เสียงครืนของรถไฟตู้นอนยังคงดำเนินต่อไปอย่างซ้ำซาก เป็จังหวะที่ช่วยกลบเกลื่อนเสียงหายใจหอบถี่ของศาสตราจารย์ต่างดาวที่กำลังดิ้นรนกับความเป็มนุษย์ที่เข้ามาครอบงำ
ริวยังคงนอนตะแคงข้าง กอดร่างณิชาจากทางด้านหลังอย่างแ่า ความรู้สึกผิดอันหนักอึ้งไม่ได้ช่วยยับยั้งแรงปรารถนาที่พุ่งพล่านเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับแปรเปลี่ยนเป็ความหมกมุ่นที่เร่าร้อนและบิดเบี้ยว
เขาััได้ถึงความชื้นแฉะที่ซึมออกมาจากระหว่างต้นขาของเธอ กลิ่นสาบสางของกิจกรรมเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่ในห้องโดยสารเล็กๆ นี้ มันเป็กลิ่นที่น่ารังเกียจสำหรับนักวิทยาศาสตร์ แต่เป็กลิ่นที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของ 'เพศผู้' ได้อย่างน่าประหลาด
ริวโน้มตัวลงไปซบกับแผ่นหลังของเธอ ผ้าห่มผืนหนาช่วยกั้นความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายนอก แต่ไม่สามารถกั้นความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของณิชาได้เลย
เขาเคลื่อนมือขวาไปตามส่วนโค้งของสะโพกเธออย่างเชื่องช้า ััถึงผิวที่เนียนนุ่มและเปียกชื้นเล็กน้อยจากการระเหยของเหงื่อและน้ำรักที่ไหลออกมาเมื่อครู่
เธอหลับลึก ความจริงข้อนี้ทำให้เขากล้าบ้าบิ่นยิ่งขึ้น
ริวตัดสินใจที่จะไม่สนใจหลักการทดลองใดๆ อีกต่อไป เขาไม่ได้้า 'ข้อมูล' แต่เขา้า 'การ' อย่างไร้เงื่อนไข
เขาลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ริมฝีปากของเขากดจูบลงบนรอยบุ๋มเล็กๆ บริเวณท้ายทอยของณิชา กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกายของเธอกระตุ้นความ้าของเขา
เขาค่อยๆ เลิกผ้าห่มออกอย่างระมัดระวัง จัดให้เธอนอนในท่าตะแคงหันหลังให้เขาเล็กน้อย ขาข้างหนึ่งของเธอเหยียดตรง อีกข้างงอเล็กน้อย เผยให้เห็นบริเวณที่เพิ่งถูกรุกรานมาหมาดๆ
ในความมืดสลัวที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟสีส้มจากภายนอก ริวบรรจงใช้ปลายนิ้วััไปยังกลีบเนื้อที่อวบอิ่มและบวมช้ำจากการร่วมรักครั้งแรก เขาค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วแหวกทางเข้าเบาๆ มันยังคงชื้นแฉะและอุ่นจัด
เสียง แผล็บ ดังขึ้น เมื่อริวเลิกใช้นิ้วและตัดสินใจใช้ลิ้นแทน
เขาโน้มตัวลงไปเลียความชื้นที่อยู่บริเวณปากทางเข้าอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่นักวิทยาศาสตร์จะทำได้ การกระทำนี้ไม่ใช่การเล้าโลม แต่เป็การตรวจสอบปฏิกิริยา
ลิ้นร้อนผ่าวัักับความเค็มปนหวานของน้ำคาวปลาที่ยังไม่แห้งสนิท เขาสังเกตเห็นว่าการหายใจของณิชาเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้ดวงตาเธอจะปิดสนิท แต่ร่างกายของเธอตอบสนองต่อการััที่รุนแรงและคาดเดาไม่ได้นี้
ริวเน้นย้ำการดูดดึงที่จุดกระสันอย่างถี่ถ้วน เขาััได้ถึงกลีบเนื้อที่เริ่มหดเกร็ง และความชื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
อือ... เสียงครางเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบยามหลับใหลดังออกมาจากลำคอของเธอ แผ่นหลังของเธอแอ่นขึ้นเล็กน้อยเป็การตอบรับทางกายภาพ
นี่เป็สิ่งที่ริว้า—การตอบสนองที่บริสุทธิ์และไร้การควบคุมจากจิตสำนึก
เขาผละใบหน้าออกอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่าร่างกายของเธอเริ่มบิดเร้าแรงขึ้น เขารู้ดีว่าหากทำการเล้าโลมต่อไป อาจทำให้เธอตื่นขึ้นมาด้วยความสับสนและหวาดกลัว
ความเร่งรีบและความกระหายเข้าครอบงำ ริวจัดการกับแกนกลางของตนเองที่แข็งขืนราวกับเหล็กกล้า มันผึ่งผายและร้อนระอุ เขายกขา้าของเธอให้พาดขึ้นไปบนเอวของเขาเล็กน้อยเพื่อให้เปิดองศาที่เหมาะสม
การกระทำนี้รวดเร็วและไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ
ริวใช้มือจับส่วนหัวของเขาที่เต็มไปด้วยน้ำหล่อลื่นข้นเหนียว จ่อไปยังทางเข้าที่บวมช้ำนั้น ก่อนจะค่อยๆ กดน้ำหนักลงไป
ช้าๆ... เขาบอกกับตัวเอง
ความคับแน่นต้อนรับการมาเยือนของเขาอีกครั้ง แม้จะมีความชื้นช่วย แต่เนื้อเยื่อภายในก็ยังคงรัดตึงและอบอุ่นอย่างน่ากลัว
ซึม...
แกนกายของเขาทะลวงผ่านความคับแคบนั้นเข้าไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งถึงจุดที่ลึกที่สุด—บริเวณที่เชื่อมต่อกับความรู้สึกผิดของเขา
เขาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ร่างของณิชาที่ยังหลับใหลอยู่โอบรัดเขาไว้
ริวเงยหน้าขึ้นหายใจเข้าลึกๆ เขากำลังจะทำลายตัวเองด้วยความปรารถนาที่ไม่มีวันจบสิ้นนี้
เมื่อมั่นใจว่าเธอจะไม่ตื่นขึ้นมาจากการรุกรานที่นุ่มนวลนี้แล้ว เขาจึงเริ่มขยับ
จังหวะแรกเป็ไปอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ เป็การย้ำเตือนถึงสถานะของเขาที่อยู่เหนือเธออย่างสมบูรณ์
ตับ... ตับ... เสียงเนื้อกระทบกันถูกกลบด้วยเสียงล้อรถไฟที่บดกับรางอย่างต่อเนื่อง
เขาจ้องมองใบหน้าของเธอที่ถูกบดบังด้วยความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวๆ ที่ตกกระทบเพียงบางส่วน เขาสังเกตเห็นหยาดเหงื่อเล็กๆ ที่เกาะอยู่ตามไรผม
ความรู้สึกคับแน่นนั้นทำให้เขารุ่มร้อนราวกับถูกไฟเผา ยิ่งลึกยิ่งเ็ป ยิ่งเ็ปเขายิ่ง้ามากขึ้น
"ณิชา..." เขาพึมพำชื่อเธอออกมาอย่างแ่เบา เป็การเรียกหาที่ไม่้าคำตอบใดๆ
เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้ จังหวะก็เริ่มหนักหน่วงขึ้นและรุนแรงขึ้น ริวโถมตัวเข้าใส่เธอจนเตียงสั่นไหวเล็กน้อย เขายกสะโพกเธอขึ้นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมุมของการเสียดสี
ตับ! ตับ! เพียะ! เสียงเนื้อดังขึ้นเมื่อสะโพกของเขากระแทกกับบั้นท้ายของเธอ
เธอเริ่มหายใจหอบถี่ขึ้นอย่างชัดเจนในความหลับใหล มือของเธอจิกเข้ากับผ้าปูที่นอนอย่างไม่รู้ตัว หัวของเธอส่ายไปมาเบาๆ
นี่คือความสุขสมที่เกิดจากการรุกรานหรือคือการดิ้นรนหนี? ริวไม่สามารถแยกแยะได้อีกต่อไป เขารู้เพียงว่าเขาต้องไปให้ถึงที่สุด
เขากระแทกถี่ขึ้น เน้นย้ำไปยังจุดที่ทำให้เธอส่งเสียงครางแ่เบาออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
อื้อออออ... ซี๊ดดด...
เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอของเธอไม่ใช่เสียงแห่งความสุข แต่เป็เสียงของร่างกายที่ถูกย้ำยีกระทั่งแตกสลายในห้วงนิทรา
ความรู้สึกของริวพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างก่อนจะรวมตัวกันที่แกนกลาง
เขาเกร็งกล้ามเนื้อสะโพกทั้งหมด โถมน้ำหนักเข้าใส่เธอครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความเร็วและแรงที่ทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"ฮึ่ก!" เสียงของเขาเองแหบพร่า
ร่างกายของณิชาเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่งในขณะที่เธอยังคงหลับลึก ราวกับกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านเส้นประสาท
แตกใน.
ความร้อนระอุพุ่งออกมาจากตัวเขา ท่วมท้นเข้าไปในความอุ่นร้อนของเธอ ปริมาณของเหลวที่ถูกฉีดเข้าไปนั้นมากมายและร้อนแรง จนริวรู้สึกได้ถึงการสั่นะเืภายในร่างกายของเธอ
เขาฟุบตัวลงแนบกับแผ่นหลังของเธออย่างอ่อนแรง หายใจหอบถี่จนแทบขาดใจ
มันเป็ความสุขสมที่ผสมกับความรู้สึกผิดอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ได้ทำให้เขาเป็อิสระ แต่กลับทำให้เขาเป็ทาสของความ้านี้หนักยิ่งกว่าเดิม
ริวพยายามถอนตัวออกอย่างช้าๆ การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ของเหลวเหนียวเหนอะหนะไหลย้อนออกมาเลอะเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนและสะโพกของเธอ
เขามองดูร่องรอยของการกระทำที่เขาจงใจสร้างขึ้นมาในขณะที่เธอยังคงหลับใหลอย่างไม่รู้ตัว
นี่คือวิทยาศาสตร์ที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง นี่คือการรุกรานที่กลายเป็การเสพติด
ริวโอบกอดเธอไว้แน่นอีกครั้ง จัดผ้าห่มคลุมเธอขึ้นไปถึงคาง และซุกใบหน้าลงบนไหล่ของเธอ
เขาไม่ใช่ศาสตราจารย์ต่างดาวผู้มาศึกษาเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกต่อไปแล้ว แต่เขาเป็เพียงผู้ชายคนหนึ่งที่พ่ายแพ้ต่อตัณหาและกำลังรอคอยความพินาศที่จะมาถึงเมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามาในตู้รถไฟนี้