หลี่ิเยว่จัดการดินที่อยู่รอบ ๆ ต้นสมุนไพรอย่างระมัดระวัง นางใช้เวลาถึงสองเค่อจึงจะขุด ‘ต้นโสม’ ที่ตามหาออกมาได้ เมื่อมองดูพืชล้ำค่าในมือนางก็รู้สึกตกตะลึง โสมต้นนี้น่าจะมีอายุอย่างน้อยยี่สิบปี หากมีโสมต้นนี้แล้ว การคลอดของมารดานางต้องปลอดภัยขึ้นหลายส่วนแน่
เมื่อได้โสมมา หลี่ิเยว่ก็หายวับเข้าไปในมิติ นางขุดหลุมในดินสีดำเอาไว้ จากนั้นจึงปลูกต้นโสมที่เก็บมาได้ลงไป ก่อนจะหยิบกระบวยตักน้ำมาตักน้ำในถัง ไม่ลืมหยดน้ำพุิญญาลงไปหนึ่งหยด จากนั้นจึงนำไปรดต้นโสมที่เพิ่งปลูก เด็กหญิงจัดการจัดเก็บสมุนไพรที่เก็บมาได้ และถางที่ดินในมิติไปเล็กน้อยก่อนจะออกมาจากมิติวิเศษ
เอาล่ะ! ภารกิจต่อไปของนางคือต้องหาเ้าสมุนไพรหายากนี่มาปลูกเพิ่ม… หลี่ิเยว่เริ่มสำรวจในบริเวณที่เจอต้นโสมอีกครั้ง ไม่นานนักนางก็พบต้นกล้าโสมอายุสองปีเข้าสองต้น นางโยนต้นกล้าทั้งสองเข้ามิติพิเศษไป แล้วสอดส่องสายตาค้นหาไปรอบ ๆ ต่อ
เด็กหญิงเดินไปตามทางราบ จนกระทั่งข้ามเนินเขาเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่บดบังสายตาไว้ และล่วงเข้าไปสู่พื้นที่หุบเขาเล็ก ๆ อย่างไม่รู้ตัว เมื่อได้มองดูต้นไม้ที่อยู่ในหุบเขาแห่งนี้อย่างชัดเจน สาวน้อยก็ถึงกับรักษาความสงบนิ่งไว้ไม่อยู่… ‘นี่มันอะไรกัน!’
นางย่อตัวลงนั่งยอง ๆ อย่างระมัดระวัง ถอนวัชพืชออกจนเห็นต้นกล้าโสม เมื่อนับใบบนต้นอย่างละเอียด ก็พบว่าโสมต้นนี้มีอายุมากกว่าต้นที่นางขุดไปเมื่อครู่นี้เสียอีก
นางเงยหน้ามองเข้าไปในหุบเขา ต้นกล้าโสมที่นั่นคงมีอายุมากกว่าต้นนี้เป็แน่ เมื่อนึกถึงขั้นตอนการขุดโสมเมื่อครู่นี้ประกอบกับมองไปที่พื้นอีกครั้งอย่างลังเล เด็กสาวก็เริ่มครุ่นคิด... ‘ตรงนี้น่าจะมีโสมอย่างน้อยสามสิบต้น หากต้องขุดทีละต้น จะต้องใช้เวลาไปเท่าใดกัน’
เมื่อมองดูดินใต้ฝ่าเท้า หลี่ิเยว่ก็นึกถึงมิติพิเศษของตนขึ้นมา ทำไมไม่ลองใช้พลังแห่งจิตดูเล่า นางใช้มือข้างหนึ่งประคองใบโสมเอาไว้ ส่วนอีกข้างวางนิ่งอยู่เหนือต้นโสมพร้อมพยายามจดจ่อกับการรวบรวมสมาธิ คิดในใจว่า้านำโสมต้นนี้เข้าไปในมิติพิเศษ ไม่นานนักก็มีเสียงดังขึ้น บนพื้นดินในจุดที่เคยเป็โสมกลับเปลี่ยนกลายเป็หลุมลึกขนาดย่อมมาทดแทน และต้นโสมที่มีดินห่อหุ้มเอาไว้ก็ถูกย้ายเข้าไปในมิติ
เมื่อพิจารณาดูอย่างละเอียด นางก็พบว่ารากของต้นโสมนั้นไม่ขาดหรือเสียหายเลยแม้แต่นิดเดียว การค้นพบครั้งนี้ทำให้หลี่ิเยว่ดีใจอย่างมาก นางรีบเข้าไปในหุบเขาและเริ่มค้นหาโสมต้นต่อไป ทว่าอาจเป็เพราะดีใจมากเกินไป ทำให้นางเมินเฉยต่ออาการวิงเวียนศีรษะอย่างประหลาดที่เกิดขึ้นมาวูบหนึ่งในตอนที่ใช้พลังแห่งจิตขุดโสม เมื่อหลี่ิเยว่เก็บโสมเข้ามิติจนหมดแล้ว จู่ ๆ นางก็รู้สึกเวียนหัวจนไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง ในใจนางกรีดร้องก้องว่าแย่แล้ว ทว่าร่างกายก็ทำได้เพียงส่งตัวเองเข้ามิติไป เื่ที่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นต่อจากนั้นในโลกภายนอกนางก็ไม่อาจรับรู้ได้แล้ว
เมื่อหลี่ิเยว่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็เวลาเที่ยงวันของวันต่อมาแล้ว หลังจากหาอะไรในมิติกินนิด ๆ หน่อย ๆ ก็พาตัวเองออกมาข้างนอก นางตรวจสอบสิ่งรอบตัวอย่างระมัดระวัง และเห็นว่าพื้นบริเวณนั้นยังมีต้นอ่อนโสมเหลืออยู่อีกหลายต้น อย่างไรก็ตามเด็กสาวก็ไม่คิดเก็บมันเข้าไปในมิติอีกแล้ว จะต้องเหลือต้นกล้าโสมไว้ที่นี่บ้างเพื่อให้มันได้เติบโตขยายพันธุ์ต่อ
เมื่อมองพระอาทิตย์บนท้องฟ้าก็ได้แต่ขมวดคิ้ว เวลาไม่คอยท่า นางควรกลับบ้านได้แล้ว ไม่เช่นนั้นท่านแม่จะเป็ห่วง เด็กหญิงหันไปมองหุบเขาแห่งนั้นอีกครั้ง ก่อนจะรีบร้อนจากไป
*แซ่กแซ่ก ๆ แซ่กแซ่ก ๆ* จู่ ๆ มีเสียงคล้ายบางสิ่งแหวกผ่านใบไม้ดังขึ้น หลี่ิเยว่รีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้ที่ใกล้ตัวที่สุด แล้วมองไปยังทิศทางของเสียงนั้นอย่างตื่นตระหนก นางเพ่งสายตามองและเห็นเพียงร่างในชุดสีครามร่างหนึ่งเคลื่อนตัวไปตามต้นไม้อย่างรวดเร็ว โดยมีร่างสีดำอีกร่างไล่ตามอยู่ด้านหลัง
ร่างกายของทั้งสองดูยับเยินยิ่งนัก โดยเฉพาะคนชุดครามที่ตอนนี้แทบไม่อาจมองเห็นสีที่แท้จริงของชุดที่ใส่ได้แล้ว ทว่าทันใดนั้นจู่ ๆ ร่างสองร่างที่กำลังไล่ล่ากันก็หยุดลงตรงต้นไม้ใหญ่ที่หลี่ิเยว่ซ่อนตัวอยู่!
“เฉินอ๋อง ยังไงคราวนี้เ้าก็หนีไปไหนไม่รอด! แล้วก็อย่าหวังเลยว่าลูกน้องพวกนั้นของเ้าจะตามมาช่วยทัน” ในตอนนี้คนชุดดำกำลังรู้สึกขุ่นเคืองและโกรธแค้นอย่างหนัก แม้ว่าพวกเขาจะเตรียมการทุกสิ่งไว้อย่างดี แต่เฉินอ๋องผู้นี้กลับมีพลังที่คาดไม่ถึง ถึงจะเหลือตัวคนเดียวแต่มันกลับสามารถสังหารลูกน้องของเขาได้จนหมด พลังของมันช่างน่ากลัวจริง ๆ แต่อย่างไรวันนี้เขาจะต้องเก็บมันให้ได้ ไม่เช่นนั้นต่อให้ต้องไล่ตามไปจนสุดใต้หล้าหรือว่าจะต้องตายเขาก็จะขอชำระความแค้นนี้ เอาคืนในสิ่งที่มันทำเป็หมื่นเท่า!
ซือถูชิงเฉินมองบุรุษชุดดำอย่างไม่พอใจ ตอนนี้เขาไม่มีแรงเหลืออยู่แล้ว ความประมาทเลินเล่อเพียงแค่ครั้งเดียวกลับทำให้ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ‘เ้าสามคิดว่าถ้าเขาตายไปแล้วจะเชิดหน้าชูคอได้อย่างสบายใจงั้นหรือ? ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน!’
ถึงจะมีการเตรียมการมาก่อนหน้า แต่ในใจก็ยังอดรู้สึกขุ่นเคืองไม่ได้อยู่ดี ตัวเขาไม่ได้อยากได้ตำแหน่งนั้นเสียหน่อย เหตุใดคนพวกนี้ถึงได้มาบีบบังคับกันเช่นนี้เล่า!
เมื่อหลี่ิเยว่ได้ยินบนสนทนาด้านล่างก็ใอย่างมาก ในใจรีบคิดคำนวณว่าตนเองจะสามารถช่วยผู้ที่ถูกเรียกว่า ‘เฉินอ๋อง’ ผู้นั้นให้รอดจากเงื้อมมือของชายชุดดำได้หรือไม่ แต่ยังไม่ทันได้คิดว่าจะทำเช่นไรดี ชายชุดดำก็ลงมือเสียแล้ว! ภาพที่เห็นทำให้นางรีบฉวยเข็มเงินออกมาจากมิติ แล้วดีดมันเข้าใส่ชายชุดดำผู้นั้นโดยไม่ทันยั้งคิด
ฝ่ายซือถูชิงเฉิน เมื่อเห็นชายชุดดำพุ่งเข้ามาก็คิดจะพลิกกายหลบ ทว่าพละกำลังของเขาหมดลงแล้ว ร่างกายไม่อาจเคลื่อนไหวได้อีก บุรุษยศอ๋องจึงทำได้เพียงมองดูฝ่ายตรงข้ามเงื้อดาบเล่มใหญ่ฟาดฟันมาทางเขาอย่างหมดหนทาง
ทันใดนั้นดาบใหญ่ของศัตรูก็เปลี่ยนทิศทาง พร้อมกันนั้นเสียงโลหะกระทบกันก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงะโของชายชุดดำ “นั่นใคร! เผยตัวออกมาซะ”
สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบงัน เขาะโอย่าไม่พอใจอีกหลายครั้ง แต่บุคคลปริศนากลับเหมือนไม่เคยมีตัวตนจริงมาก่อน หากไม่ใช่เพราะเข็มเงินที่ฝังแน่นอยู่บนต้นไม้เมื่อครู่ล่ะก็ เขาคงเชื่อว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่จริง ๆ แล้ว!
ผิดกับฝ่ายซือถูชิงเฉินที่ไม่ได้มองสำรวจหาบุคคลที่สามรอบกาย เขาทำเพียงฟื้นฟูกำลังอย่างลับ ๆ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็ใคร แต่เมื่อครู่นี้ก็ได้ช่วยเขาเอาไว้
หลี่ิเยว่ที่ดีดเข็มเงินออกไปช่วยเฉินอ๋องพุ่งเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในมิติพิเศษของตนแล้ว นางแอบมองชายชุดดำที่กำลังมองรอบตัวอย่างระแวดระวังอยู่ข้างนอก ในใจพลางคิดว่าตนคงจะประเมินกำลังตัวเองสูงเกินไป ชายชุดดำผู้นั้นต้องเป็ผู้ที่มีฝีมือสูงส่งไม่ผิดแน่ และถ้าหากตนคิดจะช่วยคนด้านล่างก็คงจะต้องวุ่นวายเสียแล้ว
หลังจากค่อย ๆ บังคับมิติพิเศษให้ย้ายไปอยู่บนต้นไม้ใหญ่อีกต้นที่อยู่ไม่ไกลจากชายชุดดำอย่างระมัดระวังแล้ว สาวน้อยก็หยิบคันธนูและลูกธนูออกมาจากมิติ ลูกธนูสามดอกถูกยิงออกไป ตามด้วยเข็มเงินที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอีกหลายเล่ม
เสียงแหวกอากาศของลูกธนูดังกลบเสียงของเข็มเงิน ชายชุดดำได้ยินเสียงลูกธนูจึงพลิกตัวหลบ ทว่าในพริบตาต่อมาจู่ ๆ ก็รู้สึกเจ็บที่่ท้อง เขาก้มหน้าลงไปมองแต่กลับไม่เห็นอะไรผิดปกติ ความเ็ปทำให้ต้องยกมือขึ้นคลำดูบริเวณนั้นและก็พบว่าอาการาเ็ของตนเกิดจากเข็มสามเล่ม แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรทัศนวิสัยก็เปลี่ยนเป็มืดดำทันที หลังจากหายใจต่อได้ไม่กี่ครั้งร่างทั้งร่างก็ล้มลงไปกับพื้น
หลี่ิเยว่เห็นชายชุดดำล้มลงไปแล้วจึงโผล่ศีรษะออกมาจากมิติอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าคนที่ตนจู่โจมหมดสติแน่นิ่งไปแล้วจึงยกมือตบหน้าอกเบา ๆ พลางถอนหายใจ ก่อนจะะโพูดกับซือถูชิงเฉินที่ยังคงยืนงุนงงอยู่ “เฮ้ คนผู้นั้นสลบไปแล้ว ทำไมเ้ายังไม่ไปอีก ถ้าเขาตื่นขึ้นมาข้าไม่ช่วยแล้วนะ!”
เสียงใส ๆ ที่ะโมาทำให้ซือถูชิงเฉินได้สติอีกครั้ง เขาหันหน้ากลับไปก็เห็นร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งกำลังโบกมือให้เขาไม่หยุด ชั่วพริบตานั้นความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดก็ปรากฏขึ้นในใจโดยไร้เหตุผล เขามองไปที่เด็กสาวตัวน้อยพร้อมกับพูดขึ้นเบา ๆ “ข้าไม่มีแรงแล้ว เ้าช่วยหาไม้เท้ามาให้ข้าได้หรือไม่”
หลี่ิเยว่ที่ปีนลงจากต้นไม้แล้วขมวดคิ้วก่อนจะหันกายเดินไปยังต้นไม้อีกต้นที่อยู่ไม่ไกล นางหยิบตะกร้าสะพายออกมา ควานหามีดสั้นจากในนั้น จากนั้นจึงเล็งไปที่กิ่งไม้เล็ก ๆ กิ่งหนึ่งก่อนจะฟันมันลงมา
ไม่นาน เด็กหญิงก็จัดการกับกิ่งไม้จนเสร็จและเดินเข้ามาหาซือถูชิงเฉิน “พี่ชาย ลองดูซิ นี่ใช้ได้หรือไม่ ถ้าใช้ได้เราก็รีบไปกันเถอะ! อีกไม่ถึงครึ่งชั่วยาม คนผู้นั้นก็จะฟื้นแล้ว!”
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง