เศษกระจกแตกกระจายทั่วพื้น
เงาดำหายไปเหมือนละลายเข้ากับความมืด
แต่ความเงียบกลับน่ากลัวกว่าเสียงกรีดร้องเมื่อครู่
ซูอินยืนตัวสั่น
หัวใจเต้นแรงจนเจ็บ
องค์ชายฉีอวิ้นยืนนิ่ง
ลมหายใจหนัก จากการต้านพลังเงาดำนั้นเพียงไม่กี่กระบวนท่า
เืไหลซึมจากรอยบาดบนแขน
แต่เขากลับมองเธอคนเดียว
ราวกับาแไม่มีความหมายใด ๆ
เขาก้าวเข้ามาใกล้
เสียงทุ้มต่ำ
“เ้าเห็นมันชัดใช่หรือไม่”
ซูอินพยักหน้าแรง
“มันบอกว่า… จะมีผู้ตายในวันพรุ่งนี้เพคะ”
เขาเอื้อมมือแตะแขนเธอ
กอบกุมไว้เต็มฝ่ามือ
ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปเหมือนเงาดำนั้น
“ซูอิน ข้าเชื่อเ้า”
เพียงสามคำนี้
ทำให้เธอเผลอกะพริบตาช้า ๆ และหน้าแดงไม่รู้ตัว
เหมือนหัวใจถูกกอดด้วยมืออุ่น ๆ
ทันใดนั้น…
ลมเย็นจัดพัดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้
เปลวเทียนทั้งหมดสั่นวูบวาบเหมือนจะดับ
ซูอินจับแขนองค์ชายแน่น
“องค์ชาย…นั่นเสียงอะไรเพคะ”
เสียงคล้ายกระดิ่งโลหะ
และเสียงผู้เฒ่าแหบพร่า
ดังเบา ๆ จากด้านนอกตำหนัก
“…หนึ่งในเจ็ด…ตื่นขึ้นแล้ว…”
“…ดวงดาวแห่งชะตาประกาศผลล่วงหน้า…”
“…เืจะไหลก่อนรุ่งสาง…”
องค์ชายคว้าดาบ
ดวงตาเข้มจัด
“อยู่หลังข้า”
เขาผลักบานประตูออก
แต่สวนกับลมแรงอันน่าขนหัวลุก
ลมพัดกระจายกลีบดอกเหมยในสวน
ลอยขึ้นฟ้า—แล้วเรียงตัวเป็รูปแบบแปลกประหลาดเหนือห้องนอนของเขา
รูปดาวเจ็ดดวง
ลักษณะ…เหมือนตำราดาราศาสตร์โบราณที่ซูอินเคยอ่านในโลกเดิม
ซูอินอ้าปาก
เสียงสั่น
“นี่มัน… ดวงดาวทั้งเจ็ด… สัญลักษณ์คำทำนายของยุคก่อนราชวงศ์นี้”
องค์ชายหันมามองเธอ
เหมือนเจอ “ความลับ” อีกหนึ่งชิ้นในตัวนาง
“เ้ารู้เื่ดวงดาวเจ็ดดวงด้วยหรือ”
ปากซูอินสั่น
“…ข้าเคยอ่านในหนังสือค่ะ”
เขายิ้มมุมปาก
“เ้ารู้มากเกินกว่าสาวชาวบ้านธรรมดาเสียแล้ว”
เธอเถียงไม่ออก
ก็เธอมาจากโลกที่มีอินเทอร์เน็ตนี่นา…
ดวงดาว์ทั้งหมดที่ลอยเหนือฟ้า
เริ่มหมุนรอบกันเอง
เหมือนมีพลังบางอย่างกระตุ้น
จากนั้น—
ดาวดวงที่สามหยุดนิ่ง และสว่างจ้า
ซูอินใ
“ไม่จริง… นั่นคือดาว ‘จวิ้นเฉิน’… ดาวที่เกี่ยวกับราชวงศ์!”
องค์ชายฉีอวิ้นขมวดคิ้ว
“ถ้าดาวจวิ้นเฉินสว่าง… จะเกิดเื่ในวังหลวงแน่”
เสียงทำนายดังขึ้นอีกครั้ง
“…เมื่อดาวที่สามเรืองแสง…
ผู้ที่ถูกต้องลบย่อมถูก์ชี้เป้า…”
ซูอินกระซิบ
“ผู้ที่จะตายในพรุ่งนี้… อาจเป็คนในราชวงศ์จริง ๆ…”
องค์ชายฉีอวิ้นจับไหล่เธอไว้
แรงกว่าที่ควรจะเป็
สายตากังวลชัดเจน
“แล้วถ้า์…ชี้มาที่ข้าเล่า?”
หัวใจเธอหยุดเต้นหนึ่งจังหวะ
คำพูดหลุดออกจากปากโดยไม่ตั้งใจ
“ข้าไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายท่านเด็ดขาด”
องค์ชายตะลึง
ใบหน้านิ่ง ๆ ของเขาสะดุ้งเบา ๆ
เหมือนโดนฟาดด้วยคำหวานที่ไม่คาดคิด
เขายิ้มบาง…
อุ่นจนหัวใจซูอินร้อนขึ้นทันที
“เ้าห่วงข้าขนาดนั้นเลยหรือ”
ซูอินหน้าแดง
ก้มหน้าลงจนคางชิดอก
“ม…ไม่ใช่อย่างนั้นเพคะ!”
เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้
ใบหน้าอยู่ในระยะลมหายใจเดียว
“ข้าไม่ว่าอะไร… ถ้าเ้าเป็ห่วงข้าเป็พิเศษ”
หัวใจเธอเต้นดัง ตึก!
แสงจากกลุ่มดาวทั้งเจ็ด
แตกเป็เส้นแสงบาง ๆ เหมือนควัน
ลอยลงมาที่พื้นตำหนัก
หมุนวนรอบร่างซูอิน
และองค์ชายฉีอวิ้น
เหมือนเลือกทั้งสองร่วมชะตาเดียวกัน
ทหารและนางกำนัละโกันทั่วตำหนัก
“สัญญาณ์! สัญญาณ์ปรากฏแล้ว!”
“ดาวจวิ้นเฉินเลือกผู้สืบชะตา!”
องค์ชายหันไปมองซูอิน
เธอเองก็มองเขา
เหมือนทั้งคู่รู้ว่า
นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ
พวกเขาถูกเลือก… ทั้งคู่
มันไม่เหมือนเงาดำก่อนหน้า
ไม่ใช่พลังมืด
แต่เป็คล้าย “ิญญาเฝ้าสุสาน” ของยุคโบราณ
มันก้มศีรษะให้ทั้งสอง
แล้วพูดเบา ๆ ราวกับสายลม
“ชะตาของแผ่นดิน… ผูกไว้กับสองชีวิตนี้แล้ว
หนึ่งจะเป็ผู้ค้ำชะตา
อีกหนึ่ง… จะต้องเืชโลมฟ้า”
ซูอินเบิกตากว้าง
องค์ชายชะงัก
เงาจาก์พูดต่อ
“ก่อนรุ่งสางพรุ่งนี้—หนึ่งในพวกเ้า
ต้องจบชีวิต”
แล้วเงานั้นก็สลายไป
เหลือเพียงความเงียบอันหนาวเย็น
องค์ชายฉีอวิ้นคว้าตัวซูอินเข้ามากอดทันที
กอดแน่นจนแขนของเขาสั่นเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะเจ็บแผล…
แต่เพราะกลัวมากกว่านั้น
“ไม่มีใครตาย…
แม้แต่เ้า
และโดยเฉพาะตัวข้าเอง”
ซูอินตัวชา
แต่หัวใจกลับเต้นถี่จนแทบแตก
แค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนรุ่งสาง
หนึ่งในพวกเขา…
ถูก์หมายหัว
และเงาที่ซูอินเห็นจากพื้น—
เงาที่จะพุ่งแทงองค์ชาย—
กลับปรากฏขึ้นอีกครั้งอยู่ด้านหลังเขา
ซูอินร้องสุดเสียง
“องค์ชาย—!!! ด้านหลัง!”
—จบบทที่ 13—