เมืองซ่างจิงเป็เมืองที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำในอดีตเมืองแห่งนี้เคยมีท่าเรือที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูอยู่มากมาย
ทว่าเมื่อมีการบุกรุกของฝูงมอนสเตอร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อความปลอดภัยของเมืองซ่างจิง ทางกองทัพจึงจำเป็ต้องปิดตายท่าเรือส่วนใหญ่และเหลือทิ้งไว้เพียงสองท่าเรือสุดท้ายที่เชื่อมต่อกับคลองขนส่งเท่านั้น
จุดหมายที่คุณอาฉินกำลังจะไปก็คือหนึ่งในนั้นขบวนรถออฟโรดแล่นลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยของเมืองซ่างจิงก่อนจะหักเลี้ยวพุ่งลงสู่ใต้ดินอย่างกะทันหัน เมื่อขับผ่านอุโมงค์ทอดยาวลงไปเบื้องหน้าก็ปรากฏเส้นทางใต้ดินที่เชื่อมทะลุถึงกันทุกทิศทางภายในอุโมงค์อันมืดมิด ยามแสงไฟหน้ารถสาดส่องไปกระทบจะเห็นรางเหล็กหลายสายสะท้อนแสงแวววาวกลับมา!
ในแต่ละสถานียังมีผู้คนเดินพลุกพล่านไม่น้อยเรียกได้ว่าเป็โลกใต้ดินแห่งหนึ่งเลยทีเดียว!
“นี่คือเส้นทางรถไฟใต้ดินที่ถูกทิ้งร้างเหรอครับ?”
เส้นทางนี้ทำให้เซียวเยี่ยเปิดหูเปิดตาไม่น้อยนึกไม่ถึงเลยว่าเส้นทางรถไฟใต้ดินที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายร้อยปีเหล่านี้จะกลายเป็เส้นทางใต้ดินที่พวกขุมกำลังสายมืดต่างแย่งชิงกัน!
“ใช่แล้ว!”
คุณอาฉินพยักหน้าพลางกล่าว“อุโมงค์ใต้ดินเหล่านี้ตอนก่อสร้างใช้มาตรฐานเดียวกับหลุมหลบภัยทางอากาศแม้จะผ่านไปเป็ร้อยปีก็ยังคงแข็งแรงทนทาน”
“แต่ในอุโมงค์ใต้ดินพวกนี้มักจะมีดันเจี้ยนที่ไม่เสถียรกับมอนสเตอร์อันตรายสูงปรากฏออกมาด้วยไม่ใช่เหรอครับ?”
เซียวเยี่ยถามด้วยความสงสัยคุณอาฉินหันหน้ากลับมา มองด้วยสายตาเ้าเล่ห์เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า“นายลองทายดูสิ ว่าใครเป็คนปล่อยข่าวลือเื่นั้นออกไป?”
“ถ้าไม่หลอกให้กองทัพกับคนส่วนใหญ่ไปที่อื่นพวกเราที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืดจะเข้ามายึดครองเส้นทางใต้ดินที่เชื่อมต่อถึงกันหมดนี่อย่างสง่าผ่าเผยได้ยังไงล่ะ?”
เซียวเยี่ยตาสว่างขึ้นมาทันทีพวกขุมกำลังที่หลบซ่อนอยู่ในเงามืดอย่างคุณอาฉินฉลาดกว่าที่เขาคิดไว้มาก!
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาขบวนรถออฟโรดก็ขับทะลุอุโมงค์ใต้ดินอันมืดมิดหลายสายและกลับขึ้นมาบนพื้นดินอีกครั้ง
ท่าเรือที่มีแสงไฟริบหรี่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านี้แล้ว!
รถออฟโรดทั้งสามคันดับไฟหน้าพร้อมกันก่อนจะค่อยๆ ขับเข้าไปในทางเล็กๆ ที่มุ่งสู่ภายในท่าเรือผ่านจุดตรวจไปอย่างเงียบเชียบ แล้วจอดลงข้างเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่ง
“ถึงแล้ว ลงรถ!”
คุณอาฉินกระซิบสั่งผ่านอุปกรณ์สื่อสารชายหน้าบากกับชายผ้าพันแผลพาลูกน้องลงจากรถอย่างเร่งรีบก่อนจะเดินไปข้างหน้าอย่างระแวดระวัง
ข้างเรือบรรทุกสินค้าด้านหน้ามีร่างคนยืนอยู่สองสามคนดูเหมือนจะเป็คนที่มารอรับ หลังจากพูดคุยกันครู่หนึ่งชายหน้าบากก็โบกมือให้คุณอาฉินจากระยะไกล
“ไปเถอะ!”
คุณอาฉินนั่งอยู่ในรถหันไปบอกเซียวเยี่ยที่อยู่ข้างๆในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะจุดบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ริมฝีปากแต่ไม่ได้สูบ“เมื่อไปถึงเมืองเฮยสุ่ยแล้ว จงจำไว้เื่หนึ่ง”
“สิ่งที่อันตรายไม่ใช่แค่พวกมอนสเตอร์ในเขตปนเปื้อนรุนแรงนอกเมืองเท่านั้นแต่ต้องระวังพวกผู้ตื่นรู้ที่เป็มนุษย์ด้วยกันให้ดี!”
แววตาของคุณอาฉินเต็มไปด้วยความซับซ้อนแต่เซียวเยี่ยเข้าใจความหมายนั้นได้ทันที
“อีกหนึ่งเดือน ฉันจะไปรับนาย”
เซียวเยี่ยะโลงจากรถ“อีกหนึ่งเดือนเจอกันครับ!”
..........
ภายใต้การนำทางของชายหน้าบากและชายผ้าพันแผลเซียวเยี่ยและจิ่วเยว่ถูกพาตัวขึ้นไปบนเรือบรรทุกสินค้าที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิด
พื้นที่ภายในเรือคับแคบมากห้องพักที่เซียวเยี่ยอยู่นั้นเป็เพียงช่องกั้นเล็กๆ ที่สูงไม่ถึงหนึ่งเมตรเวลานั่งบนเตียงถึงกับยืดหลังตรงไม่ได้
จิ่วเยว่พักอยู่ห้องติดกันซึ่งช่องกั้นแคบๆ นั่นก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไร
ไม่นานนักเซียวเยี่ยก็ได้ยินเสียงเคาะเบาๆ ที่แผ่นไม้กั้นระหว่างกันตามมาด้วยเสียงของจิ่วเยว่ “เด็กใหม่พอเรือผ่านจุดตรวจไปแล้ว เราไปดูที่ดาดฟ้ากันเถอะ อยู่ในนี้อึดอัดจะตาย!”
เมื่อเห็นเซียวเยี่ยไม่ตอบจิ่วเยว่ก็เคาะแผ่นไม้ดัง ‘ปังๆ’ อีกครั้ง
“ได้ยินแล้ว!” เซียวเยี่ยทนเสียงรบกวนไม่ไหวจึงตอบกลับไปเบาๆ
“ได้ยินแล้วก็น่าจะขานรับบ้างสิ?”
“อย่าเรียกฉันว่าเด็กใหม่ ฉันชื่อเซียวเยี่ย”
“เด็กใหม่! เด็กใหม่!”
“......”
ไม่นานนักเซียวเยี่ยก็รู้สึกว่าเรือบรรทุกสินค้าลำนี้เริ่มเคลื่อนตัวอย่างช้าๆแต่เขายังนึกกังวลเื่จุดตรวจที่จิ่วเยว่พูดถึงเพราะนั่นคือเขตปิดกั้นทางทะเลที่จัดตั้งโดยคนของกองทัพ
หากถูกตรวจพบขึ้นมาอย่าว่าแต่จะไปเมืองเฮยสุ่ยเลย เกรงว่าเขาคงจะถูกจับขังคุกทันที!
แต่ความจริงพิสูจน์ให้เห็นว่าความกังวลของเซียวเยี่ยนนั้นเกินกว่าเหตุคุณอาฉินและคนอื่นๆ ได้ติดสินบนเตรียมการไว้หมดแล้ว เมื่อเรือแล่นเข้าใกล้จุดตรวจมันกลับไม่ลดความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย และผ่านจุดตรวจไปได้อย่างราบรื่น
ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงเคาะ ‘ปังๆ’ ก็ดังขึ้นที่แผ่นไม้กั้นอีกครั้งตามมาด้วยเสียงที่ดูร้อนรนของจิ่วเยว่ “เด็กใหม่ ไปกันเถอะ!”
เซียวเยี่ยพลิกตัวลงจากเตียงปีนขึ้นไปตามบันไดในคลังสินค้าที่สลัวๆ จิ่วเยว่ปีนขึ้นไปรออยู่ข้างบนก่อนแล้วเธอหันมาถลึงตาใส่เขาพลางยื่นมือออกมา “เร็วๆหน่อย!”
ทันทีที่เซียวเยี่ยปีนพ้นคลังสินค้าเขาก็ได้กลิ่นลมแม่น้ำที่สดชื่นและเย็นสบายเมื่อเทียบกับคลังสินค้าที่คับแคบและอุดอู้แล้ว มันเหมือนอยู่คนละโลกกันเลยทีเดียว
ชายหน้าบากกับชายผ้าพันแผลก็ขึ้นมาอยู่บนดาดฟ้าก่อนแล้วเช่นกันจิ่วเยว่รีบเดินก้าวสั้นๆ ไปที่ราวกันตก พลางสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ
ยามนี้แสงจันทร์บนท้องฟ้านวลกระจ่างสาดส่องลงบนสายน้ำที่กระเพื่อมไหวของแม่น้ำใหญ่ ราวกับสีเงินที่ชโลมทับผืนธารา!
เซียวเยี่ยรู้สึกผ่อนคลายและปลอดโปร่งขึ้นมาก
ทว่าจิ่วเยว่กลับเดินเข้ามาเงียบๆแล้วชกเข้าที่เอวของเซียวเยี่ยทีหนึ่ง พลางกล่าวปนรอยยิ้มว่า“เป็ไง เด็กใหม่?”
“ที่นี่สบายกว่าในคลังสินค้าของนายเยอะเลยใช่ไหมล่ะ!”
เซียวเยี่ยไม่อาจปฏิเสธได้
ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงอึกทึกดังมาจากดาดฟ้าด้านหน้าตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปของคนผู้หนึ่ง!
“เกิดอะไรขึ้น?!”
ชายหน้าบากบนดาดฟ้าคำรามเสียงต่ำขณะที่ชายผ้าพันแผลข้างกายเขาพุ่งทะยานออกไปดุจเงาปีศาจ
ในมือของเขาถือดาบโค้งที่ส่องประกายเย็นเยียบซึ่งชักออกมาจากเอว
ช่างรวดเร็วนัก!
เซียวเยี่ยใจหายวาบก่อนจะเริ่มระแวดระวังตัวขึ้นมาเช่นกันเขาเปิดใช้เนตรทะลวงมายามองไปที่ดาดฟ้าด้านหน้าเห็นพวกคนงานเรือจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ที่นั่น ในมือของทุกคนถืออาวุธไว้มั่น
“อย่าลนลาน!”
จิ่วเยว่ที่อยู่ข้างกายเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมพร้อมกับกระชับกริชที่เอวไว้ในมือ
“สงสัยจะเป็มอนสเตอร์ในน้ำปีนขึ้นมาบนเรือ!”
“แต่มีพี่บากกับหน้ากากลายอยู่ ไม่เกิดเื่อะไรหรอก”
“พวกเราก็ไปดูกันเถอะ!”
เซียวเยี่ยรู้สึกใลึกๆเนื่องจากสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตทและไม่มีใครคอยตามล่ามอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในทะเลและแม่น้ำมักจะแข็งแกร่งและอันตรายกว่ามอนสเตอร์บนบกเสมอ!
ยามนี้จิ่วเยว่ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้แล้ว เซียวเยี่ยไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อยเขาสวมใส่อุปกรณ์ทั้งหมดอย่างครบครัน พร้อมถือโล่าพยัคฆ์ร้ายเดินตามไป
ทั้งสองเดินมาถึงดาดฟ้าด้านหน้าเห็นชายหน้าบากถือขวานั์อันดุดันขวางอยู่ข้างหน้าพวกคนงานเรือ
ส่วนชายผ้าพันแผลกำลังปกป้องคนงานเรือคนหนึ่งที่ส่งเสียงร้องครวญครางอย่างต่อเนื่องขาของคนงานคนนั้นขาดหายไปข้างหนึ่งแล้ว
ท่ามกลางกลุ่มคนปูั์ตัวหนึ่งที่มีหนามแหลมงอกอยู่เต็มตัว ขนาดใหญ่พอๆ กับวัวสองตัวกำลังยึดครองหัวเรือไว้
ดวงตาเล็กจ้อยคู่หนึ่งมองดูทุกคนอย่างอำมหิตพลางกวัดแกว่งก้ามทั้งสองข้างที่ราวกับใบมีดแท่นปะา มันค่อยๆฉีกกระชากขาทีชุ่มไปด้วยเืออกทีละชิ้น แล้วส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างตะกละตะกลาม...
ปูั์ก้ามปีศาจ!
หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่อันตรายที่สุดในเผ่าพันธุ์วารีจำนวนผู้ตื่นรู้อาชีพต่างๆ ที่สังเวยชีวิตภายใต้ก้ามคมกริบของพวกมันในแต่ละปีติดอันดับหนึ่งในสิบของมอนสเตอร์ทั้งหมด!