บทที่ 16 สิ่งที่ไม่สะอาด
หลังจากกินอาหารกลางวันแล้ว ซูชิ่นก็ตัดสินใจพาลูกทั้งสองคนไปเดินเล่นในูเาแถวนี้
ทุ่งหญ้าในมิติวิเศษของนางดูเหมือนจะสามารถปลูกพืชพรรณบางอย่างได้ ดังนั้นนางจึงอยากลองทดสอบดู หากสามารถหาเมล็ดพันธุ์พืช อาหาร หรืออะไรทำนองนั้นได้ ก็คงจะดีไม่น้อย
ทันทีที่สามแม่ลูกก้าวพ้นประตูใหญ่ หลี่ซื่อก็แอบย่องเข้าไปในห้องครัวทันที
เมื่อเห็นแป้งทอดเ่าั้ นางก็ร้องะโขึ้นมาว่า "ท่านแม่ ท่านรีบมาดูเร็วเข้าเ้าค่ะ!"
เฉิงโจวซื่อรีบกุลีกุจอเข้ามาในห้องครัว เมื่อเห็นแป้งทอดเ่าั้ก็โกรธจนด่าทอเสียงดัง "นังแพศยาที่สมควรถูกสายฟ้าฟาดนั่น กล้าทำลายอาหารได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ!"
แป้งตั้งครึ่งถ้วย กลับทำออกมาเป็ของพรรค์นี้?
"ท่านแม่ ท่านว่านางตั้งใจหรือไม่เ้าคะ? ตั้งใจทำลายอาหารแบบนี้?" หลี่ซื่อหยิบแป้งทอดชิ้นหนึ่งขึ้นมาบิออก รู้สึกเสียดายจนตัวสั่น
"ไม่ว่าจะเป็ความตั้งใจหรือไม่ คืนนี้ข้าไม่ปล่อยนางไว้แน่!" เฉิงโจวซื่อกัดฟันกรอด
แต่หลี่ซื่อกลับกล่าวว่า "ท่านแม่ ท่านไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือเ้าคะ? เมื่อก่อนเื่ในครัวของซูซื่อ นางทำได้คล่องแคล่วและงดงามยิ่งนัก แต่วันนี้กลับทำแป้งทอดออกมาเป็เช่นนี้ ดูอย่างไรก็ไม่ถูกต้อง"
"นังแพศยานั่นตั้งใจ!" เฉิงโจวซื่อแค่นเสียง
หลี่ซื่อส่ายหน้าแล้วกล่าวต่อว่า "ท่านแม่ ข้าว่าอาจจะไม่ใช่เช่นนั้น ท่านดูแป้งทอดนี่สิ มีรอยที่พวกเขากัดด้วย ตามความเห็นของข้า นี่ไม่ใช่ความตั้งใจ แต่เป็เพราะซูชิ่นทำอาหารไม่เป็เลยต่างหาก"
"ทำอาหารไม่เป็?" เฉิงโจวซื่อฟังคำของหลี่ซื่อจนเริ่มสับสน "เมื่อก่อนอาหารในบ้านนางเป็คนทำมาตลอด จะทำไม่เป็ได้อย่างไร?"
"ซูชิ่นคนก่อนย่อมทำเป็เ้าค่ะ" หลี่ซื่อหรี่ตาลง
"เ้า้าจะพูดอะไรกันแน่?" เฉิงโจวซื่อเริ่มรำคาญที่ถูกนางพูดวนไปวนมา
"ท่านแม่ ท่านไม่เคยคิดบ้างหรือว่า ทำไมซูชิ่นถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้? เมื่อก่อนนางเป็อย่างไร? ตีไม่โต้ตอบ ด่าไม่เถียง แต่ตอนนี้เล่า? ท่านไม่รู้สึกหรือว่าตอนนี้นางเหมือนเปลี่ยนเป็คนละคน อีกอย่าง... รูปลักษณ์ของนางตอนนี้ ดูดีกว่าตอนที่เพิ่งแต่งเข้ามาเสียอีก ราวกับปีศาจจำแลงเลยเ้าค่ะ" หลี่ซื่อหยิบแป้งทอดชิ้นหนึ่งขึ้นมาพลิกดูในมือพร้อมกับเอ่ยขึ้น
เมื่อนึกถึงใบหน้าของซูชิ่นหลังจากล้างสะอาดแล้วที่เพิ่งเห็น หลี่ซื่อก็อดไม่ได้ที่จะกำแป้งทอดแข็ง ๆ ชิ้นนั้นไว้ในฝ่ามืออย่างแรง
"ท่านแม่ วันนั้นข้ากับเหลียนเซียงยืนยันด้วยตัวเองแล้วว่า ซูชิ่นตายสนิทแล้วเ้าค่ะ"
"เ้าพูดจาเลอะเทอะอะไร! กลางวันแสก ๆ เ้า..." เฉิงโจวซื่อใจนใจกระตุก
"ท่านแม่ ข้าไม่ได้พูดเหลวไหล! วันนั้นซูชิ่นตายแล้วจริง ๆ นางป่วยอยู่แล้ว พอหัวกระแทกเข้ากับก้อนหินก็สิ้นใจคาที่
ข้า ท่านพี่ และเหลียนเซียง พวกเราทุกคนลองตรวจลมหายใจของนางแล้ว ไม่มีลมหายใจเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียวเ้าค่ะ" เมื่อพูดถึงเื่นี้ ในใจของหลี่ซื่อก็รู้สึกขนลุก
"นั่น... นั่นอาจจะเป็แค่ลมหายใจติดขัดชั่วคราวก็ได้"
เฉิงโจวซื่อยังคงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่าน แต่หลี่ซื่อกลับกล่าวออกมาอีกครั้งอย่างมั่นใจว่า
"ไม่เรียบง่ายเช่นนั้นหรอกเ้าค่ะ ต่อให้ลมหายใจติดขัด แต่แผลที่หัวของนางนั้นเป็ของจริง กระแทกแรงขนาดนั้น แม้ภายนอกจะไม่มีแผล แต่กระดูกบนหัวต้องแตกแน่นอน แต่ท่านแม่เห็นร่องรอยบนหัวนางหรือไม่เ้าคะ?"
หัวใจของเฉิงโจวซื่อเต้นระรัว นางพลันนึกขึ้นได้ว่า วันนั้นตอนที่ซูชิ่นนอนอยู่บนพื้น ใบหน้าครึ่งหนึ่งเขียวช้ำและบวมเป่ง ในสภาพเช่นนั้น ต่อให้ใช้ยาก็ต้องใช้เวลาสิบวันครึ่งเดือนกว่าจะหาย
แต่ผ่านไปเพียงสามสี่วัน แถมซูชิ่นก็ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่อีแปะเดียว เป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีเงินไปหาหมอพื้นบ้านเพื่อซื้อยา และเมื่อครู่นี้หญิงสาวเข้าไปแย่งอาหารในห้องของนาง ใบหน้ากลับสะอาดหมดจด
เฉิงโจวซื่อพลันใจนมือเท้าเย็นเฉียบ
หลี่ซื่อเห็นนางหวาดกลัวจึงกล่าวต่อไปว่า "ั้แ่ซูชิ่นฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างล้วนดูประหลาด ไม่เหมือนกับของไร้ค่าคนก่อนเลย ท่านแม่ ข้ามีความรู้สึกว่า ซูชิ่นตอนนี้ไม่ใช่คนเดิม แม้รูปลักษณ์จะเหมือนกันแต่นางไม่ใช่ซูชิ่นเหนียงแน่นอนเ้าค่ะ"
"ไม่ใช่ซูชิ่นเหนียง แล้วจะ... จะเป็ใคร?" เฉิงโจวซื่อกลืนน้ำลาย
"ข้าก็บอกไม่ได้เ้าค่ะ วันนั้นในป่าเขาที่รกร้างมีคนตายอยู่เต็มไปหมด ไม่แน่ว่าอาจจะเป็ิญญาเร่ร่อนที่ไหนมาสิงร่างนาง..." พูดไปในใจของหลี่ซื่อเองก็รู้สึกหวั่น ๆ
เฉิงโจวซื่อสะดุ้งโหยงด้วยความกลัวแล้วกล่าวว่า "พอแล้ว เ้าเลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว หากนางเป็สิ่งที่ไม่สะอาดจริง ๆ จะกล้าออกมากลางวันแสก ๆ ได้อย่างไร!"
"ท่านแม่! เพราะนางกล้าออกมากลางวันแสก ๆ นี่แหละถึงยิ่งน่ากลัว! แสดงว่าตบะของนางต้องไม่ต่ำแน่ จึงไม่กลัวแสงตะวัน! หากนางเป็สิ่งสกปรกเ่าั้จริง ๆ และคิดร้ายต่อพวกเรา ครอบครัวเราคงถูกนางทำลายจนย่อยยับแน่เ้าค่ะ!"
"นางกล้าหรือ?!"
เฉิงโจวซื่อแสร้งทำเป็ดุเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว แต่คำพูดนั้นกลับซึมลึกเข้าไปในใจ เพราะซูชิ่นเปลี่ยนไปมากจริง ๆ จนทำให้นางอดคิดไม่ได้
ยิ่งคิดเฉิงโจวซื่อก็ยิ่งกลัว นางจึงหมุนตัวออกจากห้องครัวเพื่อไปหาเฒ่าเฉิงให้ช่วยตัดสินใจ
หลี่ซื่อโยนแป้งทอดในมือลงบนเขียง ในดวงตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม
ไม่ว่าซูชิ่นจะเป็ตัวอะไรก็ตาม ต้องตาย!
"ท่านพี่ พวกเราควรหาหมอผีมาที่นี่ดีหรือไม่เ้าคะ? ซูชิ่นเหนียงดูไม่ถูกต้องจริง ๆ หากเกิดเป็ปีศาจเข้าสิงขึ้นมา บ้านเราคงโชคร้ายแน่ ๆ เ้าค่ะ"
เฉิงโจวซื่อเล่าสิ่งที่หลี่ซื่อพูดให้เฒ่าเฉิงฟังทั้งหมด สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
นางกลัวจริง ๆ ว่าหากข้อสันนิษฐานของหลี่ซื่อเป็จริง คนแรกที่จะต้องรับเคราะห์ก็คงเป็นาง เพราะนางทำตัวไม่ดีกับซูชิ่นเหนียงเลย ดังนั้นในใจของนางจึงกลัวจนแทบตาย
เฒ่าเฉิงเองก็กลัวเช่นกัน ความเปลี่ยนแปลงของซูชิ่นเขาก็เห็นอยู่ในสายตา ตอนแรกเขาไม่ได้คิดมาก เพียงแต่คิดว่านิสัยของซูชิ่นเปลี่ยนไปเพราะถูกบีบจนถึงทางตันจึงเปลี่ยนเป็คนละคน
แต่พอถูกเฉิงโจวซื่อพูดและวิเคราะห์เช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดไปในทางนั้น
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าซูชิ่นเป็ผีปีศาจ
เฒ่าเฉิงรู้สึกขนลุกซู่ ครั้งนี้ครอบครัวของพวกเขาทำเื่ที่โหดร้ายเกินไป ซูชิ่นพาลูกกลับมา ท่าทางนั้นชัดเจนว่า้าจะต่อต้านตระกูลเฉิง
เขาจะปล่อยให้สิ่งอันตรายเช่นนี้อยู่ในบ้านไม่ได้ มิฉะนั้นคนในบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่แน่ว่าวันหนึ่งอาจถูกซูชิ่นทำลายจนตายหมด
ดังนั้นซูชิ่นต้องถูกกำจัด!
แต่จะไปหาหมอผีได้จากที่ไหน? ยุคนี้บ้านเมืองวุ่นวายไม่เหมือนเมื่อก่อน
ขณะที่ผู้เฒ่าทั้งสองกำลังปวดหัว หลี่ซื่อก็เดินเข้ามาจากนอกประตูแล้วกล่าวว่า "ท่านพ่อท่านแม่ ข้ารู้ว่าสามารถหาคนได้จากที่ไหนเ้าค่ะ"
เฉิงโจวซื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบถาม "จริงหรือ? เชื่อถือได้หรือไม่?"
หลี่ซื่อพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า "เชื่อถือได้เ้าค่ะ หมอผีผู้นั้นแซ่หม่า อยู่หมู่บ้านเดียวกับพี่สาวของข้า ได้ยินว่าเคยเรียนกับนักพรตหญิงในูเา มีความสามารถในการจับผีมาก ผู้ใหญ่และเด็กที่ถูกผีหลอกหลายคนต่างไปหาให้ช่วยรักษา ดูเพียงครั้งเดียวก็หายเ้าค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นเ้าจงรีบไปสืบที่หมู่บ้านพี่สาวเ้าดูว่าหาตัวคนได้หรือไม่ หากหาได้ก็พากลับมา รีบจัดการนังแพศยานั่นให้เสร็จสิ้น ข้าจะได้สบายใจเสียที" เฉิงโจวซื่อกล่าวออกมาด้วยความดีใจ
หลี่ซื่อพยักหน้าซ้ำ ๆ แต่สีหน้ากลับดูลำบากใจเล็กน้อย
"ท่านแม่ การจะไปเรียกคนมา จะไปมือเปล่าคงไม่ดี ในบ้านยังมีของขวัญหรือขนมอะไรที่พอจะนำไปให้ได้บ้างเ้าคะ? อีกอย่าง การที่หมอผีมาทำพิธีต้องเสียเงิน ซึ่งเกรงว่าค่าใช้จ่ายคงไม่น้อยเ้าค่ะ"