค่ายทหาร
เมื่อแสงสว่างถูกดับลง และผู้ชายตัวโตได้ทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง เพียงฟ้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องค่อยๆ สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน... ค่ำคืนแรกของการอยู่ร่วมห้องระหว่างหมาป่าและนางพญา จึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางกา
ทันทีที่แผ่นหลังบางัักับฟูกที่นอน ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเพียงฟ้าก็เต้นกระหน่ำรัวเร็วและแรงเสียจนเธอเกรงว่าผู้ชายที่นอนอยู่ข้างๆ จะได้ยินมัน
ตลอดชีวิตการทำงานในฐานะผู้บริหารสูงสุดของสิรินทรา กรุ๊ป เธอคุ้นชินกับการสวมหน้ากากนางพญาผู้อาจหาญและเยือกเย็น ไม่ว่าจะเป็การเจรจาธุรกิจมูลค่าหมื่นล้าน หรือการรับมือกับมาเฟียเฒ่าในบอร์ดบริหาร เธอก็ไม่เคยมีอาการประหม่าให้เห็น ทว่าในเวลานี้... นี่กลับเป็ครั้งแรกในชีวิตที่ผู้หญิงเก่งอย่างเธอรู้สึกตื่นเต้น หวาดระแวง และทำตัวไม่ถูกอย่างแท้จริง
แม้ผู้ชายที่กำลังนอนหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมออยู่ข้างกายนี้ จะเป็ 'คู่หมั้น' ที่เธอเฝ้ารอคอยมาทั้งชีวิต และเธอเองก็เตรียมใจเอาไว้ั้แ่เนิ่นๆ แล้วว่า สักวันหนึ่งเธอจะต้องตกเป็ของเขาเพื่อตอบแทนพระคุณของคุณปู่ แต่พอถึงเวลาที่ต้องมานอนเตียงเดียวกันจริงๆ ประสบการณ์เื่บนเตียงที่เป็ศูนย์ ก็ทำให้เธออดที่จะตื่นตระหนกไม่ได้
ภายใต้ผ้าห่มไหมผืนหนา เรือนร่างอรชรของเพียงฟ้าเกร็งเขม็งไปทุกสัดส่วน
ก่อนหน้านี้... ในตอนที่ธีร์หายเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ เพียงฟ้าได้แอบฉวยจังหวะที่เขาเผลอ ทำการเปลี่ยน 'ชุดชั้นใน' ของตนเองเงียบๆ เธอถอดชุดชั้นในสีเรียบๆ ทิ้งไป และสวมใส่ชุดชั้นในลูกไม้ซีทรูสีดำสุดแสนจะเซ็กซี่และเย้ายวนที่สุดเท่าที่เธอจะหาได้ในตู้เสื้อผ้า ซุกซ่อนเอาไว้ภายใต้ชุดนอนซาตินสายเดี่ยวตัวบาง
มันเป็การเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดของลูกผู้หญิง หญิงสาวจินตนาการไปไกลลิบว่า ด้วยบรรยากาศที่เป็ใจ ประกอบกับคำพูดหยอกเย้าเื่ 'ไปอาบน้ำด้วยกันไหม' ของเขาก่อนหน้านี้ และการเปิดไฟสลัวในห้องนอน... คืนนี้ หมาป่าหน้าตายตรงหน้าจะต้องทนสัญชาตญาณดิบไม่ไหว และต้องลุกขึ้นมาทำ 'อะไรสักอย่าง' กับเธออย่างแน่นอน!
เพียงฟ้าหลับตาปี๋ สองมือขยุ้มผ้าห่มแน่น เธอเตรียมใจรับััอันจาบจ้วงและเร่าร้อนจากผู้ชายที่เคยสารภาพหน้าตายว่าเื่ผู้หญิงเขา 'ก็พอมีบ้าง' รอคอยให้เขาพลิกตัวมากอดก่าย หรืออย่างน้อยๆ ก็เอื้อมมือมาััตัวเธอ
ทว่า... ท่ามกลางความมืดสลัว สิ่งที่หญิงสาวได้รับกลับไม่ใช่รอยจูบหรืออ้อมกอดอันเร่าร้อน แต่กลับเป็เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นมาลอยๆ ฝ่าความเงียบ
"ราตรีสวัสดิ์นะครับ... แล้วก็ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ"
คลิก...
สิ้นประโยคนั้น ธีร์ก็เอื้อมมือไปกดปิดสวิตช์โคมไฟตรงหัวนอนจนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิท
เพียงฟ้าเบิกตากว้างในความมืด เธอชะงักงันไปชั่วขณะ หูของเธอพยายามเงี่ยฟังการเคลื่อนไหวของคนข้างกาย แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากเสียงปิดไฟ กลับมีเพียงเสียงพลิกตัวจัดท่านอนให้เข้าที่เข้าทาง... และเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที เสียงลมหายใจของอดีตทหารรับจ้างหนุ่มก็แปรเปลี่ยนเป็จังหวะหนักแน่นและสม่ำเสมอ บ่งบอกให้รู้ว่าเ้าตัวได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว!
"..."
นางพญาสาวนอนกะพริบตาปริบๆ ท่ามกลางความมืดมิด ความรู้สึกสับสน งุนงง และความผิดหวังปนหงุดหงิดตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่อก เธออุตส่าห์ลงทุนเปลี่ยนชุดชั้นในซีทรูสุดเซ็กซี่ อุตส่าห์นอนเกร็งจนตะคริวแทบจะกินขา เตรียมใจเสียสาวมาตั้งนานสองนาน... แต่หมอนี่กลับทิ้งตัวลงนอนแล้วหลับปุ๋ยไปภายในเวลาไม่ถึงหกสิบวินาทีเนี่ยนะ?!
นี่เขามองข้ามเสน่ห์ของเธอไปได้อย่างไร!
คืนนั้นทั้งคืน... เพียงฟ้าผู้น่าสงสารต้องนอนเบิกตาโพลงพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแรงเพราะกลัวเขาจะตื่น และในขณะเดียวกันเธอก็ยังแอบระแวงเผื่อว่าเขาอาจจะแกล้งหลับเพื่อรอจังหวะตะครุบเหยื่อ แต่จนแล้วจนรอด... ธีร์ก็ยังคงหลับสนิท หลับลึก และหลับสบายราวกับซ้อมตาย ทิ้งให้ซีอีโอสาวต้องนอนตาค้างนับแกะะโข้ามรั้วไปเป็พันๆ ตัวจนถึงเช้า
...
เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 05.00 น. ตรงเป๊ะ
พรึ่บ!
ธีร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาตรงเวลาตามนาฬิกาชีวภาพที่ถูกฝังลึกอยู่ในร่างของทหารเดนตาย ชายหนุ่มรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าอย่างเต็มเปี่ยมจากการได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มบนฟูกที่นุ่มที่สุดในชีวิต เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เอื้อมมือไปเปิดสวิตช์โคมไฟตรงหัวเตียงเพื่อเตรียมตัวจะลุกไปออกกำลังกายยามเช้าตามกิจวัตรปกติ
ทว่า ทันทีที่แสงไฟสีเหลืองนวลสว่างไสวขึ้น...
"เฮ้ย!!"
หมาป่าหนุ่มถึงกับหลุดเสียงร้องอุทานเหวอออกมาจนเสียมาด สัญชาตญาณป้องกันตัวตามแบบฉบับ CQC แทบจะกระตุกให้เขาพุ่งตัวเข้าจู่โจม เมื่อเขาหันไปพบกับ... 'ิญญาอาฆาต' ที่นอนอยู่ข้างกาย!
เพียงฟ้านอนนิ่งอยู่ในท่ากอดอก แววตาสีเข้มที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้รอบดวงตาของเธอคล้ำเป็หมีแพนด้า ั์ตาของเธอแดงก่ำราวกับมีเส้นเืฝอยแตกจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างเอาเื่ รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างบางจนธีร์ต้องลอบกลืนน้ำลาย
"ฟ้า... นี่คุณยังไม่หลับอีกเหรอครับ?" ธีร์เอ่ยถามด้วยความซื่อตรง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความงุนงง
เพียงฟ้าแค่นเสียงขึ้นจมูก มองผู้ชายหน้าตายด้วยความเคืองแค้น "กำลังจะหลับค่ะ... พอดีว่าฟ้าเพิ่งจะนอนนับแกะจนมันสูญพันธุ์ไปหมดฝูงแล้วนี่แหละค่ะ!"
ธีร์ขมวดคิ้ว ทำหน้าประหนึ่งว่าตนเองเข้าใจปัญหาของเธออย่างถ่องแท้ "อ๋อ... คุณคงจะไม่ค่อยชินกับการที่มีคนอื่นมานอนร่วมเตียงด้วยสินะครับ?"
เพราะธีร์เป็คนประเภทพูดน้อยและแสดงออกไม่เก่งมาแต่ไหนแต่ไร เขาคิดไปเองในมุมมองของสุภาพบุรุษว่า การไม่ล่วงเกินคู่หมั้นในคืนแรกคือการให้เกียรติอย่างสูงสุด เขาจึงไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าความปรารถนาดีของเขา มันไปเหยียบย่ำความมั่นใจของหญิงสาวเข้าอย่างจัง
เพียงฟ้ากัดฟันกรอด ลุกขึ้นนั่งประจันหน้ากับเขา "เปล่าค่ะ!... ฟ้าแค่ไม่เข้าใจว่า ผู้หญิงอย่างฟ้า มันไม่มีเสน่ห์ หรือไม่มีอะไรน่าดึงดูดใจตรงไหน ผู้ชายถึงได้กล้านอนหลับทิ้งกันไปหน้าตาเฉยแบบนี้!"
เมื่อะเิอารมณ์ใส่หน้าเขาเสร็จ นางพญาสาวก็ไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ เธอสะบัดผ้าห่มออก ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินกระทืบเท้าตึงตังตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะกระแทกประตูปิดตามหลังดัง ปัง! สนั่นลั่นห้อง
ทิ้งให้หมาป่าเดนตายแห่งวูลฟ์แฟงต้องนั่งงงเป็ไก่ตาแตกอยู่บนเตียง ธีร์ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ด้วยความไม่เข้าใจตรรกะอันซับซ้อนของผู้หญิง เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ "อะไรของเขาเนี่ย... ไม่ปล้ำก็โกรธเหรอวะ?"
เมื่อหาคำตอบไม่ได้ ธีร์ก็เลิกใส่ใจ ชายหนุ่มลุกจากเตียง เดินไปที่ลานกว้างกลางห้อง แล้วเริ่มทรุดตัวลงวิดพื้น เซตละห้าสิบครั้งเพื่อวอร์มอัพร่างกายยามเช้าอย่างอารมณ์ดี
...
ภายในห้องน้ำอันหรูหรา
เพียงฟ้ายืนเท้าแขนกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า จ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมโตที่เคยสวยเฉี่ยว บัดนี้แดงก่ำจากการอดนอนมาทั้งคืน สภาพของเธอในตอนนี้ดูไม่จืดเลยสักนิด
"ให้ตายเถอะ... สุดท้ายก็ไม่ทำอะไรจริงๆ สินะ!" หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดกับกระจก "ฉันอุตส่าห์เตรียมใจเสียสาวมาทั้งคืน... อุตส่าห์ยอมใส่ชุดชั้นในลูกไม้บ้าบอนี่ด้วย... แต่เขากลับนอนหลับกรนใส่เนี่ยนะ! เสียเซลฟ์ที่สุดเลย!"
เธอถอนหายใจออกมายาวๆ เอามือลูบหน้าตัวเองเรียกสติ เมื่อคืนนี้เธอนอนระแวงจนตาค้าง เผื่อว่าเขาจะเปลี่ยนใจลุกขึ้นมาทำอะไรเธอตอนดึกๆ แต่สุดท้ายเขาก็หลับสนิทราวกับซ้อมตาย ในขณะที่เธอต้องทนทรมานอยู่กับจินตนาการของตัวเอง
ทว่า ในระหว่างที่กำลังบ่นอยู่นั้นเอง สมองอันชาญฉลาดของเพียงฟ้าก็ฉุกคิดถึงประเด็นสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้
เดี๋ยวก่อนนะ... ปกติแล้ว สัญชาตญาณของผู้ชาย เมื่อได้มานอนเตียงเดียวกันกับผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาสวยระดับนี้ แถมยังอยู่ในชุดนอนบางเบา มันก็ต้องมีความรู้สึกหวั่นไหว หรือเกิดอารมณ์กระเจิดกระเจิงจนนอนไม่หลับบ้างสิ... แต่ทำไมเขาถึงสามารถหลับลึกและหลับสบายได้หน้าตาเฉยขนาดนั้น?
หรือว่า... เขาจะ 'คุ้นชิน' กับการนอนข้างผู้หญิงสวยๆ แบบนี้มาจนชินชาแล้ว?
เฮือก!
เพียงฟ้าเบิกตากว้างเมื่อนึกถึงเื่ที่ร้ายแรงกว่าอาการเสียเซลฟ์
"จริงสิ! เื่ผู้หญิงที่เขาบอกว่า... 'ก็พอมีบ้าง' ฉันลืมซักไซ้เื่นี้ไปซะสนิทเลย!"
หญิงสาวยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองดังฉาด เมื่อคืนนี้เธอมัวแต่กังวลและเตรียมใจรับมือกับการเสียความบริสุทธิ์ จนลืมภารกิจสำคัญในการสอบสวนประวัติความเ้าชู้ของเขาไปเสียสนิท
"ไม่ได้การแล้ว... เื่นี้ปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด วันนี้ฉันจะต้องเค้นคอถามเขาให้รู้เื่ให้ได้ ว่าไอ้คำว่า 'ก็พอมีบ้าง' ของเขามันหมายความว่ายังไง!"
เพียงฟ้าหมายมั่นปั้นมือกับเงาในกระจก ก่อนที่เธอจะนึกขึ้นได้ถึง 'กำหนดการ' สำคัญในวันนี้
เมื่อวานนี้ เ้าสัวสิรินทร์ได้ออกคำสั่งเปิดทางให้เธออย่างเต็มที่ โดยให้เธอทำหน้าที่เป็ไกด์กิตติมศักดิ์ พาธีร์ออกไป 'เที่ยว' เพื่อเปิดหูเปิดตาและทำความคุ้นเคยกับประเทศไทย หลังจากที่เขาต้องระหกระเหินไปอยู่ต่างแดนมานานหลายปี ซึ่งมันก็คือข้ออ้างในการให้ทั้งคู่ได้ไป 'ออกเดท' เพื่อสานสัมพันธ์กันนั่นเอง
"เอาล่ะ... วันนี้แหละ ฟ้าจะทำให้คุณหลงเสน่ห์จนหัวปักหัวปำ แล้วก็คายความลับออกมาให้หมดเลยคอยดูเถอะ!"
นางพญาสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกพลังความมั่นใจกลับคืนมา แม้ว่าดวงตาของเธอจะยังคงแดงก่ำจากการอดนอน แต่เธอก็จัดการล้างหน้าล้างตา หยิบเครื่องสำอางชั้นดีมาปกปิดรอยคล้ำใต้ตาอย่างมืออาชีพ ปรับเปลี่ยนสีหน้าและท่าทางให้กลับมาเป็ซีอีโอสาวผู้สูงศักดิ์และทรงอำนาจอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน... ที่ลานพรมกลางห้องนอนด้านนอก
ธีร์กำลังวิดพื้นแบบมือเดียวสลับซ้ายขวาอย่างแข็งขัน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นตามมัดกล้ามเนื้ออันทรงพลัง ชายหนุ่มผิวปากเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าจากการได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มตลอดแปดชั่วโมงเต็ม ทำให้หมาป่าหนุ่มพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ารับมือกับภารกิจใหม่... โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า 'าความหึงหวง' ของนางพญาสาว กำลังจะปะทุขึ้นในเดทแรกของพวกเขา!